สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์

สตรีที่ครอบครองดวงใจพยัคฆ์

last updateآخر تحديث : 2026-06-07
بواسطة:  หวางลี่อิง/มงกุฏดาวتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
120فصول
80وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

หนึ่งสตรีที่ถูกขุดขึ้นจากหลุมฝังศพหนีเอาชีวิตรอด หนึ่งบุรุษสูงศักดิ์ผู้ถูกเนรเทศให้ไปรอความตายยังดินแดนทุรกันดาร... สองหมากที่ถูกทอดทิ้งบังเอิญพานพบ ก่อนจะจับมือกันหวนคืนสู่เมืองหลวงอีกครั้ง

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ 1/2

 เดือนเจ็ดรัชศกเซ่าเยวียนปีที่สิบห้ามีปราชญ์เดินดินผู้หนึ่งตะโกนประโยคหนึ่งไปทั่วเมืองหลวงทุกวันติดต่อกันหนึ่งเดือน ‘เป็นคนดีอายุสั้น เป็นคนชั่วอายุยืนพันปี’ ผู้คนต่างบอกว่าเขาสติไม่ดี แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจะเป็นความจริงหลังจากนั้นไม่นานนัก

ในวสันตฤดูที่ควรชุ่มฉ่ำของแคว้นต้าฉิน กลับกลายเป็นพายุฝนคลั่งที่มืดมิดและหนาวเหน็บไปทั่วทั้งฉางอันราวกับร่ำไห้ให้กับความไม่ยุติธรรมของหนึ่งดรุณีน้อยในจวนสกุลอิน

ซ่า! เพียะ!

เสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำ ไม่อาจกลบเสียงไม้โบยที่ฟาดลงบนแผ่นหลังเล็ก ๆ หน้าศาลบรรพชนตระกูลอินได้เลย ร่างของเด็กหญิงวัยแปดหนาวถูกบ่าวชายร่างกำยำกดตรึงไว้บนม้าไม้ เลือดสีสดไหลปนน้ำฝนหยดลงชโลมผืนหินอันสูงส่งของจวน ‘เวินหนิงโหว’ บรรดาศักดิ์ที่แปลว่าโหวผู้อ่อนโยนและนำมาซึ่งความสงบร่มเย็น... ช่างเป็นเกียรติยศที่ย้อนแย้งสิ้นดี!

“ปล่อย... ปล่อยข้า! ท่านพ่อ... ลูกทำสิ่งใดผิดเจ้าคะ!”

อินมี่เอินกรีดร้องเสียงแหบพร่า นางเงยหน้ามองบิดาที่นางรักสุดดวงใจ ทว่าอินหมิงเต๋อที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ กลับทอดมองนางด้วยแววตาเย็นชาไร้ความอาทร ราวกับกำลังมองดูเดรัจฉานตัวหนึ่งที่ไม่ใช่บุตรสาวภรรยาเอกสายเลือดของเขา

“ทำสิ่งใดผิดงั้นรึ! เจ้าผลักมารดาบังเกิดเกล้าจนตกเลือดตาย ทั้งยังฆ่าน้องชายที่กำลังจะลืมตาดูโลกอย่างโหดเหี้ยม บ่าวไพร่ในเรือนมารดาเจ้าสารภาพหมดแล้ว หลักฐานพยานพร้อมสรรพ ยังกล้าถามอีกหรือ!”

ฆ่า... มารดา... น้องชาย?

นางน่ะหรือทำเช่นนั้น!

เหมือนมีมือใหญ่บีบลงกลางใจเด็กน้อยไร้เดียงสาจนปวดหนึบ มีวาสนาเป็นถึงคุณหนูจวนเวินหนิงโหวที่ใครต่างอิจฉาริษยา แม้ความเจ็บปวดกายที่ถูกโบย ยังไม่สู้ความเจ็บปวดใจที่เผชิญกับความจริงที่โหดร้ายว่ามารดาและน้องชายของนางสิ้นใจไปแล้ว

ใบหน้าเล็กส่ายไปมา ราวกับเรื่องที่บิดากล่าวมาเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ

เป็นไปไม่ได้! เมื่อต้นยามเว่ย[1] นางยังนั่งกินขนมโก๋ลูกท้อ ลูบครรภ์มารดาแล้วเอ่ยเจื้อยแจ้วอยู่เลยว่า ‘หากน้องชายคลอด ข้าจะตั้งชื่อเล่นเขาว่าเป่าตี้’ แล้วเหตุใด... เหตุใดจู่ ๆ มารดากับเป่าตี้ถึงจากไป!

“ไม่... ข้าไม่ได้ทำ! บ่าวพวกนั้นโกหก! ท่านอย่ามาหลอกข้า ข้าจะไปหาท่านแม่! ท่านแม่อยู่ที่ใด” นางไม่เชื่อเด็ดขาดว่าท่านแม่จากไปแล้ว นางยังนั่งคุยกับท่านแม่อยู่เลย แต่เหตุไฉนก็ไม่ทราบได้ นางจำเรื่องหลังจากนั้นไม่ได้เลยราวกับหลับไป รู้ตัวอีกทีตื่นมาอีกครั้งก็ถูกคนโบยอยู่ตรงนี้ ต้องมีคนทำร้ายท่านแม่และใส่ความนางเป็นแน่

“โกหกอย่างกระนั้นรึ...นั่นบ่าวรับใช้มารดาของเจ้าเชียวนะ พวกเขาจะโกหกได้อย่างไร อีกอย่างไม่ใช่แค่หนึ่งคน แต่มีคนเป็นพยานเรื่องนี้ถึงสิบคน”

คำว่ามีคนเป็นพยานเรื่องนี้ถึงสิบคนทำให้นางรู้สึกราวกับสิ้นหวังและไร้ทางรอด มองไปยังบ่าวไพร่พวกนั้นก่อนจะรู้สึกอย่างหนึ่งที่แม้แต่เด็กแปดหนาวก็ยังคิดได้

‘ไม่ใช่ว่าบ่าวพวกนี้ บิดาจัดหาให้ท่านแม่หรือ...ตั้งแต่ที่เขารับอนุภรรยา’

แม้นางเป็นเด็กไม่รู้เรื่องผู้ใหญ่มากนัก แต่นางก็มีตารับรู้ว่ามารดานั้นเจ็บปวดปานใดที่เห็นบิดาแสดงความรักกับอนุทั้งสอง ทั้ง ๆ ที่อนุทั้งสองเข้าจวนมาเนิ่นนานแล้ว แต่เพิ่งโปรดเอาช่วงมารดาตั้งครรภ์น้องชายของนาง ทั้งที่ช่วงเวลานี้ควรเอาอกเอาใจท่านแม่ของนางมิใช่หรือ

นางเคยแอบเห็นท่านแม่มีปากเสียงกับท่านพ่อเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นท่านแม่แอบร้องไห้อยู่บ่อย ๆ นางจึงอยู่กับท่านแม่ทั้งวันเพื่อปลอบใจนาง หรือว่าแผนการทั้งหมดจะมีคนอยู่เบื้องหลัง

“ท่านพ่อ...ปล่อยข้า...ข้าจะไปหาท่านแม่กับน้องเล็ก” แม้รู้สึกผิดหวังและเจ็บปวดปานใดกับบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบิดา แต่นางก็อยากไปเคารพศพท่านแม่สักครั้งก่อนจะถูกโบยจนตาย

“มารดาเจ้านอนไร้ลมหายใจอยู่ในโลงศพแล้ว! สตรีอำมหิตเช่นเจ้า วันนี้ข้าจะโบยให้ตายตกตามกันไป... โบย!”

 ตุบ! ตับ! 

ไม้โบยฟาดลงมาไม่ยั้ง อินมี่เอินดิ้นรนจนสุดแรงที่มี  สายเลือดนักรบตระกูลฮั่วของท่านตาในกายเดือดพล่าน ความอ่อนหวานจางหายไปสิ้น เหลือเพียงดวงตาแดงก่ำที่จ้องมองบิดาและป้ายวิญญาณบรรพบุรุษอย่างเจ็บแค้น และคิดว่าหากมีโอกาสนางจะทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเอง และล้างแค้นให้มารดากับน้องชายให้จงได้

ดรุณีน้อยกัดริมฝีปากจนเลือดไหล เค้นเสียงคำสาปแช่งสู้กับสายฝน

“สวรรค์เบื้องบนจงเบิกตาดู! ข้าอินมี่เอินถูกใส่ร้าย... หากข้าต้องตาย ข้าขอสาปแช่งให้ตระกูลอินที่อวดอ้างคุณธรรมจอมปลอมนี้ ล่มจมพินาศ ไร้ทายาทสืบสกุลชั่วกัปชั่วกัลป์! และหากข้ามีโอกาสสักครั้งสาบานว่าคนที่ทำร้ายมารดาของข้าจะต้องทรมานแบบอยู่ไม่สู้ตาย

เปรี้ยง!!

สิ้นคำสาปแช่ง สายฟ้าใหญ่ก็ฟาดเปรี้ยงลงมากลางหลังคาศาลบรรพชน! เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นท่ามกลางพายุฝน บ่าวไพร่พากันกรีดร้องแตกตื่น พร้อมกับอินหมิงเต๋อที่ตกใจผงะหงายหลังจนตกเก้าอี้ ความหวาดกลัวต่อคำสาปแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เขากัดฟันกรอด ชี้หน้าบ่าวไพร่สั่งการอย่างเด็ดขาด

[1]  ยามเว่ย เวลา 13:00-14.59

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
120 فصول
บทนำ 1/2
เดือนเจ็ดรัชศกเซ่าเยวียนปีที่สิบห้ามีปราชญ์เดินดินผู้หนึ่งตะโกนประโยคหนึ่งไปทั่วเมืองหลวงทุกวันติดต่อกันหนึ่งเดือน ‘เป็นคนดีอายุสั้น เป็นคนชั่วอายุยืนพันปี’ ผู้คนต่างบอกว่าเขาสติไม่ดี แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจะเป็นความจริงหลังจากนั้นไม่นานนักในวสันตฤดูที่ควรชุ่มฉ่ำของแคว้นต้าฉิน กลับกลายเป็นพายุฝนคลั่งที่มืดมิดและหนาวเหน็บไปทั่วทั้งฉางอันราวกับร่ำไห้ให้กับความไม่ยุติธรรมของหนึ่งดรุณีน้อยในจวนสกุลอินซ่า! เพียะ!เสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำ ไม่อาจกลบเสียงไม้โบยที่ฟาดลงบนแผ่นหลังเล็ก ๆ หน้าศาลบรรพชนตระกูลอินได้เลย ร่างของเด็กหญิงวัยแปดหนาวถูกบ่าวชายร่างกำยำกดตรึงไว้บนม้าไม้ เลือดสีสดไหลปนน้ำฝนหยดลงชโลมผืนหินอันสูงส่งของจวน ‘เวินหนิงโหว’ บรรดาศักดิ์ที่แปลว่าโหวผู้อ่อนโยนและนำมาซึ่งความสงบร่มเย็น... ช่างเป็นเกียรติยศที่ย้อนแย้งสิ้นดี!“ปล่อย... ปล่อยข้า! ท่านพ่อ... ลูกทำสิ่งใดผิดเจ้าคะ!”อินมี่เอินกรีดร้องเสียงแหบพร่า นางเงยหน้ามองบิดาที่นางรักสุดดวงใจ ทว่าอินหมิงเต๋อที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ กลับทอดมองนางด้วยแววตาเย็นชาไร้ความอาทร ราวกับกำลังมองดูเดรัจฉานตัวหนึ่งที่ไม่ใช่บุตรสาวภรรย
last updateآخر تحديث : 2026-06-04
اقرأ المزيد
บทนำ 2/2
“นางเด็กอัปมงคล! โบยให้ตาย เอาร่างนางยัดใส่โลงฝังไปซะ! แล้วรีบไปดับไฟ!”สติของอินมี่เอินดับวูบลงไปพร้อมกับคำสั่งนั้น......นางไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด รู้เพียงความรู้สึกอึดอัดจนแทบขาดใจและกลิ่นโคลนชื้นแฉะที่อัดแน่นจนรู้สึกว่าอากาศที่มีน้อยนิดนัก นางส่ายหน้าไปมาอยากจะหาอากาศหายใจ จนกระทั่งโสตประสาทได้ยินเสียงบางอย่างขึ้นปัง! ปัง! ปัง! เสียงงัดแงะดังขึ้นเหนือหัว ก่อนที่แสงสว่างจากคบเพลิงและความเย็นของสายฝนจะสาดกระทบใบหน้าอีกครั้ง“โถ... คุณหนูของบ่าว! สวรรค์มีตา ท่านยังไม่ตายจริง ๆ ด้วย!” ชิวกุ้ยแม่นมคนสนิทของมารดาร่ำไห้โฮ พยายามงัดร่างที่บอบช้ำของเด็กน้อยขึ้นมาจากก้นหลุม กังวลแทบตายกลัวจะไม่ทันการ“กุ้ยมามา... เกิดอันใดขึ้นกันแน่” แม้มีคำถามเป็นร้อยเป็นพัน แต่สตินางนึกได้เพียงเท่านี้“ฮึก...คุณหนู” กุ้ยมามาสะอื้นไห้น้ำตานองหน้าก่อนจะเอ่ยต่อ “ฮูหยินถูกลอบวางยาจนตกเลือดสิ้นใจเจ้าค่ะ! ข้าน้อยแอบได้ยินหมอหลวงกับหมอตำแยพูดคุยกัน แต่ไม่รู้เหตุใดนายท่านถึงบอกว่าคุณหนูเป็นคนผลัก และบ่าวรับใช้ในเรือนพูดไปทางเดียวกัน ตอนนั้นบ่าวไปเก็บบัญชีร้านค้าให้ฮูหยินไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น...จึ
last updateآخر تحديث : 2026-06-04
اقرأ المزيد
บทที่ 1 คุณหนูอินตื่นแล้ว 1/2
ความหวานล้ำของขนมหยุนเพี่ยนเกาหรือขนมโก๋ลูกท้อที่ละลายในปาก ยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น...อินมี่เอินในวัยแปดหนาวจำได้เพียงว่า รสชาติของขนมโก๋ลูกท้อที่มารดาป้อนเข้าปากนั้นช่างหอมหวานและนุ่มนวลเหลือเกิน มือที่ลูบครรภ์ของมารดายังคงสัมผัสได้ถึงไออุ่น นางกำลังเจื้อยแจ้วด้วยรอยยิ้ม ทว่าจู่ ๆ ภาพความอบอุ่นตรงหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวศีรษะของเด็กน้อยปวดหนึบราวกับมีเข็มเหล็กนับพันเล่มทิ่มแทงเข้ามาในขมับ ภาพมารดาที่กำลังแย้มยิ้มพลันพร่ามัว ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะถูกกระชากลงสู่ความมืดมิดซ่า!!ความหนาวเหน็บที่สาดกระเซ็นกระทบใบหน้า ปลุกให้นางสะดุ้งตื่นจากห้วงนิทราอันแสนหวาน อินมี่เอินสำลักน้ำออกมาอย่างรุนแรง ดวงตากลมโตที่เคยสุกสกาวราวกับดวงดาราบัดนี้เบิกกว้างด้วยความสับสนระคนหวาดกลัว สิ่งแรกที่ประสาทสัมผัสรับรู้ไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาในเรือนมารดา แต่เป็นกลิ่นดินยามฝนตก ร่างกายเล็กจ้อยของนางถูกตรึงแน่นอยู่บนม้าไม้สำหรับลงทัณฑ์ เชือกป่านเส้นหยาบบาดลึกเข้าไปในข้อมือจนห่อเลือดเบื้องหน้าของนางคือลานหินชนวนหน้าศาลบรรพชนตระกูลอิน บิดาที่นางเคารพรักสุดหัวใจ อินหมิงเต๋อ นั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือไม้แดง แว
last updateآخر تحديث : 2026-06-05
اقرأ المزيد
บทที่ 1 คุณหนูอินตื่นแล้ว 2/2
กุ้ยมามาเล่าด้วยความปวดใจ นางไม่รู้เลยว่าการไปพึ่งพาฉินอี๋เหนียง อดีตสตรีจากหอเริงรมย์ที่นายท่านรับเป็นอนุผู้นั้น จะเป็นหนทางที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ในเวลานั้นเพื่อเงินเพียงไม่กี่อีแปะมาประทังชีวิตอินมี่เอิน นางยอมก้มหัวให้แม้กระทั่งสุนัขในจวน เพื่อต้องการรักษาชีวิตเจ้านายหนึ่งเดียวของนางเอาไว้อินมี่เอินฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความสงบนิ่ง ดวงตากลมโตที่เคยสุกใสเปี่ยมด้วยความไร้เดียงสา บัดนี้มืดสนิทราวกับบ่อน้ำลึกที่ไร้ก้นบึ้ง นางไม่ได้เอ่ยปากด่าทอโชคชะตา ไม่ได้ร้องไห้คร่ำครวญหามารดาที่ตายจาก และไม่ได้แสดงความโกรธแค้นที่แม่นมต้องไปก้มหัวให้อนุภรรยาของบิดาความเงียบที่แฝงด้วยความกดดันของดรุณีน้อยทำเอาบรรยากาศในกระท่อมชาวบ้านอึดอัดจนกุ้ยมามาต้องเรียกนางเบา ๆ“คุณหนู...” กุ้ยมามาเอื้อมมือไปกุมมือเล็ก ๆ ที่เย็นเฉียบนั้นไว้ “เรื่องในจวนโหวตอนนี้วุ่นวายไปหมด อนุเซวียขึ้นมาเป็นฮูหยินกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ บ่าวไพร่เรือนเดิมของเราถูกขายทิ้งหรือไม่ก็ถูกโบยจนพิการ... คุณหนู บ่าวได้เงินมาจำนวนหนึ่งแล้ว เรา... เราจะเอาอย่างไรต่อไปดีเจ้าคะ? จะให้บ่าวพาท่านหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านเดิมของบ่าวที่แดนใต้ดีหรือไม่?”
last updateآخر تحديث : 2026-06-05
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ใครก็ไว้ใจไม่ได้ 1/4
เมื่อได้ยินดังนั้นอินมี่เอินรู้สึกตระหนกเล็กน้อย พลางคิดว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ทำไมอยู่ ๆ ทหารถึงได้เข้มงวดตรวจตราขึ้นมาตอนที่นางกำลังจะออกจากเมืองหลวง พวกเขาต้องการค้นหาผู้ใดหรือ?จากที่นางนอนพักรักษาตัว และฟังข่าวจากกุ้ยมามาก็ไม่เห็นว่าเหตุการณ์ใดผิดปกตินี่นา ยกเว้นเรื่องของนางที่ถูกประกาศออกมาว่าทำให้มารดาเสียชีวิตและบิดาโบยจนตายนำไปฝังในสุสานศพไร้ญาติในต้าฉินมีกฎระเบียบและคำสั่งสอนว่าบุตรคือสมบัติของบิดามารดา นอกจากต้องเชื่อฟังแล้วยังต้องกตัญญูอีกด้วยหากไม่เชื่อฟังจะถูกตั้งข้อหาไม่เชื่อฟังบุพการีไม่ต่างจากโทษกบฏสักนิด ยิ่งเป็นบุตรียิ่งแทบไร้ค่า หากไม่ได้เป็นบุตรภรรยาเอกในจวนขุนนาง ทำผิดถูกขับออกจากตระกูล ถูกขายเป็นเรื่องธรรมดา และความตายของเด็กสาวผู้หนึ่งจึงไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรและเรื่องของนางจะว่าเรื่องของนางเล็กก็ใช่ พยานหลักฐานชี้ชัด หากบ้านเดิมมารดามาเรียกร้องความเป็นธรรม อย่างไรก็คืนความเป็นธรรมให้ไม่ได้ เพราะนางคือสมบัติของตระกูลอินไปแล้วหนำซ้ำท่านตาและท่านลุงใหญ่ยังอยู่ชายแดนปกป้องบ้านเมือง หากจะส่งข่าวจากเมืองหลวงม้าเร็วก็ต้องใช้เวลาถึงเจ็ดวัน หากส่งสารจากสถานีส่งสาร
last updateآخر تحديث : 2026-06-05
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ใครก็ไว้ใจไม่ได้ 2/4
ชายคนขับรถม้าที่กุ้ยมามาว่าจ้างมา รีบขยับตัวเข้ามาบังหน้าเด็กหญิงไว้ด้วยท่าทีนอบน้อมประจบประแจง เขายัดถุงเงินอีแปะใส่มือทหารยามอย่างแนบเนียน“โธ่ ใต้เท้าขอรับ... หลานสาวข้าน้อยป่วยเป็นวัณโรคเรื้อรัง พ่อแม่นางก็ตายเพราะโรคนี้หมด ข้าน้อยจึงต้องรีบพานางออกจากเมืองหลวงเพื่อไปรักษาที่ตงไห่ ใต้เท้าโปรดระวังอย่าเข้าใกล้เลยขอรับ ประเดี๋ยวจะติดโรคเอาได้เอาได้...ข้ายังต้องนั่งห่างจากนางเลยขอรับ”คนขับรถม้าถูกกับชับว่า หากมีเรื่องไม่คาดฝันก่อนออกจากเมืองหลวง ให้สวมรอยเป็นญาติจากนั้นยัดถุงเงินให้กับทหารเหล่าทหารยามได้ยินคำว่าวัณโรคดวงตาพลันเบิกกว้าง รีบชักมือกลับผงะถอยหลังไปหลายก้าว“ถุย! เด็กอมโรคหรอกรึ รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าประตูเมืองเลยไป! ขืนชักช้าข้าจะสั่งเผารถม้าทิ้งเสีย!”“ขอบพระคุณใต้เท้า! ขอบพระคุณขอรับ!” คนขับรถม้ารีบโค้งขอบคุณหัวแทบจะจุ่มกับพื้นดิน ถึงได้ผ่านด่านมาได้ นับว่ารอดตายได้หวุดหวิด เขาคิดว่าหากนางหนูน้อยนั่นโดนจับเขาเองก็คงต้องโดนผู้ว่าจ้างยึดเงินคืนม่านถูกทิ้งตัวลงปิดบังสายตา รถม้าเคลื่อนตัวออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เสียงล้อไม้บดเบียดกับถนนลูกรังสีแดงที่ต้องฝนทำให้เกิดเป็นน้
last updateآخر تحديث : 2026-06-05
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ใครก็ไว้ใจไม่ได้ 3/4
“หมิงชินอ๋องก็คือองค์ชายใหญ่ฉู่จิ้งหนานอย่างไรเล่า นี่ ๆ ข้าว่างพอดีเดี๋ยวจะเล่าอย่างละเอียดทีเดียว”อินมี่เอินเห็นเช่นนั้นก็คิดว่าเสี่ยวเอ้อร์ท่าทางเป็นมิตร จึงยิ้มให้“สิบกว่าวันก่อนไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เผยกุ้ยเฟยสิ้นใจกะทันหัน ฝ่าบาทมีราชโองการแต่งตั้งองค์ชายใหญ่ขึ้นเป็นหมิงชินอ๋องส่งตัวโอรสองค์โตไปปกครองซีเป่ย ถึงขนาดไม่มีราชโองการไม่ให้กลับเข้าเมืองหลวงเชียวนะ แน่นอนเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ ว่ากันว่าเป็นฮองเฮากำจัดคนที่ขวางทางองค์ชายรอง วังหลวงก็เช่นนี้แย่งชิงอำนาจกัน”หมิงชินอ๋อง... ฉู่จิ้งหนาน?อินมี่เอินฟังไปพลางคิดตามอย่างละเอียด สิบกว่าวันก่อน...นั่นเป็นช่วงเดียวกับที่มารดาของนางเสียชีวิตใช่หรือไม่ นางจำได้ว่ามารดาเป็นสหายกับท่านน้าเผยกุ้ยเฟย นางเคยไปเยี่ยมท่านน้าที่ตำหนักหลายครั้ง แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใดตั้งแต่ท่านแม่ตั้งครรภ์จึงไม่ได้ไปมาหาสู่กันอีกในห้องหนังสือ มารดาเคยเล่าให้ฟังว่า โอรสสวรรค์องค์ปัจจุบันมีบุตรชายองค์โตที่ประสูติจากเผยกุ้ยเฟย นามว่า ฉู่จิ้งหนาน เขาคือองค์ชายใหญ่ที่มากด้วยความสามารถ ทั้งปราดเปรื่องเรื่องบุ๋นและเก่งกาจเรื่องบู๊ตั้งแต่วัยเยาว์ ทว่าเป็นที่รู้ก
last updateآخر تحديث : 2026-06-05
اقرأ المزيد
บทที่ 2 ใครก็ไว้ใจไม่ได้ 4/4
“ข้าจะไปซื้อเสบียงและโจ๊กมาให้แล้วจะไปซื้อยาที่ร้านขายยาตรงโน้น รออยู่ในนี้ไปก่อนนะ” ชายคนขับรถเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ก่อนจะเดินจากไป ทำให้อินมี่เอินแปลกใจเล็กน้อย ที่เหตุใดคนบังคับม้าถึงได้มีท่าทีเปลี่ยนไปอินมี่เอินพยักหน้าแล้วหลับตาลงคล้ายกับต้องการนอนไม่อยากลุกขึ้นมา แต่นางไม่ได้หลับจริงนางเพียงแสร้งหลับตาเพื่อต้องการรู้ว่าคนผู้นี้คิดเช่นไรกับนาง มือขวายังคงกำปิ่นหยกสลักลายดอกเหมยไว้แน่นแนบอก ความหวาดระแวงสอนให้นางไม่หลับสนิทผ่านไปชั่วครู่ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของคนขับรถม้าก็เดินกลับมา ทว่าเขาไม่ได้เดินมาที่รถม้าทันที แต่นางกลับได้ยินเสียงเขาหยุดสนทนากับใครบางคนอยู่ไม่ไกลนัก น่าจะเป็นบริเวณเพิงขายโจ๊กริมทางไม่ห่างจากรถม้ากระมัง“เถ้าแก่ เอาโจ๊กหมูชามหนึ่ง ใส่ยานี้ผสมลงไปด้วย นางเป็นไข้” คนบังคับม้ายื่นยาส่งให้เถ้าแก่ร้านโจ๊ก“พ่อหนุ่มนั่นจะไปที่ใดกัน ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ พิกล” เสียงทุ้มต่ำของเถ้าแก่ขายโจ๊กเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะมีเรื่องเล่าจึงขายโจ๊กได้มาก ดังนั้นใครผ่านไปผ่านมาเขาต้องสอดส่องให้ดี“จะไปตงไห่น่ะสิ... รับจ้างไปส่งเด็กน้อยคนหนึ่ง ท่าทางจะเป็นคุณหนูต
last updateآخر تحديث : 2026-06-05
اقرأ المزيد
บทที่ 3 หนีหมาป่าปะพยัคฆ์ 1/3
ชายคนขับรถม้าแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันเหลืองอ๋อย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความละโมบเมื่อนึกถึงเงินห้าสิบตำลึงที่จะได้จากการขายเด็กน้อยผู้นี้ ถึงกับยืนจ้องมองไม่วางตารอให้นางตักโจ๊กผสมยาสลายกำลังเข้าปากอย่างใจจดใจจ่อ โดยไม่ทันสังเกตเห็นประกายตาอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพขนตาของดรุณีน้อยวัยแปดหนาวเลยสักนิดความร้อนระอุของถ้วยกระเบื้องส่งผ่านฝ่ามือเล็กจนรู้สึกว่าหากโดนหน้าจะแสบร้อนเพียงใด ถึงแม้มันจะร้อน ทว่าอินมี่เอินกลับกำมันไว้แน่น กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนในร่างกายที่เคยสั่นเทาด้วยพิษไข้ บัดนี้ตึงเครียดและตื่นตัวไปด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดในขณะที่นางก้มหน้าลงคล้ายจะเป่าให้โจ๊กคลายความร้อน ในจังหวะที่คนขับรถม้าไม่ทันได้เฉลียวใจนั้น ข้อมือเล็กกลับตวัดสาดโจ๊กเดือดจัดในถ้วย พุ่งเข้าใส่ใบหน้าของชายโฉดโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว!“อ๊ากก!”โจ๊กหมูร้อนลวกสาดกระเซ็นเข้าเต็มสองตาและใบหน้า ชายคนขับรถม้าแผดเสียงร้องลั่นด้วยความปวดแสบปวดร้อน สัญชาตญาณทำให้เขายกสองมือขึ้นกุมหน้าและถอยหลังไปครึ่งก้าวพร้อมกับกำลังจะโวยวาย“นะ...นี่”แต่เสียงร้องนั้นหลุดพ้นลำคอออกมาได้เพียงครึ่งคำ!ร่างเล็กจ้อยของอินมี่เอินพุ่ง
last updateآخر تحديث : 2026-06-05
اقرأ المزيد
บทที่ 3 หนีหมาป่าปะพยัคฆ์ 2/3
คราบเลือดที่เปื้อนเสื้อผ้าและสองมือของเด็กน้อย ทำให้องครักษ์หนุ่มขมวดคิ้ว เขาเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับเพิงขายโจ๊กริมทางที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เถ้าแก่ร้านโจ๊กกำลังยืนตัวสั่นงันงกแอบอยู่หลังเสาไม้ ด้วยความตกใจที่เห็นขบวนทหารและเหตุการณ์ม้าพยศเตลิดเมื่อครู่ ทำให้ยังไม่กล้าก้าวขาออกมา ถึงแม้เขาจะเป็นคนสอดรู้สอดเห็นแต่เรื่องของคนในราชสำนักเขาก็ไม่กล้ายุ่ง โดยเฉพาะกับเชื้อพระวงศ์เหลยจวินพุ่งตัวพรวดเดียวก็ไปถึงตัวเถ้าแก่ ดาบยาวในมือถูกชักออกมาจ่อที่ลำคอของชายชรา ที่น่าจะเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น“เกิดสิ่งใดขึ้น! เด็กคนนี้เป็นใคร!”เถ้าแก่ร้านโจ๊กกลัวจนแทบปัสสาวะราด เขามองร่างเด็กน้อยที่ตนเองก็เพิ่งพบหน้าหลังจากนางลงจากรถม้าเหมือนกัน จึงรีบละล่ำละลักเล่าเรื่องราวทั้งหมดเท่าที่ตนได้รับรู้มาเท่านั้น“ใต้เท้า! ข้าน้อยไม่เกี่ยวนะขอรับ! คนขับรถม้าคันเมื่อครู่มันบอกว่ารับจ้างมาส่งคุณหนูตกยาก แต่แท้จริงมันผู้นั้นวางแผนจะพานางไปเร่ขายให้พวกพ่อค้าทาสที่ตงไห่ ชายผู้นั้นเพิ่งซื้อโจ๊กผสมยาบางอย่างจากข้าไปให้นาง... ข้าน้อยเห็นเพียงม้าตกใจเตลิดไป ส่วนเด็กคนนี้ก็ล้มลงตรงนั้น ข้าน้อย
last updateآخر تحديث : 2026-06-05
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status