All Chapters of 2 นิยายจีนโบราณ ที่พระเอกคลั่งรักสุด ๆ: Chapter 101 - Chapter 110

135 Chapters

บทที่ 12 ปิดไม่มิด (2)

บทที่ 12 ปิดไม่มิด (2)แต่ทว่าทันใดนั้น...“งะ…งา…แง้งงงงง” เสียงร้องไห้จ้าของเด็กหญิงตัวน้อยก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ พาให้ร่างกายของหญิงชายแยกออกจากกันโดยสัญชาตญาณ“ห้ะ!! หะ…หงเอ๋อร์เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่?” เสิ่นตวนหนิงหันไปหาทิศทางของเสียง เห็นเด็กน้อยตัวอ้วนกลม ยืนกอดหมอนรูปกระต่ายน้อยไว้แน่น มือสั้นป้อมอีกข้างหนึ่งยกขึ้นสีหูสีตาด้วยท่าทางไขสือ ริมฝีปากเบะคว่ำ ดวงตาเห่อแดง ช่อแก้มขาวนวลยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลบ่าเป็นทางยาว ภาพเช่นนี้ชวนให้หัวใจดวงโต ๆ ของเสิ่นโหวหล่นฮวบไปกองอยู่บนพื้น ในฐานะบิดาบุญธรรมที่เฝ้าเลี้ยงดูฝูงฝักนางมาตั้งแต่แบเบาะ เขาย่อมรักหงเอ๋อร์ประดุจดั่งบุตรในไส้ของตัวเอง ได้เห็นหงเอ๋อร์ร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าสงสาร ในใจของเสิ่นโหวก็ย่อมเจ็บปวดไปด้วยขณะเดียวกันนี้ เด็กสาววัยสิบสองปี นามว่า ถงรุ่ย ผู้เป็นสาวใช้ประจำตัวของคุณหนูน้อยหงเอ๋อร์ นางหอบหมอนอิงและผ้าห่มประจำของคุณหนูหงเอ๋อร์ไว้ด้วยสองมือ ตอนนี้กำลังยืนตัวสั่นงันงกอ
Read more

บทที่ 12 ปิดไม่มิด (3)

บทที่ 12 ปิดไม่มิด (3)“พ่อขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริงกับเจ้าเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ ในสายตาของข้า...เจ้ายังเล็กนัก แต่เดิมข้าคิดว่า...อยากรอให้เจ้าเติบใหญ่จนสามารถแยกแยะถูกผิดได้อย่างถ่องแท้เสียก่อน เมื่อนั้นข้าถึงจะเฉลยทุกอย่างแก่เจ้า ข้าไม่ได้คิดจะหลอกเจ้า ไม่ได้คิดจะปิดบังเจ้าไปตลอด เข้าใจหรือไม่”เสิ่นโหวตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้ออกมาให้ใครเห็น แต่ไม่ว่าจะพยายามอดทนอดกลั้นไว้อย่างไร จนแล้วจนรอด น้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลบ่าออกมาอยู่ดี พอพูดเสร็จตวนหนิงก็เดินเข้าไปสวมกอดภรรยาจากทางด้านหลัง สองเรียวแขนใหญ่โอบยาวไปถึงตัวหงเอ๋อร์ กลายเป็นภาพที่สองผู้ใหญ่และหนึ่งเด็กสวมกอดกันกลมดิก กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไปโดยปริยาย อา...ช่างเป็นภาพฉากที่น่าประทับใจเสียจริง แม้แต่ถงรุ่ยที่ยืนอยู่ในบริเวณเดียวกันก็พลอยน้ำตาซึมให้กับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว“มาเถอะหงเอ๋อร์ แม่จะปลอบใจเจ้า แม่จะกล่อมเจ้า แม่จะพาเจ้าเข้านอน ดีหรือไม่” เมื่อพายุแห่งน้ำตาสงบลง และเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของหงเอ๋อร์สงบลงแล้ว เจียหลีจึงจูงมือหงเอ๋
Read more

บทที่ 13 สามีหายตัวไป (1)

บทที่ 13 สามีหายตัวไป (1)หลังได้นอนร่วมเตียงเดียวกันกับสามีเพียงในนามเป็นครั้งแรก แม้จะมีหงเอ๋อร์นอนขั้นกลางอยู่ด้วยก็เถอะ แต่เจียหลีก็หลับได้ไม่ค่อยเต็มตาสักเท่าไหร่ ยิ่งได้เห็นว่าตวนหนิงมีพฤติกรรมแปลก ๆ จำพวกนอนละเมอ แล้วโน้มตัวมาหอมหน้าผากคนอื่น เจียหลีก็ยิ่งรู้สึกไม่วางใจ เพราะไม่มีทางรู้ได้เลย ว่าจะถูกเขาฉวยโอกาสทำแบบนี้อีกครั้งเมื่อไหร่ขอสารภาพว่า... เจียหลีรู้สึกระแวงอยู่หน่อย ๆ กลัวถูกลักหลับเข้าสักวัน!ใช่!!! เจียหลีเคยดูหนังเอวีญี่ปุ่น พวกที่มีรสนิยมชอบลักหลับก็มีให้เห็นเยอะแยะ ขอแค่มีความอยากเข้ามาครอบงำ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เพราะงั้นเจียหลีจึงไม่อยากปล่อยผ่าน เจียหลีตั้งใจไว้ว่าเช้านี้หลังจากตื่นนอนแล้ว จะจับเข่าคุยกับสามีเสียให้รู้เรื่อง จะได้ไม่ต้องอยู่ร่วมกันแบบหวาดระแวงอีกถ้าเขาไม่อยากไปนอนที่ห้องตำรา อยากนอนในเรือนหลังเดียวกัน ก็นอนไปสิ ขอแค่นอนแยกเตียงกันก็พอ หรือไม่... ถ้าเขาอยากนอนเตียงใหญ่หลังนี้ เจียหลีจะเป็นฝ่ายเสียสละไปนอนที่แคร่ไม้ให้เองก็ได้ จะได้จบปัญหาเรื่องที่อีกฝ่ายนอนละเมอ แล้วเข้ามา
Read more

บทที่ 13 สามีหายตัวไป (2)

บทที่ 13 สามีหายตัวไป (2)ด้วยห่วงใยความรู้สึกของหงเอ๋อร์ เจียหลีจึงจำต้องพูดโป้ปดออกมาอย่างหน้าด้าน ๆ“รักสิ… ข้ารักท่านพ่อตวนหนิงของเจ้าตั้งแต่แรกเห็น หาไม่เช่นนั้นข้าจะแต่งเป็นภรรยาของเขางั้นหรือ” เจียหลีพูดโกหกคำโตได้ลื่นไหลดุจธารน้ำตก ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยเชื่อได้สนิทใจ ว่านางรักเสิ่นโหวจริง ๆ“เย้ ๆ ข้ามีความสุขที่สุดเลย หงเอ๋อร์ชอบให้ท่านพ่อกับท่านแม่รักกัน” เมื่อได้ยินท่านแม่พูดยืนยันด้วยตัวเอง เด็กน้อยแสนซนก็ดีดตัวดิ้นขลุกขลัก หลุดออกจากอ้อมแขนของผู้เป็นมารดาได้ง่าย ๆ จากนั้นลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง ต่อด้วยกระโดดโลดเต้นดีใจ ทั้งชูมือขึ้นเหนือหัวจนสุดแขน ทั้งกระโดดจึ๋ง ๆ จนขาเตียงสั่นคลอนไปหมด“พอได้แล้วหงเอ๋อร์ ประเดี๋ยวขาเตียงก็หักเสียหรอก...”ครั้นเห็นท่าไม่ดี กลัวขาเตียงจะหักเข้าจริง ๆ เจียหลีจึงเอ่ยปราม พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าตัวเจ้าลูกหมูให้กลับมานั่งบนตักดังเดิม เมื่อเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายสงบลงแล้ว เจียหลีจึงกวาดสายตามองไปโดยรอบห้องนอน ครั้นไม่พบเงาของเสิ่นตวนหนิง เจียหลีจึงกร
Read more

บทที่ 14 ไร้ที่ติ (1)

บทที่ 14 ไร้ที่ติ (1)ตั้งแต่วันที่ตวนหนิงออกจากจวนสกุลเสิ่นไปว่าราชการที่ต่างเมือง นี่ก็ล่วงเลยมาแล้วหกวันเต็ม ๆ ในหกวันนี้ เจียหลีไม่ได้ปล่อยให้เวลาล่วงเลยเสียเปล่า นางสวมบทบาทเป็นนายหญิงน้อยของจวนเสิ่นได้ดีทีเดียว นั่นก็เพราะเรื่องน้อยใหญ่ในจวนเสิ่น ถูกเจียหลีบริหารจัดการอย่างดี เรียกได้ว่าแทบไม่มีเรื่องขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด นอกจากนี้เจียหลียังสวมบทบาทเป็นลูกสะใภ้ที่รู้ความ เมื่อว่างจากจัดการเรื่องหยุมหยิมภายในจวนแล้ว เจียหลีก็มักจะเข้าไปเยี่ยมแม่สามีที่เรือนหลัง เพราะตั้งแต่ล้มป่วย ท่านแม่ก็อุดอู้อยู่แต่ในเรือนหลังมาโดยตลอด ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว ที่ไม่ได้ออกมาสูดอากาศที่สวนด้านหน้าเช่นนั้นแล้วเจียหลีจึงมักพาแม่สามี หรือเหยียนจิ่วชวงออกมานั่งสูดอากาศนอกเรือนอยู่บ่อย ๆ เมื่อพาคนออกมาแล้ว เจียหลีก็ไม่มัวแต่นั่งแข็งทื่อเป็นหิน หรือทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ ให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด แต่เจียหลีกลับเลือกอ่านกลอนเก่าในตำราโบราณให้แม่สามีฟังยอมรับเลยว่า... สิ่งที่ลูกสะใภ้คนนี้ปฏิบัติต่อแม่สามี มันทำให้เหยียนจิ
Read more

บทที่ 14 ไร้ที่ติ (2)

บทที่ 14 ไร้ที่ติ (2)นอกเหนือจากสวมบทบาทเป็นนายหญิงน้อยของจวนเสิ่น และสวมบทบาทเป็นลูกสะใภ้ผู้แสนดีได้อย่างไร้ที่ติแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่เอ่ยถึงคงไม่ได้ ก็คือหญิงสาววัยยี่สิบสามปีอย่างไป๋เจียหลี สามารถสวมบทบาทเป็นมารดาเลี้ยงของเสิ่นหงเอ๋อร์ได้อย่างดีเยี่ยม ทำเอาเจ้าก้อนหมั่นโถวน้อยติดเจียหลีหนึบหนับเหมือนลิงติดแม่ จะห่างกันก็แค่ตอนที่เจียหลีขอตัวไปปลดทุกข์เท่านั้น นอกเหนือจากนี้อย่าได้ถามหาความเป็นส่วนตัวเลยเชียว บอกได้เลย! ว่าเสิ่นหงเอ๋อร์แทบกลายเป็นอวัยวะชิ้นหนึ่งในร่างกายของเจียหลีเข้าไปแล้วทุกวันนี้ไม่เพียงเหยียนจิ่วชวงและเสิ่นหงเอ๋อร์ที่รู้สึกปลื้มใจ ที่จวนสกุลเสิ่นแห่งนี้มีฉินฟางเฟยเพิ่มเข้ามา แต่ทว่าบ่าวไพร่หลายชนชั้นของจวนสกุลเสิ่นล้วนรู้สึกปลื้มใจไม่ต่างกัน นอกจากนี้พวกบ่าวไพร่ยังผลัดกันพูดชมเชยต่อความเก่งรอบด้านของฮูหยินน้อยแทบไม่ขาดปากหญิงรับใช้ของโรงครัวเอ่ยขึ้น : "ดูสิ… ฮูหยินน้อยของพวกเรา ไม่เพียงเก่งด้านคำนวณบัญชี ยังเก่งเรื่องทำขนมหวานอีกด้วย นับเป็นวาสนาของท่านโหวเสียจริง ที่ได้นางมาเป็นภรรยา"ห
Read more

บทที่ 14 ไร้ที่ติ (3)

บทที่ 14 ไร้ที่ติ (3)“ฮูหยินขอรับ รถม้าพร้อมแล้ว จะออกเดินทางตอนนี้หรือไม่”เสียงของเจิ้งเยี่ยดังมาจากนอกบานประตู ชวนให้อิสตรีที่นั่งจิบชาอยู่ในเรือนอย่างใจเย็น พลันหลุดออกจากภวังค์แห่งความคิด เจียหลีลุกขึ้นยืนสง่า แล้วเดินนวยนาดออกไปเผชิญหน้ากับองครักษ์หนุ่มวัยสิบหกปี ผู้ที่สามีทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า แล้วพูดว่า "ข้าจะออกเดินทางตอนนี้"เดิมทีข้างกายของเสิ่นโหวมักจะมีสองบุรุษอยู่ด้วยเสมอ สองบุรุษที่ว่า นั่นก็คือ เวินเฉิง กับเจิ้งเยี่ย ในอดีตทั้งสองคนเป็นทาสเดรัจฉานในโรงพนัน ที่เรียกว่าทาสเดรัจฉานก็เพราะ... ในโรงพนันชื่อดังของเมืองหลวง จะมีการละเล่นป่าเถื่อนอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือ การนำคนเป็น ๆ มาสู้กับสัตว์ดุร้าย ลำพังแค่ใช้คนมาสู้กับสัตว์ ก็ว่าโหดเหี้ยมไร้จิตสำนึกมากพอแล้ว แต่นี่ดันจับทาสเด็กวัยราว ๆ หกถึงเจ็ดขวบมาลงสังเวียน! ช่างเป็นการละเล่นที่ไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!!!เสิ่นตวนหนิงในวัยสิบหกปีที่ถูกสหายชักชวนให้เข้าไปเปิดหูเปิดตาในโรงพนันเป็นครั้งแรก ก็
Read more

บทที่ 15 เบาะแสของลูกแก้ว (1)

บทที่ 15 เบาะแสของลูกแก้ว (1)“คุณหนู~ ระวังนะเจ้าคะ” ถงรุ่ยที่เดินขนาบข้างติดกับรถม้าคันกลาง เอ่ยกับเจ้านายตัวน้อยด้วยความห่วงใยอย่างเหลือแสนฮี่ ๆ ʘᴥʘ เช้าวันนี้ท่านแม่ใจดี พาหงเอ๋อร์นั่งรถม้าออกจากจวนเสิ่น บอกว่าจะพาหงเอ๋อร์ไปเลือกซื้อชุดงาม ๆ เอาไว้ใส่ไปงานเลี้ยงที่จวนสกุลเจียว ท่านแม่บอกว่า...หงเอ๋อร์เป็นบุตรสาวของท่านพ่อ เครื่องหัวจรดเครื่องเท้าจะต้องไม่น้อยหน้าใคร เช่นนั้นแล้วท่านแม่จึงพาหงเอ๋อร์ออกมาซื้อของสารภาพตามตรง ว่าตอนที่ท่านแม่แต่งงานกับท่านพ่อใหม่ ๆ หงเอ๋อร์เองก็ไม่ได้ชอบท่านแม่มากนัก แต่ก็ไม่ถึงขั้นเกลียดชังท่านแม่ เพราะใคร ๆ ต่างก็บอกว่าท่านแม่หน้าตาสะสวยแต่นิสัยไม่ดี แต่ทว่าท่านพ่อสั่งให้หงเอ๋อร์ทำภารกิจ บอกว่าภารกิจของหงเอ๋อร์คือ ช่วยปลุกท่านแม่ทุกเช้า คอยอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ทุกวัน ที่สำคัญต้องทำให้ท่านแม่รู้สึกสบายใจ ไม่เศร้า ไม่เหงา สรุปก็คือหงเอ๋อร์ต้องทำให้ท่านแม่มีความสุข ด้วยเหตุนี้หงเอ๋อร์จึงต้องเข้าหาท่านแม่ในทุก ๆ วันแรก ๆ อาจทำไปเพราะคำว่าภารกิจค้ำคอ แต่ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่
Read more

บทที่ 15 เบาะแสของลูกแก้ว (2)

บทที่ 15 เบาะแสของลูกแก้ว (2)“มาเถอะหงเอ๋อร์ แม่จะพาเจ้าเข้าไปเลือกชุดสวย ๆ เสร็จแล้วแม่จะพาเจ้าไปกินของอร่อย ๆ ดีหรือไม่” เจียหลีหันไปหาเด็กอ้วนที่เพิ่งกระโดดจึ๋งลงจากกรอบหน้าต่างรถม้าแล้วเดินต้วมเตี้ยมมาหาท่านแม่จากทางด้านหลัง เมื่อได้ยินว่าจะพาไปกินของอร่อย ๆ ใบหูเล็กสั้นของเจ้าหมั่นโถวน้อยก็ผึ่งออก ดวงตากลมโตขึ้นประกายแวววาวสดใส พร้อมกับพูดจาฉะฉานชัดถ้อยชัดคำออกมาว่า!“หือ~ ɞᴥɞ จริงหรือเจ้าคะ เช่นนั้นรีบไปกันเถอะเจ้าค่ะ ข้าเริ่มจะหิวแล้ว” เมื่อนึกถึงหมูสามชั้นตุ๋นหอม ๆ รูจมูกของหงเอ๋อร์ก็บานกระพือขึ้นเองโดยสัญชาตญาณ ขณะเดียวกันมือน้อย ๆ ก็ยกขึ้นมาลูบท้องอ้วนกลมของตัวเองเล่น พลางแลบลิ้นสั้น ๆ เลียริมฝีปากแผล็บ ๆ ดู ๆ แล้วช่างเหมือนเจ้าลูกหมูน้อยจอมตะกละไม่มีผิดครั้นได้เห็นท่าทางสุดน่ารักน่าชังของคุณหนูหงเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทของหงเอ๋อร์อย่างถงรุ่ยจึงเอ่ยเย้าแหย่ออกมาว่า “ก่อนออกจากจวน คุณหนูเพิ่งกินขนมหมดไปสามจาน กินเยอะขนาดนั้นแล้ว ยังจะหิวอีกหรือเจ้าคะ” คำพูดเย้าแหย่ส
Read more

บทที่ 16 ไขข้อสงสัย (1)

บทที่ 16 ไขข้อสงสัย (1)“ท่านป้า รูปปั้นนี้ศักดิ์สิทธิ์นักหรือ ผู้คนถึงได้มาจุดธูปขอพรกันมากมายเพียงนั้น” เจียหลีเดินเข้าไปประชิดข้างกายท่านป้าคนหนึ่ง พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างมีมารยาทหญิงวัยกลางคนอายุราว ๆ ห้าสิบปีเห็นจะได้ เอาแต่หลับตาพริ้มและก้ม ๆ เงย ๆ คำนับแล้วคำนับอีก หวังขอพรให้ลูกชายของตน เลิกเป็นผีพนันเสียที แต่แล้วจู่ ๆ คำอธิษฐานขอพรก็หยุดชะงักลง เมื่อรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนเข้ามาประชิดข้างกาย 'โอ้ย! ทีแรกก็นึกว่าท่านเทพชีหลิงจำแลงกายมาหาเสียอีก ที่ไหนได้! ฮูหยินน้อยจวนเสิ่นโหวนี่เอง'“ชะอุ้ย!!! ทำข้าตกอกตกใจหมด คนกำลังขอพรอยู่ดี ๆ ประเดี๋ยวข้าก็ได้หัวใจวายตายซะหรอก ว่าแต่… คุณหนูสามฉิน? ท่านจงใจถามกวนประสาทข้า หรือท่านไม่รู้จริง ๆ กันแน่ ว่ารูปปั้นนี่คือรูปปั้นเทพแห่งโชคชะตาชีหลิง ว่าก็ว่าเถอะในเป่ยซานของพวกเรา ใคร ๆ ต่างก็รู้จักตำนานของเทพชีหลิงกันทั้งนั้น ไม่มีทางที่คุณหนูตระกูลใหญ่เช่นท่านจะไม่รู้จักหรอก”หญิงวัยกลางคนผู้นี้จงใจพูดเหน็บแนมใส่คุณหนูสามฉิน เพราะในด
Read more
PREV
1
...
91011121314
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status