เข้าสู่ระบบ1.คนที่นางรักคือเขา คนที่สังหารนางก็คือเขา เช่นนั้นได้หวนกลับมาครานี้ นางจะตัดวาสนาให้สิ้นซาก แต่งกับชายอื่นเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เหตุไฉนเขาถึงได้กลายเป็นหมาหวงก้าง คอยเทียวไล้เทียวขื่อไม่เลิกเช่นนี้? 2.ไป๋เจียหลีกลายเป็นตัวร้ายในนิยายเรื่องหนึ่ง หนำซ้ำยังต้องอยู่ในฐานะภรรยาของเสิ่นโหว ลำพังแค่รับมือกับเรื่องไม่คาดฝันในแต่ละวันก็เหนื่อยจะแย่ เพราะฉะนั้นถ้านางเอกกับพระเอกจะรักกัน ก็ช่างหัวพวกเขาเถิด!
ดูเพิ่มเติมบทที่ 4 วีรกรรมของนางร้าย (2)เมื่อฟางเส้นสุดท้ายขาดผึงลงแล้ว หมิงซางเฉวียนจึงตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปบอกฉินอวี้ฝาง กับฮูหยินใหญ่ฉิน พร้อมด้วยยื่นหนังสือยกเลิกสัญญาหมั้นหมายอย่างเป็นทางการ ด้วยความที่ฉินอวี้ฝางรู้สึกผิด และรู้สึกละอายใจในการกระทำชั่วร้ายของบุตรสาว ฉินอวี้ฝางกับฮูหยินใหญ่ฉิน จึงยอมรับหนังสือยกเลิกสัญญาหมั้นหมายจากหมิงซางเฉวียนแต่โดยดีเมื่อฉินฟางเฟยมารู้เรื่องเข้า ว่าสัญญาหมั้นหมายถูกยกเลิก และถูกทำให้เป็นโมฆะ ด้วยความที่นางเป็นคนคิดน้อย ไร้หัวคิด เอาแต่ใจตัวเอง และยกยอให้ตัวเองเป็นดั่งจุดศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง นางจึงลุกขึ้นมาประท้วง ด้วยการขู่ว่า... หากท่านพ่อกับท่านแม่ไม่รีบทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม และหากชาตินี้นางไม่ได้แต่งกับหมิงซางเฉวียน นางจะหนีไปกระโดดน้ำตายที่ธารน้ำตกท้ายเมืองเสียให้รู้แล้วรู้รอดด้วยคิดว่าบุตรสาวคงจะแค่พูดประชดเฉย ๆ และไม่คิดว่านางจะกล้าทำเรื่องพรรค์นั้นจริง ๆ ฉินอวี้ฝางกับภรรยาจึงไม่ได้ทำตามคำขอของบุตรสาว แต่ทั้งคู่เลือกที่จะพูดปลอบใจบุตรสาวแทน ทั้งยังให้คำมั่นสัญญาว่า ในฐานะบิดาเขาจะหา
บทที่ 4 วีรกรรมของนางร้าย (1)ด้วยเหตุนี้เองสัญญาหมั้นหมายระหว่างสองตระกูลจึงประสิทธิ์ประสาทผล กลายเป็นโซ่ตรวนที่คอยผูกพันธนาการหมิงซางเฉวียนไว้จวบจนเขาเติบใหญ่ตลอดช่วงวัยเด็ก หมิงซางเฉวียนได้ใกล้ชิดกับคุณหนูสามฉินก็จริง แต่เขากลับไม่เคยคิดกับนางในเชิงชู้สาวเลยแม้แต่ครั้งเดียว คงเพราะความใกล้ชิดตั้งแต่วัยเยาว์และเห็นกันมาตั้งแต่เล็ก ๆ กระมัง จึงทำให้หมิงซางเฉวียนไม่อาจหักใจมองฉินฟางเฟยเป็นอื่นไปได้ เว้นเสียจากน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้นซึ่งผิดไปจากความรู้สึกนึกคิดของฉินฟางเฟยราวฟ้ากับเหว ด้านฉินฟางเฟยนั้น ยิ่งได้ใกล้ชิดกับซางเฉวียนมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งหวั่นไหวและโอนอ่อนมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเวลาที่ซางเฉวียนกางแขนปกป้องนาง ไม่ยอมให้นางถูกเด็กในสำนักศึกษาคนอื่น ๆ กลั่นแกล้งรังแก ฉินฟางเฟยก็ยิ่งรู้สึกรักปักใจในตัวพี่ซางเฉวียนมากขึ้นเท่านั้นเจตนาที่แท้จริง ที่ซางเฉวียนมักกางแขนปกป้อง และมักกระตือรือร้นออกหน้าปกป้องดูแลฉินฟางเฟยอยู่เสมอ นั่นก็เพราะเห็นแก่หน้าท่านลุงฉิน ไม่ใช่เพราะเสน่หาในตัวน้องหญิงสามเสียหน่อยตั้งแต่จำความได้ ท่านลุ
บทที่ 3 บทบาทของคุณหนูฉิน (2)และที่หนักไปกว่านั้นก็คือ...ผู้คนต่างตราหน้าว่านางเป็นสตรีแพศยาไร้ยางอาย เพราะรู้ทั้งรู้ว่าหมิงซางเฉวียนมีใจชอบพอต่อคุณหนูเจียวจื่ออิง และหมายมั่นว่าจะคบหาดูใจกัน ตลอดจนเกี้ยวพานเจียวจื่ออิงให้มาเป็นฮูหยินน้อยของจวนแม่ทัพหมิงแต่ถึงอย่างนั้นฉินฟางเฟยก็ไม่ได้สนใจเรื่องศีลธรรม ยิ่งไม่สนความถูกต้องแต่อย่างใด เพราะด้วยถือคติที่ว่า ตราบใดที่แม่ทัพหมิงยังไม่ได้แต่งกับเจียวจื่ออิงอย่างเป็นทางการ ฉินฟางเฟยคนนี้ก็ยังมีสิทธิ์ในการเกี้ยวพานแม่ทัพหนุ่มอนาคตไกลอย่างหมิงซางเฉวียนมาเป็นคู่ยวนยางอยู่ดีว่าง่าย ๆ ก็คือฉินฟางเฟยคนนี้หลงรักหมิงซางเฉวียนหัวปักหัวปำ และหมายใจจะคว้าหมิงซางเฉวียนมาเป็นของตัวเองโดยไม่สนใจถูกผิด ไม่สนวิธีการ ไม่สนเวรกรรม ขอเพียงนางได้ในสิ่งที่ต้องการก็เพียงพอแล้วนอกจากนี้คุณนักเขียนยังบรรยายไว้อีกว่า ที่ฉินฟางเฟยลงรักปักใจในตัวหมิงซางเฉวียนมากขนาดนั้น ไม่ใช่เพราะรูปโฉมที่ดูหล่อเหลาองอาจของแม่ทัพหนุ่มเพียงอย่างเดียว แต่เหตุผลหลัก ๆ ที่ท
บทที่ 3 บทบาทของคุณหนูฉิน (1)“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวมาแล้วเจ้าค่ะ คุณชายเสิ่นสั่งให้บ่าวมาอยู่เป็นเพื่อนคุณหนู”เสียงของสาวน้อยรุ่นเยาว์เอ่ยแจ้งต่อผู้เป็นนายจากนอกบานประตู ก่อนหน้านี้ชายคนนั้นพูดทิ้งท้ายไว้ว่าจะให้ตันหยางเข้ามาทายาแก้บวมให้ เช่นนั้นคนด้านนอกน่าจะเป็นตันหยางสินะแล้วเสียงพูดของตันหยาง ก็ดันมีคำว่า ‘คุณชายเสิ่น’ นี่ก็ชี้ชัดแล้วว่า ชายคนก่อนหน้านี้ คือคนแซ่เสิ่น ถ้าให้อิงตามเนื้อหาในนิยายเรื่องเพียงรักนิรันดรที่เพิ่งอ่านผ่านตามาหมาด ๆ เขาคนนี้คงจะเป็น 'เสิ่นตวนหนิง' หรือที่คนทั่วไปมักเรียกเขาว่า ‘เสิ่นโหว’ สินะ“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู… บ่าวเข้าไปได้หรือไม่?” เมื่อไม่ได้ยินเสียงโต้ตอบจากผู้เป็นนาย ตันหยางก็รู้สึกใจคอไม่ดี จึงเอ่ยเรียกคุณหนูอีกครั้ง และเพิ่มโทนเสียงให้ดังขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ด้านไป๋เจียหลีที่จมอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความคิด ก็พลันสะดุ้งตัวโหยง สติที่หลุดลอยไปก็พลันไหลคืนสู่ร่าง“อืม… เข
บทที่ 3 ฝันร้าย (1)ยามเฉินสี่เค่อ ณ จวนสกุลซ่ง“คุณหนูเจ้าคะ…” จวงเถาเปิดประตูบานเฉลียงเข้ามาหาเจ้านายสาวด้วยอาการหอบเหนื่อย“แม่สื่อของตระกูลกู้มาขอเจรจาเรื่องแต่งงานอีกแล้ว ใช่หรือไม่?”จิ่นเหอดูไม่สะทกสะท้านกับเสียงเรียกของจวงเถาเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะนางพอจะเดาได้ว่า คนมาขอพบ น่าจะเป็นแม่สื่
บทที่ 2 เวรกรรมตามสนอง (2)ณ จวนสกุลกู้“หะเห้ย! อะไรของเจ้าเนี่ย เอามือออกไปให้ห่าง ๆ หน้าข้าเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะตัดนิ้วของเจ้าทิ้งเสีย”เมื่อได้ยินเสียงร้องโอดโอยของสหายคนสนิท เซี่ยติงหลัวเอาแต่หัวเราะหัวสั่นหัวครอนแทบเป็นแทบตาย ไม่คิดว่าโหวหนุ่มแซ่กู้ ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านลอบสังหารบุคคลอื่น
บทที่ 2 เวรกรรมตามสนอง (1)หลังจัดฉากให้ตนได้เสียกับกู้เจิ้งหยวนแล้ว ย่อมเป็นไปดังคาด! ความสัมพันธ์ของกู้เจิ้งหยวนและเฉียวเฟิงหลันเริ่มสั่นคลอน งานมงคลคู่ที่ตั้งเค้าว่าจะจัดขึ้นในเร็ววันพลันหยุดชะงัก แม้ได้กินเต้าหู้ของนางแล้ว แต่ในใจของเจิ้งหยวนก็ไม่มีสตรีตัวร้ายอย่างซ่งจิ่นเหอเลยแม้แต่น้อย ทว่าเห
บทที่ 1 ท่านไม่คู่ควรกับความรักของข้า (2) “กู้เจิ้งหยวน! ท่านไม่คู่ควรกับความรักของข้า”ซ่งจิ่นเหอหรี่เปลือกตาแคบและทอดมองกลีบดอกเหมยกุ้ยที่ลอยละล่องอยู่บนหน้าน้ำด้วยแววตาเจ็บแค้นฝังใจ เวลานี้ในหัวของนางอัดแน่นไปด้วยความทรงจำที่หลากหลาย ความทรงจำเหล่านั้นมันผสมปนเปกันไปทั่ว ราวกับคลื่นน้ำวนที่ไหล

















