LOGIN1.คนที่นางรักคือเขา คนที่สังหารนางก็คือเขา เช่นนั้นได้หวนกลับมาครานี้ นางจะตัดวาสนาให้สิ้นซาก แต่งกับชายอื่นเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เหตุไฉนเขาถึงได้กลายเป็นหมาหวงก้าง คอยเทียวไล้เทียวขื่อไม่เลิกเช่นนี้? 2.ไป๋เจียหลีกลายเป็นตัวร้ายในนิยายเรื่องหนึ่ง หนำซ้ำยังต้องอยู่ในฐานะภรรยาของเสิ่นโหว ลำพังแค่รับมือกับเรื่องไม่คาดฝันในแต่ละวันก็เหนื่อยจะแย่ เพราะฉะนั้นถ้านางเอกกับพระเอกจะรักกัน ก็ช่างหัวพวกเขาเถิด!
View More**เซ็ทนิยายจีนโบราณที่พระเอกคลั่งรักสุด ๆ มี 2 เรื่องค่ะ**
ประกอบด้วย
1.เรื่อง : ฮูหยินตัวร้ายของข้า เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก
2.เรื่อง : เกิดใหม่ครานี้ ข้าไม่ขอเป็นสตรีร้ายกาจ
----------------------------------------------------------
1.เรื่อง : ฮูหยินตัวร้ายของข้า เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก
คำโปรย
คนที่นางรักคือเขา คนที่สังหารนางก็คือเขา เช่นนั้นได้หวนกลับมาครานี้ นางจะตัดวาสนาให้สิ้นซาก แต่งกับชายอื่นเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เหตุไฉนเขาถึงได้กลายเป็นหมาหวงก้าง คอยเทียวไล้เทียวขื่อไม่เลิกเช่นนี้?
*************************
แนะนำเรื่อง
คัทซีน!!! 1
"กู้เจิ้งหยวน! ข้าพูดไปชัดเจนแล้ว ว่าระหว่างข้ากับท่าน ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกันอีก เหตุไฉนท่านยังตามมาคะคานข้าไม่เลิกเช่นนี้ ท่านต้องการอะไรจากคนอย่างข้ากันแน่!" ทันทีที่นางเอ่ยชื่อแซ่ของเขาจนเต็มยศ ชายผู้นั้นก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเดินเหยียบพรมสีแดงสดด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายพังงานแต่งงานของผู้อื่นแท้ ๆ แต่ทว่าสีหน้าท่าทางกลับไม่มีความสลดเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำแววตาของเขายังเพ่งเล็งไปที่เจ้าสาวของคนอื่นอย่างหน้าไม่อาย "ข้าต้องการแต่งกับเจ้า" "แต่ข้าไม่ต้องการแต่งกับท่าน!" "ต้องการหรือไม่ต้องการ เจ้าปฏิเสธได้งั้นหรือ? ในเมื่อพวกเรา" "นี่ท่าน! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ห้ามพูดมันออกมาเด็ดขาด!" กู้เจิ้งหยวนมองหน้าเผยหนิงหวังด้วยสายตาคมปลาบ ประหนึ่งว่าตนถือไพ่เหนือกว่า จากนั้นก็หันมาจ้องหน้าซ่งจิ่นเหอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แสนกล ราวกับต้องการจะเอาชนะ *************** คัทซีน!!! 2 "ท่านโหว! ไม่ตามไปหรือขอรับ" "ด้วยสภาพของข้าตอนนี้ เจ้าคิดว่าตามไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร แค่ขัดขวางมิให้นางแต่งกับชายอื่นได้สำเร็จ ข้าก็พอใจแล้ว" "เช่นนั้นข้าน้อยจะตามไปคุ้มครองคุณหนูซ่ง จนกว่าจะแน่ใจว่านางกลับถึงจวนแล้ว" ว่าเสร็จมือสังหารหนุ่มรูปงามอย่าง สืออิ๋น ก็วิ่งตามไปติด ๆ ปล่อยให้เจ้านายหนุ่มนั่งนิ่งขรึมอยู่ในกระโจมรถม้าเพียงลำพัง เมื่อนางจากไปแล้ว เจิ้งหยวนจึงทำได้เพียงเฝ้ามองแผ่นหลังของจิ่นเหอผ่านรอยแยกของม่านลูกไม้ด้วยแววตาสุดเว้าวอน เมื่อคิดว่าต้องเสียนางไป ดวงตาเรียวรีสีเข้มสนิทของชายหนุ่ม ก็ขับก้อนน้ำตาเม็ดโตออกมาอาบสองข้างแก้มอย่างห้ามไม่อยู่----------------------------------------------------------
2.เรื่อง : เกิดใหม่ครานี้ ข้าไม่ขอเป็นสตรีร้ายกาจ
คำโปรย
ไป๋เจียหลีกลายเป็นตัวร้ายในนิยายเรื่องหนึ่ง หนำซ้ำยังต้องอยู่ในฐานะภรรยาของเสิ่นโหว ลำพังแค่รับมือกับเรื่องไม่คาดฝันในแต่ละวันก็เหนื่อยจะแย่ เพราะฉะนั้นถ้านางเอกกับพระเอกจะรักกัน ก็ช่างหัวพวกเขาเถิด!*************************
แนะนำเรื่องคัทซีน!!!
"ปล่อยนะ! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!"
ไป๋เจียหลีตวาดแหวจนสุดเสียงเมื่อรู้สึกได้ว่าข้อเท้าเล็ก ๆ ของตนเองถูกมือปริศนาคู่นั้นจับตรึงเอาไว้จากปลายเตียง ขณะเดียวกันนั้นเจียหลีที่พยายามดิ้นหนีอย่างสุดชีวิตอยู่บนเตียงนอน ก็พยายามถีบถองฝ่าเท้าด้วยจังหวะรัวเร็วอยู่ท่ามกลางความมืดมิด แม้จะมองไม่เห็นอะไรเลย แต่เจียหลีก็ไม่ลังเลที่จะกระทุ้งฝ่าเท้าแรง ๆอ่าาา มันต้องมีสักครั้งแหละนะ ที่ถีบโดนเป้าหมาย!
ปึกกก!!!
นั่นไง จริงด้วย ฝ่าเท้าที่ถีบถองสุ่มสี่สุ่มห้า ในที่สุดก็ถีบกระแทกโดนปลายคางอีกฝ่ายเข้าจนได้ เหอะ ๆ สมน้ำหน้า"ใครก็ได้!! ช่วยด้วย"
เมื่อฝ่ามือหยาบใหญ่ของใครคนนั้นหลุดออกจากข้อเท้าทั้งสองข้างแล้ว ไป๋เจียหลีที่เพิ่งลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคง ก็รีบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ขณะเดียวกันก็ตะโกนปาว ๆ ร้องขอความช่วยเหลือไปด้วย แต่เพราะรอบตัวมีแต่ความมืด ไป๋เจียหลีคนเก่งจึงสะดุดล้มหน้าคะมำไปกับพื้นพรมโดยไม่ทันได้ตั้งตัว"อะโอ้ยยย" คราวนี้เป็นเสียงร้องโอดโอยของไป๋เจียหลี แต่ทว่าไป๋เจียหลียังไม่ทันได้พูดอะไรต่ออีก ก็มีเสียงเย็น ๆ ของผู้ชายคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด
"ใครอยู่ข้างนอกบ้าง! เข้ามาจุดโคมไฟให้ฮูหยินเดี๋ยวนี้" แม้น้ำเสียงของเขาจะออกไปทางเย็นเยียบเล็กน้อย แต่ทว่าประโยคเมื่อครู่ คล้ายว่ามีความห่วงใยแอบแฝงอยู่ในนั้น
"ห...หะห๊าาาา ฮะฮูหยินงั้นเหรอ ใคร? ใครคือฮูหยิน???" ไป๋เจียหลีงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อถูกชายปริศนาเรียกตนว่าฮูหยิน!
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นจากจินตนาการเท่านั้น ไม่ได้อิงหลักการใด สถานที่และตัวละครล้วนถูกสมมุติขึ้นมาทั้งสิ้น
นิยายเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายของข้า เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก และ เกิดใหม่ครานี้ ข้าไม่ขอเป็นสตรีร้ายกาจ
สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของนิยายไปเผยแพร่หรือกระทำการใด ๆ ก่อนได้รับการอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เว้นแต่ได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำการละเมิดอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
หากผิดพลาดประการใด โปรดชี้แนะด้วยคำสุภาพ เนื่องจากนักเขียนใจบาง ขอให้สนุกกับโลกจินตนาการของหวงตี้คนงาม ณ บัดนี้
บทที่ 27 ยอมรับโชคชะตา (2)สองชั่วยามต่อมา ณ จวนสกุลเจียวเสียงพูดคุยจอแจของคุณหนูคุณชายมากหน้าหลายตาดังมาจากซุ้มประตูทางเข้า แสดงให้เห็นว่า ผู้มาร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของคุณหนูเจียวมีไม่น้อยเลยทีเดียวเจียวจื่ออิงสวมอยู่ในชุดฮั่นฝูเป้ยจึสีแดงสด ราวกับว่านี่คือวันมงคลสมรสของนาง มากกว่าจะเป็นวันฉลองวันคล้ายวันเกิดของนางเสียอีกยามนี้นางออกมายืนรอต้อนรับแขกอยู่ที่ซุ้มประตูทางเข้า เมื่อเห็นว่าสหายในแวดวงเดียวกันก้าวขาผ่านซุ้มประตูเข้ามา เจียวจื่ออิงผู้เป็นแม่งานก็มิวายรีบปรี่ตัวเข้าไปต้อนรับอย่างเป็นกันเอง“อ้าว คุณหนูเมิ่งมาด้วยตัวเองเชียวหรือ” เมิ่งอวี่คือบุตรสาวคนโตของจวนเสนาบดีเจ้ากรมพิธีการ แม้ทั้งคู่จะไม่ได้เป็นสหายสนิทกัน แต่ก็นับว่าอยู่ในแวดวงสังคมเดียวกัน ดังนั้นทั้งคู่จึงนับถือกันในฐานะสหาย“จวนสกุลเจียวจัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของคุณหนูเจียวทั้งที หนำซ้ำในเทียบเชิญยังเขียนชื่อของข้าไว้ชัดเจน ข้าเมิ่งอวี่จะส่งผู้อื่นมาแทนข้าได้อย่างไร”เมิ่งอวี่พูดจามีจริตจะกร้าน
บทที่ 27 ยอมรับโชคชะตา (1)“ฮะเฮือกกกก”เป็นอีกครั้งที่เจียหลีสะดุ้งตื่น แต่ทว่าครั้งนี้เจียหลีไม่ได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาในสถานที่แปลก ๆ เหมือนกับก่อนหน้านี้“เป็นอะไรไป ฝันร้ายใช่หรือไม่?”ทันทีที่เจียหลีลืมตาตื่นก็พบผู้เป็นสามีนั่งกุมมือเล็กของนางอย่างใกล้ชิด แววตาของเขาดูห่วงใยนางอย่างเหลือแสน หนำซ้ำเขายังใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก ๆ คอยซับเหงื่อตามกรอบหน้าและเนินหน้าผากให้นางอย่างใส่ใจ“จะบอกว่าฝันร้ายก็ไม่ใช่ แต่จะบอกว่าเป็นฝันดีก็ไม่เชิง… งั้นจะเรียกว่าอะไรดีล่ะ”เจียหลีขมวดคิ้วครุ่นคิดจนเกิดรอยย่นกลางหน้าผาก เห็นนางชักสีหน้าอย่างนั้น ตวนหนิงก็แตะปลายนิ้วมือคลึงลงบนหว่างคิ้วของผู้เป็นภรรยา แล้วเอ่ยว่า...“ช่างเถอะ แค่เจ้าไม่เป็นอะไรข้าก็เบาใจแล้ว รู้หรือไม่... ก่อนหน้านี้เจ้านอนดิ้นพลิกตัวไปมา ออกอาการกระสับกระส่ายแปลก ๆ เห็นท่าไม่ดีข้าจึงพยายามเรียกให้เจ้าตื่น ทั้งเขย่าตัวเจ้าอยู่หลายครั้ง แต่น้องหญิงก็ไม่รู้สึกตัวเสียที รู้หรือไม่ ว่าเจ้าทำให้ข้าใจเสีย&
บทที่ 26 ความจริง (2)ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเจียหลีก็เติบโตภายในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และใช้แซ่ไป๋ตามแซ่ของประธานมูลนิธิรับเลี้ยงเด็กกำพร้า พออายุได้สิบห้าปี เจียหลีก็ออกมาใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก และทำงานหาเงินเลี้ยงชีพของตัวเอง ช่วงที่เจียหลีออกมาใช้ชีวิต ก็มีผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่ง มาคอยจ่ายเงินค่าเล่าเรียนและค่าดำรงชีพให้เจียหลีอยู่เรื่อย ๆ ทำให้ชีวิตการเป็นอยู่ของเจียหลีไม่ได้ลำบากเท่าที่ควรแม้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รับเจียหลีไปเลี้ยงดูในฐานะบุตรบุญธรรม แต่ทว่าในใจของเจียหลีผู้หญิงคนนั้นก็เปรียบเสมือนเป็นแม่บุญธรรมของเจียหลีอยู่ดีต้องขอบคุณผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้เจียหลีได้ร่ำเรียน ได้มีการศึกษา ได้มีชีวิตในแบบที่ตัวเองอยากมีแล้วเจียหลีก็เพิ่งมารู้ว่า แท้จริงแล้ว ผู้หญิงที่คอยจ่ายเงินค่าเล่าเรียนและค่าดำรงชีพให้เจียหลีมาตลอดหลายปี คือร่างจำแลงของเทพชีหลิง แล้วเจียหลีก็เพิ่งมารู้เอาตอนนี้ ว่านักเขียนนิยายที่เจียหลีคอยติดตามผลงานของเขามาโดยตลอดคือเทพชีหลิงเช่นเดียวกันแน่นอนว่า! ทั้งหมดนี้ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอนนอกจากน
บทที่ 26 ความจริง (1)ยามโฉ่วฮะเฮือกกกกกกกกไป๋เจียหลีสะดุ้งตัวตื่นกะทันหัน เพราะฝันว่าตัวเองกำลังจะจมน้ำ เวลานี้เจียหลีหายใจแรงระคนหอบเหนื่อย ราวกับเพิ่งตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งได้สำเร็จ โชคดีเหลือเกินที่เป็นเพียงแค่ความฝัน ถ้าเป็นความจริงแล้วล่ะก็ เจียหลีคงจมน้ำตายไปแล้วแน่ ๆ‘แต่เดี๋ยวก่อนนะ! เหตุใดไม่ใช่เรือนนอนในจวนโหว ที่นี่คือที่ไหน!? หรือนี่จะเป็นฝันซ้อนฝัน’เมื่อตั้งสติได้เจียหลีก็กวาดสายตามองไปโดยรอบ พบว่ารอบตัวไม่ใช่ห้องนอนของจวนโหว แต่เป็นพื้นที่โล่งแจ้งที่ขาวโพลนไปด้วยแสงสว่างจ้า เจียหลีพยายามหยิกเนื้อแขนของตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ตนกำลังเผชิญอยู่ มันคือฝันซ้อนฝัน หรือคือมิติอีกมิติกันแน่“อะโอ้ยยย เจ็บ ๆ ๆ”ทันทีที่หยิกเนื้อแขน เจียหลีก็รู้สึกเจ็บจี๊ดจนต้องร้องโอดโอยออกมา เมื่อกวาดสายตามองไปรอบตัวอีกครั้ง ก็พบว่ายังนั่งอยู่ที่เดิม นี่มันแน่แท้แล้วว่า เจียหลีไม่ได้กำลังฝัน! หรือหากนี่เป็นฝันก็คงไม่ใช่ความฝันธรรมดาทั่วไปเจียหลีตัดสินใจลุกขึ้นยืน แล้วเด
บทที่ 4 เกลียดสิ่งใดมักได้สิ่งนั้น (3)“เจิ้งหยวน… ข้าเกลียดท่าน…”เนื่องจากตัวยาเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว สติสัมปชัญญะของจิ่นเหอจึงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังไม่หลงลืมว่าตนเองเกลียดชังบุรุษหน้าหนานามกู้เจิ้งหยวนเพียงใด แต่ขณะเดียวกันนี้ในหัวของนาง...ก็เริ่มมีแต่เรื่อง 'อย่างว่า' ฉาย
บทที่ 4 เกลียดสิ่งใดมักได้สิ่งนั้น (2)เรื่องมันมีอยู่ว่า...เมื่อเดือนก่อนน้องสาวเพียงคนเดียวของเซี่ยติงหลัวจัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดที่จวนสกุลเซี่ย เนื่องจากเซี่ยหรูเอ๋อร์เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมค่อนข้างมาก ทั้งเป็นสตรีงามผู้อัธยาศัยดี เหล่าคุณหนูคุณชายหลายตระกูลจึงไม่อิดออดที่จะตอบรับเทียบเชิ
บทที่ 4 เกลียดสิ่งใดมักได้สิ่งนั้น (1)“หากข้าบอกว่า… ข้ารักเจ้าเล่า? เจ้าจะยอมแต่งเป็นฮูหยินให้ข้าได้หรือไม่?”“หึ!” จิ่นเหอเค้นเสียงเย้ยหยันขึ้นปลายจมูก ครั้นได้ยินคำว่า 'รัก' หลุดออกมาจากปากของอีกฝ่าย ริมฝีปากของนางถึงขั้นกระตุกเกร็งริก ๆ ดั่งไม่อยากเชื่อคำหวานเหล่านั้น “เพียงแค่ต้องการเอาชนะสต
บทที่ 3 ฝันร้าย (2)อื่อ! อื้อ!!!แม้จิ่นเหอกลืนยาพวกนั้นลงท้องไปหมดแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมละริมฝีปากบ้า ๆ นั่นออกไปจากริมฝีปากของนางเสียที หนำซ้ำยังดุนปลายลิ้นเข้ามากวัดเลียอยู่ในโพรงปากของนางอย่างบ้าบิ่น!นางพยายามเม้มริมฝีปากแน่น ทั้งออกเสียงอื้ออึงในลำคอ ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ปล่อยนางให้เป็นอิสระ

















