LOGIN1.คนที่นางรักคือเขา คนที่สังหารนางก็คือเขา เช่นนั้นได้หวนกลับมาครานี้ นางจะตัดวาสนาให้สิ้นซาก แต่งกับชายอื่นเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เหตุไฉนเขาถึงได้กลายเป็นหมาหวงก้าง คอยเทียวไล้เทียวขื่อไม่เลิกเช่นนี้? 2.ไป๋เจียหลีกลายเป็นตัวร้ายในนิยายเรื่องหนึ่ง หนำซ้ำยังต้องอยู่ในฐานะภรรยาของเสิ่นโหว ลำพังแค่รับมือกับเรื่องไม่คาดฝันในแต่ละวันก็เหนื่อยจะแย่ เพราะฉะนั้นถ้านางเอกกับพระเอกจะรักกัน ก็ช่างหัวพวกเขาเถิด!
View Moreบทที่ 5 บุญคุณ (1)“คุณหนู… จะถามอะไรบ่าวหรือเจ้าคะ”ตันหยางที่ก้มหน้าก้มตาทายาลดบวมให้เจ้านายสาวจนเสร็จสรรพ ทั้งใช้ลูกประคบสมุนไพรประคบข้อเท้าให้คุณหนูอย่างตั้งใจ เมื่อเห็นว่าจู่ ๆ คุณหนูก็นิ่งชะงักไปนาน ไม่เอ่ยคำถามออกมาเสียที และเอาแต่ทำสีหน้าเหม่อลอยแปลก ๆ ตันหยางจึงรู้สึกไม่สบายใจ แม้จะรู้สึกหวั่นใจที่ต้องเอ่ยเรียกคุณหนู แต่ด้วยเป็นห่วงผู้เป็นนายยิ่งนัก ตันหยางจึงตัดสินใจ เอ่ยเรียกสติคุณหนูขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน“อ้อ… ข้าอยากจะถามเจ้าว่า อยู่ ๆ ข้ากลายมาเป็นเจ้าสาวของเสิ่นตวนหนิงได้ยังไง?”เสียงนุ่มนวลของสาวใช้ตัวน้อย เรียกสติของเจียหลีให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอยได้เป็นอย่างดีตามเนื้อหาในนิยายที่เจียหลีอ่านมาถึงตอนที่แปด มันสิ้นสุดอยู่แค่ฉากที่ฉินฟางเฟยไปกระโดดน้ำตายเพื่อประชดบิดา เรื่องราวหลังจากนั้นจึงแทบไม่มีอยู่ในหัวของเจียหลีเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าจะให้ขุดคุ้ยเอาจากความทรงจำของร่างเดิม ก็ดูเหมือนว่าในหัวของฉินฟางเฟยในตอนนี้จะมืดมิดไปซะทุกด้าน คงไม่ใช่ว่าฉินฟางเฟยความจำเส
บทที่ 4 วีรกรรมของนางร้าย (2)เมื่อฟางเส้นสุดท้ายขาดผึงลงแล้ว หมิงซางเฉวียนจึงตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปบอกฉินอวี้ฝาง กับฮูหยินใหญ่ฉิน พร้อมด้วยยื่นหนังสือยกเลิกสัญญาหมั้นหมายอย่างเป็นทางการ ด้วยความที่ฉินอวี้ฝางรู้สึกผิด และรู้สึกละอายใจในการกระทำชั่วร้ายของบุตรสาว ฉินอวี้ฝางกับฮูหยินใหญ่ฉิน จึงยอมรับหนังสือยกเลิกสัญญาหมั้นหมายจากหมิงซางเฉวียนแต่โดยดีเมื่อฉินฟางเฟยมารู้เรื่องเข้า ว่าสัญญาหมั้นหมายถูกยกเลิก และถูกทำให้เป็นโมฆะ ด้วยความที่นางเป็นคนคิดน้อย ไร้หัวคิด เอาแต่ใจตัวเอง และยกยอให้ตัวเองเป็นดั่งจุดศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง นางจึงลุกขึ้นมาประท้วง ด้วยการขู่ว่า... หากท่านพ่อกับท่านแม่ไม่รีบทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม และหากชาตินี้นางไม่ได้แต่งกับหมิงซางเฉวียน นางจะหนีไปกระโดดน้ำตายที่ธารน้ำตกท้ายเมืองเสียให้รู้แล้วรู้รอดด้วยคิดว่าบุตรสาวคงจะแค่พูดประชดเฉย ๆ และไม่คิดว่านางจะกล้าทำเรื่องพรรค์นั้นจริง ๆ ฉินอวี้ฝางกับภรรยาจึงไม่ได้ทำตามคำขอของบุตรสาว แต่ทั้งคู่เลือกที่จะพูดปลอบใจบุตรสาวแทน ทั้งยังให้คำมั่นสัญญาว่า ในฐานะบิดาเขาจะหา
บทที่ 4 วีรกรรมของนางร้าย (1)ด้วยเหตุนี้เองสัญญาหมั้นหมายระหว่างสองตระกูลจึงประสิทธิ์ประสาทผล กลายเป็นโซ่ตรวนที่คอยผูกพันธนาการหมิงซางเฉวียนไว้จวบจนเขาเติบใหญ่ตลอดช่วงวัยเด็ก หมิงซางเฉวียนได้ใกล้ชิดกับคุณหนูสามฉินก็จริง แต่เขากลับไม่เคยคิดกับนางในเชิงชู้สาวเลยแม้แต่ครั้งเดียว คงเพราะความใกล้ชิดตั้งแต่วัยเยาว์และเห็นกันมาตั้งแต่เล็ก ๆ กระมัง จึงทำให้หมิงซางเฉวียนไม่อาจหักใจมองฉินฟางเฟยเป็นอื่นไปได้ เว้นเสียจากน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้นซึ่งผิดไปจากความรู้สึกนึกคิดของฉินฟางเฟยราวฟ้ากับเหว ด้านฉินฟางเฟยนั้น ยิ่งได้ใกล้ชิดกับซางเฉวียนมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งหวั่นไหวและโอนอ่อนมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเวลาที่ซางเฉวียนกางแขนปกป้องนาง ไม่ยอมให้นางถูกเด็กในสำนักศึกษาคนอื่น ๆ กลั่นแกล้งรังแก ฉินฟางเฟยก็ยิ่งรู้สึกรักปักใจในตัวพี่ซางเฉวียนมากขึ้นเท่านั้นเจตนาที่แท้จริง ที่ซางเฉวียนมักกางแขนปกป้อง และมักกระตือรือร้นออกหน้าปกป้องดูแลฉินฟางเฟยอยู่เสมอ นั่นก็เพราะเห็นแก่หน้าท่านลุงฉิน ไม่ใช่เพราะเสน่หาในตัวน้องหญิงสามเสียหน่อยตั้งแต่จำความได้ ท่านลุ
บทที่ 3 บทบาทของคุณหนูฉิน (2)และที่หนักไปกว่านั้นก็คือ...ผู้คนต่างตราหน้าว่านางเป็นสตรีแพศยาไร้ยางอาย เพราะรู้ทั้งรู้ว่าหมิงซางเฉวียนมีใจชอบพอต่อคุณหนูเจียวจื่ออิง และหมายมั่นว่าจะคบหาดูใจกัน ตลอดจนเกี้ยวพานเจียวจื่ออิงให้มาเป็นฮูหยินน้อยของจวนแม่ทัพหมิงแต่ถึงอย่างนั้นฉินฟางเฟยก็ไม่ได้สนใจเรื่องศีลธรรม ยิ่งไม่สนความถูกต้องแต่อย่างใด เพราะด้วยถือคติที่ว่า ตราบใดที่แม่ทัพหมิงยังไม่ได้แต่งกับเจียวจื่ออิงอย่างเป็นทางการ ฉินฟางเฟยคนนี้ก็ยังมีสิทธิ์ในการเกี้ยวพานแม่ทัพหนุ่มอนาคตไกลอย่างหมิงซางเฉวียนมาเป็นคู่ยวนยางอยู่ดีว่าง่าย ๆ ก็คือฉินฟางเฟยคนนี้หลงรักหมิงซางเฉวียนหัวปักหัวปำ และหมายใจจะคว้าหมิงซางเฉวียนมาเป็นของตัวเองโดยไม่สนใจถูกผิด ไม่สนวิธีการ ไม่สนเวรกรรม ขอเพียงนางได้ในสิ่งที่ต้องการก็เพียงพอแล้วนอกจากนี้คุณนักเขียนยังบรรยายไว้อีกว่า ที่ฉินฟางเฟยลงรักปักใจในตัวหมิงซางเฉวียนมากขนาดนั้น ไม่ใช่เพราะรูปโฉมที่ดูหล่อเหลาองอาจของแม่ทัพหนุ่มเพียงอย่างเดียว แต่เหตุผลหลัก ๆ ที่ท
บทที่ 3 ฝันร้าย (2)อื่อ! อื้อ!!!แม้จิ่นเหอกลืนยาพวกนั้นลงท้องไปหมดแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมละริมฝีปากบ้า ๆ นั่นออกไปจากริมฝีปากของนางเสียที หนำซ้ำยังดุนปลายลิ้นเข้ามากวัดเลียอยู่ในโพรงปากของนางอย่างบ้าบิ่น!นางพยายามเม้มริมฝีปากแน่น ทั้งออกเสียงอื้ออึงในลำคอ ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ปล่อยนางให้เป็นอิสระ
บทที่ 3 ฝันร้าย (1)ยามเฉินสี่เค่อ ณ จวนสกุลซ่ง“คุณหนูเจ้าคะ…” จวงเถาเปิดประตูบานเฉลียงเข้ามาหาเจ้านายสาวด้วยอาการหอบเหนื่อย“แม่สื่อของตระกูลกู้มาขอเจรจาเรื่องแต่งงานอีกแล้ว ใช่หรือไม่?”จิ่นเหอดูไม่สะทกสะท้านกับเสียงเรียกของจวงเถาเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะนางพอจะเดาได้ว่า คนมาขอพบ น่าจะเป็นแม่สื่
บทที่ 2 เวรกรรมตามสนอง (2)ณ จวนสกุลกู้“หะเห้ย! อะไรของเจ้าเนี่ย เอามือออกไปให้ห่าง ๆ หน้าข้าเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะตัดนิ้วของเจ้าทิ้งเสีย”เมื่อได้ยินเสียงร้องโอดโอยของสหายคนสนิท เซี่ยติงหลัวเอาแต่หัวเราะหัวสั่นหัวครอนแทบเป็นแทบตาย ไม่คิดว่าโหวหนุ่มแซ่กู้ ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านลอบสังหารบุคคลอื่น
บทที่ 2 เวรกรรมตามสนอง (1)หลังจัดฉากให้ตนได้เสียกับกู้เจิ้งหยวนแล้ว ย่อมเป็นไปดังคาด! ความสัมพันธ์ของกู้เจิ้งหยวนและเฉียวเฟิงหลันเริ่มสั่นคลอน งานมงคลคู่ที่ตั้งเค้าว่าจะจัดขึ้นในเร็ววันพลันหยุดชะงัก แม้ได้กินเต้าหู้ของนางแล้ว แต่ในใจของเจิ้งหยวนก็ไม่มีสตรีตัวร้ายอย่างซ่งจิ่นเหอเลยแม้แต่น้อย ทว่าเห





