All Chapters of 2 นิยายจีนโบราณ ที่พระเอกคลั่งรักสุด ๆ: Chapter 111 - Chapter 120

135 Chapters

บทที่ 16 ไขข้อสงสัย (2)

บทที่ 16 ไขข้อสงสัย (2)หลังท่านป้าคนนั้นเดินจากไปด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก ใครหลายคนที่ตอนแรกมายืนมุงขอพรกับรูปปั้นเทพชีหลิงก็พลอยเบาบางลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเหลือแค่เจียหลีกับหงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่หน้ารูปปั้นเทพชีหลิงตามลำพัง ด้านหงเอ๋อร์เองไม่ได้ใคร่สนใจท่านแม่สักเท่าไหร่ เพราะตอนนี้นางมัวแต่เลียถังหูลู่ไม้โตอย่างเอร็ดอร่อย สำหรับหงเอ๋อร์แล้ว ขอแค่มีของกินอยู่ตรงหน้า อะไรก็ไม่สำคัญทั้งนั้นเจียหลีเดินเข้าไปใกล้และมองสำรวจรูปโฉมของรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์อย่างนึกพิจารณาโอ๊ะ! ตายจริง รูปปั้นรูปนี้หน้าตาเหมือนคุณยายร้านขายของชำไม่มีผิด แม้แต่ลูกแก้วในมือก็ยังเหมือนกันกับชิ้นที่คุณยายมอบให้เจียหลีเป็นของขวัญวันเกิด เจียหลีเชื่อว่า! มันต้องเป็นลูกแก้วชิ้นเดียวกันอย่างแน่นอน ที่แน่ใจว่าเป็นชิ้นเดียวกัน ก็เพราะเจียหลีก้มดูใต้ฐานลูกแก้ว แล้วเห็นว่าตรงบริเวณนั้นมีตัวอักษรโบราณสลักอยู่นี่จึงทำให้เจียหลีเชื่อสนิทใจว่า! ที่เจียหลีได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องนี้ อาจจะเป็นเพราะเทพชีหลิงอะไรนี่“เพราะท่านจริง ๆ สินะ ข้าถึงได้เข้า
Read more

บทที่ 17 หนุ่มต่างเมือง (1)

บทที่ 17 หนุ่มต่างเมือง (1)ณ ร้านอาหารชิงอี๋เตียวโหรวเดิมทีเจียหลีอยากให้ เจิ้งเยี่ย ตันหยาง และถงรุ่ยมานั่งกินข้าวด้วยกัน แต่คนทั้งสามก็เอาแต่ทำสีหน้าอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ เหมือนคนท้องผูก เดาว่าคนทั้งสามคงจะรู้สึกลำบากใจมิใช่น้อย ที่จะต้องมานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเจ้านาย แต่ครั้นจะปฏิเสธ ก็ดูเหมือนจะเป็นการหักหน้าและเป็นการขัดคำสั่ง ด้วยเหตุนี้ชายหนึ่งหญิงสองจึงเอาแต่ลอบมองหน้ากันไปมาอยู่อย่างนั้นเอาอย่างนี้แล้วกัน...เพื่อเป็นการตัดปัญหา และไม่สร้างความลำบากใจให้คนทั้งสามอีก เจียหลีจึงตัดสินใจแยกโต๊ะอาหารเสียให้รู้แล้วรู้รอด โต๊ะหนึ่งเจียหลีนั่งกับหงเอ๋อร์ ส่วนอีกโต๊ะหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปราว ๆ สามวา เป็นโต๊ะของเจิ้งเยี่ย ตันหยาง และถงรุ่ย ครั้นได้เห็นพวกเขาทั้งสามกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยไร้ท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ เหมือนในตอนแรก เจียหลีก็รู้สึกสุขใจยิ่งนัก แต่เมื่อหันมาดูคนข้างกายของตัวเอง เจียหลีก็ถึงกับต้องส่ายหน้าเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู เจียหลีเอ็นดูในความกินไม่รู้จักอิ่มของเจ้าลูกหมูน้อยหงเอ๋อร์ยิ่งนัก คนอะไร...กินจุชะมัด
Read more

บทที่ 17 หนุ่มต่างเมือง (2)

บทที่ 17 หนุ่มต่างเมือง (2)“ชาหยาดน้ำค้างมาแล้วขอร้าบ ~” เสียงเอื่อยเฉื่อยของเสี่ยวเอ้อร์ดังขึ้นมาสยบเสียงหัวเราะคิกคักของเจียหลีกับหงเอ๋อร์ ยามนี้ทั้งคู่ต่างเหลือบมองหน้ากันแล้วกะพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงง และเป็นเจียหลีที่เอ่ยขึ้นมาว่า“อะ…เอ่อ… แต่ว่าข้าไม่ได้สั่ง? เกรงว่าคงยกมาให้ผิดโต๊ะแล้ว”“ไม่ผิดขอรับ คุณชายโต๊ะนั้นเป็นคนสั่งให้ข้าน้อยนำชาชั้นดีมาส่งที่โต๊ะของคุณหนูขอรับ” เมื่อถูกปฏิเสธ เสี่ยวเอ้อร์ประจำร้านอาหารชิงอี๋เตียวโหรวก็รีบอธิบายทันควัน พร้อมกับผายมือไปที่โต๊ะหัวมุมทางซ้ายมือ"เอาเป็นว่า... ข้าไม่ขอรับชากานี้ก็แล้วกัน เพราะข้าไม่รู้จักกับคุณชายท่านนั้น อีกอย่างข้าเป็นสตรีที่แต่งงานแล้ว รับไมตรีจากบุรุษอื่นถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ" เจียหลีเพ่งมองไปตามทิศทางที่เสี่ยวเอ้อร์ผายมือ นางเห็นชัดเจนเต็มสองตา ว่าบุรุษผู้นั้นฉีกยิ้มกรุ้มกริ่มส่งมาให้นาง อีกทั้งยังส่งสายตาเจ้าชู้แพรวพราวมาหานางอีกด้วยเขาคนนั้นสวมใส่ชุดฮั่นฝูสีน้ำตาลอ่อน ผ้าที่นำมาตัดเ
Read more

บทที่ 18 ก่อเรื่อง (1)

บทที่ 18 ก่อเรื่อง (1)“นังเด็กเวรนี่ หุบปากเดี๋ยวนี้นะ! กล้าดีอย่างไรมาวิจารณ์ข้า!!”เอาล่ะ!! ตอนนี้ความอดทนของเจ้าคนแซ่เหรินได้ขาดผึงลงแล้ว ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงเผลอตะเบ็งเสียงเหี้ยมออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ด้วยห่วงใยหงเอ๋อร์ยิ่งนัก เจียหลีจึงดึงรั้งให้เจ้าเด็กอ้วนไปยืนหลบอยู่หลังท่อนขาของตนกะทันหัน ส่วนมืออีกข้างที่ยังว่างอยู่พลันยกขึ้นมาชี้หน้าบุรุษผู้นั้นพร้อมตะเบ็งเสียงลั่นไม่แพ้กัน“เจ้านั่นแหละที่ต้องหยุด! ห้ามมองบุตรสาวของข้าด้วยสายตาแบบนั้นเด็ดขาด ที่สำคัญ! เจ้าถือดีอะไรมาพูดจาหยาบคายกับหงเอ๋อร์ของข้า” ครั้นเสียงของมารดาเงียบงันลง ก็มีเสียงของเจ้าตัวน้อยดังไล่หลังขึ้นมาเป็นกำลังเสริม“เจ้าผู้ใหญ่นี่ หุบปากเดี๋ยวนี้นะ! กล้าดีอย่างไรมายุ่งกับท่านแม่ของข้า!!”เจ้าลูกหมูหงเอ๋อร์ที่ซ่อนอยู่หลังท่อนขาของท่านแม่ เอียงหัวกลมทุยออกมาด้านข้าง จากนั้นเลียนแบบท่าทางของท่านแม่ ด้วยการชี้นิ้วมือสั้นป้อมไปหาชายสวะผู้นั้นอย่างกล้าหาญ ขณะเดียวกันก็ตะเบ็งเสียงลั่น เลียนแบบคำพูดของชา
Read more

บทที่ 18 ก่อเรื่อง (2)

บทที่ 18 ก่อเรื่อง (2)“ข้าเหรินไท้ซา! ตั้งแต่เกิดมาจนโตเอาป่านนี้ ไม่เคยถูกสตรีปฏิเสธมาก่อน หนำซ้ำยังไม่เคยมีสตรีคนไหนกล้าด่าทอและขึ้นเสียงใส่ข้า เจ้าถือเป็นสตรีคนแรกที่กล้าต่อว่าข้าถึงเพียงนี้” ชายหนุ่มที่กำลังเดือดดาลเหลือทน ทั้งพูดทั้งกัดฟันกรอด “เจ้าเหรินไท้ซา! เจ้าคนหยาบคายป่าเถื่อน ข้าจะบอกให้เอาบุญ!! หากเจ้ายังไม่หยุดเห่า มากกว่านี้ข้าก็กล้า! อ้อ… แล้วอีกอย่าง ข้าฉินฟางเฟยกับเสิ่นตวนหนิงรักกันปานจะกลืนกิน ยามนี้แต่งงานกันแล้ว ยิ่งไม่ต้องถามถึง ว่าข้ากับเขามีใจรักใคร่ลึกซึ้งต่อกันมากเพียงใด หากเจ้าคิดจะแทรกแซงแล้วล่ะก็ มันคงมิได้ง่ายดายเพียงนั้นกระมัง ทางที่ดีเจ้าอย่าแส่หาเรื่องจะดีกว่า”‘หืม... คำพูดหวานหยดย้อยของฮูหยิน ฟังดูแล้วช่างรื่นหูรื่นใจยิ่งนัก มันคงจะดีไม่น้อย หากคุณชายมาได้ยินทั้งหมดนี้ด้วยหูของตัวเอง’ เจิ้งเยี่ยครุ่นคิดเพียงในใจ แล้วทันใดนั้น จู่ ๆ เสียงเจื้อยแจ้วสุดโอหังของคุณหนูตัวน้อยก็ดังแทรกขึ้นมา!“เป็นโชคดีข
Read more

บทที่ 18 ก่อเรื่อง (3)

บทที่ 18 ก่อเรื่อง (3)“ยะ…อย่าบอกนะ ว่าคนผู้นี้คือเสิ่นตวนหนิง!?”ก่อนหน้านี้ทำเป็นปากดี แต่พอเจอของจริงเข้าหน่อย เหรินไท้ซาที่กร่างกระด้างในตอนแรกกลับดูขี้ขลาดตาขาวจนดูน่าสมเพชเสียกระนั้น“หากบอกว่าใช่! แล้วจะอย่างไร! ข้าเสิ่นตวนหนิง คือสามีโดยชอบธรรมของฉินฟางเฟย และนังหนูหงเอ๋อร์ก็คือบุตรสาวของข้ากับนาง ส่วนเจ้าคือลูกหมาจนตรอกสำหรับข้า ไหนดูซิ ให้ข้าดูหน้าเจ้าชัด ๆ โอ๊ะ!!! เจ้าตาบอดนี่ ตาบอดที่มองไม่ออก ว่านางคือฮูหยินของข้า นอกจากตาบอดแล้ว เจ้ายังปากเน่าอีกต่างหาก ปากเน่าที่พ่นคำพูดโสโครกใส่คนของข้า” ตวนหนิงเดินไปหยุดยืนอยู่ต่อหน้า แล้วใช้ฝ่ามือปัดกรอบหน้าของเหรินไท้ซาให้พลิกไปมา ทำราวกับเขาเป็นเพียงแค่สิ่งของไร้ค่าชิ้นหนึ่งน้ำเสียงของเสิ่นตวนหนิงไม่กระโตกกระตากวู่วาม แต่ทว่าสีหน้าท่าทางของเขากลับข่มขวัญเหรินไท้ซาได้เป็นอย่างดี ครั้นสิ้นคำพูดแล้ว ตวนหนิงก็ใช้สองมือยกกระชากร่างของเหรินไท้ซาที่กำลังนั่งแผละด้วยท่าคุกเข่าอยู่บนพื้น จากนั้นเอาขึ้นไปวางพาดไว้บนโต๊ะอาหาร โดยไม่สนว่าถ
Read more

บทที่ 19 ไหลตามน้ำ (1)

บทที่ 19 ไหลตามน้ำ (1)ยามนี้ภายในรถม้าคันกลางให้ความรู้สึกแออัดเบียดชิดอย่างเหลือแสน นั่นก็เพราะเสิ่นโหวผู้หล่อเหลาไม่ยอมขึ้นไปนั่งบนหลังม้าของตัวเอง แต่ยืนยันจะเข้ามานั่งในเกี้ยวกระโจมกับภรรยาเสียให้ได้ ด้วยเหตุนี้ภายในกระโจมรถม้าคันกลางจึงไม่เพียงแออัดคับแน่น แต่บรรยากาศโดยรอบยังกระอักกระอ่วน ชวนให้คนที่มีลับลมคมในอย่างเจียหลีต้องพลอยรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง‘หรือว่า… ตอนอยู่หน้ารูปปั้นเทพชีหลิง ที่หงเอ๋อร์บอกว่าเห็นเสิ่นตวนหนิง จะเป็นเรื่องจริง?’ ไป๋เจียหลีครุ่นคิดเพียงในใจ หากหงเอ๋อร์ไม่ได้พูดเรื่อยเปื่อย และไม่ได้ตาฝาดขึ้นมาจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า... เขาแอบสะกดรอยตามนางอย่างนั้นหรือ “เป็นอะไรไป เจ้ายังไม่หายตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่อีกงั้นหรือ?” ตั้งแต่เข้ามานั่งในรถม้าด้วยกัน ตวนหนิงก็ลอบสังเกตสีหน้าของภรรยาอยู่ตลอด ที่เขาแอบมองหน้านาง ไม่ใช่เพราะเขาจ้องจะจับผิดอันใด แต่ตวนหนิงเพียงแค่เป็นห่วงนางต่างหากก่อนหน้านี้เจ้าเหรินไ
Read more

บทที่ 19 ไหลตามน้ำ (2)

บทที่ 19 ไหลตามน้ำ (2)"ในเมื่อเจิ้งเยี่ยเขียนจดหมายรายงานท่านตลอด เหตุใดท่านถึงไม่รู้ว่าวันนี้ข้าจะออกจากจวนเสิ่นไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร"เจียหลีนั่งกอดอก ทำหน้ามุ่ย และทำปากยื่นใส่สามี ในสายตาของเสิ่นโหว กริยาเช่นนี้ไม่ได้ดูก้าวร้าวเลยสักนิด แต่นางดูน่ารักมากต่างหาก“เจิ้งเยี่ยเขียนจดหมายให้ข้าทุกวันก็จริง แต่ส่งจดหมายด้วยนกพิราบ กว่าจดหมายพวกนั้นจะมาถึงมือข้า เจ้าคิดว่ามันรวดเร็วนักหรือ?” เสิ่นตวนหนิงโต้ตอบด้วยน้ำเสียงติดหัวเราะเล็กน้อย‘จริงสินะ -...- ยุคนี้ไม่มีวีแชท จะส่งข้อความหากันแต่ละที ยังต้องอาศัยใช้นกพิราบ’“ไม่รู้ล่ะ ข้าไม่ใช่คนชั่ว ข้าไม่เก่งเรื่องการเมือง ข้าไม่มีพิษสง ยิ่งไปกว่านั้นข้าเป็นภรรยาของท่าน หาใช่ศัตรูคู่แค้น ดังนั้นท่านไม่ควรมาตามจับผิดข้าเช่นนี้ รู้หรือไม่! ว่ามันทำให้ข้าอึดอัด”“โถ ๆ เฟยเอ๋อร์… เจ้าอย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปใหญ่ ที่ข้าทำเช่นนี้ ใช่คอยจับผิดเจ้าเสียที่ไหนกัน ให้เจิ้งเยี่ยคอยรายงานความเคลื่อนไหวของเจ้าทุกวัน ก็เพราะข้าห่วงใยและค
Read more

บทที่ 20 หยอกเย้า (1)

บทที่ 20 หยอกเย้า (1)“เช่นนั้น… ท่านได้ยินสิ่งที่ข้าพูดกับรูปปั้นเทพชีหลิงหรือไม่?” เจียหลีหรี่เปลือกตาแคบขณะเอ่ย“ข้าลอบมองเจ้าจากที่ไกล ๆ จะไปได้ยินสิ่งที่เจ้าอธิษฐานได้อย่างไร”“เช่นนั้นก็แล้วไป…” เจียหลีผลัดสีหน้ากลัดกลุ้มกังวลเปลี่ยนมาเป็นสีหน้าผ่อนคลายในทันที นี่จึงทำให้เสิ่นโหวถึงกับหรี่เปลือกตาแคบ แล้วเพ่งมองไปยังใบหน้าสวยของนางอย่างชั่งใจ ไม่นานก็เอ่ยขึ้นมาว่า…“ตอนแรกข้าก็ไม่ได้ใส่ใจนักหรอก ว่าเจ้าอธิษฐานว่าอะไร แต่พอเห็นสีหน้าท่าทีของเจ้าในยามนี้แล้ว ข้าชักอยากรู้เสียแล้วสิ ว่าภรรยาของข้าอธิษฐานว่าอะไร ใช่อธิษฐานขอลูกชายหรือเปล่า?” น้ำเสียงของเสิ่นโหวแฝงไปด้วยความเคลือบแคลงใจ แต่ทว่าแววตาที่มองภรรยากลับแพรวพราวใช้ได้แต่เจียหลียังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด เสียงเล็ก ๆ ของเจ้าเด็กอ้วนจอมตะกละก็เอ่ยแทรกขึ้นมาอีกแล้ว…“ข้ารู้เจ้าค่ะ ข้ารู้ว่าท่านแม่อธิษฐานว่าอะไร”“หืม?” ได้ยินเช่นนั้น ผู้เป็
Read more

บทที่ 20 หยอกเย้า (2)

บทที่ 20 หยอกเย้า (2)“ขะข้า… ข้ายอมรับก็ได้ ว่าข้าอธิษฐานเช่นนั้นจริง ข้าเขินอายที่ต้องมาพูดต่อหน้าท่าน ว่าอยากครองคู่กับท่านไปจนแก่ชรา ทั้งกลัวว่า... ถ้าพูดออกไปแล้ว ท่านจะหาว่าข้าเป็นสตรีที่เห็นแก่ตัว และจิตใจคับแคบ ที่มาดหมายไม่อยากให้ท่านรับสตรีอื่นมาอยู่ข้างกาย เพราะแบบนี้...ในตอนแรกข้าจึงไม่อยากยอมรับออกมาตรง ๆ” เจียหลีฝืนใจพูดโกหกเป็นตุเป็นตะ ถึงแม้ว่าสิ่งที่พูดออกมา มันจะดูไม่น่าเชื่อสักเท่าไหร่ก็เถอะ แต่นางมีวิธีที่ดีกว่านี้เสียที่ไหนกัน ส่วนถ้าหากเจ้าเสิ่นโหวไม่เชื่อคำพูดพวกนี้แล้วล่ะก็ ไม้ตายขั้นต่อไป เจียหลีคนนี้ก็จะใช้แผนเล่นแง่เล่นงอน แสร้งทำเป็นหน้าบูดบึ้งเข้าหน่อย ประเดี๋ยวพ่อคนคลั่งรักก็ยอมให้นางเองนั่นล่ะ“จะเจ้า! เจ้าพูดจริงหรือ” สิ้นเสียงพูดของภรรยา เสิ่นโหวก็ถึงกับยกมือขึ้นมาแหย่หูตัวเอง ต่อด้วยดึงใบหูตัวเองแรง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้กำลังฝันได้เห็นท่าทางทึ่มทื่อของผู้เป็นสามีเพียงในนามเจียหลีก็อดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ แต่กระนั้นนางก็ยังมิวายทำเสียงงุดงอดปนร้ายกาจใส่เขา ทำเช่นนี้ก็เ
Read more
PREV
1
...
91011121314
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status