Tous les chapitres de : Chapitre 81 - Chapitre 90

135

บทที่ 2 คิดทบทวน (2)

บทที่ 2 คิดทบทวน (2)ด้านชายหนุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าบ่าวป้ายแดงของเจียหลี พอได้เห็นท่าทางพิลึกกึกกือของสตรีตรงหน้า เขาก็ตีความเป็นอื่นไปไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่า… เพื่อไล่ให้เขารีบออกไปจากที่นี่ นางจึงประชดประชันและกดดันฝ่ายตรงข้าม ด้วยการทำร้ายร่างกายตัวเองเช่นนี้เพื่อไม่ให้นางทำร้ายตัวเองมากไปกว่านี้ เขาจึงเอ่ยออกไปว่า...“ก็ได้… ข้าจะให้เจ้าอยู่คนเดียวก็ได้ อย่างนั้น...คืนนี้ข้าจะไปนอนที่ห้องตำรา ส่วนข้อเท้าของเจ้าที่บวมแดงเพราะหกล้ม ข้าจะสั่งให้ตันหยางเข้ามาทายาให้เจ้า ส่วนเวินเฉิง… เจ้าจงไปบอกพวกนางเล็ก ๆ ให้ต้มยาสลายพิษกำหนัดให้ข้า เสร็จแล้วให้เจ้าเป็นคนยกมาให้ข้าที่ห้องตำรา ระยะสามจั้งห้ามมิให้สตรีคนใดเดินผ่านห้องตำราของข้าเด็ดขาด คนเดียวก็มิได้ ครั้นผู้ใดขัดคำสั่งให้จับไปโบยสามสิบไม้”ประโยคหน้าเขาหันไปพูดกับนางด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่ทว่าประโยคหลังหันไปพูดกับเวินเฉิงด้วยน้ำเสียงหนักแน่นชายหนุ่มที่ยังอยู่ในห้องหอพลันถอนหายใจออกมาพรูหนึ่งอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เขาคิดโทษตัวเองที่ก่อนหน้านี้เขาข
Read More

บทที่ 3 บทบาทของคุณหนูฉิน (1)

บทที่ 3 บทบาทของคุณหนูฉิน (1)“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวมาแล้วเจ้าค่ะ คุณชายเสิ่นสั่งให้บ่าวมาอยู่เป็นเพื่อนคุณหนู” เสียงของสาวน้อยรุ่นเยาว์เอ่ยแจ้งต่อผู้เป็นนายจากนอกบานประตู ก่อนหน้านี้ชายคนนั้นพูดทิ้งท้ายไว้ว่าจะให้ตันหยางเข้ามาทายาแก้บวมให้ เช่นนั้นคนด้านนอกน่าจะเป็นตันหยางสินะแล้วเสียงพูดของตันหยาง ก็ดันมีคำว่า ‘คุณชายเสิ่น’ นี่ก็ชี้ชัดแล้วว่า ชายคนก่อนหน้านี้ คือคนแซ่เสิ่น ถ้าให้อิงตามเนื้อหาในนิยายเรื่องเพียงรักนิรันดรที่เพิ่งอ่านผ่านตามาหมาด ๆ เขาคนนี้คงจะเป็น 'เสิ่นตวนหนิง' หรือที่คนทั่วไปมักเรียกเขาว่า ‘เสิ่นโหว’ สินะ“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู… บ่าวเข้าไปได้หรือไม่?” เมื่อไม่ได้ยินเสียงโต้ตอบจากผู้เป็นนาย ตันหยางก็รู้สึกใจคอไม่ดี จึงเอ่ยเรียกคุณหนูอีกครั้ง และเพิ่มโทนเสียงให้ดังขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ด้านไป๋เจียหลีที่จมอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความคิด ก็พลันสะดุ้งตัวโหยง สติที่หลุดลอยไปก็พลันไหลคืนสู่ร่าง “อืม… เข
Read More

บทที่ 3 บทบาทของคุณหนูฉิน (2) 

บทที่ 3 บทบาทของคุณหนูฉิน (2) และที่หนักไปกว่านั้นก็คือ...ผู้คนต่างตราหน้าว่านางเป็นสตรีแพศยาไร้ยางอาย เพราะรู้ทั้งรู้ว่าหมิงซางเฉวียนมีใจชอบพอต่อคุณหนูเจียวจื่ออิง และหมายมั่นว่าจะคบหาดูใจกัน ตลอดจนเกี้ยวพานเจียวจื่ออิงให้มาเป็นฮูหยินน้อยของจวนแม่ทัพหมิงแต่ถึงอย่างนั้นฉินฟางเฟยก็ไม่ได้สนใจเรื่องศีลธรรม ยิ่งไม่สนความถูกต้องแต่อย่างใด เพราะด้วยถือคติที่ว่า ตราบใดที่แม่ทัพหมิงยังไม่ได้แต่งกับเจียวจื่ออิงอย่างเป็นทางการ ฉินฟางเฟยคนนี้ก็ยังมีสิทธิ์ในการเกี้ยวพานแม่ทัพหนุ่มอนาคตไกลอย่างหมิงซางเฉวียนมาเป็นคู่ยวนยางอยู่ดีว่าง่าย ๆ ก็คือฉินฟางเฟยคนนี้หลงรักหมิงซางเฉวียนหัวปักหัวปำ และหมายใจจะคว้าหมิงซางเฉวียนมาเป็นของตัวเองโดยไม่สนใจถูกผิด ไม่สนวิธีการ ไม่สนเวรกรรม ขอเพียงนางได้ในสิ่งที่ต้องการก็เพียงพอแล้วนอกจากนี้คุณนักเขียนยังบรรยายไว้อีกว่า ที่ฉินฟางเฟยลงรักปักใจในตัวหมิงซางเฉวียนมากขนาดนั้น ไม่ใช่เพราะรูปโฉมที่ดูหล่อเหลาองอาจของแม่ทัพหนุ่มเพียงอย่างเดียว แต่เหตุผลหลัก ๆ ที่ท
Read More

บทที่ 4 วีรกรรมของนางร้าย (1)

บทที่ 4 วีรกรรมของนางร้าย (1)ด้วยเหตุนี้เองสัญญาหมั้นหมายระหว่างสองตระกูลจึงประสิทธิ์ประสาทผล กลายเป็นโซ่ตรวนที่คอยผูกพันธนาการหมิงซางเฉวียนไว้จวบจนเขาเติบใหญ่ตลอดช่วงวัยเด็ก หมิงซางเฉวียนได้ใกล้ชิดกับคุณหนูสามฉินก็จริง แต่เขากลับไม่เคยคิดกับนางในเชิงชู้สาวเลยแม้แต่ครั้งเดียว คงเพราะความใกล้ชิดตั้งแต่วัยเยาว์และเห็นกันมาตั้งแต่เล็ก ๆ กระมัง จึงทำให้หมิงซางเฉวียนไม่อาจหักใจมองฉินฟางเฟยเป็นอื่นไปได้ เว้นเสียจากน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้นซึ่งผิดไปจากความรู้สึกนึกคิดของฉินฟางเฟยราวฟ้ากับเหว ด้านฉินฟางเฟยนั้น ยิ่งได้ใกล้ชิดกับซางเฉวียนมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งหวั่นไหวและโอนอ่อนมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเวลาที่ซางเฉวียนกางแขนปกป้องนาง ไม่ยอมให้นางถูกเด็กในสำนักศึกษาคนอื่น ๆ กลั่นแกล้งรังแก ฉินฟางเฟยก็ยิ่งรู้สึกรักปักใจในตัวพี่ซางเฉวียนมากขึ้นเท่านั้น เจตนาที่แท้จริง ที่ซางเฉวียนมักกางแขนปกป้อง และมักกระตือรือร้นออกหน้าปกป้องดูแลฉินฟางเฟยอยู่เสมอ นั่นก็เพราะเห็นแก่หน้าท่านลุงฉิน ไม่ใช่เพราะเสน่หาในตัวน้องหญิงสามเสียหน่อยตั้งแต่จำความได้ ท่านลุ
Read More

บทที่ 4 วีรกรรมของนางร้าย (2)

บทที่ 4 วีรกรรมของนางร้าย (2)เมื่อฟางเส้นสุดท้ายขาดผึงลงแล้ว หมิงซางเฉวียนจึงตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปบอกฉินอวี้ฝาง กับฮูหยินใหญ่ฉิน พร้อมด้วยยื่นหนังสือยกเลิกสัญญาหมั้นหมายอย่างเป็นทางการ ด้วยความที่ฉินอวี้ฝางรู้สึกผิด และรู้สึกละอายใจในการกระทำชั่วร้ายของบุตรสาว ฉินอวี้ฝางกับฮูหยินใหญ่ฉิน จึงยอมรับหนังสือยกเลิกสัญญาหมั้นหมายจากหมิงซางเฉวียนแต่โดยดีเมื่อฉินฟางเฟยมารู้เรื่องเข้า ว่าสัญญาหมั้นหมายถูกยกเลิก และถูกทำให้เป็นโมฆะ ด้วยความที่นางเป็นคนคิดน้อย ไร้หัวคิด เอาแต่ใจตัวเอง และยกยอให้ตัวเองเป็นดั่งจุดศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง นางจึงลุกขึ้นมาประท้วง ด้วยการขู่ว่า... หากท่านพ่อกับท่านแม่ไม่รีบทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม และหากชาตินี้นางไม่ได้แต่งกับหมิงซางเฉวียน นางจะหนีไปกระโดดน้ำตายที่ธารน้ำตกท้ายเมืองเสียให้รู้แล้วรู้รอด ด้วยคิดว่าบุตรสาวคงจะแค่พูดประชดเฉย ๆ และไม่คิดว่านางจะกล้าทำเรื่องพรรค์นั้นจริง ๆ ฉินอวี้ฝางกับภรรยาจึงไม่ได้ทำตามคำขอของบุตรสาว แต่ทั้งคู่เลือกที่จะพูดปลอบใจบุตรสาวแทน ทั้งยังให้คำมั่นสัญญาว่า ในฐานะบิดาเขาจะหา
Read More

บทที่ 5 บุญคุณ (1)

บทที่ 5 บุญคุณ (1)“คุณหนู… จะถามอะไรบ่าวหรือเจ้าคะ” ตันหยางที่ก้มหน้าก้มตาทายาลดบวมให้เจ้านายสาวจนเสร็จสรรพ ทั้งใช้ลูกประคบสมุนไพรประคบข้อเท้าให้คุณหนูอย่างตั้งใจ เมื่อเห็นว่าจู่ ๆ คุณหนูก็นิ่งชะงักไปนาน ไม่เอ่ยคำถามออกมาเสียที และเอาแต่ทำสีหน้าเหม่อลอยแปลก ๆ ตันหยางจึงรู้สึกไม่สบายใจ แม้จะรู้สึกหวั่นใจที่ต้องเอ่ยเรียกคุณหนู แต่ด้วยเป็นห่วงผู้เป็นนายยิ่งนัก ตันหยางจึงตัดสินใจ เอ่ยเรียกสติคุณหนูขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน“อ้อ… ข้าอยากจะถามเจ้าว่า อยู่ ๆ ข้ากลายมาเป็นเจ้าสาวของเสิ่นตวนหนิงได้ยังไง?” เสียงนุ่มนวลของสาวใช้ตัวน้อย เรียกสติของเจียหลีให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอยได้เป็นอย่างดีตามเนื้อหาในนิยายที่เจียหลีอ่านมาถึงตอนที่แปด มันสิ้นสุดอยู่แค่ฉากที่ฉินฟางเฟยไปกระโดดน้ำตายเพื่อประชดบิดา เรื่องราวหลังจากนั้นจึงแทบไม่มีอยู่ในหัวของเจียหลีเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าจะให้ขุดคุ้ยเอาจากความทรงจำของร่างเดิม ก็ดูเหมือนว่าในหัวของฉินฟางเฟยในตอนนี้จะมืดมิดไปซะทุกด้าน คงไม่ใช่ว่าฉินฟางเฟยความจำเส
Read More

บทที่ 5 บุญคุณ (2)

บทที่ 5 บุญคุณ (2)หลังนั่งฟังอยู่นาน ในที่สุดไป๋เจียหลีก็เข้าใจที่ไปที่มาของเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างถ่องแท้เรื่องมันมีอยู่ว่า…วันนั้น...ก่อนที่เสิ่นตวนหนิงจะพบฉินฟางเฟยยืนร้องห่มร้องไห้ที่ธารน้ำท้ายเมือง เดิมทีเขาตั้งใจจะเดินทางไปที่จวนสกุลฉิน หวังพบบิดาของฉินฟางเฟย เป้าหมายหลักก็เพื่อไปเจรจาขอซื้อโสมบูรพาก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โสมบูรพาเป็นสมุนไพรล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง สายข่าวรายงานมาว่า ทั่วนครเป่ยซาน ผู้ครอบครองโสมบูรพามีเพียงสามคนเท่านั้น หนึ่งคือผู้นำแคว้น สองคือจวนสกุลฮั่ว สามคือจวนสกุลฉินครั้นจะไปเจรจาขอซื้อโสมบูรพาจากผู้นำแคว้น เห็นทีจะยาก แต่หากจะไปเจรจากับตระกูลฮั่ว ก็เห็นทีว่าจะยุ่งยากเข้าไปใหญ่ นั่นก็เพราะตระกูลเสิ่นกับตระกูลฮั่วไม่ลงรอยกันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่เสิ่นตวนหนิงจะบากหน้าไปง้อคนตระกูลฮั่ว เช่นนั้นตัวเลือกสุดท้ายของเสิ่นตวนหนิงคงเหลือแค่สกุลฉินเท่านั้นด้วยความที่ตวนหนิงรู้ดีแก่ใจ ว่าโสมบูรพาเป็นสมุนไพรล้ำค่า หายาก ที่สำคัญมันมีสรรพคุ
Read More

บทที่ 6 ข้อแม้ (1)

บทที่ 6 ข้อแม้ (1)เมื่อเสิ่นตวนหนิงพาคนงามไปส่งถึงจวนสกุลฉิน ไม่รอให้ผู้ใดเอ่ยปากตั้งคำถาม เขาก็เป็นคนเอ่ยอธิบายทุกอย่างให้บิดาของฟางเฟยฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน ตวนหนิงเอ่ยชี้แจงว่าเขาเจอนางที่ไหน อย่างไร และไม่ลืมพูดทิ้งท้ายไว้อีกว่า เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะมาที่จวนสกุลฉินพอดี ครั้นบังเอิญพบคุณหนูฉินคิดสั้นหวังฆ่าตัวตาย เขาจึงยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือและอุ้มนางขึ้นรถม้ามาที่จวนสกุลฉินด้วยกันเหมือนอย่างที่เห็น ดังนั้นรับประกันได้ว่าระหว่างเขากับนาง ย่อมไม่มีอะไรเกินเลย และไม่ได้ทำเรื่องที่หมิ่นเกียรติหมิ่นศักดิ์ศรีของนางเลยแม้แต่น้อย ด้านฉินอวี้ฝางที่ได้ฟังคำอธิบายของโหวหนุ่ม ก็ไม่คิดตำหนิติเตียนเสิ่นตวนหนิงแม้แต่ครึ่งคำ ตรงกันข้ามฉินอวี้ฝางนั้นเอ่ยชมเชยเสิ่นตวนหนิงไม่ขาดปาก แต่ทว่าเรื่องเดียวที่ตาเฒ่าอย่างเขาเป็นกังวลมากที่สุด ก็คือ... ชื่อเสียงของบุตรสาว ไม่เพียงฉินฟางเฟยเปียกซ่กไปทั้งตัว แต่เสื้อผ้าของนางยังโปร่งบางจนสามารถมองเห็นส่วนอวบส่วนนูนได้ถนัดตา แน่นอนว่าการที่โหวหนุ่มยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือบุตรสาวของตนถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ผลเสียที
Read More

บทที่ 6 ข้อแม้ (2)

บทที่ 6 ข้อแม้ (2)“หืม… เจ้ามีข้อแม้อะไรงั้นหรือ?” สารภาพตามตรงว่าฉินอวี้ฝางแอบหวั่นใจอยู่เล็กน้อย กลัวว่าเสิ่นตวนหนิงจะเปลี่ยนใจกะทันหัน“ข้อแม้ของข้าก็คือ… ท่านต้องมอบโสมบูรพาให้ข้าขอรับ” พอได้ยินคำเรียกร้องของอีกฝ่าย ตาเฒ่าฉินก็ผุดยิ้มออกมาอย่างไม่ปิดบังก็นึกว่าข้อแม้อะไรเสียอีก ที่แท้ก็แค่เรื่องโสมบูรพา...ในความรู้สึกนึกคิดของฉินอวี้ฝาง ครั้นจะถามว่าโสมบูรพาใช่ของสำคัญล้ำค่า ที่ควรค่าให้เก็บรักษาหรือไม่ แน่นอนว่าฉินอวี้ฝางย่อมตอบว่า 'ใช่' แต่หากให้เทียบระหว่าง 'โสมบูรพา' กับชื่อเสียงของ 'ฉินฟางเฟย' ฉินอวี้ฝางย่อมตอบได้เต็มปาก ว่าบุตรสาวของเขาคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า เช่นนั้นแล้วฉินอวี้ฝางจึงไม่รู้สึกกังวลเลยสักนิดเมื่อได้ฟังข้อแม้ของตวนหนิง“ว่าที่บุตรเขยของข้า... ช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก ~” แม้ใบหน้าของฉินอวี้ฝางจะแต้มรอยยิ้มน้อย ๆ แต่ทว่าคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของผู้อาวุโส กลับตีความหมายได้สองแง่สองง่าม ได้ยินอย่างนั้นเส
Read More

บทที่ 7 เจ้าก้อนหมั่นโถว (1)

บทที่ 7 เจ้าก้อนหมั่นโถว (1)จุ๊กจิ๊ก ~ จุ๊กจิ๊ก ~ จุ๊บจิ๊บ ~เสียงนกน้อยดังจอแจมาจากนอกบานหน้าต่าง เสียงเล็ก ๆ นั่น มันสร้างความรำคาญใจให้กับคนที่นอนหลับได้ไม่เต็มอิ่มอย่างเจียหลี ทำเอาคนงามที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ต้องออกสีหน้าหงุดหงิดและขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ไม่เพียงเสียงนกกระจิบที่ดังระงมแซ่ซ้องไม่หยุดไม่หย่อน ไหนยังมีแสงแดดอ่อน ๆ นั่นอีก ที่ทอดผ่านช่องลมเข้ามาในห้องหอ แล้วตกกระทบลงบนเปลือกตาบอบบางดุจปีกจักจั่นของไป๋เจียหลีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“หึ้มมม! เจ้าพวกนกโง่ จะร้องอะไรกันนักกันหนา คนจะหลับจะนอนโว้ย!” ไป๋เจียหลีในร่างของคุณหนูฉินที่ยังคงหลับตาพริ้ม ยามนี้ขยับปากบ่นงึมงำอย่างหัวเสีย เพราะเมื่อคืนนี้มัวแต่นั่งฟังคำบอกเล่าจากปากของตันหยาง เอาแต่คิดทบทวน เอาแต่คิดจับต้นชนปลายในสิ่งที่ตันหยางเล่ามา รวมไปถึงเอาแต่พยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอดในต่างโลก เจียหลีจึงมีอาการกระสับกระส่าย นอนพลิกตัวไปมาแทบตลอดทั้งคืน จะว่าไป...ก็ไม่รู้เหมือนกัน? ว่าผล็อยหลับไปตั้งแ
Read More
Dernier
1
...
7891011
...
14
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status