All Chapters of 2 นิยายจีนโบราณ ที่พระเอกคลั่งรักสุด ๆ: Chapter 21 - Chapter 30

84 Chapters

บทที่ 8 ไม่ปลอดภัย (2) 

บทที่ 8 ไม่ปลอดภัย (2) “ช่างเถอะ… เจ้าไม่ต้องอธิบายอะไรแล้วก็ได้ ข้าเหนื่อยฟัง”ว่าเสร็จจิ่นเหอก็เดินโฉบตัวไปที่โต๊ะคัดอักษร แล้วหยิบพู่กันขึ้นมาขีดเขียนอะไรบางอย่างเงียบ ๆ ยามนี้จิ่นเหอไม่ได้ต้องการอะไรจากปากของจวงเถาอีกแล้ว และไม่ได้จ้องจับผิดจวงเถาเหมือนก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกันทว่าด้วยกิริยาท่าทางที่ค่อนข้างนิ่งสุขุมของคุณหนูในตอนนี้ พลอยทำให้จวงเถาอดนึกประหลาดใจไม่ได้จริง ๆ แต่เดิมคุณหนูของนางจะเป็นคนอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ใครพูดอะไรไม่เข้าหูก็มักจะด่าทอต่อว่า หรือไม่ก็เขวี้ยงปาข้าวของที่อยู่ใกล้มือเพื่อระบายโทสะ ดังนั้น...นี่จึงถือเป็นบุญตาของจวงเถายิ่งนัก ที่ได้เห็นคุณหนูในลักษณะนิ่งสุขุมเช่นนี้ ว่าก็ว่าเถอะ... คุณหนูของนางในตอนนี้ แตกต่างกับคุณหนูของนางเมื่อราว ๆ หนึ่งเดือนก่อนราวฟ้ากับเหว ตั้งแต่คุณหนูล้มป่วยครานั้น และก้าวข้ามเส้นความตายมาได้ ตลอดจนฟื้นขึ้นมามีชีวิตอีกครั้ง คุณหนูที่จวงเถาเคยรู้จัก ก็กลายเป็นคนที่นิ่งสุขุม รู้จักรุกรู้จักถอย มิใคร่ใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มา
Read more

บทที่ 8 ไม่ปลอดภัย (3)

บทที่ 8 ไม่ปลอดภัย (3)“อ้อ… จริงสิ มีอีกเรื่องที่ข้าต้องวานให้เจ้าไปทำอย่างเร่งด่วน” เสียงไล่หลังของเจ้านายสาว ทำจวงเถาหยุดชะงักไปหนึ่งจังหวะ นางหมุนตัวกลับไปหาจิ่นเหอ แล้วพูดจานอบน้อมออกไปว่า…“เชิญสั่งมาได้เลยเจ้าค่ะคุณหนู”“จงนำจดหมายฉบับนี้ไปมอบให้รองเจ้ากรมกลาโหม ขอเบิกตัวผู้คุ้มกันฝีมือดีให้ข้าสักแปดราย ที่สำคัญเรื่องนี้ต้องให้ปิดเป็นความลับ เข้าใจหรือไม่?” จิ่นเหอเดินมาประชิดตัว พร้อมกับยื่นจดหมายหนึ่งฉบับให้จวงเถา ดูแล้ว… น่าจะเป็นสิ่งที่คุณหนูเพิ่งนั่งเขียนไปเมื่อครู่นี้เอง“เอ๋? คุณหนูจะเอาผู้คุ้มกันตั้งแปดรายมาทำอะไรหรือเจ้าคะ”จวงเถามิได้ไถ่ถามเพราะอยากสอดรู้สอดเห็น แต่นางไถ่ถามเพราะความห่วงใยล้วน ๆ เดิมทีนายท่านซ่ง เป็นอดีตแม่ทัพใหญ่ที่ปลดเกษียณจากแนวหน้า จึงได้เข้าไปเป็นมหาเสนาบดีเจ้ากรมกลาโหม ว่าให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือหัวหน้าระดับสูงสุด หรือผู้บัญชาการของกรมกลาโหมนั่นเองดังนั้นคุณหนูของนางจึงมีสิทธิ์เบิกตัวทหารใต้สังกัดกรมกลาโหมให้มาเป็นผู้คุ
Read more

บทที่ 9 คลุมเครือ (1)

บทที่ 9 คลุมเครือ (1)ยามจื่อสองเค่อ ณ จวนสกุลซ่งค่ำคืนนี้จันทราดวงเสี้ยวสาดแสงสีทองอร่ามฟ้า เมฆหมอกเจือจาง เบิกทางให้หมู่ดาวน้อยใหญ่แข่งกันทอแสงพร่างพราวระยิบระยับ ขณะเดียวกันคลื่นลมอ่อน ๆ ก็ลอยโชยมาพัดใบหญ้าให้สั่นไหว แม้กระแสลมสายนั้นจะเป็นลมเย็นที่พัดผ่านมาจากทางเหนือ แต่ก็มิหนาวเหน็บเท่าสายลมในยามเหมันต์บัดนี้บนยอดไม้ไหวเอน หาใช่เกิดจากสายลมพัดผ่าน แต่เป็นร่างใหญ่ของใครบางคนที่กำลังนั่งดื่มด่ำสุราดอกท้อพลางเฝ้าชมแสงจันทร์ ครั้นกลืนเหล้าลงท้องไปหลายอึก เจ้าตัวก็แหงนหน้ามองจันทร์อย่างเว้าวอน ครั้นเมากรึ่มได้ที่ ก็หันมาเป่าเหิงชุยขับขานเป็นลำนำไพเราะเสนาะหูยิ่งส่วนสตรีงามที่อุดอู้อยู่ในเรือนนอน ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา หลังจากกินอาหารมื้อค่ำเสร็จ จิ่นเหอก็เดินนวยนาดไปนั่งบนแคร่ไม้ตัวยาว ร่างอรชรพิงหมอนอิงอยู่ที่ริมหน้าต่าง จิ่นเหอตั้งใจจะมานั่งชมจันทร์ พลางสูดอากาศบริสุทธิ์ให้จิตใจปลอดโปร่งสักครึ่งชั่วยาม เสร็จแล้วค่อยปิดเรือนกลับเข้าไปนอนบนเตียงก็ยังมิสาย แต่เมื่อนั่งสูดดมกลิ่นกำยานอ่อน ๆ ไปได้แค่ครู่เดียว ผนวกกับช่วงเวลานั้นมีคลื่นลมเย็
Read more

บทที่ 9 คลุมเครือ (2)

บทที่ 9 คลุมเครือ (2)“ว่าแต่...เหตุใด… บทเพลงที่ลอยมาตามสายลม ถึงได้ฟังดูเศร้าสร้อยเช่นนี้นะ”หลังปลดทุกข์ลงกระโถนเสร็จแล้ว จิ่นเหอก็กลับขึ้นมานอนบนเตียงเช่นเดิม ใบหูของนางเงี่ยฟังและซึมซับบทเพลงนั้นอยู่ตลอด แม้ท่วงทำนองจากเหิงชุยจะมิใช่เพลงเศร้า แต่จังหวะดนตรีที่เอื่อยเฉื่อยนั้น กลับทำให้จิ่นเหอสัมผัสได้ถึงความหม่นเศร้าสายหนึ่งไม่รู้ว่าคนผู้นั้นเคยเผชิญกับเรื่องเลวร้ายอันใดมาบ้าง ทว่าตัวนางได้แต่ภาวะนา ขอให้ต่อจากนี้เขาคนนั้นพบเจอแต่สิ่งดี ๆ ขณะเดียวกันจิ่นเหอก็นึกขอบคุณเขาเพียงในใจ ขอบคุณที่เขาขับขานบทเพลงนี้ออกมา คงเป็นเพราะบทเพลงนี้กระมัง ราตรีนี้ถึงยาวนานกว่าทุก ๆ วัน แม้ไม่อยากเชื่อ ก็คงต้องเชื่อ เพราะคืนนี้นางไม่สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย ไม่ฝันถึงคนที่นางเกลียดชัง ไม่ฝันว่าถูกกู้เจิ้งหยวนตามมาฆ่าปาดคอเหมือนกับสามวันที่ผ่านมา…ครั้นนอนหลับตาพริ้ม… พลางครุ่นคิดไปเรื่อยเปื่อย พลางเคลิบเคลิ้มในเสียงเหิงชุย ไม่นานนักซ่งจิ่นเหอก็จมดิ่งลงสู่ห้วงภวังค์แห่งฝันอีกครั้งได้อย่างง่ายดาย…...
Read more

บทที่ 10 ออกจากเมืองหลวง (1)

บทที่ 10 ออกจากเมืองหลวง (1)เช้าวันนี้หลังทานอาหารเสร็จ จิ่นเหอก็มิได้ออกไปนั่งจิบชาในสวนดอกไม้เหมือนอย่างเคย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจิ่นเหออยากเร่งจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยโดยเร็ว จะได้รีบออกเดินทางเสียที ตั้งแต่เช้าตรู่จิ่นเหอเฝ้ากำกับดูแลเรื่องจัดสรรข้าวของลงหีบด้วยตัวเอง นั่นก็เพราะนางต้องการออกเดินทางด้วยรถม้าเพียงแค่หนึ่งคัน แบบนั้นจะได้ไม่ดูน่าสงสัยและไม่ดูเอริกจนเกินไป หากเอาของไปมาก ก็ต้องใช้รถม้าคันใหญ่และพ่วงรถลากเพิ่มเข้ามาอีกคัน ขืนเป็นเช่นนั้นก็รังแต่จะทำให้ตนเองถูกจับตามองเสียเปล่า ๆ ต้องอย่าลืมว่า... จุดประสงค์ในการออกเดินทางครั้งนี้ จิ่นเหอต้องการปิดเป็นความลับ เผลอ ๆ ถ้ากู้เจิ้งหยวนรู้เข้า เขาอาจจะตามมาขัดขวางคณะเดินทางของนางก็เป็นได้ ดังนั้นยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อคณะเดินทางของนางมากขึ้นเท่านั้น“ออกเดินทางครั้งนี้ เอาไปเฉพาะข้าวของที่จำเป็นก็พอ ของสิ้นเปลืองพวกนั้นไม่ต้องเอาลงหีบ”“เจ้าค่ะคุณหนู”“ข้าเหนื่อยมาครึ่งวันแล้ว ที่เหลือก็ฝาก
Read more

บทที่ 10 ออกจากเมืองหลวง (2) 

บทที่ 10 ออกจากเมืองหลวง (2) ขณะขบคิดหมกมุ่นอยู่กับเรื่องของกู้เจิ้งหยวนไปเรื่อยเปื่อย จู่ ๆ น้ำเสียงของชายผู้หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา ทำให้จิ่นเหอหลุดออกจากภวังค์ความคิดได้โดยง่าย“คุณหนูขอรับ รถม้าพร้อมแล้ว พวกข้ากับเหล่าพี่น้องอีกเจ็ดคนก็พร้อมแล้วเช่นกันขอรับ”ชายร่างสูงนามว่า ‘วั่งถิง’ เป็นหนึ่งในคณะผู้คุ้มกัน เขาถือเป็นพี่ใหญ่และเป็นผู้นำของภารกิจคุ้มกันคุณหนูซ่งในครานี้ ดังนั้นเมื่อมีสิ่งใดคืบหน้า เขาจะเป็นคนเข้ามาพูดกับจิ่นเหอได้โดยตรง “อืม...เช่นนั้นก็ดี ถือว่าเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้มากโข หากทุกอย่างพร้อมแล้ว ข้าจะออกเดินทางในทันที” เมื่อทุกสิ่งดำเนินไปอย่างราบรื่นดังใจหวัง ในดวงตากลมโตของซ่งจิ่นเหอก็พลันฉายแสงแวววาวขึ้นมาวูบหนึ่ง ในสมองเล็ก ๆ ของนาง ต่างกำลังฉุกคิดว่า…นับจากนี้เป็นต้นไป… กู้เจิ้งหยวนผู้นั้นจะไม่มีทางเข้าใกล้นางได้อีก เป็นเช่นนี้แล้วนางก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงจุดจบของตนเองได้ ขอเพียงหนีไปให้ไกลจากกู้เจิ้งหยวน ไม่ลงเอยกับก
Read more

บทที่ 10 ออกจากเมืองหลวง (3)

บทที่ 10 ออกจากเมืองหลวง (3)เมื่อคืนนี้เจิ้งหยวนเอาแต่เป่าเหิงชุยกล่อมจิ่นเหออยู่ครึ่งค่อนคืน กว่าจะได้กลับจวนมานอนพักผ่อน ก็ปาไปยามอิ๋นสองเค่อ ด้วยเหตุนี้เจิ้งหยวนจึงฝากฝังให้บริวารคนสนิทอย่างสืออิ๋น คอยไปเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของจิ่นเหอในยามอรุณฉายแทนตนเองเป็นการชั่วคราว ที่ต้องทำเช่นนี้ มิใช่เพราะต้องการลุกล้ำความเป็นส่วนตัวของนาง แต่ที่ทำลงไปก็เพราะรักใคร่หวงแหนนางทั้งสิ้น สารภาพตามตรง ว่าเจิ้งหยวนกลัวเหลือเกิน... กลัวว่าไอ้ถั่วงอกแซ่เผยผู้นั้น มันจะแวะเวียนมาเทียวไล้เทียวขื่อคนงามของเขา หากเห็นเป็นเช่นนั้นย่อมอนุญาติให้สืออิ๋นกันท่าบุรุษอื่นให้ออกจากนางได้ตามใจชอบ จะลงไม้ลงมือ จะฆ่าจะแกง หรือจะทำด้วยวิธีใดก็ได้ ขอเพียงขจัดมารหัวใจพวกนั้นไปให้พ้นหูพ้นตาได้ก็พอ“เร็วเข้า! รีบว่ามา! ตกลงว่ามีเรื่องอันใดกันแน่!”เจิ้งหยวนกัดฟันกรอดขณะพูด แววตาของเขาเปี่ยมล้นไปด้วยหมอกร้าย พลางเพ่งเล็งไปหาบริวารคนสนิทอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ เห็นเป็นเช่นนั้นสืออิ๋นจึงรีบประสานมือแล้วกล่าวรายงานอย่างทันถ้วงที“วันนี้มีทหารของ
Read more

บทที่ 11 ขวางทาง (1)

บทที่ 11 ขวางทาง (1)อาชาทมิฬสีดำเมี่ยมถูกบังคับให้ห้อตะบันไปข้างหน้า ยามนี้ในวิสัยทัศน์ของชายหนุ่มผู้คุมบังเหียน หาได้สนใจอย่างอื่นไม่ ในใจของเขามีเพียงความปรารถนาเดียว คือไล่ตามขบวนรถม้าของซ่งจิ่นเหอให้เร็วที่สุด แต่แล้วไม่ทันไร… ความตั้งใจของชายหนุ่มก็มิถูกสวรรค์เกื้อกูลหนุนนำให้เป็นไปดั่งใจต้องการฮริ~ ฮรี่!!! เชือกบังเหียนถูกดึงรั้งกะทันหัน พาให้อาชางามโฮเสียงลั่นพร้อมกับยกสองขาหน้าลอยลิ่วขึ้นกลางอากาศ ตัวเจิ้งหยวนเองล้วนคาดไม่ถึง ว่าจะได้เจอกับเฉียวเฟิงหลันที่นี่ ดูก็รู้… ว่านางจงใจสั่งให้สารถีจอดรถม้าขวางทางไว้“ท่านพี่เจิ้งหยวน… ท่านรีบร้อนจะไปที่ใดหรือ?” น้ำเสียงหวานของอิสตรี นาม ‘เฉียวเฟิงหลัน’ ดังลอดผ่านม่านระย้าจากรถม้าคันกลางที่จอดขวางทางอยู่ “ข้ากำลังจะไปหาท่านที่จวนสกุลกู้อยู่พอดี คาดไม่ถึงว่าวาสนาจะชักนำ ให้ข้าและท่านได้มาเจอกันที่นี่” น้ำเสียงของคนงามฟังดูมีจริตจะก้าน ครั้นเห็นว่าตนเองเอา
Read more

บทที่ 11 ขวางทาง (2)

บทที่ 11 ขวางทาง (2)“กู้เจิ้งหยวน! ท่านกำลังประชดประชันข้างั้นหรือ”เฉียวเฟิงหลันตวาดแหวใส่โหวหนุ่มจนปากสั่น นี่ถือเป็นครั้งแรกที่นางเก็บอารมณ์ไม่อยู่ยามอยู่ต่อหน้าเขา เห็นนางหัวเสียจนควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นนี้ ชายหนุ่มผู้นั่งตระหง่านอยู่บนอานม้าสูง ก็พลันริมฝีปากกระตุกริก ๆ ตามด้วยระบายยิ้มร้ายดั่งมีเลศนัย ก่อนจะพูดต่อไปอีกว่า“หรือคุณหนูเฉียว… จะให้ข้าพูดว่า... ที่ข้าตัดสัมพันธ์กับท่านในวัน เป็นเพราะข้าเพิ่งมารู้ว่า คุณหนูเฉียวผู้แสนดีในสายตาประชาชี แท้จริงแล้ว! คือสุนัขจิ้งจอกพันปี! หาใช่บุปผางามในดงไผ่ เหตุผลเช่นนี้คงพอใจคุณหนูเฉียวแล้วกระมัง”แววตาของเขาขึ้นแสงสว่างวาบเมื่อเอ่ยคำว่า ‘สุนัขจิ้งจอกพันปี’ คำพูดเพียงคำเดียวนั้นทำเฉียวเฟิงหลันสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความโมโหเดือดดาล แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยังดึงดันจะสานต่อความสัมพันธ์กับเขาให้ได้“กู้เจิ้งหยวน ขอแค่ท่านพูดมาคำเดียว ว่าไม่อยากแต่งกับซ่งจิ่นเหอ ข้าจะจัดการเรื่องทั้งหมดให้เอง หลังจากนั้นพวกเราสองคนก็กลั
Read more

บทที่ 12 เหตุสุดวิสัย (1)

บทที่ 12 เหตุสุดวิสัย (1)ยามซวี่ห้าเฟิน ณ โรงเตี๊ยมนอกเขตเมืองกู้เจิ้งหยวนยืนไพล่หลังอยู่ริมหน้าต่างภายในห้องพักชั้นสาม ดวงตาเรียวรีของโหวหนุ่มกวาดมองไปไกลสุดลูกหูลูกตา ในหัวใจทั้งดวงเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยอย่างเหลือแสน ไม่รู้ว่าป่านนี้ฮูหยินคนงามจะเดินทางไปถึงที่ไหน ไม่รู้ว่าจะกินนอนอย่างไร นาง… ยังสบายดีอยู่หรือไม่?ยามนี้แม้ในหัวของกู้เจิ้งหยวนจะเต็มไปด้วยคำถามเป็นสิบเป็นร้อยข้อ แต่ก็เป็นคำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบอยู่ดี“คุณชาย… รู้ได้อย่างไรขอรับ ว่าคุณหนูซ่งจะเดินทางไปที่ไหน?” สืออิ๋นไถ่ถามด้วยความไม่รู้ น้ำเสียงกระตือรือร้นของเขาช่วยเรียกสติของผู้เป็นนายให้กลับมาอยู่กับร่องกับรอยได้เป็นอย่างดี“เจ้าเป็นคนบอกเองมิใช่หรือ ว่าเห็นรถม้าของนางเดินทางออกนอกกำแพงเมือง มุ่งตรงไปทางใต้ เหตุไฉนยามนี้เจ้าถึงมาตั้งคำถามกับข้า” เจิ้งหยวนหมุนตัวกลับมามองหน้าสืออิ๋นพลางขมวดคิ้วมุ่น“ขอรับ ข้าสืออิ๋นเห็นทั้งหมดนั้นด้วยตาตัวเอง แต่ข้า… ก็ยังไม่เข้าใจ และยังคาดเดาไม่ออกอยู่ดี ว่
Read more
PREV
123456
...
9
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status