All Chapters of 2 นิยายจีนโบราณ ที่พระเอกคลั่งรักสุด ๆ: Chapter 31 - Chapter 40

84 Chapters

บทที่ 12 เหตุสุดวิสัย (2)

บทที่ 12 เหตุสุดวิสัย (2)เจ็ดวันต่อมา ณ เชิงเขาจื้อชุนไหล“ไหวไหมเจ้าคะคุณหนู” เสียงอ่อนหวานของจวงเถาเอ่ยถามเจ้านายสาวอย่างห่วงใย“เจ้าช่วยบอกให้เหล่าทหารหยุดเดินทางชั่วคราวได้หรือไม่ ข้าจะกลั้นไม่ไหวแล้ว” ใบหน้าของคนงามบูดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด หนำซ้ำฝ่ามือเล็กของนางยังเอาแต่ลูบคลึงหน้าท้องไว้ตลอดเวลาปู้ดดดด~พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงผายลมสายหนึ่งก็ถูกขับออกมาจากรูทวารอย่างกลั้นไม่อยู่ ทั้งเสียง และกลิ่น ทำให้เหล่าทหารที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน ถึงกับต้องเบือนหน้าหนีแล้วทำหน้าตาเลิ่กลั่กคล้ายคนเสียอาการ ไม่รู้ว่าทหารพวกนั้นต่างพากันเหม็นหืนขมคอ กระทั่งลามลงไปหาขั้วปอด หรือเพราะเดินทางไกลจนเหนื่อยล้ากันแน่ ใบหน้าถึงได้ซีดเซียวและดูจืดเจื่อนถึงเพียงนั้น“ท่านหัวหน้าวั่งถิง ช่วยหยุดเดินทางชั่วคราวก่อนได้หรือไม่ คุณหนูของข้า...เอ่อ...”“ที่นี่เป็นเชิงเขาจื้อชุนไหล ขึ้นชื่อเรื่องโจรป่าชุกชุม ทางที่ดีพวกเราควรเร่งฝีเท้าไปให้เร็วที่สุด ไม่ควรหยุดพักที่นี่เป็นอันขาด อีกไม่เท่าไหร่ พวกเรา
Read more

บทที่ 13 เอาตัวรอด (1)

บทที่ 13 เอาตัวรอด (1)ตอนแรกดูเหมือนว่าคณะผู้คุ้มกันฝ่ายของจิ่นเหอจะควบคุมสถานการณ์ได้ดี เพราะว่าไม่เท่าไหร่ก็สามารถสังหารชายนิรนามพวกนั้นไปได้หลายสิบชีวิต เห็นอย่างนี้จิ่นเหอก็พลอยรู้สึกโล่งใจ และรู้สึกว่าตนโชคดียิ่งนัก ที่ได้ร่วมเดินทางมาพร้อมกับเหล่าทหารผู้คุ้มกันทั้งแปดชีวิตแต่ทว่าโล่งใจได้เพียงไม่นาน จู่ ๆ ชายนิรนามอีกราว ๆ ยี่สิบชีวิตก็กรูเข้ามาจากหลายทิศทาง ไม่รู้ว่าคนพวกนี้มันมุดออกมาจากรูดิน หรือโผล่ออกมาจากรากไม้กันแน่ ถึงได้ตามมาสมทบได้รวดเร็วถึงเพียงนั้น ด้วยเหตุนี้เอง… ฝ่ายทหารผู้คุ้มกันที่ดูเหมือนจะได้เปรียบในตอนแรก ตอนนี้จึงกลับกลายเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ซ่งจิ่นเหอที่เห็นภาพความรุนแรง และเห็นภาพซากศพนอนระเกะระกะนองเลือดจนละลานตา ก็ได้แต่ร่ำไห้ออกมาอย่างรู้สึกผิด ซ่งจิ่นเหอด่าทอตนเองในใจอย่างหนัก หากนางไม่แวะปลดทุกข์ ไม่มัวรื่นเริงกับธารน้ำใสในลำน้ำ และยอมเชื่อคำเตือนของหัวหน้าวั่งถิงตั้งแต่แรก เหตุการณ์อุกฉกรรจ์พวกนี้อาจไม่เกิดขึ้นกับเหล่าคณะเดินทาง ใช่แล้ว! น
Read more

บทที่ 13 เอาตัวรอด (2)

บทที่ 13 เอาตัวรอด (2)“คุณหนู!! ระวังด้วยเจ้าค่ะ”แม้จวงเถาจะเป็นสาวน้อยผู้ไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จวงเถาจะเป็นคนที่พึ่งพาไม่ได้ ยามนี้แม้นางจะหวาดกลัวจนตัวสั่น แต่คมกระบี่ในมือของนางก็หันไปจ้วงแทงชายนิรนามจนได้รับบาดเจ็บไปหลายคน“ห้ะ!!! จวงเถา! ระวัง!! ด้านหลังของเจ้า!!”ไวกว่าเสียงตะโกนตักเตือน ก็คือกระบี่ที่อยู่ในมือของจิ่นเหอ ด้วยกลัวว่าจวงเถาจะโดนแทงตาย คุณหนูผู้งดงามที่คิดว่าตนเองไม่เป็นวรยุทธ์มาโดยตลอด จึงก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หวาดหวั่น นางใช้สองมือเล็กกุมด้ามกระบี่ไว้แน่นเหนียว จากนั้นออกแรงผลักให้ปลายกระบี่แหลมคมพุ่งไปข้างหน้า จวบจนเสียบแทงเข้าที่บริเวณหน้าท้องของชายฉกรรจ์ผู้นั้นได้อย่างแม่นยำอ้ากกก!เสียงของชายผู้นั้นร้องโอดครวญโหยหวน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจเรียกคะแนนสงสารจากซ่งจิ่นเหอได้แม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้ามนางออกจะสมน้ำหน้ามันเสียด้วยซ้ำไป ในใจของนางเอาแต่ด่าทออุตลุด "คนโฉดชั่วเช่นพวกเจ้า ตายไปเสียได้ก็ดี!"“คุณหนูขอรับ รีบขึ้นอ
Read more

บทที่ 14 ผู้สวมหน้ากากสีเงิน (1)

บทที่ 14 ผู้สวมหน้ากากสีเงิน (1)อาชางามสีน้ำตาลเข้มวิ่งห้อตะบึงไปด้านหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย เจ้าเจินฉู่เป็นม้าแสนรู้ที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี แม้ผู้คุมบังเหียนอยู่บนหลังอานม้า จะบังคับม้าไม่เก่งดั่งเช่นบุรุษอกสามศอก แต่มันก็ยังสามารถออกฝีเท้าวิ่งรัวเร็วได้อย่างคล่องตัว หนำซ้ำยังหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำอีกต่างหาก “คุณหนูเจ้าคะ! คนพวกนั้นไล่ตามมาไม่หยุดเช่นนี้ พวกเราจะหนีพ้นหรือไม่” จวงเถาที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง มิอิดออดที่จะหันซ้ายแลขวาคอยเป็นหูเป็นตาให้คุณหนูของตน“ไม่ต้องห่วงหรอก เจ้าเจินฉู่เป็นม้าแสนรู้ มันย่อมพาพวกเราไปส่งถึงนครฉางเตี้ยนได้อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน” แม้ในใจของจิ่นเหอจะหวาดหวั่นต่อการถูกไล่ล่า จนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่างอีกรอบ แต่เจ้าตัวก็มิแสดงความอ่อนแอออกมาให้จวงเถาเห็น ในหัวของนางล้วนกำลังไตร่ตรองว่า ตราบใดที่ยังมิถูกจับได้ เช่นนั้นก็เท่ากับว่ายังมีโอกาสรอดอยู่หลายส่วนก่อนออกเดินทางไกล จิ่นเหอได้เขียนจดหมายแจ้งพี่ใหญ่กับพี่รองไว้แล้ว เชื่อเหลือเกินว่าท่านพ
Read more

บทที่ 14 ผู้สวมหน้ากากสีเงิน (2)

บทที่ 14 ผู้สวมหน้ากากสีเงิน (2)“จะ… เจ้าค่ะคุณหนู”ทันทีที่รับคำสั่งจากคุณหนู จวงเถาที่อยู่ในสภาพตัวสั่นงันงกก็รีบล้วงมือเล็ก ๆ เข้าไปในคอเสื้อของตน เมื่อคว้าพลุควันไว้แล้ว จากนั้นก็ปลดสลักจุกไม้ไผ่ออกจากแท่งพลุจนเกิดเสียงดัง ‘ป๊อก!’ หลังจากนั้นแรงดันจากด้านในก็ถีบส่งให้ชิ้นส่วนบางอย่าง ดีดตัวพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นเพียงแค่เสี้ยวอึดใจเดียว มันก็แตกตัวกลายเป็นมวลแป้งสีเหลืองทองฟุ้งกระจายอยู่บนน่านฟ้าจนดูละลานตาไปหมด“ว๊ายยยย! หน้าผา!!!” จวงเถาหวีดร้องลั่นเมื่อเห็นว่าทางข้างหน้าไม่สามารถไปต่อได้“ฮรี่!!!!” จิ่นเหอดึงรั้งเชือกบังเหียนจนสุดแรง ทำให้เจ้าเจินฉู่เกร็งจมูกและเผยอปากร้องลั่นป่า ขณะเดียวกันนั้นเจ้าเจินฉู่ก็ยกสองขาหน้าขึ้นสูงตามสัญชาตญาณ ทำเอาจวงเถาที่นั่งอยู่บนอานม้าเกิดเสียการทรงตัวฉับพลัน และกระเด็นกระดอนตกลงมาจากอานม้าในที่สุดทันทีที่เห็นจวงเถาพลาดท่า ชายชุดดำที่ไล่ตามมาติด ๆ ก็ใช้วิชาตัวเบาถีบส่งตนเองออกมาจากอานม้าของตน แล้วพุ่งเข้าไปประชิดตัว
Read more

บทที่ 14 ผู้สวมหน้ากากสีเงิน (3)

บทที่ 14 ผู้สวมหน้ากากสีเงิน (3)“คนงามเอ๋ยคนงาม… ยอมตกเป็นของพวกข้าแต่โดยดีเถิด อย่าต้องให้ลงไม้ลงมือเลย” ครั้นสิ้นเสียงพูดประโยคนี้ ชายผู้นั้นก็ก้าวสามขุมเข้ามาหาจิ่นเหอซึ่ง ๆ หน้า คงหวังจะทำกับจิ่นเหอ เหมือนที่ทำกับจวงเถาสินะแต่ทว่าทันใดนั้น! ก้อนหินปริศนาขนาดเท่าเม็ดลูกท้อ ก็พุ่งเข้ามากระทบข้อมือของชายกักขฬะที่หมายจะล่วงเกินจิ่นเหอ ทำเอาชายโฉดทั้งสิบสองชีวิต ต่างออกอาการฟึดฟัดไม่พอใจ ที่หัวหน้าของพวกมันถูกลอบโจมตีอย่างหมาลอบกัด“โอ้ยยย ผู้ใด! มันผู้ใดกล้าลอบทำร้ายข้า!” ไม่เพียงแค่หัวหน้าของมัน ที่ออกอาการกระวนกระวาย แต่พวกพ้องของมันทุกคนก็มีทีท่าไม่ต่างกันเท่าใดนัก ยามนี้ชายฉกรรจ์ทั้งหลายต่างพร้อมใจกันหมุนตัวกะทันหัน เฝ้ากวาดตามองหาไอ้กระจอกรายนั้นจนลูกตาแทบจะถลนออกจากเบ้าจังหวะนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้จวงเถาหลุดออกจากการควบคุมของชายร่างใหญ่ ทั้งยังเป็นโอกาสอันดีให้จิ่นเหอวิ่งเตลิดหนีเอาตัวรอดเข้าไปในป่า ซึ่งมีเงาของจวงเถาวิ่งไล่หลังตามมาติด ๆ“เร็วเข้าจวงเถา! รีบตามข้ามา!&
Read more

บทที่ 15 แกะรอย (1)

บทที่ 15 แกะรอย (1)กุบกับ กุบกับ กุบกับ! ฮรี่ ~เมื่อพรากจากซ่งจิ่นเหอและจวงเถาที่ริมหน้าผาชัน เจ้าเจินฉู่ก็ไม่ได้เตลิดหนีเข้าป่าเหมือนเฉกเช่นสัญชาตญาณของม้าตัวอื่น ๆ แต่ทว่ามันเลือกวิ่งย้อนกลับมาหาผู้เป็นนายที่จุดเกิดเหตุ ข้าวของต่าง ๆ รวมถึงรถม้าของซ่งจิ่นเหอล้วนถูกพวกมันปล้นเอาไปจนหมดเกลี้ยง ที่เหลือให้ดูต่างหน้า ล้วนเป็นซากศพของทหารผู้คุ้มกันทั้งสิ้นเจ้าม้าเจินฉู่ที่เห็นเช่นนั้น ก็พลันส่งเสียงร้องโฮกฮือดังลั่นป่า หากมันพูดได้เหมือนมนุษย์ มันคงกรีดร้องออกมาจนสั่นสะบั้นแทบขาดใจเป็นแน่ แต่เชื่อหรือไม่! ว่าเสียงร้องโหยหวนของเจ้าเจินฉู่ ดันไปกระตุ้นให้บุรุษร่างใหญ่ที่นอนหมดสติอยู่บนผืนดิน พลันสะดุ้งเฮือกขึ้นมากะทันหันใช่แล้วล่ะ! วั่งถิงยังไม่ตาย เพียงแต่บาดเจ็บสาหัสที่หัวไหล่ ต้นแขน หัวเข่า และถูกแทงที่ช่องท้องงุด ๆ ฮึก ๆ ฮรื่อ ~ทันทีที่สัมผัสได้ถึงคลื่นลมหายใจแผ่ว ๆ ของผู้เป็นนาย เจ้าม้าเจินฉู่ก็วิ่งเหยาะๆ เข้าไปใกล้ มันไม่ลังเลที่จะงอข้อขาทั้งสี่ เพื่อให้ร่างใหญ่ของมันนอนนิ่งขนานกับผืนดินให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้าน
Read more

บทที่ 15 แกะรอย (2)

บทที่ 15 แกะรอย (2)คะ คะ แคก แค๊ก!“ขณะที่พวกข้าและคุณหนูหยุดพักที่เชิงเขาจื้อชุนไหลได้เพียงสองเค่อ จู่ ๆ ก็มีกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายบุกเข้ามาโจมตีกะทันหัน พวกมันมีจำนวนมากกว่าพวกเราราว ๆ สามเท่าตัว เป็นเหตุให้พวกพ้องของข้า ต้องนอนตายอเนจอนาถอย่างน่าเวทนา มีเพียงข้าผู้เดียวที่หนีรอดมาได้!” วั่งถิงเค้นเสียงพูดโต้ตอบกับซ่งอี้เทียนอย่างทุลักทุเล“แล้วเสี่ยวเหอของพวกข้าเล่า นางอยู่ที่ไหน นางเป็นอย่างไรบ้าง”ในขณะที่ผู้เป็นพี่ใหญ่มัวแต่ยืนถลึงตาเหลือก ใบหน้าแดงก่ำ สองฝ่ามือกำแน่น รวมทั้งกัดฟันกรอดจนสามารถมองเห็นเส้นกรามได้เด่นชัด คุณชายรองซ่งที่เห็นท่าทางเช่นนั้นของผู้เป็นพี่ ก็รีบเอ่ยถามแทนพี่ใหญ่ในทันที เพราะเขาย่อมรู้ดีว่า...ซ่งอี้เทียนคงโกรธขึ้งจนพูดอันใดไม่ออก“คะ คะ แค้ก!! ก่อนที่พวกข้าจะต้านทานไม่ไหว ข้าส่งคุณหนูขึ้นหลังเจ้าเจินฉู่ด้วยมือของข้าเอง แต่บัดนี้เจ้าเจินฉู่มันดันวิ่งกลับมาหาข้า นั่นเท่ากับว่า...คุณหนูคงกำลังตกอยู่ในอันตราย ครั้นไตร่ตรองได้ดังนี้ ข้าจึงกระเสือกกระสนรีบร้อนมาที่นี่อย่างไรเล่าขอร
Read more

บทที่ 16 ฉวยโอกาส (1)

บทที่ 16 ฉวยโอกาส (1)ณ ชุมชนโจรป่า กลุ่มโจรหน้ากากเงินแห่งขุนเขาจื้อชุนไหล“พวกเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะคุณหนู? ข้างนอกนั่นมีแต่ชายฉกรรจ์ร่างทะมึนทึนทึก แถมยังมีอาวุธครบมืออีกต่างหาก ต่อให้พวกเราวางแผนหนีออกไปจากห้องนี้ได้ ก็ใช่ว่าจะพ้นเงื้อมมือของพวกมัน แต่หากไม่หนีเอาตัวรอด... คุณหนูก็จะ.... เอ่อ... อาจตกเป็นภรรยาของโจรป่าผู้นั้น” ยามนี้สองนายบ่าวต่างพากันนั่งชันเข่า และเบียดแผ่นหลังพิงนาบกับฝาผนังเรือนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่ในเรือนไม้หลังใหญ่ ประตูด้านหน้ามีชายร่างใหญ่สองคนยืนเฝ้าอยู่ ส่วนหน้าต่างอีกสี่ทิศล้วนถูกลงกลอนอย่างแน่นหนา หนำซ้ำยังมีชายชุดดำยืนเฝ้าอยู่ทุกหัวมุม ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว สำหรับสตรีตัวเล็ก ๆ สองคน การจะหาทางหลบหนีออกไปจากเรือนไม้เส็งเคร็งหลังนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย“จวงเถา… เจ้าอย่าได้ร้อนใจไป ลึก ๆ แล้วข้าเชื่อว่าจะต้องมีคนมาช่วยพวกเราอย่างแน่นอน เจ้าอย่าลืมสิ ก่อนหน้านี้พวกเราจุดพลุควันไว้แล้ว อย่างไรเสียพวกท่านพี่จะต้องไม่ปล่อยให้ข้าเป็นอันตรายอย่างแน่นอน” แม้พูดได้ไม่เต็มปาก ว่
Read more

บทที่ 16 ฉวยโอกาส (2)

บทที่ 16 ฉวยโอกาส (2)กึก ๆ กึก กัก~เมื่อนอกบานประตูเริ่มมีเสียงไขกุญแจดังแทรกขึ้นมา เสียงสนทนาระหว่างสองนายบ่าวก็เงียบงันลงกะทันหัน ยามนี้สองสาวต่างนั่งกุมมือกันและกันอย่างใจจดใจจ่อ เพราะพวกนางไม่อาจคาดเดาได้ว่า ผู้ที่อยู่หลังประตูบานนั้นคือใครกันแน่อ่า… โล่งใจไปที ผู้ที่มาเยือนหาใช่บุรุษบ้ากามป่าเถื่อน แต่เป็นแม่นางน้อยสองคนนี่เอง ในมือเล็ก ๆ ของพวกนางต่างถือข้าวของอีนุงตุงนัง คนหนึ่งถือกล่องอาหาร อีกคนหนึ่งถือห่อผ้าและเครื่องประดับสำหรับสตรีฟึบบบ~ทั้งคู่เดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าซ่งจิ่นเหอ หนึ่งในนั้นโยนห่อผ้าลงบนพื้น กิริยามารยาทดูหยาบกระด้างไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าบุรุษร่างใหญ่ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก สมแล้วที่ขึ้นชื่อว่า...เป็นคนของชุมชนโจรป่า พวกนางเกิดและโตท่ามกลางขุนเขา ย่อมไม่แปลกที่จะหูตาคับแคบเช่นนี้“กินให้ท้องอิ่ม แล้วสวมใส่ซะให้เรียบร้อย อีกหนึ่งชั่วยามท่านผู้นำของพวกข้าจะมาเข้าหอกับเจ้าที่นี่”“ห๊าาา เจ้าว่าอย่างไรนะ เพิ่งจับคุณหนูของข้ามาขังไว้ที่นี่ได้แค่ไม่กี่ชั่วยามแท้ ๆ ไม่ทันไรก็
Read more
PREV
1234569
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status