All Chapters of พระชายาแสวงพ่าย: Chapter 51 - Chapter 60

150 Chapters

บทที่ 14 ไม่เป็นเมียข้าแล้วเจ้าจะเป็นเมียใคร 2

อิ้นเจินหยุดทุกส่วนของร่างกายอย่างเงียบเชียบ แฝงกายในความมืดและไม่คิดจะแสดงตัว            เขาลักลอบติดตามมาตั้งแต่คนของจวนมารายงานว่าพบนาราที่แนวกำแพงยงหวังฝูแล้ว ร่างสูงใหญ่คิดว่านารามีเรื่องด่วนมาพบแต่สุดท้ายแล้วไม่ใช่ เขาจึงลอบออกมาเฝ้าสังเกตนาราเพียงลำพัง ต้องการรู้ว่าแสงประกายที่ปรากฏบนสร้อยพลอยนั้นคืออะไร ทรงแน่ใจว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่างๆ มากมายที่เขาอธิบายไม่ได้ ทั้งความทรงจำของผู้คน ทั้งความรู้ความสามารถที่นางมีล้ำหน้าเกินตัว พู่กันแท่งจิ๋วที่ไม่ต้องฝนหมึกก็ใช้งานได้ทันทีและอุปกรณ์ที่นาราใช้ตรวจสอบพิษอย่างง่ายดายนั่นคืออะไร            และเหตุใดนางจึงมาเดินวกวนในยามวิกาลห่างไกลจากเหยียนชีกงมากเช่นนี้ คำถามมากมายท่วมท้นจนอกของเขาแทบระเบิด บางทีนี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเจ้าความคิด... แต่เขาพิจารณาแล้วไม่น่าจะใช่ ดังนั้นหากนาราไม่ได้วางแผนอะไรแปลกๆ ก็แปลว่านางอาจจะกำลังหลงทาง...      &
Read more

บทที่ 14 ไม่เป็นเมียข้าแล้วเจ้าจะเป็นเมียใคร 3

แม่กระรอกผู้นี้ถึงจะร้ายกาจสามหาวเพียงใด แต่นางก็ยังเป็นหญิงสาวที่ยังมิได้ออกเรือน ซึ่งเขาไม่ควรยุ่มย่ามพัวพันจนส่งผลต่อชื่อเสียงของหญิงสาว หากนำนารากลับไปยังจวนย่อมมีคำครหาได้ ทันทีที่รู้ตัวว่าผิดทาง ยงชินหวังจึงรีบกลับหลังหันอย่างว่องไวแนบเนียนแต่หนทางกลับเหยียนชีกงก็ไม่ใช่ใกล้ๆ นางควรจะรีบทำตัวให้แห้งและอบอุ่นโดยเร็วก่อนที่จะล้มป่วย ร่างสูงสง่าจึงหมุนตัวหันไปทางยงหวังฝูอีกครั้ง“หวังเย๋ ท่านหมุนไปหมุนมา หม่อมฉันเวียนหัวไปหมดแล้ว เดี๋ยวก็ตายกันพอดี”“ถ้าเงียบสักชั่วยาม รับรองว่าเจ้าจะได้อยู่ใช้เงินที่ไถจากข้าไปจนแก่เฒ่าแน่นอน”หมีปากเสีย! หาว่านางพูดมาก นารานึกบ่นกระปอดกระแปดไม่ทันไร อากาศเย็นบวกกับไม่ได้พักผ่อนเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงเต็มๆ นางจึงจามฮัดเช้ยประเคนใส่หน้าชายผู้สูงศักดิ์ไปเต็มๆ เสียงฮัดเช้ยดังสามจังหวะสามช่า ฮัดเช้ย ฮัดชิ้ว ฮัดช่า ฮัดชะชาช่า “ขอทรงอภัยเพคะ หม่อมฉันคันจมูกนิดหน่อย”“น้ำในทะเลสาบนั้นเย็นจัด เจ้าอาจจะล้มป่วยได้”มือร้อนผ่าวทาบลงบนหน้าผากมน แต่การวิจัยในยุคปัจจุบันชี้
Read more

บทที่ 14 ไม่เป็นเมียข้าแล้วเจ้าจะเป็นเมียใคร 4

“ข้ารวยกว่าทุกคนที่เจ้าพูดถึง” คิ้วกระบี่ขมวดมุ่น เขาเป็นราชนิกุลอันดับหนึ่งของต้าชิง หน้าตาก็มิได้ขี้ริ้วขี้เหร่ เงินรายปีที่ได้รับตามยศศักดิ์จำนวนมหาศาล แต่นารามองข้ามไปเสียสิ้น!น่าโมโหนัก!“ข้ามีเงินรายปีตามฐานะหนึ่งหมื่นเหลียง ไม่รวมเงินประจำตำแหน่งข้าราชการ ไม่นับรวมดอกผลจากการปล่อยเช่าที่ดินและตึกร้านค้าย่านสำคัญสิบสี่ช่วงถนน ในจวนของข้าต้องสร้างอาคารหล่อด้วยเหล็กแข็งแรงเพื่อเก็บอัญมณี ทองคำและตั๋วแลกเงินโดยเฉพาะ จำนวนทรัพย์สมบัติของข้าทั้งหมดต้องมีผู้คุมบัญชีถึงสามคน หากเจ้าแต่งกับข้า เจ้าต้องใช้วิชาคำนวณตัวเลขหนักหน่วงเชียวล่ะ”บุรุษรูปงามร่ายยาวถึงทรัพย์สินเสี้ยวหนึ่งของทั้งหมด ก่อนจะเกทับอีกครั้ง “ว่าไง? หากเจ้าแต่งกับคุณชายเหล่านั้นจะรวยเท่าแต่งกับข้าหรือไม่”นาราตื่นตะลึง จ้องมองอภิมหาเศรษฐีผู้สูงศักดิ์ซึ่งเริ่มกระแอมกลบเกลื่อนอาการเก้อกระดาก การขอหญิงสาวแต่งงานครั้งแรกของเขาเป็นการอวดรวย ช่างบ้าบอสิ้นดี นารากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปทาบหน้าผากของเขาบ้าง“หวังเย๋ไม่สบายแล้วใช่อ่ะเป
Read more

บทที่ 14 ไม่เป็นเมียข้าแล้วเจ้าจะเป็นเมียใคร 5

“ถ้าไม่กลับ หม่อมฉันจะต้องตาย...”“ทำไม?!”นาราไม่ตอบเพราะนางหลับไปแล้ว แนบแก้มลงบนบ่ากว้างอันอบอุ่น แม้จะหลับใหลแต่นารารู้สึกถึงอ้อมแขนร้อนผ่าว หูได้ยินเสียงเถาจื่อกับซื่อจื่อร้องวุ่น และก่อนที่เจ้าของอ้อมแขนจะถอยห่างจากนางไป ริมฝีปากแดงระเรื่อของนางสัมผัสไอร้อนจากอะไรบางอย่าง มันช่างอ่อนโยน เชื่องช้าและนุ่มนวลเสียจนนาราเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างเป็นสุข            ยงชินหวังถอนริมฝีปากร้อนจัดของตนออกจากนาง ใช้ฝ่ามือเกลี่ยปอยผมเปียกชื้นออกไปจากแก้มขาวเนียน การกระทำที่โง่เขลาที่สุดคือการหลอกลวงตนเอง ดังนั้นจึงยอมรับอย่างจำนนว่านาราสร้างผลกระทบต่อชีวิตของเขาอย่างล้ำลึก ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเมื่อนางเข้ามา ในสมองเต็มไปด้วยความอ่อนไหว ไม่มั่นคงและเอาแต่เฝ้าคิดหาข้ออ้างมาที่เหยียนชีกงทุกวัน            จังหวะลมหายใจสม่ำเสมอและทรวงอกที่สะท้อนขึ้นลงของนาราทำให้เขาต้องใช้ความอดทนหนักขึ้น ซึ่งสิ่งที่นาราบอกก่อนจะผล็อยหลับไป
Read more

บทที่ 14 ไม่เป็นเมียข้าแล้วเจ้าจะเป็นเมียใคร 6

เช้าตรู่วันต่อมา...            เพล้ง!!            ถ้วยชาบนโต๊ะถูกกวาดลงพื้นอย่างโกรธเกรี้ยว ข่าวบัดสีขององค์ชายสี่ที่เข้าหูสร้างความปวดร้าวให้จวินอี้ราวกับจะบดหัวใจให้เป็นแผล ความอิจฉาริษยาทำร้ายนางจนบาดเจ็บสาหัสนัก จวินอี้เอาแต่ร้องไห้และอาละวาดจนข้าวของในเรือนใหญ่แตกหักแหลกลาญจนบ่าวคนใกล้ชิดหน้าซีดแล้วซีดอีก เพราะไม่อยากให้พ่อบ้านกับคนอื่นในจวนหวังเย๋ล่วงรู้            “หวังเย๋ถึงขนาดแอบไปพบมันถึงวังตอนกลางดึก แล้วข้าล่ะ?... ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”            จวินอี้ร้องไห้จนน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด ไม่เข้าใจว่าตนเองมีข้อบกพร่องอะไรถึงได้ไม่อาจรั้งพระทัยของสวามีได้ แต่หญิงปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่สำรวมกิริยาอย่างนางกำนัลชั้นต่ำผู้นั้นกลับน่าดึงดูด จะไม่ให้บุปผางามสูงค่าอย่างนางชอกช้ำใจได้อย่างไร &
Read more

บทที่ 14 ไม่เป็นเมียข้าแล้วเจ้าจะเป็นเมียใคร 7

ช่วงเวลานี้ข่าวอาการป่วยทรุดหนักของเต๋อเฟยแพร่สะพัดไปทั่ววัง บรรดาหมอหลวงต่างรุดมาเข้าเฝ้าถวายการรักษามิได้ขาด แต่จะมีเพียงหมอหลวงซึ่งเป็นคนของยงชินหวังเท่านั้นที่จะเข้าถึงตัวเต๋อเฟย ระหว่างที่บ่าวไพร่คนอื่นๆ ต้มหยูกยาจนวุ่นไปหมด นาราเพิ่งฟื้นไข้จึงมัวแต่นั่งเหม่อลอยเหมือนปลาตาย เถาจื่อซื่อจื่อได้แต่เกาหัว ก่อนจะวางขนมเปี๊ยะกับขนมเออเจียวของโปรดของนาราไว้ให้ ทั้งคู่ซุบซิบกระแทกไหล่กันไปมาและแอบหัวเราะคิกคัก เพราะอาการเอ๋อสมองไม่ทำงานของนาราต้องมีต้นเหตุจากองค์ชายสี่ผู้สูงศักดิ์เป็นแน่แต่เปล่าหรอก... นารากำลังทบทวนแผนการทุกอย่างซ้ำไปซ้ำมาอยู่ต่างหาก รวบรวมข่าวสารใต้ดินและวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้มากกว่าแปดทาง ซึ่งทางที่ถูกต้องมีเพียงทางเดียว หากเลือกเดินผิดพลาดทุกอย่างก็เกมโอเวอร์ นารารู้ดีว่าแผนของนางยังมีช่องโหว่ ดังนั้นจึงต้องรอตัวต่ออีกชิ้น แผนภาพที่วางไว้ถึงจะเสร็จสมบูรณ์นารากำลังรอคอยตัวต่อชิ้นสุดท้ายนั้นอยู่ เมื่อนั้นการตัดสินผลแพ้ชนะก็จะเริ่มขึ้นจังหวะนั้นมีนางกำนัลท่าทางหลุกหลิกผู้หนึ่งหิ้วตะกร้าผลไม้เข้ามาด้วยท่าทีมีพิรุธ ใบหน้าของนา
Read more

บทที่ 15 ลิ้นอาจจะโกหกได้ แต่แววตาจะพูดความจริง 1

ตำหนักเหยียนชีกง            องค์ชายสิบสี่คำรามทันทีที่พี่ชายลุกขึ้นยืนโดยไม่บอกอะไรเขาเลย ปล่อยให้เขาคุกเข่าอยู่ด้านหน้าตำหนักของเสด็จแม่อยู่เกือบชั่วยาม บรรดาบ่าวไพร่ต่างพากันร้องไห้คร่ำครวญโดยไม่มีเหตุผล ไม่มีคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้นราวกับว่านี่เป็นกับดักตรึงเขาไว้ไม่ให้ไปไหน อิ้นทีพยายามมองหานาราแต่ไม่พบ ดังนั้นคนเดียวที่จะไขข้อสงสัยได้คือเจ้าของแผ่นหลังเหยียดตรงองอาจซึ่งยืนหันหลังให้เขาอยู่“ท่านจะบอกข้าได้แล้วหรือยังว่าท่านกำลังเล่นอะไรกันแน่”ยงชินหวังไม่ตอบ ขยับเพียงปลายนิ้วขึ้นมาแตะริมฝีปากของตนเพื่อเป็นคำตอบให้น้องชายหุบปากเสีย สิ่งสำคัญในการทำงานใหญ่ของเขาคือ จะไม่พูดถึงสิ่งที่ทำไปแล้วเป็นอันขาด บุรุษผู้สูงศักดิ์กำลังรอสัญญาณอะไรบางอย่างเงียบๆ ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะพุ่งตรงไปที่นารา แม้ว่านางจะปรากฏกายเพียงชายเสื้อเขาก็จำได้ ร่างบางสวมชุดนางกำนัลสีเรียบๆ อย่างเช่นทุกวัน แต่แปลกตรงที่ไม่ยอมสบตายั่วโมโหกันเหมือนเช่นเคย“ข้ากำลังจะไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อแล้ว” รับสั
Read more

บทที่ 15 ลิ้นอาจจะโกหกได้ แต่แววตาจะพูดความจริง 2

ปลากินเหยื่อแล้ว... นาราลอบยิ้ม            คังกงกงเดินอาดๆ เข้ามาภายในเขตตำหนักอย่างลำพองใจ บรรดาคนในตำหนักเหยียนชีกงล้วนตกใจจนตัวแข็งทื่อเมื่อคนของคังกงกงกรูเข้ามาจับกุมนางกำนัลหนิงเอ๋อร์            “พาตัวไป!!”“กรี๊ด ท่านกงกง ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ ที่นี่เป็นเขตตำหนักของเต๋อเฟยนะเพคะ” นาราร้องวี้ดว้ายปาทังก้า ปาทังกี้ รีบเหลียวหลังกะพริบตาถี่ๆ พอหันกลับมาก็น้ำตาคลอเบ้า“เจ้านายต้องอัปยศเพราะบ่าวอย่างเจ้ามันชั่วช้า นายของเจ้าล่วงหน้าไปปรภพแล้ว อีกเดี๋ยวพวกเจ้าก็จะตามไป” คังกงกงแยะยิ้มเย้ยใส่ “นายเพิ่งตาย เจ้ายังมีอารมณ์สุนทรีย์นั่งชมสวนอีกนะ เด็กๆ จับตัวนางไปหย่งเหอกง!!”            นาราร้องไห้คร่ำครวญกระซิกๆ ขณะถูกหิ้วตัวไปหย่งเหอกงซึ่งเป็นตำหนักสำหรับร่วมบริหารวังหลังของเหล่าสนม เมื่อไปถึงอี้กุ้ยเฟยนั่งเป็นประธานกลางโถงตำหนักอย่างน่าเกรงข
Read more

บทที่ 15 ลิ้นอาจจะโกหกได้ แต่แววตาจะพูดความจริง 3

“ท่านกำลังหาของชิ้นนี้อยู่ใช่หรือไม่”รับสั่งพร้อมตุ๊กตาสาปแช่งซึ่งลอยละลิ่วตกลงเบื้องหน้าอี้กุ้ยเฟย ทำเอาพระนางตกใจยกมือขึ้นทาบอกพลางถลึงตาจ้องของสกปรกชิ้นนั้น อี้กุ้ยเฟยทรงโกรธเกรี้ยวทันที แต่อิ้นเจินยืนอย่างองอาจอยู่กลางโถงตำหนัก สายตาคมกริบเข้มขึ้นเมื่อสังเกตเห็นรอยแดงบนแก้มของนารา เพลิงล้างผลาญในดวงตาคู่นั้นพลันรุนแรงขึ้นจนมู่กุ้ยเหรินสะดุ้ง            “หวังเย๋ กรุณาอธิบายเรื่องไร้มารยาทนี้มาให้ชัดเจนด้วยนะเพคะ”            “นางกำนัลหนิงเอ๋อร์กับคนในตำหนักเหยียนชีกงแจ้งเรื่องตุ๊กตาตัวนี้ให้กระหม่อมทราบแล้ว มีใต้เท้าตู้แห่งกรมอาญาเป็นผู้เก็บรักษาตุ๊กตาตัวนี้ และจับตาดูจนแน่ใจว่านางกำนัลเยว่อิงทำตามคำสั่งของใคร ซึ่งตอนนี้ก็นับว่ากระจ่างแล้ว”            หรงเฟยนั่งเงียบอยู่นาน เมื่อมีโอกาสตอบโต้อี้กุ้ยเฟยได้ก็รีบคว้าไว้ “ความหมายขององค์ชายสี่คือ มีค
Read more

บทที่ 15 ลิ้นอาจจะโกหกได้ แต่แววตาจะพูดความจริง 4

และสิ่งที่นางคิดก็เป็นจริงเมื่อเต๋อเฟยเสด็จมาพร้อมฮ่องเต้คังซีใบหน้าของเต๋อเฟยอิ่มเอิบ ไร้วี่แววอาการเจ็บป่วยอย่างสิ้นเชิง เหลียงเฟยตื่นตระหนกแต่สามารถสำรวมอาการได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองสบตากันด้วยความรู้สึกมากมายปะทะกัน เต๋อเฟยทรงรักและเห็นอีกฝ่ายเป็นเสมือนน้องสาวแท้ๆ มาโดยตลอด การพบกันอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนี้สร้างความหดหู่ในพระทัยเต๋อเฟยยิ่งนักยามมั่งมีก็เข้าหา ยามตกต่ำก็ตีจาก สัจธรรมของโลกวังหลังเป็นเช่นนี้เสมอมา เต๋อเฟยจึงไม่คิดต่อว่าเหลียงเฟยที่จงใจตีตัวออกห่างไปหาอี้กุ้ยเฟย เพียงแต่เต๋อเฟยไม่นึกเลยว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาจะถูกคนที่คิดว่าเป็นน้องสาวลอบทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าทันทีที่เต๋อเฟยเบือนหน้าหนีไปอีกทาง เหลียงเฟยจึงรู้ตัวว่าพลาดท่าแล้ว -----------ฮ่องเต้คังซีทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาด้วยวัยเพียงแปดชันษา ต่อสู้กับขุนนางสารเลวอย่างอ๋าวป้ายจนพระองค์ได้รับชัยชนะ แต่เสี้ยนหนามของพระองค์ก็ยังไม่หมดไป ช่วงนั้นพระองค์เป็นฮ่องเต้วัยรุ่น ไม่เพียงต่อสู้กับปัญหาบ้านเมืองที่ยังระส่ำระสาย แต่พระองค์ยังต้องเผชิญ
Read more
PREV
1
...
45678
...
15
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status