All Chapters of ภรรยาประธานจอมเย็นชาหอบลูกหนีรัก: Chapter 41 - Chapter 50

100 Chapters

บทที่ 41

ตอนนั้นเธอเพียงแค่คิดว่าตัวเองทำอะไรไม่ดีตรงไหนหรือเปล่า ถึงได้ล่วงเกินเพื่อนๆ ของเซิ่งเจิงโจวถึงได้อยากลองถามดูไม่นึกเลยว่าจะได้รับท่าทีเย็นชาตอบกลับมาจากเซิ่งเจิงโจวแบบนั้นเธอเสียใจกับเรื่องนี้อยู่หลายวันเลยทีเดียวแต่เซิ่งเจิงโจวไม่ได้รับผลกระทบใดๆ และไม่เคยสังเกตเห็นอารมณ์ความรู้สึกของเธอเลยหรือว่า...เซิ่งเจิงโจวรู้อยู่ตลอด แต่...ไม่สนใจไม่อยากเสียเวลามาง้อให้เธออารมณ์ดีหลังจากนั้น เธอทำได้เพียงหลอกตัวเอง ปลอบโยนตัวเอง เพราะตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยสัมผัสรสชาติของการได้รับความรักและการเอาใจใส่ เธอรู้สึกว่าบางทีการมีระยะห่างและการถูกมองข้ามเป็นครั้งคราว คือสภาวะปกติของการใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนเธอถึงกับเตือนตัวเองว่าอย่าอ่อนไหวจนเกินไปตอนนี้ลองนึกย้อนกลับไป...เหวินซูออกจากแชตคนเรามักจะมีช่วงเวลาที่งี่เง่าในเส้นทางการเติบโตเสมอตาสว่างช้าหรือเร็วก็ต่างกันไปในยามที่คนอื่นไม่ได้รักเรา ต่อให้เราควักหัวใจออกมาให้ เขาก็ยังมองว่าผิดการดันทุรังไปรักคนที่ไม่ได้รักเรา ก็เป็นเพียงความเห็นแก่ตัวและอาการหลงละเลิงไปเองของตัวเองไม่ใช่หรือ“ตอนที่ลิ่งอี๋มาถึง จะให้พักที่บ้า
Read more

บทที่ 42

เหวินซูส่ายหน้าหัวเราะเธอไม่ได้มีความคาดหวังหรือภาพฝันใดๆ เกี่ยวกับความรักและการแต่งงานแล้วฮั่วเยี่ยนช่วยเธอไว้เธอรู้สึกขอบคุณแต่ตอนนั้นฮั่วเยี่ยนรู้ว่าเธอต้องมีความกังวลเขาจึงเสนอขึ้นมาเป็นพิเศษว่า หากเธอไม่สบายใจ ก็สามารถเซ็นสัญญาฉบับหนึ่งไว้ได้ว่า หลังจากเด็กอายุครบหกขวบ หากเธอต้องการ ก็สามารถเซ็นชื่อให้ลิ่งอี๋เปลี่ยนแซ่กลับมาเป็นเหวินได้ทุกเมื่อ เพื่อเป็นการรับประกันสิทธิและความกังวลของเธอในฐานะแม่รอให้ลิ่งอี๋ผ่านวันเกิดปีหน้าไป ก็สามารถเริ่มดำเนินการได้เลยช่วงพักเบรกเหวินซูไปเยี่ยมคุณตาที่สถานพักฟื้นสถานพักฟื้นที่ดีที่สุด ค่าใช้จ่ายตลอดทั้งปีสูงถึงกว่าสามล้านห้าคุณตาเหวินชิงซงมีลูกตอนแก่ อายุสี่สิบปีถึงจะมีแม่ปีนี้อายุแปดสิบเก้าปีแล้วเดี๋ยวตื่นเดี๋ยวเลือนรางตอนที่เหวินซูนั่งอยู่ข้างเตียง ชายชรากำลังอ่านหนังสืออยู่ พอได้ยินเสียงก็หันมามองเหวินซูแล้วถามอย่างใจดี “แม่หนู มาหาใครเหรอ?”จำเธอไม่ได้อีกแล้วเหวินซูยิ้ม “หนูเห็นคุณตาเหมือนคุณตาของหนู หนูขออยู่ด้วยสักพักได้ไหมคะ? หนูคิดถึงคุณตาค่ะ”เหวินชิงซงอดใจอ่อนไม่ได้ “เด็กดี กินข้าวหรือยัง? เดี๋ยวกินด้วยก
Read more

บทที่ 43

เหวินซูไม่ทันตั้งตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เซิ่งเจิงโจวผู้มีท่าทีเกียจคร้านและเฉื่อยชามาตลอด หางตาที่โค้งงออย่างมีเสน่ห์กวาดมองอย่างใจเย็นจากไหล่และลำคอที่เปลือยเปล่าของเธอลงไปผ่านหน้าอกที่ถูกผ้าขนหนูรัดจนเป็นร่องลึกของเธอตัวเธอยังเช็ดไม่แห้งสนิทแสงไฟโทนอุ่นด้านบนสาดลงมา ทำให้หยาดน้ำบนผิวกายดูเป็นประกายเย้ายวน ราวกับไข่มุกคุณภาพเยี่ยมเรียวขาทั้งสองข้างยาวสวยสะดุดตาเป็นที่สุดโดยเฉพาะเมื่อประกอบกับสีหน้าที่ตื่นตะลึงเล็กน้อยของเหวินซู และท่าทางที่ยกมือปิดหน้าอกโดยสัญชาตญาณ ทำให้ดูมีความเขินอายอยู่บ้างเหวินซูไม่ได้เขินอายเลย เป็นเพียงความประหลาดใจบวกกับความโมโหล้วนๆ“คุณมา...”คำถามที่ว่าทำไมเขาถึงมาที่ห้องของเธอได้ยังไม่ทันหลุดออกมาจากปากเซิ่งเจิงโจวก็ก้าวเดินเข้ามาภายในห้องเสียแล้วสายตาละออกจากร่างของเธอไปแล้ว“คุณตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่” น้ำเสียงของเขาไม่มีความโกรธหรือพอใจ เป็นเพียงคำถามสั้นๆ ประโยคหนึ่งแต่กลับทำให้เหวินซูสัมผัสได้ถึงความหมายอื่น “ตาม?”ยังคิดว่าเธอสะกดรอยตามเขาอยู่อีกเหรอ?เซิ่งเจิงโจวนั่งลงบนโซฟาหนังสีดำเงา ยกคางมองเธอแล้วเตือนว่า “นี่คือห้องสวีทส่วน
Read more

บทที่ 44

เหวินซูไม่คิดจะเปลี่ยนห้องต่อแล้วในเมื่อเซิ่งเจิงโจวยอมสละห้องให้เพราะกลัวข้อครหาอยู่แล้ว เธอก็ไม่เห็นต้องลำบากตัวเองเหวินซูนอนหลับไปหนึ่งคืนเซิ่งเจิงโจวไม่ได้กลับมาอีกจริงๆกิจกรรมวันนี้จะจัดขึ้นตอนสิบโมงเช้าฮั่วอี้กำลังเร่งเดินทางมาที่นี่เหวินซูอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกจากห้องนัดพบกับฮั่วอี้ที่หน้าทางเข้าสถานที่จัดงานในรีสอร์ตฮั่วอี้ยังคงอุ้มคอมพิวเตอร์ทำสไลด์นำเสนองานอยู่เลย ทั้งที่ตกลงกันไว้ว่าจะมาเที่ยวเล่น แต่ก็ละทิ้งงานไม่ได้สักทีเหวินซูพาฮั่วอี้เดินเข้าไปนั่งประจำที่วันนี้ภาพวาดเขียนของเก่าส่วนหนึ่งเป็นรูปแบบจัดแสดง และอีกส่วนหนึ่งเป็นรูปแบบการประมูลเพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน ก็มีพนักงานเดินเข้ามาโค้งตัวขอโทษอย่างเกรงใจว่า “ขออภัยครับคุณผู้หญิงทั้งสอง ตำแหน่งนี้เป็นที่นั่งสำหรับแขกวีไอพีคนสำคัญของวันนี้ พวกคุณอาจจะต้องย้ายไปนั่งด้านหลังนะครับ”ฮั่วอี้เงยหน้าขึ้นจากงาน “นี่มันโต๊ะหมายเลขหกไม่ใช่เหรอ? เราไม่ได้นั่งผิดนะ”พนักงานพูดต่อ “ใช่ครับ แต่ป้ายวางผิดที่ คุณผู้หญิงทั้งสองต้องขยับให้หน่อยจริงๆ ครับ...”เหวินซูเองก็ไม่อยากทำให้อีกฝ่ายลำบาก คนทำงานล้วนไม่ง่าย
Read more

บทที่ 45

โชคดีที่ฮั่วอี้พูดเสียงเบาเหวินซูอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าฮั่วอี้จะซวยเพราะปากตัวเองเข้าสักวันเธอรู้ว่าเซิ่งเจิงโจวไม่ใช่คนประเภทที่จะถือสากับผู้หญิง แต่ซูจื้อเหยาไม่เหมือนกัน ถ้าซูจื้อเหยาได้ยินแล้วอาละวาดขึ้นมา เซิ่งเจิงโจวไม่มีทางเพิกเฉยต่ออารมณ์ของซูจื้อเหยาแน่ ถึงตอนนั้นคงจบไม่สวยจึงส่งน้ำมะม่วงไปจ่อปากฮั่วอี้เงียบๆ ให้เธอพักปากบ้างฮั่วอี้โกรธจนเจ็บปอดจริงๆรู้ว่าเหวินซูเป็นห่วงตน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะด่าทิ้งท้ายอีกประโยค “ชอบโชว์หวานขนาดนั้น ทำไมไม่ยกเตียงขึ้นไปบนเวทีแล้วจัดหนักไปเลยล่ะ มันไม่ได้ผลดีกว่าตอนนี้มากหรอก!”เธอเป็นห่วงว่าวันนี้เหวินซูจะโกรธจนเกิดก้อนเนื้อในร่างกายไปเสียก่อนแต่เหวินซูกลับทำใจให้สงบได้แล้วสายตาเธอหันกลับไปมองข้างหน้าอีกครั้งเพราะเป็นของที่คนรักชอบ เซิ่งเจิงโจวจึงใจป้ำมาก ยอมอัปราคาขึ้นไป ตั้งใจจะเอาให้ได้รอบข้างมีเสียงอุทานดังขึ้นเป็นระยะตลอดทั้งงานเหวินซูถูกบังคับให้เห็นภาพที่เซิ่งเจิงโจวตามใจซูจื้อเหยาอย่างไรรอบทิศทางยังมีเสียงกระซิบกระซาบด้วยความอิจฉาแทรกซึมเข้าหูมาไม่ขาดสาย“เมื่อก่อนไม่เคยได้ยินว่ามีสาวข้างกายประธานเซิ่งเลย คุณซูคนนี้
Read more

บทที่ 46

“ร้อยห้าสิบล้าน” เหวินซูไม่คิดจะถกเถียงด้วยวาจากับอีกฝ่ายเพียงแค่อยากได้ของขวัญสำหรับลิ่งอี๋ไปครองคราวนี้ซูจื้อเหยาขมวดคิ้วแล้วร้อยห้าสิบล้านเห็นได้ชัดว่าเกินมูลค่าของจี้ผิงอันชิ้นนี้ไปแล้วเธอหันไปมองเซิ่งเจิงโจว “ฉันอยากมอบให้จ้าวจ้าวค่ะ แต่ราคานี้...”เซิ่งเจิงโจวละสายตาจากเหวินซู “ของขวัญให้เด็ก ความหมายมันต่างกัน ราคาเท่าไหร่ไม่สำคัญหรอก”ซูจื้อเหยาเข้าใจความหมายของเขามุมปากยกยิ้มขึ้นทันทีเหลือบมองเหวินซูแวบหนึ่ง ก่อนจะชูป้ายประมูลอย่างถือดี “สองร้อยห้าสิบล้าน!”เธอรู้ดีว่าเซิ่งเจิงโจวจะยอมจ่ายเงินให้ทุกอย่างที่เธอชอบ!เหวินซูย่อมเข้าใจนัยแฝงว่าเซิ่งเจิงโจวจะต้องเข้าข้างซูจื้อเหยาแน่นอนหากแข่งเรื่องฐานะการเงิน ต่อให้มีมากกว่านี้เธอก็สู้ไม่ไหวผลสุดท้ายมีแต่จะทำให้ตัวเองขายหน้า เรื่องนี้เธอเข้าใจดีที่สุดแต่ก็ยังไม่อยากให้ซูจื้อเหยาได้ใจนัก และไม่อยากให้เซิ่งเจิงโจวรู้สึกสบายใจเกินไปนักต่อให้รู้ว่าสู้ไม่ได้ เหวินซูก็ยังคงเพิ่มราคาอีกครั้ง “สี่ร้อยล้าน”เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วมันไม่ใช่แค่การประมูลธรรมดาแล้วรอบข้างล้วนเป็นนักสะสมหน้าเก่าที่มีหน้ามีตาทุกคนต่
Read more

บทที่ 47

สีหน้าของฮั่วอี้เปลี่ยนไปทันทีเดิมทีนึกอยากจะด่าคนออกไปโดยสัญชาตญาณ แต่พอเหลือบเห็นสีหน้าของเหวินซูก็เปลี่ยนใจ ยิ่งกังวลว่าเหวินซูจะถูกกระตุ้นจนได้รับผลกระทบแต่เหวินซูไม่ได้อาละวาดเพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่ซูจื้อเหยาพูดลอยๆ ขึ้นมา แต่มีหลักฐานข้อเท็จจริงสนับสนุนเธอจะพูดอะไรได้ล่ะ?จะยอมรับ? โต้เถียง? ปฏิเสธ? หรือด่าทอ?ไม่ว่าอารมณ์ไหน ก็ดูน่าสมเพชตัวเองทั้งสิ้นเหวินซูพาฮั่วอี้เดินจากไปลู่เฟยเดินเข้าไปหา “หวังว่าเหวินซูจะคิดให้ชัดเจนนะ การยึดครองตำแหน่งที่ไม่ใช่ของตัวเองไว้เฉยๆ มีแต่จะทรมานคนอื่นและทรมานตัวเอง”ซูจื้อเหยาเลิกคิ้วเธอรู้สึกว่าถ้าเหวินซูมีความหยิ่งในศักดิ์ศรี ก็ควรจะหย่าแล้วถอยไปอย่างเงียบๆ การเติมเต็มความสุขให้ผู้อื่นยังถือเป็นการสะสมบุญให้ตัวเองด้วยการขัดขวางความรักแท้ของคนอื่น เป็นสิ่งที่แม้แต่สวรรค์ก็ไม่มีวันให้อภัยฮั่วอี้มางานวันนี้เสียอารมณ์อย่างถึงที่สุดเธอสัมผัสได้ถึงความจนใจและความไร้หนทางของเหวินซูขอเพียงสามีของเหวินซูไม่ใช่เซิ่งเจิงโจวที่มีอำนาจล้นฟ้าคนนั้น เหวินซูก็คงสามารถพลิกโต๊ะสู้ได้แต่ความจริงมันโหดร้ายเหวินซูจำเป็นต้องคำนึงถึงผลร
Read more

บทที่ 48

เซิ่งเจิงโจวไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินเข้ามานั่งลง ปรือตาลงเพื่อถอดกระดุมข้อมือสีเขียวมรกตเม็ดนั้น “คุณย่ารู้ว่าผมมาด้วย ถ้าผมพักที่นี่ ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับได้”เหวินซูเห็นกระดุมข้อมือของเขาก็นึกไปถึงกำไลข้อมือที่คุณซูจื้อเหยาประมูลมาวันนี้ที่คล้ายกับกระดุมข้อมือเม็ดนี้ของเซิ่งเจิงโจวเพื่อใช้เป็นของคู่กันพอย้ายสายตาหนีไปแล้วถึงได้เข้าใจความหมายของเขา “คุณจะให้ฉันเป็นผ้าปิดความอัปยศ เป็นโล่กำบังให้คุณกับซูจื้อเหยาสินะ?”คงกลัวคุณย่าไปหาเรื่องซูจื้อเหยาเลยต้องลดตัวลงมา และจำใจมาที่ห้องของเธอสินะ?เซิ่งเจิงโจวเงยหน้าขึ้นอย่างใจเย็นราวกับมองไม่เห็นการประชดประชันของเหวินซูหยิบกล่องเครื่องประดับไม้แกะสลักเดินด้ายทองอันประณีตออกมาจากกระเป๋า“ชิ้นนี้ถือเป็นการแลกเปลี่ยน คุณไม่ขาดทุนหรอก”สายตาของเหวินซูตกลงบนกล่องใบนั้นเธอจำได้แล้วมันคือจี้ผิงอันหยกอุ่นคุณภาพเยี่ยมที่เซิ่งเจิงโจวทุ่มเงินถึงหนึ่งร้อยล้านประมูลตัดหน้าเธอเพื่อเอาไปให้ซูจื้อเหยาไม่นึกเลยว่าจะเอามาแลกกับเธอเพียงเพื่อให้เธอช่วยบังหน้าปกป้องซูจื้อเหยาไม่ให้ถูกเล่นงานเธอย่อมรู้ดีคุณย่าเซิ่งไม่ใช่คนจิตใจดีม
Read more

บทที่ 49

เหวินซูรีบวิ่งเข้าไปหามีชายชราคนหนึ่งถือไม้เท้าพิงอยู่ข้างแปลงดอกไม้ด้วยอาการตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือด หายใจติดขัดและมีอาการอาเจียนร่วมด้วยเหวินซูไม่กล้าชักช้า ผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัว ถ้าเกิดอาการฉุกเฉินขึ้นมาเกือบทุกครั้งมักเป็นอันตรายถึงชีวิตเธอวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา “คุณปู่คะ?”สติของคุณปู่ค่อนข้างเลือนราง แต่ก็ยังพยายามฝืนลืมตาขึ้นมองเหวินซูแวบหนึ่งเหวินซูขมวดคิ้วจับชีพจรอย่างตั้งใจอยู่ครู่หนึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับการตรวจเบื้องต้นอื่นๆ เหวินซูก็พอจะสรุปอาการได้คุณปู่น่าจะมีอาการลำไส้และกระเพาะอาหารบีบตัวเฉียบพลัน ประกอบกับมีโรคความดันโลหิตสูงรุนแรง จึงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนบางอย่างหากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้ อาจเสี่ยงต่ออาการเลือดออกในสมองจนทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันและเส้นเลือดสมองตีบได้เธอประคองคุณปู่ไว้แล้วพูดอย่างใจเย็น “คุณปู่ไม่ต้องตื่นเต้นนะคะ ค่อยๆ หายใจให้เป็นจังหวะค่ะ”เธอก็รีบนำชุดเข็มฝังเข็มที่เตรียมมาจากทีมแพทย์อาสาออกมา ทำการฆ่าเชื้ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะฝังเข็มลงไปอย่างแม่นยำและรวดเร็วไม่นานนัก หลังจากคุณปู่สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ลมหายใจก็เริ่มคงที่นั
Read more

บทที่ 50

ผู้คนที่อยู่ในรีสอร์ตต่างก็เป็นบุคคลระดับสูงในวงสังคมทั้งสิ้นเธอจึงถือโอกาสนี้เข้าไปช่วยงานอยู่พักหนึ่ง อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นช่องทางที่ดีในการสร้างสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจวันนี้เธอก็ได้ช่วยตรวจรักษาผู้สูงอายุไปหลายคนจนกระทั่งเมื่อลู่เฟยจ้องมองมาด้วยความซาบซึ้งใจเช่นนี้ ซูจื้อเหยาจึงแสร้งประหลาดใจก่อนจะเอ่ยว่า “นั่นเป็นคุณปู่ของคุณหรอกเหรอ? เป็นสิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้วค่ะ”เธอเองก็นึกไม่ถึงว่าดวงจะดีขนาดนี้บังเอิญได้ตรวจรักษาคุณปู่ตระกูลลู่ ตระกูลลู่ย่อมต้องติดค้างบุญคุณเธออย่างแน่นอน“คุณปู่ผมบอกว่าคุณสวยมาก ชมคุณให้ฟังตั้งนาน แถมยังบอกว่าจะต้องตอบแทนบุญคุณให้มาก” ลู่เฟยจ้องมองซูจื้อเหยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นเขามั่นใจเต็มร้อยว่าคนที่คุณปู่พูดถึงก็คือซูจื้อเหยาหน้าตาดีแถมบุคลิกก็ดี ในทีมแพทย์อาสาจะหาคนที่เพียบพร้อมไปกว่าซูจื้อเหยาได้อีกคนหรือ?นึกถึงตอนที่คุณปู่อยากจะแนะนำให้เขารู้จัก...ลู่เฟยไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ซูจื้อเหยายิ้มอ่อน พลางเงยหน้ามองเซิ่งเจิงโจว “พูดซะจนฉันเขินเลยค่ะ”ลู่เฟยอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปตบไหล่เซิ่งเจิงโจว “เจิงโจว มีคู่ครองที
Read more
PREV
1
...
34567
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status