All Chapters of หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม: Chapter 1 - Chapter 10

21 Chapters

บทที่ 1 แม่หม้ายบนทางอพยพ

บทที่ 1แม่หม้ายบนทางอพยพ เสียงกรีดร้องโหวกเหวกปะปนกับเสียงฝีเท้าอลหม่านที่ดังขึ้นรอบกาย ทำให้ ‘เยว่ไฉหนิง’ สะดุ้งเฮือก ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ทันใดนั้น ความเจ็บปวดแล่นแปล๊บเข้าสู่ขมับราวกับสมองจะปริแตก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ที่ปลายจมูก ร่างของนางหนักอึ้งเหมือนถูกก้อนหินหลายตันกดทับไว้ ก่อนที่สายตาจะปรับโฟกัสสภาพแวดล้อมรอบๆ ได้ ความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวอย่างบ้าคลั่ง! ร่างนี้มีชื่อว่าเยว่ไฉหนิง หญิงชาวบ้านธรรมดาที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากท่ามกลางความอดอยากและภัยพิบัติไม่รู้จบ สามีของนางคือ ‘ฉินต้าเสวี่ย’ บุตรชายคนโตของตระกูลฉิน ในบรรดาพี่น้องทั้งสาม เขาเป็นคนซื่อสัตย์และขยันที่สุด ต่อให้ถูกใช้งานหนักจนตายก็ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว หลังสามีเสียชีวิต ภาระทุกอย่างก็ตกอยู่บนบ่าของเยว่ไฉหนิง นางต้องเลี้ยงลูกชายฝาแฝด ทำงานบ้าน ดูแลทุกคนในตระกูลฉิน และยังต้องลงนาทำงานแทนสามีที่เสียชีวิต ทว่า...เนื่องจากหลายเมืองทางใต้ประสบภัยแล้งมานานถึงสองปี ข้าวสารในหม้อของแ
Read more

บทที่ 2 ตัดขาดบ้านสามี

บทที่ 2ตัดขาดบ้านสามี ร่างกายนี้ยังอ่อนแออยู่ ต่อให้เยว่ไฉหนิงตั้งใจหักข้อมือแม่เฒ่าฉินสุดแรง ก็ทำได้มากที่สุดเพียงทำให้อีกฝ่ายข้อมือเคล็ดเท่านั้น หญิงชราดิ้นรนร้องโอดครวญ หวังเรียกความเห็นใจจากชาวบ้าน ทว่ากลับไม่มีใครเหลียวแลหญิงชราเลยสักคน แม่เฒ่าฉินจึงหยุดโวยวาย ลุกขึ้นมายืนเท้าสะเอว ถลึงตามองลูกสะใภ้อย่างเจ็บแค้น “นังสารเลว! นังสะใภ้อกตัญญู กล้าลงมือกับแม่สามี ระวังฟ้าจะผ่าเจ้า!” “ผ่าเจ้าก่อนเถอะ!” เยว่ไฉหนิงสวนกลับทันควัน “แก…แก!” แม่เฒ่าฉินเดือดจนพูดไม่ออก เยว่ไฉหนิงไม่สนใจหญิงชรา นางเชิดหน้าขึ้น กล่าวเสียงแข็ง “คิดจะขายข้ากับลูกแลกหมั่นโถวไม่กี่ลูกหรือ ถุย! ฝันไปเถอะว่าข้าจะยอม!” “นังสารเลว! พวกเรารับเงินมาแล้ว ต่อให้แกไม่ยอม ก็ต้องไปกับพ่อหม้ายหู่!” ฉินเอ้อหลางตวาดเสียงกร้าว พลางเดินดุ่มๆ เข้ามาหา คราวนี้ในมือกำท่อนไม้ที่ไม่รู้ไปคว้ามาจากที่ไหน เมื่อมีอาวุธอยู่ในมือ ท่าทางของฉินเอ้อหลางก็ยิ่งฮึกเหิม ยกท่อนไม้ขึ้น
Read more

บทที่ 3 มิติลับและปาฏิหาริย์น้ำพุวิเศษ

บทที่ 3มิติลับและปาฏิหาริย์น้ำพุวิเศษ “ข้ากับพวกเจ้าตัดขาดกันแล้ว ต่อไปอย่าได้มาเฉียดใกล้บ้านตระกูลฉินของข้าอีก ไปซะ นังตัวซวย! ข้าไม่มีอะไรให้พวกเจ้าสูบเลือดสูบเนื้อหรอก!” แม่เฒ่าฉินตะคอกใส่เยว่ไฉหนิงด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว คำพูดฟังดูราวกับว่าถูกนางเอาเปรียบ หากความจริงแล้ว แม่เฒ่าฉินตั้งใจด่ากลบเกลื่อนเพื่อยึดเสบียงในส่วนของเยว่ไฉหนิงไว้ทั้งหมด เยว่ไฉหนิงเลิกคิ้ว ก่อนหันไปมองผู้ใหญ่บ้านอย่างสุขุม “ผู้ใหญ่บ้าน ตามหลักแล้ว ข้าควรได้รับถุงธัญพืชหยาบหนึ่งถุง และน้ำหนึ่งกระบอกเป็นส่วนแบ่งใช่หรือไม่เจ้าคะ” “ใช่” ผู้ใหญ่บ้านตอบอย่างรวดเร็ว “เช่นนั้น เหตุใดนางถึงกล่าวหาว่าข้าจะสูบเลือดสูบเนื้อละเจ้าคะ” ผู้ใหญ่บ้านขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่แม่เฒ่าฉิน พร้อมกล่าวเสียงหนักแน่น “แม่เฒ่าฉิน คืนของให้เยว่ซื่อเสีย หากยังยึดของของนางไว้ เกิดนางฟ้องร้องขึ้นมา คนที่เดือดร้อนก็คือเจ้า!” “ถุย! คืนก็คืน! นึกว่าข้าอยากได้นักหรือ” แม้ปากจะพูดเช่นนั้น ทว่าแม
Read more

บทที่ 4 การพันเท้า

บทที่ 4การพันเท้า เกือบสี่เดือนของการเดินทางอพยพ ลูกๆ ของฉินเอ้อหลางได้นั่งรถเข็นอย่างสบาย ขณะที่ต้าเป่ากับเสี่ยวเป่ากลับต้องเดินเท้าตลอดทาง บางครั้งยังถูกใช้งานให้ช่วยออกแรงลากรถเข็น ภาพความทรงจำนั้นทำให้เยว่ไฉหนิงกัดฟันแน่น ...คิดแล้วก็อยากอัดบ้านตระกูลฉินให้หน้าหงายเสียจริง! เยว่ไฉหนิงรีบใช้จิตสำนึกค้นหารองเท้าเด็กในมิติลับ ทว่า...โชคไม่ดีเลย ในชาติก่อนนางไม่เคยมีลูก ของใช้สำหรับเด็กเล็กจึงไม่เคยถูกเตรียมเอาไว้ “ท่านแม่ เป็นอะไรไปขอรับ” ต้าเป่าถามขึ้น เมื่อสังเกตเห็นท่าทางร้อนรนของมารดา เยว่ไฉหนิงดึงสติกลับ มองลูกรักทั้งสองก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ เมื่อไม่มีรองเท้าให้เปลี่ยน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือรักษาบาดแผลที่เท้าก่อน ดังนั้น นางจึงพาลูกทั้งสองไปยังมุมที่ลับตาคน ก่อนจะใช้น้ำพุวิเศษล้างเท้าให้พวกเขา เมื่อน้ำเย็นใสสะอาดถูกราดลงบนเท้าเล็กๆ ทั้งสองคู่ ไม่เพียงแต่สิ่งสกปรกจะถูกชะล้างออกไปจนเกลี้ยง แผลสดและเก่าก็ได้รับการรักษาเช่นกัน
Read more

บทที่ 5 แม่หม้ายที่ใครๆ ก็รังแกได้?

บทที่ 5แม่หม้ายที่ใครๆ ก็รังแกได้? ตลอดหลายวันที่รอนแรมบนเส้นทางอพยพ เยว่ไฉหนิงไม่เพียงดูแลร่างกายของเจ้าก้อนแป้งทั้งสองเท่านั้น นางยังสอนวิธีเอาตัวรอดให้พวกเขาอีกด้วย ยามพักระหว่างทาง นางจะหาไม้ขนาดพอเหมาะมาเหลาให้เรียบ ทำเป็นไม้พลอง แล้วให้เจ้าแฝดใช้ฝึกซ้อมแทนอาวุธมีคม นางสอนให้พวกเขาหวดไม้ และสอนกระบวนท่าพื้นฐานของการต่อสู้ทีละท่าอย่างอดทน การที่แม่หม้ายอ่อนแอคนหนึ่ง จู่ๆ ก็รู้วิธีต่อสู้ อาจดูแปลกอยู่บ้าง แต่ลองคิดว่า นางต้องเผชิญกับความเห็นแก่ตัวของอดีตบ้านสามี อีกทั้งตลอดเส้นทางอพยพ ยังเต็มไปด้วยการปล้นสะดมไม่เว้นวัน สถานการณ์เหล่านั้น ค่อยๆ ขัดเกลาให้แม่หม้ายอ่อนแอคนหนึ่งต้องปรับตัวและลุกขึ้นต่อสู้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่มีใครสงสัยถึงการเปลี่ยนแปลงของเยว่ไฉหนิง ต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าตั้งใจฝึกจนเหงื่อท่วมตัวทุกวัน แม้แรงแขนแรงขาของเด็กห้าขวบจะยังน้อย แต่ความมุ่งมั่นกลับเต็มเปี่ยม เถี่ยต้านที่ยืนดูอยู่ข้างๆ พลันเกิดความรู้สึกคันไม้คันมือ
Read more

บทที่ 6 กระบวนท่าพิฆาต

บทที่ 6กระบวนท่าพิฆาต ก่อนฟ้าจะมืดสนิท ผู้ใหญ่บ้านกับบัณฑิตหยางประกาศจุดพักแรมของคืนนั้น เมื่อขบวนอพยพหยุดลง ผู้คนต่างแยกย้ายไปจัดการธุระของตน ก่อนจะกลับมาก่อไฟ ตั้งเตา หุงหาอาหารง่ายๆ ประทังท้อง รอนแรมมาถึงจุดนี้ หลายครอบครัวที่ไม่มีธัญพืชติดตัวแล้ว ต่างพากันขึ้นเขาไปเก็บผักป่า ยิ่งเข้าใกล้เมืองเจิ้งหยาง สองข้างทางก็เริ่มมีพืชสีเขียวให้เห็นประปราย คล้ายว่าพื้นที่แถบนี้ยังไม่ถูกภัยแล้งคุกคาม พอเลือกที่พักได้แล้ว เยว่ไฉหนิงก็วางตะกร้าเก่าๆ ที่บรรจุสัมภาระลง “ท่านแม่ ท่านแม่ ข้าปวดอึ๊!” เสี่ยวเป่าอยู่ไม่สุข ทำท่าจะวิ่งปรู๊ดเข้าป่า “ข้าก็ปวดขอรับ” ต้าเป่าแก้มแดงด้วยความอาย เยว่ไฉหนิงมองท่าทางลุกลี้ลุกลนของลูกชายทั้งสองแล้วเกือบจะหลุดขำออกมา นางจูงลูกทั้งสองเข้าป่า หาที่ลับตาเพื่อให้ลูกๆ ปลดทุกข์ ในยามอพยพหนีภัยแล้ง แค่จะหาเศษหญ้าหรือรากไม้ประทังชีวิตยังยากเย็น เมื่อไม่มีอะไรกิน ลำไส้ก็แห้งเหี่ยว การขับถ่ายแต่ละครั้งย่อมต้องทรมาน หลายคนนั่ง
Read more

บทที่ 7 ผลไม้มีพิษ

บทที่ 7ผลไม้มีพิษ เมื่อเห็นลูกพี่ลงไปนอนขดตัวอยู่บนพื้นด้วยความทรมาน ลูกน้องอีกสองคนของหม่าเฉาก็หน้าซีด มือเผลอปิดเป้ากางเกงตัวเองพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว ผู้ชายคนอื่นในบริเวณนั้นต่างก็ขยับขาเบียดเข้าหากันอย่างเสียววาบ “พ…พวกเจ้า! กล้าดียังไงมาทำร้ายลูกพี่หม่าเฉา! ข้าจะ…ข้าจะจัดการพวกเจ้า!” หนึ่งในนั้นตะโกนเสียงสั่น แต่เท้ากลับถอยหลังไปทีละก้าว เด็กทั้งสามยืนมองลูกน้องของหม่าเฉาด้วยแววตาที่ไร้พิษภัย และไม่สะทกสะท้านต่อคำข่มขู่แม้แต่น้อย โดยเฉพาะเสี่ยวเป่าที่จ้องเขม็งไปยัง ‘จุดยุทธศาสตร์’ ของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจจะทำอะไรบางอย่าง เท่านั้นแหละ ลูกน้องของหม่าเฉาทั้งสองถึงกับหน้าถอดสี หมุนตัวเผ่นแน่บทั้งที่ยังกุมเป้ากางเกง เถี่ยต้านร้องลั่น “เอาคนไปด้วย!” หม่าเฉาเองก็ส่งเสียงอู้อี้ไม่หยุด ลูกน้องทั้งสองจึงรีบวิ่งย้อนกลับมา หิ้วปีกลูกพี่ที่หน้าเขียวหน้าเหลือง แล้วพากันโกยหายเข้าไปในกลุ่มผู้อพยพในพริบตาเดียว เยว่ไฉหนิงมอ
Read more

บทที่ 8 เสบียงสำรอง

บทที่ 8เสบียงสำรอง เมื่ออิ่มท้องและได้พักจนหายเหนื่อย ทุกคนก็พากันขึ้นเขาไปเก็บผักป่าไว้เป็นเสบียงสำรอง แม้เป้าหมายคือเมืองเจิ้งหยางซึ่งอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับประกันว่า ท่านอ๋องผู้ปกครองเมืองนั้นจะเมตตา เปิดทางให้ผู้อพยพอย่างพวกเขาได้ตั้งรกราก ผู้หนีภัยแล้งมีจำนวนมาก ไม่ใช่แค่หมู่บ้านเฟิงโฮ่ว หากแต่แทบทั้งเมืองโหยวเฉินต่างอพยพกันหมด ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะถึงเมืองเจิ้งหยาง ไม่มีใครรู้ว่าเสบียงระหว่างทางจะหมดลงก่อนหรือไม่ หมอเยี่ยนพาลูกชายทั้งสองขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร เผื่อไว้รักษาผู้เจ็บป่วยและคนป่วยระหว่างทาง เยว่ไฉหนิงก็ไม่รอช้า จูงมือลูกชายทั้งสองเดินตามขึ้นเขาทันที ในเมื่อป่าแถบนี้อุดมสมบูรณ์ ย่อมต้องมีของดีซ่อนอยู่แน่นอน ตอนแรก สองแฝดเดินเตาะแตะตามหลังมารดาไม่ห่าง แต่ไม่นาน เสี่ยวเป่าก็เริ่มอยู่ไม่สุข พอเหลือบเห็นต้นพุทราป่าที่ออกผลดกเต็มต้น ขาสั้นๆ ก็เตรียมจะพุ่งเข้าใส่ทันที ทว่าวิ่งได้เพียงก้าวเดียว ก็ถูกต้าเป่าคว้าค
Read more

บทที่ 9 เนื้อหมูป่า

บทที่ 9เนื้อหมูป่า “ท่านแม่!” “ท่านแม่!” แฝดทั้งสองร้องลั่นด้วยความตกใจ “พวกเจ้าหลบหลังแม่ไว้!” เยว่ไฉหนิงรีบดึงเจ้าก้อนทั้งสองให้ถอยมาอยู่ด้านหลัง มือที่เดิมถือท่อนไม้ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร บัดนี้กลับกลายเป็นดาบยาวเสียแล้ว ทันทีที่หมูป่าวิ่งเข้ามาใกล้ นางก็ฟันดาบลงไปอย่างฉับไว ฉับ! เพียงพริบตาเดียว คอหมูป่าก็ถูกตัดขาด หัวกระเด็นกลิ้งไปอีกทาง ก่อนร่างใหญ่กำยำของมันจะทรุดฮวบลงกับพื้น “ฮู่ว…” เยว่ไฉหนิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าเบิกตาโตด้วยความตะลึง ก่อนจะกระโดดดึ๋งๆ และปรบมือด้วยความดีใจ “ท่านแม่ เก่งจัง!” “ท่านแม่…นั่นหมูป่าเลยนะขอรับ!” เยว่ไฉหนิงหันกลับไปมองลูกชายทั้งสองด้วยความเป็นห่วง “พวกเจ้าไม่บาดเจ็บใช่ไหม” พลันนั้น เด็กน้อยทั้งสองก็นิ่งชะงัก ใบหน้าเล็กๆ ซีดเผือด ดวงตาจ้องมองมารดาไม่กะพริบ “เลือด…ท่านแม่บา
Read more

บทที่ 10 บ้านฉินจอมละโมบ (1)

บทที่ 10บ้านฉินจอมละโมบ (1) เมื่อกลุ่มของหู่เอ้อช่วยกันแบกเนื้อหมูป่าไปให้ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับแต่ละบ้านต่อ ผู้ใหญ่บ้านถึงกับซาบซึ้งใจ รีบเข้ามากล่าวขอบคุณเยว่ไฉหนิงไม่ขาดปาก เยว่ไฉหนิงเพียงยิ้มบาง ก่อนเอ่ยว่า “ดูจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่านี้แล้ว เมืองเจิ้งหยางที่อยู่ข้างหน้า น่าจะยังไม่ถูกภัยแล้งเล่นงานเจ้าค่ะ มีความเป็นไปได้สูงว่าท่านเจ้าเมืองจะช่วยเหลือผู้อพยพอย่างพวกเราแน่นอน” “เมืองเจิ้งหยางอยู่ในเขตปกครองของจิ้งอ๋อง” บัณฑิตหยางกล่าว “จิ้งอ๋องขึ้นชื่อว่ามีคุณธรรม ก่อนอพยพ อาจารย์ของข้าเคยบอกว่า เมืองเจิ้งหยางเปิดรับผู้อพยพและมีมาตรการช่วยเหลือครบถ้วน หากโชคดี พวกเราอาจได้ตั้งรกรากในไม่ช้า” หยางกัวชิ่งเป็นบัณฑิตซิ่วไฉเพียงคนเดียวของหมู่บ้านเฟิงโฮ่ว ความรู้กว้างขวาง ช่วงต้นภัยแล้ง เขาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าเหล่าเศรษฐีในเมืองเริ่มกักตุนเสบียง ขณะเดียวกัน หมู่บ้านรอบข้างก็ทยอยอพยพกันไปแล้ว เป็นเขานี่แหละ ที่เตือนผู้ใหญ่บ้านให้นำชาวบ้านอพยพหนีภัยแล้ง มุ่งหน้ามาเมือ
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status