Share

บทที่ 9 เนื้อหมูป่า

last update publish date: 2026-06-20 09:04:58

บทที่ 9

เนื้อหมูป่า

               “ท่านแม่!”

               “ท่านแม่!”

               แฝดทั้งสองร้องลั่นด้วยความตกใจ

               “พวกเจ้าหลบหลังแม่ไว้!”

               เยว่ไฉหนิงรีบดึงเจ้าก้อนทั้งสองให้ถอยมาอยู่ด้านหลัง มือที่เดิมถือท่อนไม้ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร บัดนี้กลับกลายเป็นดาบยาวเสียแล้ว

               ทันทีที่หมูป่าวิ่งเข้ามาใกล้ นางก็ฟันดาบลงไปอย่างฉับไว

               ฉับ!

               เพียงพริบตาเดียว คอหมูป่าก็ถูกตัดขาด หัวกระเด็นกลิ้งไปอีกทาง ก่อนร่างใหญ่กำยำของมันจะทรุดฮวบลงกับพื้น

               “ฮู่ว…”

               เยว่ไฉหนิงถอนหายใจอย่างโล่งอก

               ต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าเบิกตาโตด้วยความตะลึง ก่อนจะกระโดดดึ๋งๆ และปรบมือด้วยความดีใจ         

               “ท่านแม่ เก่งจัง!”

               “ท่านแม่…นั่นหมูป่าเลยนะขอรับ!”

               เยว่ไฉหนิงหันกลับไปมองลูกชายทั้งสองด้วยความเป็นห่วง

               “พวกเจ้าไม่บาดเจ็บใช่ไหม”

               พลันนั้น เด็กน้อยทั้งสองก็นิ่งชะงัก ใบหน้าเล็กๆ ซีดเผือด ดวงตาจ้องมองมารดาไม่กะพริบ

               “เลือด…ท่านแม่บาดเจ็บหรือขอรับ?” ต้าเป่าร้องเสียงหลง

               “ท่านแม่อย่าตายนะ โฮ!” เสี่ยวเป่าโผเข้ากอดขามารดา ร้องไห้ยกใหญ่

               “ร้องอะไรกัน…เลือดเหรอ?”

               เยว่ไฉหนิงชะงัก ก่อนจะก้มมองตัวเอง

               “อ้อ…”

               ทันใดนั้นนางก็หลุดเสียงออกมาอย่างเข้าใจ 

               คงเป็นตอนที่ฟันคอหมูป่าจนขาดกระเด็น เลือดของมันจึงกระเซ็นมาเปื้อนทั้งใบหน้าและเสื้อผ้า ต้าเป่ากับเสี่ยวเป่าคิดว่าเป็นเลือดของนางก็เลยตกใจนั่นเอง 

               เยว่ไฉหนิงรีบโอ๋เจ้าแฝด พลางอธิบายว่านี่เป็นเพียงเลือดของหมูป่า

               ต้องปลอบอยู่พักใหญ่เด็กทั้งสองถึงยอมหยุดร้องไห้

               ว่าไปแล้ว เอ่อ…ฆ่าหมูป่าด้วยดาบยาวที่เคยใช้สังหารซอมบี้ หมูป่าตัวนี้จะติดเชื้อซอมบี้หรือเปล่านะ?

               ในยุคสิ้นโลก โลหะคุณภาพดีถือว่าหายาก คนที่มีพลังส่วนใหญ่มักใช้ดาบยาวหรือไม่ก็ปืนเลเซอร์สังหารซอมบี้กับสัตว์กลายพันธุ์ เมื่อครู่นางไม่ได้คิดอะไรมาก ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป จึงเผลอเปลี่ยนท่อนไม้ให้เป็นดาบยาวตามสัญชาตญาณ

               ช่างเถอะ

               ดาบเล่มนี้ นางล้างมันอย่างสะอาดและลับคมไว้อย่างดีอยู่เสมอ คงไม่ติดเชื้อหรอก…

               แม้จะคิดเช่นนั้นก็ยังอดกังวลไม่ได้ เยว่ไฉหนิงจึงหยิบเครื่องตรวจสอบเชื้อซอมบี้ออกมาจากมิติลับ พอเห็นผลตรวจสอบขึ้นคำว่า ‘ไม่ติดเชื้อ 100%’ นางก็ถอนหายใจโล่งอกอีกครั้ง

               “พวกเจ้าระวังหมูป่า! หมู…ป่า…”

               เสียงตะโกนดังมาจากในป่าลึก

               ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งวิ่งพรวดออกมา โบกมือร้องให้สามแม่ลูกหลบ แต่เมื่อเข้ามาใกล้ กลับต้องชะงักกึก เพราะหมูป่าที่พวกเขาไล่ตามตัวนั้น บัดนี้นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น แถมหัวของมันยังถูกตัดขาดอย่างงดงาม

               “เจ้า…เป็นคนจัดการหรือ?”

               ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ยถาม พลางชี้ไปที่ดาบในมือของเยว่ไฉหนิง

               เยว่ไฉหนิงสะดุ้งวาบในใจ

               ตายห่า!

               เพราะมัวแต่ปลอบเจ้าแฝด นางเลยลืมเก็บดาบยาวเข้ามิติลับ!

               “ข้า…ข้าเก็บดาบได้แถวๆ นี้…เมื่อกี้ตกใจมาก ก็เลย…ฟันมั่วซั่ว! รู้ตัวอีกที หมูป่าก็ตายเสียแล้ว โชคดีจริงๆ เลยเนอะ สงสัยวิญญาณสามีข้าคงคุ้มครอง ข้ากับลูกถึงไม่เป็นอะไร”

               ขณะพูด นางมองซ้ายขวาอย่างล่อกแล่ก

               เจ้าแฝดทั้งสองก็หลบสายตาของชาวบ้านอย่างมีพิรุธ

               “ท่านแม่พูดจริงขอรับ”

               ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนซื่อ ได้ยินเช่นนั้นก็พากันเชื่อสนิทใจ บางคนถึงกับพึมพำว่า ต้าเสวี่ยรักลูกเมียมาก วิญญาณของเขาคงตามคุ้มครองสามแม่ลูกจริงๆ

               พอพูดจบ ชายหนุ่มคนนั้นยังแหงนหน้ามองฟ้า ทำท่ารำลึกถึงต้าเสวี่ย

               อีกคนก็รีบเสริมขึ้นมาทันทีว่า คนเราพอตกใจขึ้นมา ต่อให้เป็นโอ่งใบใหญ่ก็ยังยกไหว ยายเฒ่าเฉินท้ายหมู่บ้านตอนบ้านไฟไหม้ นางยังแบกลูกผัว แถมไม่ลืมคว้าไหผักดองใบใหญ่หนีไฟไปด้วย

               เมื่อชายคนนั้นพูดจบ คนอื่นๆ ก็พากันหัวเราะ

               “เยว่ซื่อคงเหมือนยายเฒ่าเฉินนั่นแหละ มีแรงฮึดขึ้นมาในยามคับขัน คราวก่อนที่อัดฉินเอ้อหลางจนหน้าบวม นางก็คงได้แรงฮึดแบบนี้มาเหมือนกัน”

               “ใช่ๆ”

               ท้ายที่สุด ชายฉกรรจ์ทั้งสามก็พากันเอ่ยปากชมว่าเยว่ไฉหนิงว่ามีฝีมือ

               “ขอถามหน่อย หมูป่าตัวนี้มาจากไหนหรือ?” เยว่ไฉหนิงยิ้มแห้งๆ ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่อง

               ชายฉกรรจ์พากันเล่าว่า เจอหมูป่าบนเขา เดิมคิดจะต้อนให้จนมุมแล้วค่อยฆ่า ไม่คาดคิดว่ามันจะวิ่งลงมาจากเขา...

               พูดถึงตรงนี้ พวกเขาก็ก้มหัวเอ่ยขอโทษเยว่ไฉหนิงเป็นการใหญ่

               เยว่ไฉหนิงบอกว่าไม่เป็นไร แต่กำชับว่าคราวหน้าคราวหลังควรวางกับดักให้รัดกุมกว่านี้

               “แล้ว...เนื้อหมูป่านี้พวกเราจะเอาอย่างไรกับมันดี?” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ยถาม

               หมูป่าตัวนี้เยว่ไฉหนิงเป็นคนฆ่า ตามหลักแล้ว นางควรจะได้ไปทั้งหมด

               แต่ในสถานการณ์อพยพเช่นนี้ ทุกคนล้วนหิวโหย สำหรับแม่หม้ายอย่างเยว่ไฉหนิง หากนางครอบครองเนื้อหมูป่าทั้งตัวเพียงคนเดียว นางจะตกเป็นเป้าหมาย ทั้งกับพวกหัวขโมยและคำครหาของชาวบ้าน

               เยว่ไฉหนิงบอกโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “อากาศร้อน เนื้อหมูสดก็เน่าง่าย แบ่งให้แต่ละบ้านอย่างละนิดอย่างละหน่อยก็แล้วกัน”

               การซื้อใจและลดความขัดแย้งย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

               ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่ได้ขาดแคลนเนื้อ และไม่ได้อยากทำตัวเป็นแม่พระ

               ในหมู่ชาวบ้านมีทั้งคนซื่อและคนเห็นแก่ตัวเหมือนตระกูลฉิน นางที่ผ่านยุคสิ้นโลกมาแล้ว เห็นด้านมืดของมนุษย์มามากพอจะรู้ว่า ความอิจฉาริษยาทำให้คนก่ออาชญากรรมได้ง่ายๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก นางจึงเลือกวิธีนี้

               อีกอย่าง ผู้คนที่อดอยากมานาน ระบบย่อยอาหารย่อมปรับตัวช้า หากกินอาหารมันหรือโปรตีนหนักๆ ในคราวเดียว อาจเกิดอาการย่อยยากจนล้มป่วยได้

               ชายฉกรรจ์ทั้งสามได้ยินเช่นนั้นก็เห็นด้วย

               เขาแบกหมูป่าที่ตาย รีดเลือดและแล่เนื้อออกเป็นชิ้นๆ แบ่งเท่าๆ กัน แล้วนำไปให้หัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนแจก 

               เรื่องฆ่าหมูป่านั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทว่าที่ทำให้เยว่ไฉหนิงอึดอัดที่สุดคือสภาพของตนเองในตอนนี้               ร่างกายนางไม่เพียงเปื้อนฝุ่นและคราบไคล หากยังมีเลือดหมูป่าติดอยู่ทั่วตัว ถึงจะล้างตัวสะอาดแล้ว แต่กลิ่นคาวฉุนยากจะทน

               นางอยากอาบน้ำ อยากได้สบู่กลิ่นหอมสักก้อน

               พอคิดถึงสบู่ ก็อดนึกไม่ได้ว่าในยุคโบราณนี้มีแต่สบู่ที่ไม่มีกลิ่นหอม แถมยังไม่ค่อยมีฟอง

               หากตั้งรกรากได้เมื่อใด สิ่งแรกที่นางตั้งใจจะทำก็คือผลิตสบู่ใช้เอง!

               เยว่ไฉหนิงล้างหน้าล้างตาจนสะอาดเรียบร้อย ก่อนจะกลับมารวมกลุ่มกับจ้าวซื่อ

               จากนั้นนางก็นำเนื้องูที่หั่นเป็นท่อน ๆ ส่งให้อีกฝ่ายนำไปต้มซุป

               เรื่องการปรุงอาหารนั้น ต้องยกให้จ้าวซื่อเป็นคนรับผิดชอบ 

               แม้ว่าจะมีความทรงจำของร่างเดิมอยู่ก็ตาม แต่เรื่องทำอาหารเนี่ย นางไม่ถนัดจริงๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทพิเศษ (3) จบ

    บทพิเศษ (3) ห้าปีต่อมา... ณ เรือนทดลองในจวนจิ้งอ๋อง เด็กชายวัยสี่ขวบ เนื้อตัวและใบหน้ากลมป้อมเปรอะเปื้อนคราบหมึกดำเป็นปื้นๆ แต่กระนั้น เขาก็ยังคงตั้งอกตั้งใจฝนหมึกอย่างขะมักเขม้น เมื่อได้น้ำหมึกสมใจแล้ว เขาจึงยื่นจานฝนหมึกให้พี่ชายฝาแฝดที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลองดมดู “กลิ่นนี้เป็นยังไง” เจ้าตัวน้อยถามขึ้นอย่างคล่องปร๋อ&nb

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทพิเศษ (2)

    บทพิเศษ (2) ภายในห้องหออันวิจิตร อบอวลด้วยกลิ่นกำยานหอมกรุ่น แสงเทียนมงคลสีแดงสั่นไหวอย่างแผ่วเบา เยว่ไฉหนิงนั่งอยู่ขอบเตียงไม้จันทน์ มือทั้งสองประสานกันแน่นอยู่บนตักจนปลายนิ้วเริ่มขาวซีด ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงที่ยังไม่ถูกเปิด หัวใจของนางเต้นรัวแรงยิ่งกว่ากลองศึก ยอมรับตามตรง...นางตื่นเต้นเสียจนแทบหยุดหายใจอยู่แล้ว! ก่อนที่ความคิดจะเตลิดไปไกล เสียงฝีเท้ามั่นคงพลันหยุดลงหน้าห้อง ประตูเปิดออกและปิดลงอย่างเบามือ ไม่นาน เสียงฝีเท้าของบุรุษก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าเตียง “ข้า...มาแล้ว” น้ำเสียงท

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทพิเศษ (1)

    บทพิเศษ (1) อีกด้านหนึ่ง... เมื่อเซียวเฟิงอวี่ได้ฟังคำรายงานจากห้าวเฟิงถึงสิ่งที่เด็กๆ พูดกัน รอยยิ้มกว้างก็ผุดขึ้นบนใบหน้าคมเข้มอย่างกลั้นไม่อยู่ ชายหนุ่มไม่รอช้า สั่งให้คนรุดไปส่งเทียบที่บ้านตระกูลเยว่ นัดหมายว่าจะพาทุกคนไปล่องเรือชมทะเลสาบในวันรุ่งขึ้น ครั้นถึงเวลา คนทั้งสี่ก็ขึ้นเรือสำราญลำใหญ่ ซึ่งค่อยๆ ล่องไปบนผืนน้ำใสสะอาด ทัศนียภาพสองฝั่งงดงามราวกับภาพวาด ทั้งขุนเขาเขียวชอุ่มและมวลบุปผาที่บานสะพรั่ง ต้

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย ข่าวการแต่งตั้งเยว่ไฉหนิงเป็นท่านหญิงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองเจิ้งหยาง แม้แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านเฟิงโฮ่วเองก็ได้ยินข่าวอันน่ายินดีนี้ในเวลาไม่นานเช่นกัน เดิมทีทุกคนตั้งใจจะแห่เข้าเมืองเพื่อมาร่วมแสดงความยินดี ทว่าอีกใจก็เกรงว่าจะเป็นการรบกวนเยว่ไฉหนิง จึงตกลงส่งผู้ใหญ่บ้านมาเป็นตัวแทนของทุกคนแทน ผู้ใหญ่บ้านเดินทางมาพร้อมบุตรชายคนโต ทั้งสองช่วยกันหอบของฝากมากมายขึ้นรถล่อ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมูป่า เนื้อกระต่ายป่า หน่อไม้และเห็ด ทั้งยังมีผ้าปักลายสวยๆ จากฝีมือเหล่าแม่บ้าน สิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นน้ำใจที่ชาวบ้านพร้อมใจกันนำมาเพื่อแสดงความยินดี เยว่ไฉหนิงต้อนรับทั้งสองคนอย่างเป็นกันเอง พร

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม     บทที่ 65 ราชโองการ

    บทที่ 65ราชโองการ ในเวลานั้น อีกด้านหนึ่งของคฤหาสน์ เจ้าก้อนแป้งทั้งสองกำลังง่วนอยู่กับการแข่งลูกข่าง พลางส่งเสียงอย่างสนุกสนาน โดยหารู้ไม่ว่าท่านแม่กับท่านอาเซียวกำลังแอบตกลงเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ที่เกี่ยวพันกับอนาคตของพวกเขา “หมุนอีก! หมุนแรงๆ อีก!” ต้าเป่าตะโกนลั่น สีหน้าลุ้นระทึกสุดขีด ทว่ายิ่งลุ้น ลูกข่างของเขากลับยิ่งช้าลงทุกที “ฮะๆ ลูกข่างของข้าเก่งที่สุด! ข้าชนะแล้ว!!” เสี่ยวเป่าหัวเราะร่า กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เพราะลูกข่างของเขายังคงหมุนอย่างมั่นคงไม่ไหวเอน&nbs

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 64 คำสารภาพ (2)

    บทที่ 64คำสารภาพ (2) เมื่อเห็นหญิงสาวยังคงยืนนิ่ง เซียวเฟิงอวี่จึงนึกว่านางอาจไม่เข้าใจ เขาจึงก้าวเข้าไปใกล้นางอีกหนึ่งก้าว เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “ข้า...เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยน้ำมือของเผยจิ้นซาน ระหว่างเข้าไปช่วยฮ่องเต้จากวงล้อมของกลุ่มกบฏ” เขาหยุดไปชั่วครู่ คล้ายกำลังรวบรวมความทรงจำ ก่อนจะเล่าต่ออย่างเป็นลำดับ “วันนั้นเป็นคืนงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติของไทเฮา กบฏฉีอ๋องบุกเข้าวังหลวง โดยมีแม่ทัพเผยที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูวังเปิดทางให้...วังหลวงนองไปด้วยเลือด รัชทายาทสิ้นชีพ ฮ่องเต้สูญสิ้นอำนาจ บ้านเมืองตกอยู่ในความโกลาหล ส่วนข้า...ก็ตายในค

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 10 บ้านฉินจอมละโมบ (1)

    บทที่ 10บ้านฉินจอมละโมบ (1) เมื่อกลุ่มของหู่เอ้อช่วยกันแบกเนื้อหมูป่าไปให้ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับแต่ละบ้านต่อ ผู้ใหญ่บ้านถึงกับซาบซึ้งใจ รีบเข้ามากล่าวขอบคุณเยว่ไฉหนิงไม่ขาดปาก เยว่ไฉหนิงเพียงยิ้มบาง ก่อนเอ่ยว่า “ดูจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 8 เสบียงสำรอง

    บทที่ 8เสบียงสำรอง เมื่ออิ่มท้องและได้พักจนหายเหนื่อย ทุกคนก็พากันขึ้นเขาไปเก็บผักป่าไว้เป็นเสบียงสำรอง แม้เป้าหมายคือเมืองเจิ้งหยางซึ่งอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับประกันว่า ท่านอ๋องผู้ปกครองเมืองนั้นจะเมตตา เปิดทางให้ผู้อพยพอย่างพวกเขาได้ตั้งรกราก ผ

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 7 ผลไม้มีพิษ

    บทที่ 7ผลไม้มีพิษ เมื่อเห็นลูกพี่ลงไปนอนขดตัวอยู่บนพื้นด้วยความทรมาน ลูกน้องอีกสองคนของหม่าเฉาก็หน้าซีด มือเผลอปิดเป้ากางเกงตัวเองพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว ผู้ชายคนอื่นในบริเวณนั้นต่างก็ขยับขาเบียดเข้าหากันอย่างเสียววาบ “พ…พวกเจ้า! กล้าดียังไงมาทำร้ายลูกพี่ห

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 6 กระบวนท่าพิฆาต

    บทที่ 6กระบวนท่าพิฆาต ก่อนฟ้าจะมืดสนิท ผู้ใหญ่บ้านกับบัณฑิตหยางประกาศจุดพักแรมของคืนนั้น เมื่อขบวนอพยพหยุดลง ผู้คนต่างแยกย้ายไปจัดการธุระของตน ก่อนจะกลับมาก่อไฟ ตั้งเตา หุงหาอาหารง่ายๆ ประทังท้อง รอนแรมมาถึงจุดนี้ หลายครอบครัวที่ไม่มีธัญพืชติดตัวแล้ว ต่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status