Beranda / รักโบราณ / หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม / บทที่ 1 แม่หม้ายบนทางอพยพ

Share

หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม
หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม
Penulis: ฮาจิฮาจิ

บทที่ 1 แม่หม้ายบนทางอพยพ

last update Tanggal publikasi: 2026-06-13 11:39:40

บทที่ 1

แม่หม้ายบนทางอพยพ

               เสียงกรีดร้องโหวกเหวกปะปนกับเสียงฝีเท้าอลหม่านที่ดังขึ้นรอบกาย ทำให้ ‘เยว่ไฉหนิง’ สะดุ้งเฮือก ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก

               ทันใดนั้น ความเจ็บปวดแล่นแปล๊บเข้าสู่ขมับราวกับสมองจะปริแตก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ที่ปลายจมูก ร่างของนางหนักอึ้งเหมือนถูกก้อนหินหลายตันกดทับไว้

               ก่อนที่สายตาจะปรับโฟกัสสภาพแวดล้อมรอบๆ ได้ ความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวอย่างบ้าคลั่ง!

               ร่างนี้มีชื่อว่าเยว่ไฉหนิง หญิงชาวบ้านธรรมดาที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากท่ามกลางความอดอยากและภัยพิบัติไม่รู้จบ

               สามีของนางคือ ‘ฉินต้าเสวี่ย’ บุตรชายคนโตของตระกูลฉิน ในบรรดาพี่น้องทั้งสาม เขาเป็นคนซื่อสัตย์และขยันที่สุด ต่อให้ถูกใช้งานหนักจนตายก็ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว

               หลังสามีเสียชีวิต ภาระทุกอย่างก็ตกอยู่บนบ่าของเยว่ไฉหนิง นางต้องเลี้ยงลูกชายฝาแฝด ทำงานบ้าน ดูแลทุกคนในตระกูลฉิน และยังต้องลงนาทำงานแทนสามีที่เสียชีวิต

               ทว่า...เนื่องจากหลายเมืองทางใต้ประสบภัยแล้งมานานถึงสองปี ข้าวสารในหม้อของแต่ละบ้านก็เริ่มร่อยหรอ บ่อน้ำของหมู่บ้านแห้งขอดลงทุกวัน

               ในที่สุด ผู้ใหญ่บ้านก็ตัดสินใจพาชาวบ้านทั้งหมดอพยพมุ่งหน้าไปตั้งรกรากที่อื่น

               จนถึงบัดนี้ หมู่บ้านเฟิงโฮ่วอพยพมาเกือบสี่เดือนแล้ว ผ่านเหตุการณ์เฉียดตายนับครั้งไม่ถ้วน และตามการคาดการณ์ของผู้ใหญ่บ้าน หากไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝัน อีกไม่เกินหนึ่งเดือนก็น่าจะถึงเมืองเจิ้งหยาง

               ระหว่างการเดินทางอันยากลำบาก เยว่ไฉหนิงกับลูกชายฝาแฝดได้รับเพียงแป้งหยาบสองแผ่น และน้ำไม่กี่อึกต่อวัน ทั้งแม่ทั้งลูกผอมแห้งหนังติดกระดูก สภาพเหมือนจะหมดลมหายใจลงได้ทุกเมื่อ

               ในขณะที่บ้านตระกูลฉินกินอิ่มกันทุกมื้อ

               แม่เฒ่าฉินเห็นว่าเลี้ยงดูตัวไร้ประโยชน์ทั้งสามไปก็มีแต่จะสิ้นเปลืองเสบียงเปล่า ไม่สู้ขายทั้งแม่ทั้งลูกให้ขบวนเดินทางจากหมู่บ้านอื่น เอาเงินและอาหารมาตุนไว้ยังจะดีกว่า

               คิดได้เช่นนั้น แม่เฒ่าฉินก็ลงมือทันที

               แม่เฒ่าฉินสั่งให้ลูกชายคนรอง ‘ฉินเอ้อหลาง’ ฉุดลากสามแม่ลูกไปส่งให้ชายฉกรรจ์ที่กำลังรับซื้อคน

               ระหว่างที่เยว่ไฉหนิงพยายามยื้อยุดฉุดกระชากกับฉินเอ้อหลาง นางพลาดล้ม ศีรษะกระแทกหินก้อนใหญ่

               เยว่ไฉหนิงเจ้าของร่างเดิมสิ้นใจตั้งแต่ตอนนั้น คนที่ลืมตาขึ้นมาแทน คือเยว่ไฉหนิงจากยุคสิ้นโลก

               สาเหตุที่นางมาอยู่ในร่างนี้ เพราะสถานีวิจัยเกิดการระเบิด ร่างของนางถูกแรงอัดฉีกกระชากจนแหลกเละ ตายโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว...

               “นังแพศยา! แกล้งตายไปก็ไม่มีประโยชน์ ลุกขึ้นมา!”

               เสียงแหลมสูงตวาดลั่น ตามมาด้วยแรงกระแทกหนักหน่วงที่ซัดเข้าชายโครงอย่างไม่ปรานี

               อึก!

               ความเจ็บปวดทำให้เยว่ไฉหนิงตื่นเต็มตา ภาพตรงหน้าแจ่มชัดขึ้น

               หญิงชราหน้าตาเหี้ยมเกรียมที่กำลังกระชากแขนเด็กน้อยทั้งสองไปหาชายฉกรรจ์อย่างไร้ความปรานีก็คือ ‘แม่เฒ่าฉิน’ แม่สามีใจยักษ์ของร่างเดิม

               เด็กชายฝาแฝดตัวผอมแห้งที่อ้าปากกรีดร้องจนแทบหายใจไม่ทันคู่นั้นก็คือ ‘ต้าเป่า’ กับ ‘เสี่ยวเป่า’ แม้พวกเขาจะอายุห้าขวบ แต่เพราะความอดอยาก ร่างกายจึงเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก

               “ฮื่อๆ ท่านแม่...”

               “ท่านแม่ช่วยพวกเราด้วย!”

               เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยทั้งสองบาดลึกถึงหัวใจของทุกคน ทว่าชาวบ้านที่ยืนดูอยู่รอบๆ กลับทำได้เพียงกุมหน้าอก มองเด็กๆ ด้วยแววตาเวทนา

               ก่อนหน้านี้จ้าวซื่อ...ภรรยาของเถี่ยเจ๋อเคยเข้าไปช่วยห้ามปรามแล้ว แต่กลับถูกแม่เฒ่าฉินชี้หน้าด่ากลับอย่างเจ็บแสบว่า เป็นเรื่องของตระกูลฉิน คนนอกไม่มีสิทธิ์ยุ่ง! จึงทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปแทรกแซงเรื่องในบ้านตระกูลฉินอีก

               อีกอย่าง การอพยพลี้ภัย ภาพเด็กและสตรีถูกขายเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทุกวัน

               เยว่ไฉหนิงกัดฟันแน่น ความโกรธเดือดพล่านจนเผาไหม้สติของนาง

               แม้ดวงวิญญาณจะเป็นคนละดวง แต่สัญชาตญาณความเป็นแม่กลับปะทุขึ้นมาจุกกลางอก

               “ปล่อย...” เสียงแหบพร่าถูกเค้นออกมาจากลำคอ “ปล่อยมือของแกซะ!”

               แม่เฒ่าฉินเบะปากมองสะใภ้ใหญ่อย่างสมเพช ก่อนหันไปเอ่ยกับชายฉกรรจ์อย่างไม่สนใจว่า “ตามที่ตกลงกันไว้นั่นแหละ หมั่นโถวห้าลูก แลกกับเด็กอัปมงคลสองคนนี้ ส่วนนางนี่ทำงานได้ทุกอย่าง บำรุงนางดีๆ ก็ยังคลอดลูกได้อีก ข้าขายให้ห้าตำลึง”

               ชาวบ้านรอบข้างได้แต่มองภาพนั้นด้วยความเวทนา

               ชายคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ทำท่าจะเอ่ยปากห้าม ทว่าเขากลับถูกภรรยาดึงชายเสื้อไว้ พร้อมกับส่ายหน้าเตือน เขาจึงได้แต่ถอนหายใจและถอยกลับไปยืนที่เดิมอย่างเงียบๆ

               ชายคนนั้นคือจ้วงหู่ เป็นสหายของฉินต้าเสวี่ย

               ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ในสภาพเช่นนี้ คนที่จะออกหน้าปกป้องสามแม่ลูก ไม่เพียงต้องมีความกล้า หากยังต้องมีเงินและเสบียงมากพอจะไถ่ตัวพวกนาง

               แม่เฒ่าฉินรับเงินกับเสบียงไปแล้ว ย่อมไม่มีทางนำกลับมาคืนเป็นอันขาด

               “ลูกสะใภ้กับหลานข้า ข้ามีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ ใครมีปัญหา?”

               ไม่เพียงพูดจาอย่างหน้าด้าน อ้างความชอบธรรม แม่เฒ่าฉินยังเบะปากใส่ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่รอบข้าง

               ชาวบ้านต่างพากันหลบสายตา บางคนกำหมัดแน่นด้วยความอัดอั้น แต่ก็ไม่มีใครกล้าออกหน้า

               ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นจ้าวซื่อถูกแม่เฒ่าฉินหักหน้าเป็นตัวอย่างมาแล้ว ใครเล่าจะกล้าสอดมือเข้าไปยุ่งอีก

               “ข้านี่แหละ!”

               เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ

               เมื่อทุกคนมองตามเสียงนั้น พลันเห็นเยว่ไฉหนิงยันกายลุกขึ้นช้าๆ แม้ร่างของนางจะอ่อนแอจนแทบยืนไม่ไหว ทว่าแววตาของนางกลับเปี่ยมไปด้วยความเย็นเยียบและแน่วแน่ ทำเอาชาวบ้านต่างก็ต้องกลั้นหายใจด้วยความประหลาดใจ  

               ในพริบตาเดียว ร่างผอมแห้งก็พุ่งเข้าหาแม่เฒ่าฉินรวดเร็วราวกับเสือดาวตะครุบเหยื่อ มือเรียวคว้าหมับที่ข้อมือเหี่ยวๆ ของหญิงชรา ก่อนจะบิดสุดแรง!

               แกร๊ก!

               “อ๊ากกกกกก! มือข้า! มือข้าหักแล้ว!”

               แม่เฒ่าฉินกรีดร้องเสียงหลง ก่อนทรุดฮวบลงไปดิ้นบนพื้น

               เยว่ไฉหนิงไม่แม้แต่จะเหลียวมองแม่สามีที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น นางดึงลูกชายฝาแฝดให้มาหลบอยู่ด้านหลัง

               ชายฉกรรจ์จากหมู่บ้านอื่นกับฉินเอ้อหลางก้าวอาดๆ เข้ามา ทำท่าจะฉุดกระชากสามแม่ลูกแยกจากกัน

               เยว่ไฉหนิงมีหรือจะยอม

               นางยกเท้าถีบเข้าที่ยอดอกของทั้งสองไปคนละที ร่างใหญ่ทั้งสองกลิ้งคลุกฝุ่นไปคนละทิศละทาง

               อั่ก! อั่ก!

               “นังตัวซวย! แกเสียสติไปแล้วหรือ!” แม่เฒ่าฉินตะโกนด่า

               “กล้าดีนักนะ มาทำร้ายสามีข้า!” ตู้ซื่อภรรยาของฉินเอ้อหลางพุ่งเข้าใส่เยว่ไฉหนิง หมายจะข่วนหน้านางให้เสียโฉม

               เยว่ไฉหนิงยืนตระหง่าน ไม่ไหวติง

               เข้ามาหนึ่ง นางก็เตะกลับไปหนึ่ง

               เข้ามาสอง นางก็เตะกระเด็นไปทั้งคู่

               ‘ฉินเจียวเจียว’ ลูกสาวคนเล็กของตระกูลฉินเป็นคนขี้ขลาด ได้แต่หลบอยู่ด้านหลังของชาวบ้าน ไม่กล้าโผล่หัวออกมา

               ไม่นานนัก คนสารเลวตระกูลฉินทั้งหมดก็ถูกเยว่ไฉหนิงจัดการจนนอนหมอบราบอยู่กับพื้น ไม่เว้นแม้แต่ชายฉกรรจ์จากหมู่บ้านอื่น

               นางเชิดหน้าขึ้น ตะเบ็งเสียงดัง

               “ยังมีใครกล้าแตะต้องข้ากับลูกอีกไหม!”

               ความเงียบงันปกคลุมลงในพริบตา

               แม้แต่ชายฉกรรจ์จากหมู่บ้านเฟิงโฮ่วที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่ ยังอดถอยกรูดไปหลายก้าวด้วยความหวาดหวั่นไม่ได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทพิเศษ (3) จบ

    บทพิเศษ (3) ห้าปีต่อมา... ณ เรือนทดลองในจวนจิ้งอ๋อง เด็กชายวัยสี่ขวบ เนื้อตัวและใบหน้ากลมป้อมเปรอะเปื้อนคราบหมึกดำเป็นปื้นๆ แต่กระนั้น เขาก็ยังคงตั้งอกตั้งใจฝนหมึกอย่างขะมักเขม้น เมื่อได้น้ำหมึกสมใจแล้ว เขาจึงยื่นจานฝนหมึกให้พี่ชายฝาแฝดที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลองดมดู “กลิ่นนี้เป็นยังไง” เจ้าตัวน้อยถามขึ้นอย่างคล่องปร๋อ&nb

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทพิเศษ (2)

    บทพิเศษ (2) ภายในห้องหออันวิจิตร อบอวลด้วยกลิ่นกำยานหอมกรุ่น แสงเทียนมงคลสีแดงสั่นไหวอย่างแผ่วเบา เยว่ไฉหนิงนั่งอยู่ขอบเตียงไม้จันทน์ มือทั้งสองประสานกันแน่นอยู่บนตักจนปลายนิ้วเริ่มขาวซีด ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงที่ยังไม่ถูกเปิด หัวใจของนางเต้นรัวแรงยิ่งกว่ากลองศึก ยอมรับตามตรง...นางตื่นเต้นเสียจนแทบหยุดหายใจอยู่แล้ว! ก่อนที่ความคิดจะเตลิดไปไกล เสียงฝีเท้ามั่นคงพลันหยุดลงหน้าห้อง ประตูเปิดออกและปิดลงอย่างเบามือ ไม่นาน เสียงฝีเท้าของบุรุษก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าเตียง “ข้า...มาแล้ว” น้ำเสียงท

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทพิเศษ (1)

    บทพิเศษ (1) อีกด้านหนึ่ง... เมื่อเซียวเฟิงอวี่ได้ฟังคำรายงานจากห้าวเฟิงถึงสิ่งที่เด็กๆ พูดกัน รอยยิ้มกว้างก็ผุดขึ้นบนใบหน้าคมเข้มอย่างกลั้นไม่อยู่ ชายหนุ่มไม่รอช้า สั่งให้คนรุดไปส่งเทียบที่บ้านตระกูลเยว่ นัดหมายว่าจะพาทุกคนไปล่องเรือชมทะเลสาบในวันรุ่งขึ้น ครั้นถึงเวลา คนทั้งสี่ก็ขึ้นเรือสำราญลำใหญ่ ซึ่งค่อยๆ ล่องไปบนผืนน้ำใสสะอาด ทัศนียภาพสองฝั่งงดงามราวกับภาพวาด ทั้งขุนเขาเขียวชอุ่มและมวลบุปผาที่บานสะพรั่ง ต้

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย ข่าวการแต่งตั้งเยว่ไฉหนิงเป็นท่านหญิงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองเจิ้งหยาง แม้แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านเฟิงโฮ่วเองก็ได้ยินข่าวอันน่ายินดีนี้ในเวลาไม่นานเช่นกัน เดิมทีทุกคนตั้งใจจะแห่เข้าเมืองเพื่อมาร่วมแสดงความยินดี ทว่าอีกใจก็เกรงว่าจะเป็นการรบกวนเยว่ไฉหนิง จึงตกลงส่งผู้ใหญ่บ้านมาเป็นตัวแทนของทุกคนแทน ผู้ใหญ่บ้านเดินทางมาพร้อมบุตรชายคนโต ทั้งสองช่วยกันหอบของฝากมากมายขึ้นรถล่อ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมูป่า เนื้อกระต่ายป่า หน่อไม้และเห็ด ทั้งยังมีผ้าปักลายสวยๆ จากฝีมือเหล่าแม่บ้าน สิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นน้ำใจที่ชาวบ้านพร้อมใจกันนำมาเพื่อแสดงความยินดี เยว่ไฉหนิงต้อนรับทั้งสองคนอย่างเป็นกันเอง พร

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม     บทที่ 65 ราชโองการ

    บทที่ 65ราชโองการ ในเวลานั้น อีกด้านหนึ่งของคฤหาสน์ เจ้าก้อนแป้งทั้งสองกำลังง่วนอยู่กับการแข่งลูกข่าง พลางส่งเสียงอย่างสนุกสนาน โดยหารู้ไม่ว่าท่านแม่กับท่านอาเซียวกำลังแอบตกลงเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ที่เกี่ยวพันกับอนาคตของพวกเขา “หมุนอีก! หมุนแรงๆ อีก!” ต้าเป่าตะโกนลั่น สีหน้าลุ้นระทึกสุดขีด ทว่ายิ่งลุ้น ลูกข่างของเขากลับยิ่งช้าลงทุกที “ฮะๆ ลูกข่างของข้าเก่งที่สุด! ข้าชนะแล้ว!!” เสี่ยวเป่าหัวเราะร่า กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เพราะลูกข่างของเขายังคงหมุนอย่างมั่นคงไม่ไหวเอน&nbs

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 64 คำสารภาพ (2)

    บทที่ 64คำสารภาพ (2) เมื่อเห็นหญิงสาวยังคงยืนนิ่ง เซียวเฟิงอวี่จึงนึกว่านางอาจไม่เข้าใจ เขาจึงก้าวเข้าไปใกล้นางอีกหนึ่งก้าว เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “ข้า...เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยน้ำมือของเผยจิ้นซาน ระหว่างเข้าไปช่วยฮ่องเต้จากวงล้อมของกลุ่มกบฏ” เขาหยุดไปชั่วครู่ คล้ายกำลังรวบรวมความทรงจำ ก่อนจะเล่าต่ออย่างเป็นลำดับ “วันนั้นเป็นคืนงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติของไทเฮา กบฏฉีอ๋องบุกเข้าวังหลวง โดยมีแม่ทัพเผยที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูวังเปิดทางให้...วังหลวงนองไปด้วยเลือด รัชทายาทสิ้นชีพ ฮ่องเต้สูญสิ้นอำนาจ บ้านเมืองตกอยู่ในความโกลาหล ส่วนข้า...ก็ตายในค

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 6 กระบวนท่าพิฆาต

    บทที่ 6กระบวนท่าพิฆาต ก่อนฟ้าจะมืดสนิท ผู้ใหญ่บ้านกับบัณฑิตหยางประกาศจุดพักแรมของคืนนั้น เมื่อขบวนอพยพหยุดลง ผู้คนต่างแยกย้ายไปจัดการธุระของตน ก่อนจะกลับมาก่อไฟ ตั้งเตา หุงหาอาหารง่ายๆ ประทังท้อง รอนแรมมาถึงจุดนี้ หลายครอบครัวที่ไม่มีธัญพืชติดตัวแล้ว ต่

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 5 แม่หม้ายที่ใครๆ ก็รังแกได้?

    บทที่ 5แม่หม้ายที่ใครๆ ก็รังแกได้? ตลอดหลายวันที่รอนแรมบนเส้นทางอพยพ เยว่ไฉหนิงไม่เพียงดูแลร่างกายของเจ้าก้อนแป้งทั้งสองเท่านั้น นางยังสอนวิธีเอาตัวรอดให้พวกเขาอีกด้วย ยามพักระหว่างทาง นางจะหาไม้ขนาดพอเหมาะมาเหลาให้เรียบ ทำเป็นไม้พลอง แล้วให้เจ้าแฝดใช้ฝึกซ้อมแทนอาวุธม

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 4 การพันเท้า

    บทที่ 4การพันเท้า เกือบสี่เดือนของการเดินทางอพยพ ลูกๆ ของฉินเอ้อหลางได้นั่งรถเข็นอย่างสบาย ขณะที่ต้าเป่ากับเสี่ยวเป่ากลับต้องเดินเท้าตลอดทาง บางครั้งยังถูกใช้งานให้ช่วยออกแรงลากรถเข็น ภาพความทรงจำนั้นทำให้เยว่ไฉหนิงกัดฟันแน่น ...คิดแล้วก็อยากอัดบ้านตระก

  • หลังลี้ภัย ข้าขอเป็นปลาเค็ม   บทที่ 3 มิติลับและปาฏิหาริย์น้ำพุวิเศษ

    บทที่ 3มิติลับและปาฏิหาริย์น้ำพุวิเศษ “ข้ากับพวกเจ้าตัดขาดกันแล้ว ต่อไปอย่าได้มาเฉียดใกล้บ้านตระกูลฉินของข้าอีก ไปซะ นังตัวซวย! ข้าไม่มีอะไรให้พวกเจ้าสูบเลือดสูบเนื้อหรอก!” แม่เฒ่าฉินตะคอกใส่เยว่ไฉหนิงด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว คำพูดฟังดูราวกับว่าถูกนางเอาเปรียบ หากความจริ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status