พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว의 모든 챕터: 챕터 1 - 챕터 10

27 챕터

1

หิมะตกหนักตลอดทั้งคืน ตำหนักเย็นท้ายวังเงียบงันราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กำแพงสูงปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง ประตูไม้เก่าผุพังปิดสนิท ไม่มีโคมไฟ ไม่มีเสียงคน ไม่มีแม้แต่กลิ่นอุ่นของถ่านไฟ มีเพียงลมหนาวที่พัดลอดรอยแตกของหน้าต่างเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าบนเตียงไม้เก่าหลังหนึ่ง หญิงสาวร่างบอบบางนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบางซีด สีหน้าของนางขาวราวกระดาษ ริมฝีปากแห้งแตกจนมีเลือดซึม ลมหายใจแผ่วเบาราวกับจะขาดหายได้ทุกเมื่อ"พระสนม ท่านเป็นอย่างไรบ้างเพคะ" เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นข้างเตียงชิงเหอคือสาวใช้ประจำตัวของนาง กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ มือทั้งสองประคองถ้วยน้ำเย็นที่แทบไม่มีไอร้อนหลงเหลือ ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้"พระองค์ดื่มน้ำสักหน่อยเถิดเพคะ"ซูหว่านหนิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางอยากตอบ แต่ลำคอแห้งผากจนเปล่งเสียงแทบไม่ออกสามเดือนแล้ว… นับตั้งแต่นางถูกส่งเข้าวังมาในฐานะสนมที่ยังไม่ทันได้เข้าเฝ้าก็ถูกส่งมายังตำหนักเย็น นางไม่ทันได้ถวายตัว ไม่ทันได้เห็นหน้าบุรุษผู้เป็นเจ้าเหนือชีวิตของคนทั้งแผ่นดินด้วยซ้ำเพราะในคืนเดียวกันนั้นเอง ข่าวร้ายก็มาถึง ตระกูลซูถูกกล่าวหาว่าขายความลับทางทหารให้แคว้นศัตรู
더 보기

2

ลมหนาวพัดแรงจนประตูไม้เก่าส่งเสียงครวญคราง เปลวเทียนที่ใกล้มอดดับพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้งชิงเหอกอดร่างของซูหว่านหนิงไว้แน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว"เกิดอะไรขึ้น" นางยังพูดไม่ทันจบ ร่างในอ้อมแขนก็ขยับเบา ๆชิงเหอชะงัก นางค่อย ๆ ก้มหน้าลงมอง หญิงสาวที่ควรสิ้นลมหายใจไปแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นยังคงเป็นดวงตาของซูหว่านหนิง แต่แววตากลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปมันใสกระจ่าง ลึกล้ำ และแฝงประกายประหลาดราวกับสัตว์ป่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานหญิงสาวกะพริบตาช้า ๆ มองเพดานผุพัง มองผ้าห่มผืนเก่าบนตัว มองสาวใช้ที่ร้องไห้จนหน้าตาเปรอะเปื้อนนางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงแหบพร่าออกมาประโยคหนึ่ง"มีอะไรกินหรือไม่"ชิงเหออ้าปากค้าง"พระสนม?"หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย คล้ายเพิ่งค้นพบเรื่องสำคัญยิ่งกว่าเรื่องใดในโลก"ข้าหิว"ข้าหิว… ประโยคสั้น ๆ เพียงสี่คำทำให้ชิงเหอหยุดร้องไห้ไปชั่วขณะสาวใช้ตัวน้อยกะพริบตาปริบ ๆ มองคนบนเตียงราวกับไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังฝันอยู่หรือไม่เมื่อครู่นี้พระสนมของนางยังสิ้นลมหายใจอยู่แท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับนั่งอยู่บนเตียงและพูดว่าหิว"พระสนม?"นางขมวดคิ้ว เสียง
더 보기

3

ชิงเหอมองรอยยิ้มบนใบหน้าของพระสนมแล้วขนลุกวาบ ไม่รู้เพราะเหตุใด แต่จู่ ๆ นางก็มีลางสังหรณ์ประหลาดตำหนักเย็นที่เงียบเหงามานานหลายปี ดูเหมือนกำลังจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแล้วแน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องที่คนปกติควรทำในวังหลวงแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านหน้าต่างไม้เก่าที่แตกร้าว เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ตำหนักเย็นมีเสียงหัวเราะดังขึ้น"พระสนม ท่านดื่มโจ๊กอีกสักหน่อยเถิดเพคะ"ชิงเหอยกชามโจ๊กใบเล็กเข้ามา สีหน้าของนางสดใสกว่าสองวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อคืนนี้นางแทบไม่ได้นอน เพราะตื่นเต้น พระสนมของนางฟื้นแล้วจริง ๆ แม้จะรู้สึกว่าพระสนมเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ชิงเหอไม่ได้คิดมาก คนที่ผ่านความตายมาได้ ย่อมเปลี่ยนไปบ้างเป็นธรรมดา ขอเพียงพระสนมยังมีชีวิตอยู่ นางก็พอใจแล้ว"อืม"หูลีบอกตัวเองว่าต่อจากนี้ไปนางคือซูหว่านหนิง นางรับชามโจ๊กมา ก่อนจะมองของเหลวสีขาวขุ่นภายในชามเงียบ ๆนี่เรียกว่าโจ๊ก?นอกจากน้ำแล้วแทบมองไม่เห็นเมล็ดข้าวหากโยนลงไปในบ่อปลา ปลาคงร้องไห้ด้วยความสงสาร สุดท้ายนางก็ฝืนดื่มจนหมด เพราะร่างนี้ยังอ่อนแออยู่มาก ต้องรีบฟื้นฟูให้เร็วที่สุด"พระสนม วันนี้สีหน้าท่านดีขึ้นมากเลยเพคะ"
더 보기

4

"คงไม่งอกหรอก" ชิงเหอพึมพำกับตัวเองใต้ผ้าห่ม ตอนเด็กนางเคยเห็นคนปลูกผัก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะมีต้นอ่อน สุดท้ายเด็กสาวก็หลับไปพร้อมความสงสัยเต็มหัวรุ่งเช้า แสงแดดอ่อน ๆ สาดผ่านหน้าต่าง ชิงเหอลุกขึ้นตามปกติ สิ่งแรกที่นางคิดคือไปต้มน้ำให้พระสนม สิ่งที่สองคือออกไปดูเมล็ดผักเมื่อวาน"คงยังเหมือนเดิม" นางบ่นพลางเดินอ้อมไปยังลานหลังตำหนัก แต่อย่างไรก็ต้องช่วยเจ้านายสาวรดน้ำ หากผักพวกนี้งอกขึ้นมา อาจจะพอเป็นอาหารประทังความหิวโหยได้บ้าง ไม่รู้ว่าต้องติดอยู่ในตำหนักเย็นอีกนานแค่ไหน หากรอดชีวิตไปไม่ได้ ก็คงตายอยู่ที่นี่ แต่ถ้าหากมีอาหารก็อาจจะอยู่ได้อีกหลายวัน แต่พอก้าวพ้นประตู ร่างเล็กก็แข็งค้างทันที"อะ!" ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง ตรงหน้าของนางคือผืนดินที่เคยรกร้างว่างเปล่า บัดนี้เต็มไปด้วยต้นอ่อนสีเขียวสด งอกขึ้นมาเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบต้นเล็ก ๆ สั่นไหวตามสายลมยามเช้า งดงามราวกับภาพฝัน ชิงเหอยกมือขึ้นขยี้ตาหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง ต้นผักก็ยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน"ผะ... ผัก!" นางกรีดร้องเสียงดังลั่น"พระสนม! พระสนมเพคะ!" ชิงเหอวิ่งกลับเข้าตำหนักอย่างแตกตื่น ขณะนั้นซูห
더 보기

5

ชิงเหอนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย"พระสนม ท่านกำลังทำอะไรหรือเพคะ""ตกไก่""...""อ้อ... ไม่ใช่"ซูหว่านหนิงแก้คำอย่างจริงจัง"ล่อไก่""..." ฟังแล้วก็ยังแปลกอยู่ดีจากนั้นนางก็เทน้ำในถ้วยลงบนพื้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ แผ่กระจายออกมา เป็นกลิ่นที่มนุษย์แทบไม่ได้สังเกต แต่สำหรับสัตว์แล้ว กลับมีเสน่ห์ร้ายแรงอย่างยิ่ง"เสร็จแล้ว""แล้วต่อจากนี้ล่ะเพคะ""รอ""รออะไร""รอไก่""..."ชิงเหอรู้สึกว่าพระสนมกำลังล้อเล่นกับนาง แต่ก็ไม่กล้าพูดครึ่งชั่วยามต่อมา มีเงาดำบินข้ามกำแพงเข้ามาตุ้บ!ชิงเหอสะดุ้ง ก่อนจะพบว่าเป็นแม่ไก่ป่าตัวอ้วนกลม ตัวเดียวกับที่เคยเห็นเมื่อหลายวันก่อนแม่ไก่เดินวนอยู่รอบลาน จิกดินไปมา จากนั้นก็เดินตรงมายังบริเวณที่ซูหว่านหนิงราดน้ำไว้ ดวงตาของชิงเหอเบิกกว้าง"มา... มาจริง ๆ ด้วยเพคะ เป็นไปได้ยังไงนี่"ซูหว่านหนิงยิ้มมุมปาก แน่นอนว่าต้องมา สัตว์ทุกชนิดชอบพลังวิญญาณ โดยเฉพาะน้ำพุวิเศษของนางแม่ไก่ป่าเดินจิกพื้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงอย่างสบายใจ ราวกับเป็นบ้านของตนเองซูหว่านหนิงพยักหน้า"ดี""ดีตรงไหนเพคะ""อ้วน""...""สมบูรณ์""...""อีกไม่นานคงออกไข่"ชิงเหอรีบก
더 보기

6

"คารวะพระสนม"ซูหว่านหนิงพยักหน้า"มีอะไร"นางกำนัลคุกเข่าลงทันที"ข้าน้อยทำป้ายหยกของพระสนมหลินหายเพคะ"ชิงเหอสะดุ้ง ป้ายหยกของพระสนม หากทำหายจริง อย่างน้อยต้องถูกโบย หนักกว่านั้นอาจถูกไล่ออกจากวัง"ข้าน้อยหามาทั้งวันแล้ว" นางกำนัลร้องไห้"แต่หาไม่พบ""แล้วเหตุใดถึงมาที่นี่"ซูหว่านหนิงถาม"ข้าน้อย" นางชะงัก ก่อนตอบอย่างอาย ๆ"หลงทางเพคะ"ชิงเหอหลุดหัวเราะพรืด ตำหนักเย็นอยู่ท้ายวัง จะหลงมาได้อย่างไรกัน นางกำนัลหน้าแดงทันที"ข้าน้อยรีบร้อนเกินไป อีกอย่างก็เพิ่งเข้าวังมาได้ไม่นาน ยังไม่ชำนาญเส้นทางเพคะ"ซูหว่านหนิงไม่ได้สนใจนัก แต่จังหวะนั้นเอง สายตาของนางกวาดผ่านใบหน้าหญิงสาว จากนั้นก็หยุดนิ่งในฐานะจิ้งจอกพันปี นางมองโชคชะตาได้เล็กน้อย แม้ตอนนี้พลังจะเหลือไม่มาก แต่เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ยังพอทำได้อยู่ สงสารที่อีกฝ่ายยังเด็กอยู่มาก ข้าจะช่วยนางเอาบุญก็แล้วกัน ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในหัว สระบัว ทางเดินหิน ต้นหลิว และแมวลายส้มตัวหนึ่ง ซูหว่านหนิงกะพริบตา"เจ้าเดินผ่านสระบัวทางทิศตะวันออกหรือไม่"นางกำนัลอึ้งไป"ใช่เพคะ""ระหว่างทางมีแมวตัวหนึ่งกระโดดใส่เจ้า"หญิงสาวเบิกตากว้าง"พระสนมทราบได้
더 보기

7

"เดา"ชิงเหอไม่เชื่ออีกแล้วสองชั่วยามต่อมา ข่าวใหม่ก็สะเทือนไปทั่ววัง ต่างหูไข่มุกถูกพบแล้วจริง ๆ และอยู่ในกล่องไม้ใต้เตียงทุกประการ ไม่มีผิดแม้แต่น้อย คราวนี้ทั้งวังเริ่มแตกตื่นหากครั้งแรกเป็นความบังเอิญ แล้วครั้งที่สองเล่า จะยังเป็นเรื่องบังเอิญได้อีกหรือภายในตำหนักต่าง ๆ นางกำนัลเริ่มซุบซิบ"ได้ยินหรือยัง""เรื่องพระสนมซูหรือ""ใช่!""ข้าได้ยินว่าทำนายแม่นมาก""บางคนบอกว่านางเห็นอนาคตได้""บางคนบอกว่าเป็นศิษย์สำนักเซียน" ข่าวลือยิ่งเล่าก็ยิ่งเกินจริง ส่วนต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด กำลังนั่งกินไข่ต้มอยู่ใต้ต้นไม้"พระสนม" ชิงเหอรีบวิ่งเข้ามา"ตอนนี้ทั้งวังกำลังพูดถึงท่านเลยเพคะ"ซูหว่านหนิงหยิบไข่อีกฟอง"พูดอะไรอีกล่ะ""ท่านไม่ดีใจหรือเพคะ""ไม่""เหตุใดล่ะ"ซูหว่านหนิงมองท้องฟ้า ก่อนตอบอย่างจริงใจ"คนเยอะน่ารำคาญ ข้าแค่อยากกินกับนอน แล้วก็ใช้ชีวิตจนหมดอายุขัย ข้าต้องการแค่นั้นจริงๆ" นางทำหน้าเมื่อยเล็กน้อย ก่อนหาวหวอด ๆ“พระสนมไม่มีเรื่องที่อยากทำมากที่สุดหรือเพคะ” นางหมายถึงนอกจากกินกับนอน“มีสิ”“อะไรเพคะ” ชิงเหอถามอย่างตื่นเต้น“อยากนอน""...""และกิน"ชิงเหอหัวเราะออกมา สมแล้วท
더 보기

8

ซูหว่านหนิงที่สงบนิ่งมาตลอดทั้งตอน พลันนั่งตัวตรง ดวงตาของนางค่อย ๆ เป็นประกาย“ความจริงไม่ต้องลำบากก็ได้ แต่เพื่อไม่ให้พระสนมอันเสียน้ำใจ ชิงเหอรีบขนเข้าไปเก็บเถิด” นางคิดเมนูใหม่ๆ อยู่ในหัว วิชาดูดวงปลายแถวที่ร่ำเรียนมา ก็ใช้ประโยชน์ได้เหมือนกันนะนี่ ยังมีวิชาแพทย์และวิชาทำอาหารที่ราชาจิ้งจอกผู้เป็นบิดาบังคับให้ร่ำเรียนแต่เด็กอีก บางทีงัดวิชาพวกนี้มาทำมาหากิน นางก็อาจจะร่ำรวยในโลกมนุษย์ กิน ๆ น้อยๆ จนหมดอายุขัย พ้นด่านเคราะห์อย่างสุขสงบนี้ไปด้วยดีก็ได้พระสนมอันสังเกตเห็นพอดี ถึงกับหัวเราะออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นสีหน้าของพระสนมซูเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนขนาดนี้ดูเหมือน อาหารจะมีอิทธิพลต่ออีกฝ่ายมากจริง ๆ"ของเล็กน้อยเท่านั้น" พระสนมอันยิ้ม"ถือเป็นการตอบแทน"ซูหว่านหนิงมองเนื้อเค็ม มองผลไม้แห้ง มองข้าวสาร จากนั้นจึงพยักหน้าอย่างจริงจัง"ขอบใจมาก ข้าไม่เกรงใจแล้วนะ ถ้าพระสนมอันมีของอะไรที่เหลือกินเหลือใช้ จะเอามาฝากข้าอีกก็ไม่เป็นไรหรอกนะ"พระสนมอันยิ้มกว้าง กว้างที่สุดในชีวิต ตั้งแต่เข้าวังมายังไม่เจอเพื่อนแท้เลยสักคน พระสนมซูผู้นี้ดูซื่อตรงและจริงใจ ไม่มีพิษภัย เสียดายที่ครอบครั
더 보기

9

ซูหว่านหนิงเอ่ยถาม ลูกมือรีบประสานมือ"ข้า... ข้ามาซื้อไก่ทอด""เอากี่ชิ้น""เอาสิบชิ้น"ชิงเหอรีบห่อให้อย่างคล่องแคล่ว ดูเหมือนทำบ่อยแล้ว ไม่นานนัก ห่ออาหารก็ถูกส่งกลับไปยังห้องเครื่อง ชิงเหอรีบเก็บเงินเอาไว้ ก่อนจะยกขึ้นมากอดอย่างตื่นเต้น“พระสนมเรารวยแล้ว”“ดี ๆ เดี๋ยวมีเงินเยอะๆ เราหนีออกจากที่นี่กันไหม”“ได้เหรอเพคะ” ชิงเหรอตาโต“ได้สิ โลกกว้างมีอะไรให้เที่ยวชมอีกมาก จะมาติดอยู่ในตำหนักเย็นนี่ทำไม”“แต่ฮ่องเต้จะยอมหรือเพคะ พระองค์เป็นพระสนมของฮ่องเต้นะเพคะ”“ช่างฮ่องเต้สุนัขนั่นสิ ข้าเป็นพระสนมแต่เคยสนใจข้าบ้างไหม อีกอย่างครอบครัวของข้าก็โดนใส่ร้าย ฮ่องเต้โง่นั่นไม่เห็นจะทำอะไรเลย”“แค่ก แค่ก แค่ก” ในห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้สำลักน้ำจาจนไอติดกันหลายครั้ง ขันทีจึงต้องยื่นมือมาช่วยลูบหลังให้อย่างเกร็ง ๆ เพราะหมู่นี้ฮ่องเต้ทรงงานหนักจนพระวรกายซูบผอม แถมยังกินอะไรไม่ได้อีกตกเย็น หัวหน้าพ่อครัวมองห่ออาหารตรงหน้าอย่างลังเล ก่อนตัดสินใจนำขึ้นถวาย อย่างไรเสียก็เป็นความหวังสุดท้ายแล้ว ไทเฮาทรงตรัสว่าหากฮ่องเต้ยังไม่ทรงเสวยอะไรอีก จะตัดหัวทุกคนในห้องเครื่อง ทุกคนจึงได้แต่หวาดกลัวและลนลาน เร
더 보기

10

"ว่า""ผักยังโตไม่พอหรือเพคะ""ยัง""แต่เต็มสวนแล้วนะเพคะ""ไม่พอ"ชิงเหอถอนหายใจ บางครั้งนางก็รู้สึกว่า ต่อให้ผักเต็มวังหลวง พระสนมของนางก็คงยังบอกว่าไม่พออยู่ดีขณะนั้นเอง อาหวางกับผัวรักของมันก็วิ่งกระพือปีกเข้ามา ในปากคาบอะไรบางอย่างอยู่ตุ้บมันโยนสิ่งนั้นลงตรงหน้า เป็นถุงเงินขนาดเล็ก ชิงเหออ้าปากค้าง"มาจากไหน!"อาหวางร้อง"กุ๊ก!"ซูหว่านหนิงมองถุงเงิน ก่อนมองไก่อ้วนสองตัวผัวเมีย แล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง"เก่ง""กุ๊ก!"อาหวางกับผัวรักเชิดอกทันที ชิงเหอแทบกุมหัว เหตุใดไก่ของตำหนักเย็นถึงเริ่มหาเงินเก่งแบบนี้ และในขณะที่ตำหนักเย็นกำลังวุ่นวายกับถุงเงินปริศนา คนทั้งห้องเครื่องหลวงก็กำลังไล่ตามตัว "ยอดพ่อครัวลึกลับ" กันให้วุ่นโดยไม่มีใครรู้เลยว่าคนที่พวกเขาตามหาอยู่ทุกวัน กำลังเถียงกับไก่เรื่องถุงเงินอยู่ใต้ต้นไม้ในตำหนักเย็นนี่เองหลังจากสืบหากันจนแทบพลิกวังหลวง ในที่สุดห้องเครื่องก็พบตัวคนทำอาหารหรืออย่างน้อย ก็พบสถานที่ที่อาหารเหล่านั้นถูกทำขึ้น"ตำหนักเย็น" หัวหน้าพ่อครัวหลวงเงยหน้ามองป้ายเก่า ๆ เหนือประตู สีหน้าซับซ้อนอย่างยิ่งตลอดชีวิตที่ทำงานในวัง เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่ง
더 보기
이전
123
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status