พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว

พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว

last updateZuletzt aktualisiert : 24.06.2026
Sprache: Thai
goodnovel4goodnovel
Nicht genügend Bewertungen
27Kapitel
144Aufrufe
Lesen
Zur Bibliothek hinzufügen

Teilen:  

Melden
Übersicht
Katalog
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN

Zusammenfassung

นางเอกเก่ง

ความรักหวาน

สะใจ

เจ้าเสน่ห์

แอบรัก

หลังผ่านเคราะห์สวรรค์ไม่สำเร็จ หูหลี จิ้งจอกเก้าหางพันปีตื่นขึ้นมาในร่างพระชายาผู้อาภัพแห่งตำหนักเย็น ครอบครัวเจ้าของร่างถูกใส่ร้าย ถูกเนรเทศ และตายอย่างเดียวดาย ส่วนนางไม่ได้อยากแก้แค้น ไม่ได้อยากแย่งชิงความโปรดปราน ไม่ได้อยากเป็นฮองเฮา สิ่งเดียวที่นางอยากทำคือปลูกผัก เลี้ยงไก่ กินอิ่ม และนอนสบาย ๆ แต่เหตุใดคนในวังถึงพากันแห่มาดูดวงที่ตำหนักเย็น เหตุใดสนมทั้งวังถึงต่อแถวรอคำทำนาย แล้วเหตุใดฮ่องเต้ผู้เย็นชาที่ไม่เคยเหยียบตำหนักเย็น กลับมาปรากฏตัวที่นี่ทุกวัน หูหลีแค่อยากเป็นปลาเค็ม เหตุใดชีวิตถึงวุ่นวายเช่นนี้!

Mehr anzeigen

Kapitel 1

1

หิมะตกหนักตลอดทั้งคืน ตำหนักเย็นท้ายวังเงียบงันราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กำแพงสูงปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง ประตูไม้เก่าผุพังปิดสนิท ไม่มีโคมไฟ ไม่มีเสียงคน ไม่มีแม้แต่กลิ่นอุ่นของถ่านไฟ มีเพียงลมหนาวที่พัดลอดรอยแตกของหน้าต่างเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า

บนเตียงไม้เก่าหลังหนึ่ง หญิงสาวร่างบอบบางนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบางซีด สีหน้าของนางขาวราวกระดาษ ริมฝีปากแห้งแตกจนมีเลือดซึม ลมหายใจแผ่วเบาราวกับจะขาดหายได้ทุกเมื่อ

"พระสนม ท่านเป็นอย่างไรบ้างเพคะ" เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นข้างเตียง

ชิงเหอคือสาวใช้ประจำตัวของนาง กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ มือทั้งสองประคองถ้วยน้ำเย็นที่แทบไม่มีไอร้อนหลงเหลือ ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้

"พระองค์ดื่มน้ำสักหน่อยเถิดเพคะ"

ซูหว่านหนิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางอยากตอบ แต่ลำคอแห้งผากจนเปล่งเสียงแทบไม่ออก

สามเดือนแล้ว… นับตั้งแต่นางถูกส่งเข้าวังมาในฐานะสนมที่ยังไม่ทันได้เข้าเฝ้าก็ถูกส่งมายังตำหนักเย็น นางไม่ทันได้ถวายตัว ไม่ทันได้เห็นหน้าบุรุษผู้เป็นเจ้าเหนือชีวิตของคนทั้งแผ่นดินด้วยซ้ำ

เพราะในคืนเดียวกันนั้นเอง ข่าวร้ายก็มาถึง ตระกูลซูถูกกล่าวหาว่าขายความลับทางทหารให้แคว้นศัตรู บิดาของนาง มหาอัครเสนาบดีซูเหวินเจิ้ง ถูกปลดจากตำแหน่ง พี่ชายของนาง ซูเฉิงอวี้ แม่ทัพหนุ่มผู้เฝ้าชายแดนมาหลายปี ถูกถอดยศ

ทรัพย์สินทั้งจวนถูกยึด คนทั้งตระกูลถูกเนรเทศไปยังแดนเหนืออันกันดาร

ส่วนนาง...สตรีที่เข้าวังมาแล้ว ไม่อาจส่งคืนจวนเดิมได้อีก เพราะเป็นบุตรีของตระกูลต้องโทษ นางจึงถูกโยนมายังตำหนักอันหนาวเย็นแห่งนี้อย่างเงียบงัน

ไม่มีผู้ใดมาสอบถาม ไม่มีผู้ใดมาปลอบโยน ไม่มีแม้แต่หมอหลวงสักคนที่ยอมเหยียบย่างเข้ามา

"พระสนม ท่านอย่าหลับนะเพคะ"

เสียงของชิงเหอสั่นเครือ ซูหว่านหนิงฝืนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

"ชิงเหอ..."

"เพคะ บ่าวอยู่นี่เพคะ"

"ท่านพ่อไปถึงแดนเหนือแล้วหรือยัง"

ชิงเหอน้ำตาร่วงทันที

"ถึงแล้วเพคะ ท่านอัครเสนาบดีต้องปลอดภัยแน่ ท่านแม่ทัพใหญ่ก็ต้องคุ้มครองทุกคนได้แน่นอนเพคะ"

ซูหว่านหนิงหลับตาลงช้า ๆ ภาพของบิดาปรากฏขึ้นในความทรงจำ

ซูเหวินเจิ้งเป็นขุนนางซื่อตรงมาตลอดชีวิต ไม่เคยรับสินบน ไม่เคยเอนเอียงเข้าฝ่ายใด แม้ต้องล่วงเกินผู้มีอำนาจ เขาก็ยังยืนหยัดอยู่บนความถูกต้อง

ส่วนพี่ชายของนาง ซูเฉิงอวี้ แม้อายุยังน้อย แต่ก็สร้างผลงานในสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน เขาเคยกล่าวกับนางว่า ชีวิตของทหารเป็นของแผ่นดิน ไม่ใช่ของตนเอง

คนเช่นนั้นหรือจะขายความลับทางทหารให้ศัตรู ไม่มีทาง นางไม่เชื่อ ต่อให้คนทั้งใต้หล้ากล่าวว่าตระกูลซูทรยศ นางก็ไม่มีวันเชื่อ

"พวกเขาถูกใส่ร้าย..." ซูหว่านหนิงพึมพำเสียงแผ่ว

"พระสนม..."

"ข้ารู้... ท่านพ่อไม่มีวันทำเช่นนั้น ท่านพี่ก็ไม่มีวันทำ" น้ำตาใสไหลลงจากหางตา

นางอยากมีชีวิตอยู่ อยากออกไปจากตำหนักเย็นแห่งนี้ อยากตามหาหลักฐาน อยากล้างมลทินให้บิดาและพี่ชาย อยากพาท่านแม่กลับบ้าน แต่ร่างกายนี้อ่อนแอเหลือเกิน

สามเดือนในตำหนักเย็น ไม่มีอาหารดี ๆ ไม่มีถ่านไฟ ไม่มีหมอรักษา อาการป่วยเล็กน้อยจึงกลายเป็นไข้หนัก และคืนนี้ นางรู้ดีว่าตนเองคงทนต่อไปไม่ไหวแล้ว

"ชิงเหอ..."

"เพคะ พระสนม"

"หากวันหนึ่งเจ้าพบคนตระกูลซูอีกครั้ง" เสียงของนางเบาจนแทบจางหายไปกับสายลม

"ช่วยบอกพวกเขาว่าหว่านหนิงอกตัญญูนัก"

ชิงเหอส่ายหน้าทั้งน้ำตา

"ไม่เพคะ พระสนมอย่าพูดเช่นนี้"

"ข้ายังไม่ทันได้ล้างมลทินให้ท่านพ่อ ยังไม่ทันได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ท่านพี่ ยังไม่ทันได้กลับไปกอดท่านแม่อีกครั้ง" นางหอบหายใจอย่างยากลำบาก ปลายนิ้วเย็นเฉียบค่อย ๆ กำผ้าห่มไว้แน่น

"ข้าคงทำไม่ได้แล้ว"

"พระสนม!" ชิงเหอร้องเรียกเสียงหลง รีบจับมือนางเอาไว้แน่น  มือนั้นเย็นเหลือเกิน เย็นราวกับหิมะนอกหน้าต่าง

ซูหว่านหนิงมองสาวใช้ที่อยู่เคียงข้างตนมาตั้งแต่เด็ก ดวงตาเต็มไปด้วยความเสียใจ

"ชิงเหอ เจ้าเป็นอิสระแล้ว"

"ไม่เพคะ บ่าวไม่ไปไหนทั้งนั้น บ่าวจะอยู่กับพระองค์"

"อย่าโง่เลย" ซูหว่านหนิงยิ้มบางเบาอย่างไร้เรี่ยวแรง

"หากมีโอกาส จงมีชีวิตอยู่แทนข้า"

ชิงเหอส่ายหน้ารัว น้ำตาไหลอาบแก้ม

"ไม่ พระสนม ท่านต้องมีชีวิตอยู่เองเพคะ ท่านต้องอยู่จนถึงวันที่ตระกูลซูได้รับความเป็นธรรม"

คำว่าความเป็นธรรม ทำให้ดวงตาของซูหว่านหนิงสั่นไหว

ใช่ นางอยากเห็นวันนั้น อยากเห็นชื่อของบิดาถูกล้างมลทิน อยากเห็นพี่ชายสวมเกราะอีกครั้งอย่างสง่างาม อยากเห็นจวนซูกลับมาเปิดประตูต้อนรับแสงตะวัน แต่นางคงไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว

ลมหายใจของนางเริ่มติดขัด เสียงลมหนาวด้านนอกดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่ไร้ที่ไป

ซูหว่านหนิงค่อย ๆ หันหน้าไปทางหน้าต่าง หิมะยังคงตก ขาวสะอาด แต่ชีวิตของตระกูลซูกลับถูกสาดด้วยโคลนตมที่ล้างไม่ออก

"ท่านพ่อ" เสียงของนางเบาหวิวราวกระซิบ

"ท่านแม่" น้ำตาของนางไหลลงมาอีกหยด

"ท่านพี่..." นางพยายามยกมือขึ้น แต่ไม่มีเรี่ยวแรง

สุดท้ายมือข้างนั้นก็ตกลงข้างกายอย่างเงียบงัน

"หว่านหนิงขอโทษ" ลมหายใจสุดท้ายขาดห้วงลง ห้องทั้งห้องเงียบสนิท ถ้วยน้ำในมือชิงเหอร่วงตกพื้น แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ

"พระสนม" ชิงเหอแข็งค้างอยู่กับที่ ครู่ต่อมา นางโผเข้ากอดร่างบนเตียงแล้วร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวัง

"พระสนม! อย่าทิ้งบ่าวไปเพคะ พระสนม!"

ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงร่างเย็นเฉียบที่นอนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของนาง นอกตำหนักเย็น หิมะตกหนักขึ้น ทั่วทั้งวังหลวงยังคงสงบ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในตำหนักร้างท้ายวัง สนมผู้หนึ่งได้สิ้นใจลงอย่างเงียบเชียบ

ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือวังหลวงพลันสว่างวาบ

เปรี้ยง!

เสียงอสนีบาตดังกึกก้องจนพื้นดินสั่นสะเทือน ชิงเหอสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ สายฟ้าสีม่วงผ่าลงมากลางคืนหิมะตก แสงประหลาดส่องลอดหน้าต่างแตกเข้ามาในตำหนักเย็น

Erweitern
Nächstes Kapitel
Herunterladen

Aktuellstes Kapitel

Weitere Kapitel
Keine Kommentare
27 Kapitel
1
หิมะตกหนักตลอดทั้งคืน ตำหนักเย็นท้ายวังเงียบงันราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กำแพงสูงปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง ประตูไม้เก่าผุพังปิดสนิท ไม่มีโคมไฟ ไม่มีเสียงคน ไม่มีแม้แต่กลิ่นอุ่นของถ่านไฟ มีเพียงลมหนาวที่พัดลอดรอยแตกของหน้าต่างเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าบนเตียงไม้เก่าหลังหนึ่ง หญิงสาวร่างบอบบางนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบางซีด สีหน้าของนางขาวราวกระดาษ ริมฝีปากแห้งแตกจนมีเลือดซึม ลมหายใจแผ่วเบาราวกับจะขาดหายได้ทุกเมื่อ"พระสนม ท่านเป็นอย่างไรบ้างเพคะ" เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นข้างเตียงชิงเหอคือสาวใช้ประจำตัวของนาง กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ มือทั้งสองประคองถ้วยน้ำเย็นที่แทบไม่มีไอร้อนหลงเหลือ ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้"พระองค์ดื่มน้ำสักหน่อยเถิดเพคะ"ซูหว่านหนิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางอยากตอบ แต่ลำคอแห้งผากจนเปล่งเสียงแทบไม่ออกสามเดือนแล้ว… นับตั้งแต่นางถูกส่งเข้าวังมาในฐานะสนมที่ยังไม่ทันได้เข้าเฝ้าก็ถูกส่งมายังตำหนักเย็น นางไม่ทันได้ถวายตัว ไม่ทันได้เห็นหน้าบุรุษผู้เป็นเจ้าเหนือชีวิตของคนทั้งแผ่นดินด้วยซ้ำเพราะในคืนเดียวกันนั้นเอง ข่าวร้ายก็มาถึง ตระกูลซูถูกกล่าวหาว่าขายความลับทางทหารให้แคว้นศัตรู
Mehr lesen
2
ลมหนาวพัดแรงจนประตูไม้เก่าส่งเสียงครวญคราง เปลวเทียนที่ใกล้มอดดับพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้งชิงเหอกอดร่างของซูหว่านหนิงไว้แน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว"เกิดอะไรขึ้น" นางยังพูดไม่ทันจบ ร่างในอ้อมแขนก็ขยับเบา ๆชิงเหอชะงัก นางค่อย ๆ ก้มหน้าลงมอง หญิงสาวที่ควรสิ้นลมหายใจไปแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้นยังคงเป็นดวงตาของซูหว่านหนิง แต่แววตากลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปมันใสกระจ่าง ลึกล้ำ และแฝงประกายประหลาดราวกับสัตว์ป่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานหญิงสาวกะพริบตาช้า ๆ มองเพดานผุพัง มองผ้าห่มผืนเก่าบนตัว มองสาวใช้ที่ร้องไห้จนหน้าตาเปรอะเปื้อนนางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงแหบพร่าออกมาประโยคหนึ่ง"มีอะไรกินหรือไม่"ชิงเหออ้าปากค้าง"พระสนม?"หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย คล้ายเพิ่งค้นพบเรื่องสำคัญยิ่งกว่าเรื่องใดในโลก"ข้าหิว"ข้าหิว… ประโยคสั้น ๆ เพียงสี่คำทำให้ชิงเหอหยุดร้องไห้ไปชั่วขณะสาวใช้ตัวน้อยกะพริบตาปริบ ๆ มองคนบนเตียงราวกับไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังฝันอยู่หรือไม่เมื่อครู่นี้พระสนมของนางยังสิ้นลมหายใจอยู่แท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับนั่งอยู่บนเตียงและพูดว่าหิว"พระสนม?"นางขมวดคิ้ว เสียง
Mehr lesen
3
ชิงเหอมองรอยยิ้มบนใบหน้าของพระสนมแล้วขนลุกวาบ ไม่รู้เพราะเหตุใด แต่จู่ ๆ นางก็มีลางสังหรณ์ประหลาดตำหนักเย็นที่เงียบเหงามานานหลายปี ดูเหมือนกำลังจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแล้วแน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องที่คนปกติควรทำในวังหลวงแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านหน้าต่างไม้เก่าที่แตกร้าว เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ตำหนักเย็นมีเสียงหัวเราะดังขึ้น"พระสนม ท่านดื่มโจ๊กอีกสักหน่อยเถิดเพคะ"ชิงเหอยกชามโจ๊กใบเล็กเข้ามา สีหน้าของนางสดใสกว่าสองวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อคืนนี้นางแทบไม่ได้นอน เพราะตื่นเต้น พระสนมของนางฟื้นแล้วจริง ๆ แม้จะรู้สึกว่าพระสนมเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ชิงเหอไม่ได้คิดมาก คนที่ผ่านความตายมาได้ ย่อมเปลี่ยนไปบ้างเป็นธรรมดา ขอเพียงพระสนมยังมีชีวิตอยู่ นางก็พอใจแล้ว"อืม"หูลีบอกตัวเองว่าต่อจากนี้ไปนางคือซูหว่านหนิง นางรับชามโจ๊กมา ก่อนจะมองของเหลวสีขาวขุ่นภายในชามเงียบ ๆนี่เรียกว่าโจ๊ก?นอกจากน้ำแล้วแทบมองไม่เห็นเมล็ดข้าวหากโยนลงไปในบ่อปลา ปลาคงร้องไห้ด้วยความสงสาร สุดท้ายนางก็ฝืนดื่มจนหมด เพราะร่างนี้ยังอ่อนแออยู่มาก ต้องรีบฟื้นฟูให้เร็วที่สุด"พระสนม วันนี้สีหน้าท่านดีขึ้นมากเลยเพคะ"
Mehr lesen
4
"คงไม่งอกหรอก" ชิงเหอพึมพำกับตัวเองใต้ผ้าห่ม ตอนเด็กนางเคยเห็นคนปลูกผัก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะมีต้นอ่อน สุดท้ายเด็กสาวก็หลับไปพร้อมความสงสัยเต็มหัวรุ่งเช้า แสงแดดอ่อน ๆ สาดผ่านหน้าต่าง ชิงเหอลุกขึ้นตามปกติ สิ่งแรกที่นางคิดคือไปต้มน้ำให้พระสนม สิ่งที่สองคือออกไปดูเมล็ดผักเมื่อวาน"คงยังเหมือนเดิม" นางบ่นพลางเดินอ้อมไปยังลานหลังตำหนัก แต่อย่างไรก็ต้องช่วยเจ้านายสาวรดน้ำ หากผักพวกนี้งอกขึ้นมา อาจจะพอเป็นอาหารประทังความหิวโหยได้บ้าง ไม่รู้ว่าต้องติดอยู่ในตำหนักเย็นอีกนานแค่ไหน หากรอดชีวิตไปไม่ได้ ก็คงตายอยู่ที่นี่ แต่ถ้าหากมีอาหารก็อาจจะอยู่ได้อีกหลายวัน แต่พอก้าวพ้นประตู ร่างเล็กก็แข็งค้างทันที"อะ!" ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง ตรงหน้าของนางคือผืนดินที่เคยรกร้างว่างเปล่า บัดนี้เต็มไปด้วยต้นอ่อนสีเขียวสด งอกขึ้นมาเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบต้นเล็ก ๆ สั่นไหวตามสายลมยามเช้า งดงามราวกับภาพฝัน ชิงเหอยกมือขึ้นขยี้ตาหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง ต้นผักก็ยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน"ผะ... ผัก!" นางกรีดร้องเสียงดังลั่น"พระสนม! พระสนมเพคะ!" ชิงเหอวิ่งกลับเข้าตำหนักอย่างแตกตื่น ขณะนั้นซูห
Mehr lesen
5
ชิงเหอนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย"พระสนม ท่านกำลังทำอะไรหรือเพคะ""ตกไก่""...""อ้อ... ไม่ใช่"ซูหว่านหนิงแก้คำอย่างจริงจัง"ล่อไก่""..." ฟังแล้วก็ยังแปลกอยู่ดีจากนั้นนางก็เทน้ำในถ้วยลงบนพื้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ แผ่กระจายออกมา เป็นกลิ่นที่มนุษย์แทบไม่ได้สังเกต แต่สำหรับสัตว์แล้ว กลับมีเสน่ห์ร้ายแรงอย่างยิ่ง"เสร็จแล้ว""แล้วต่อจากนี้ล่ะเพคะ""รอ""รออะไร""รอไก่""..."ชิงเหอรู้สึกว่าพระสนมกำลังล้อเล่นกับนาง แต่ก็ไม่กล้าพูดครึ่งชั่วยามต่อมา มีเงาดำบินข้ามกำแพงเข้ามาตุ้บ!ชิงเหอสะดุ้ง ก่อนจะพบว่าเป็นแม่ไก่ป่าตัวอ้วนกลม ตัวเดียวกับที่เคยเห็นเมื่อหลายวันก่อนแม่ไก่เดินวนอยู่รอบลาน จิกดินไปมา จากนั้นก็เดินตรงมายังบริเวณที่ซูหว่านหนิงราดน้ำไว้ ดวงตาของชิงเหอเบิกกว้าง"มา... มาจริง ๆ ด้วยเพคะ เป็นไปได้ยังไงนี่"ซูหว่านหนิงยิ้มมุมปาก แน่นอนว่าต้องมา สัตว์ทุกชนิดชอบพลังวิญญาณ โดยเฉพาะน้ำพุวิเศษของนางแม่ไก่ป่าเดินจิกพื้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงอย่างสบายใจ ราวกับเป็นบ้านของตนเองซูหว่านหนิงพยักหน้า"ดี""ดีตรงไหนเพคะ""อ้วน""...""สมบูรณ์""...""อีกไม่นานคงออกไข่"ชิงเหอรีบก
Mehr lesen
6
"คารวะพระสนม"ซูหว่านหนิงพยักหน้า"มีอะไร"นางกำนัลคุกเข่าลงทันที"ข้าน้อยทำป้ายหยกของพระสนมหลินหายเพคะ"ชิงเหอสะดุ้ง ป้ายหยกของพระสนม หากทำหายจริง อย่างน้อยต้องถูกโบย หนักกว่านั้นอาจถูกไล่ออกจากวัง"ข้าน้อยหามาทั้งวันแล้ว" นางกำนัลร้องไห้"แต่หาไม่พบ""แล้วเหตุใดถึงมาที่นี่"ซูหว่านหนิงถาม"ข้าน้อย" นางชะงัก ก่อนตอบอย่างอาย ๆ"หลงทางเพคะ"ชิงเหอหลุดหัวเราะพรืด ตำหนักเย็นอยู่ท้ายวัง จะหลงมาได้อย่างไรกัน นางกำนัลหน้าแดงทันที"ข้าน้อยรีบร้อนเกินไป อีกอย่างก็เพิ่งเข้าวังมาได้ไม่นาน ยังไม่ชำนาญเส้นทางเพคะ"ซูหว่านหนิงไม่ได้สนใจนัก แต่จังหวะนั้นเอง สายตาของนางกวาดผ่านใบหน้าหญิงสาว จากนั้นก็หยุดนิ่งในฐานะจิ้งจอกพันปี นางมองโชคชะตาได้เล็กน้อย แม้ตอนนี้พลังจะเหลือไม่มาก แต่เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ยังพอทำได้อยู่ สงสารที่อีกฝ่ายยังเด็กอยู่มาก ข้าจะช่วยนางเอาบุญก็แล้วกัน ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในหัว สระบัว ทางเดินหิน ต้นหลิว และแมวลายส้มตัวหนึ่ง ซูหว่านหนิงกะพริบตา"เจ้าเดินผ่านสระบัวทางทิศตะวันออกหรือไม่"นางกำนัลอึ้งไป"ใช่เพคะ""ระหว่างทางมีแมวตัวหนึ่งกระโดดใส่เจ้า"หญิงสาวเบิกตากว้าง"พระสนมทราบได้
Mehr lesen
7
"เดา"ชิงเหอไม่เชื่ออีกแล้วสองชั่วยามต่อมา ข่าวใหม่ก็สะเทือนไปทั่ววัง ต่างหูไข่มุกถูกพบแล้วจริง ๆ และอยู่ในกล่องไม้ใต้เตียงทุกประการ ไม่มีผิดแม้แต่น้อย คราวนี้ทั้งวังเริ่มแตกตื่นหากครั้งแรกเป็นความบังเอิญ แล้วครั้งที่สองเล่า จะยังเป็นเรื่องบังเอิญได้อีกหรือภายในตำหนักต่าง ๆ นางกำนัลเริ่มซุบซิบ"ได้ยินหรือยัง""เรื่องพระสนมซูหรือ""ใช่!""ข้าได้ยินว่าทำนายแม่นมาก""บางคนบอกว่านางเห็นอนาคตได้""บางคนบอกว่าเป็นศิษย์สำนักเซียน" ข่าวลือยิ่งเล่าก็ยิ่งเกินจริง ส่วนต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด กำลังนั่งกินไข่ต้มอยู่ใต้ต้นไม้"พระสนม" ชิงเหอรีบวิ่งเข้ามา"ตอนนี้ทั้งวังกำลังพูดถึงท่านเลยเพคะ"ซูหว่านหนิงหยิบไข่อีกฟอง"พูดอะไรอีกล่ะ""ท่านไม่ดีใจหรือเพคะ""ไม่""เหตุใดล่ะ"ซูหว่านหนิงมองท้องฟ้า ก่อนตอบอย่างจริงใจ"คนเยอะน่ารำคาญ ข้าแค่อยากกินกับนอน แล้วก็ใช้ชีวิตจนหมดอายุขัย ข้าต้องการแค่นั้นจริงๆ" นางทำหน้าเมื่อยเล็กน้อย ก่อนหาวหวอด ๆ“พระสนมไม่มีเรื่องที่อยากทำมากที่สุดหรือเพคะ” นางหมายถึงนอกจากกินกับนอน“มีสิ”“อะไรเพคะ” ชิงเหอถามอย่างตื่นเต้น“อยากนอน""...""และกิน"ชิงเหอหัวเราะออกมา สมแล้วท
Mehr lesen
8
ซูหว่านหนิงที่สงบนิ่งมาตลอดทั้งตอน พลันนั่งตัวตรง ดวงตาของนางค่อย ๆ เป็นประกาย“ความจริงไม่ต้องลำบากก็ได้ แต่เพื่อไม่ให้พระสนมอันเสียน้ำใจ ชิงเหอรีบขนเข้าไปเก็บเถิด” นางคิดเมนูใหม่ๆ อยู่ในหัว วิชาดูดวงปลายแถวที่ร่ำเรียนมา ก็ใช้ประโยชน์ได้เหมือนกันนะนี่ ยังมีวิชาแพทย์และวิชาทำอาหารที่ราชาจิ้งจอกผู้เป็นบิดาบังคับให้ร่ำเรียนแต่เด็กอีก บางทีงัดวิชาพวกนี้มาทำมาหากิน นางก็อาจจะร่ำรวยในโลกมนุษย์ กิน ๆ น้อยๆ จนหมดอายุขัย พ้นด่านเคราะห์อย่างสุขสงบนี้ไปด้วยดีก็ได้พระสนมอันสังเกตเห็นพอดี ถึงกับหัวเราะออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นสีหน้าของพระสนมซูเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนขนาดนี้ดูเหมือน อาหารจะมีอิทธิพลต่ออีกฝ่ายมากจริง ๆ"ของเล็กน้อยเท่านั้น" พระสนมอันยิ้ม"ถือเป็นการตอบแทน"ซูหว่านหนิงมองเนื้อเค็ม มองผลไม้แห้ง มองข้าวสาร จากนั้นจึงพยักหน้าอย่างจริงจัง"ขอบใจมาก ข้าไม่เกรงใจแล้วนะ ถ้าพระสนมอันมีของอะไรที่เหลือกินเหลือใช้ จะเอามาฝากข้าอีกก็ไม่เป็นไรหรอกนะ"พระสนมอันยิ้มกว้าง กว้างที่สุดในชีวิต ตั้งแต่เข้าวังมายังไม่เจอเพื่อนแท้เลยสักคน พระสนมซูผู้นี้ดูซื่อตรงและจริงใจ ไม่มีพิษภัย เสียดายที่ครอบครั
Mehr lesen
9
ซูหว่านหนิงเอ่ยถาม ลูกมือรีบประสานมือ"ข้า... ข้ามาซื้อไก่ทอด""เอากี่ชิ้น""เอาสิบชิ้น"ชิงเหอรีบห่อให้อย่างคล่องแคล่ว ดูเหมือนทำบ่อยแล้ว ไม่นานนัก ห่ออาหารก็ถูกส่งกลับไปยังห้องเครื่อง ชิงเหอรีบเก็บเงินเอาไว้ ก่อนจะยกขึ้นมากอดอย่างตื่นเต้น“พระสนมเรารวยแล้ว”“ดี ๆ เดี๋ยวมีเงินเยอะๆ เราหนีออกจากที่นี่กันไหม”“ได้เหรอเพคะ” ชิงเหรอตาโต“ได้สิ โลกกว้างมีอะไรให้เที่ยวชมอีกมาก จะมาติดอยู่ในตำหนักเย็นนี่ทำไม”“แต่ฮ่องเต้จะยอมหรือเพคะ พระองค์เป็นพระสนมของฮ่องเต้นะเพคะ”“ช่างฮ่องเต้สุนัขนั่นสิ ข้าเป็นพระสนมแต่เคยสนใจข้าบ้างไหม อีกอย่างครอบครัวของข้าก็โดนใส่ร้าย ฮ่องเต้โง่นั่นไม่เห็นจะทำอะไรเลย”“แค่ก แค่ก แค่ก” ในห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้สำลักน้ำจาจนไอติดกันหลายครั้ง ขันทีจึงต้องยื่นมือมาช่วยลูบหลังให้อย่างเกร็ง ๆ เพราะหมู่นี้ฮ่องเต้ทรงงานหนักจนพระวรกายซูบผอม แถมยังกินอะไรไม่ได้อีกตกเย็น หัวหน้าพ่อครัวมองห่ออาหารตรงหน้าอย่างลังเล ก่อนตัดสินใจนำขึ้นถวาย อย่างไรเสียก็เป็นความหวังสุดท้ายแล้ว ไทเฮาทรงตรัสว่าหากฮ่องเต้ยังไม่ทรงเสวยอะไรอีก จะตัดหัวทุกคนในห้องเครื่อง ทุกคนจึงได้แต่หวาดกลัวและลนลาน เร
Mehr lesen
10
"ว่า""ผักยังโตไม่พอหรือเพคะ""ยัง""แต่เต็มสวนแล้วนะเพคะ""ไม่พอ"ชิงเหอถอนหายใจ บางครั้งนางก็รู้สึกว่า ต่อให้ผักเต็มวังหลวง พระสนมของนางก็คงยังบอกว่าไม่พออยู่ดีขณะนั้นเอง อาหวางกับผัวรักของมันก็วิ่งกระพือปีกเข้ามา ในปากคาบอะไรบางอย่างอยู่ตุ้บมันโยนสิ่งนั้นลงตรงหน้า เป็นถุงเงินขนาดเล็ก ชิงเหออ้าปากค้าง"มาจากไหน!"อาหวางร้อง"กุ๊ก!"ซูหว่านหนิงมองถุงเงิน ก่อนมองไก่อ้วนสองตัวผัวเมีย แล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง"เก่ง""กุ๊ก!"อาหวางกับผัวรักเชิดอกทันที ชิงเหอแทบกุมหัว เหตุใดไก่ของตำหนักเย็นถึงเริ่มหาเงินเก่งแบบนี้ และในขณะที่ตำหนักเย็นกำลังวุ่นวายกับถุงเงินปริศนา คนทั้งห้องเครื่องหลวงก็กำลังไล่ตามตัว "ยอดพ่อครัวลึกลับ" กันให้วุ่นโดยไม่มีใครรู้เลยว่าคนที่พวกเขาตามหาอยู่ทุกวัน กำลังเถียงกับไก่เรื่องถุงเงินอยู่ใต้ต้นไม้ในตำหนักเย็นนี่เองหลังจากสืบหากันจนแทบพลิกวังหลวง ในที่สุดห้องเครื่องก็พบตัวคนทำอาหารหรืออย่างน้อย ก็พบสถานที่ที่อาหารเหล่านั้นถูกทำขึ้น"ตำหนักเย็น" หัวหน้าพ่อครัวหลวงเงยหน้ามองป้ายเก่า ๆ เหนือประตู สีหน้าซับซ้อนอย่างยิ่งตลอดชีวิตที่ทำงานในวัง เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่ง
Mehr lesen
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status