تسجيل الدخولหลังผ่านเคราะห์สวรรค์ไม่สำเร็จ หูหลี จิ้งจอกเก้าหางพันปีตื่นขึ้นมาในร่างพระชายาผู้อาภัพแห่งตำหนักเย็น ครอบครัวเจ้าของร่างถูกใส่ร้าย ถูกเนรเทศ และตายอย่างเดียวดาย ส่วนนางไม่ได้อยากแก้แค้น ไม่ได้อยากแย่งชิงความโปรดปราน ไม่ได้อยากเป็นฮองเฮา สิ่งเดียวที่นางอยากทำคือปลูกผัก เลี้ยงไก่ กินอิ่ม และนอนสบาย ๆ แต่เหตุใดคนในวังถึงพากันแห่มาดูดวงที่ตำหนักเย็น เหตุใดสนมทั้งวังถึงต่อแถวรอคำทำนาย แล้วเหตุใดฮ่องเต้ผู้เย็นชาที่ไม่เคยเหยียบตำหนักเย็น กลับมาปรากฏตัวที่นี่ทุกวัน หูหลีแค่อยากเป็นปลาเค็ม เหตุใดชีวิตถึงวุ่นวายเช่นนี้!
عرض المزيدลูกศรพุ่งเข้ามาทางฮ่องเต้ ทั่วบริเวณแตกตื่น แต่พริบตาต่อมา ไทเฮากลับผลักมู่ชิงหลันออกไปฉึก!ลูกศรปักเข้ากลางอก ไทเฮาเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้าน มู่ชิงหลันกรีดร้องลั่น"เสด็จอา" แต่ยังไม่ทันเข้าถึงตัว ลูกศรอีกดอกก็พุ่งออกมาจากความชุลมุนฉึก!คราวนี้ปักเข้าที่ร่างของไทเฮา ทั่วสนามเงียบกริบ ไทเฮาล้มลงกับพื้น เลือดไหลออกจากมุมปากนางมองฮ่องเต้ สายตาซับซ้อนอย่างยิ่ง"จิ่นเหยียน..."เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นางเรียกชื่อเขา ไม่ใช่ฝ่าบาท ไม่ใช่ฮ่องเต้เซียวจิ่นเหยียนยืนมองอยู่เงียบ ๆ ในห้วงเวลานั้น ความทรงจำในวัยเด็กย้อนกลับมาวันที่ถูกบังคับให้คุกเข่ากลางหิมะ วันที่ถูกเฆี่ยนตี วันที่ถูกนำชีวิตของมารดามาข่มขู่ วันที่ต้องยอมทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่รักขณะเดียวกัน เขาก็จำได้ว่า นางคือคนที่เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ แม้จะเต็มไปด้วยผลประโยชน์ แต่ก็เป็นความจริงที่เปลี่ยนไม่ได้ไทเฮาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะไอเป็นเลือด"สุดท้าย ข้าก็แพ้"ดวงตาของนางค่อย ๆ หม่นแสงลง ส่วนมู่ชิงหลัน สิ้นใจตามไปในเวลาไม่นานข่าวสะเทือนทั้งแผ่นดิน ไทเฮาสิ้นพระชนม์ระหว่างช่วยฮ่องเต้ มู่ชิงหลันสิ้นชีวิตจากการปกป้องราชวงศ์ เรื่องนี้
ภายในกล่องมีตราสัญลักษณ์สีดำชิ้นหนึ่ง เป็นตราที่ไม่เคยมีใครเห็น ยกเว้นคนกลุ่มหนึ่งนักฆ่า…ดวงตาของไทเฮาเต็มไปด้วยความอำมหิต"ข้าให้ชีวิตเขาได้ ข้าก็เอาคืนได้เช่นกัน"มู่ชิงหลันตัวสั่น"เสด็จอาคิดจะ...""อีกสามวัน" ไทเฮากำตราแน่น "ฮ่องเต้จะเสด็จไปล่าสัตว์ นั่นคือโอกาสที่ดีที่สุด" รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้า"หากเขาตาย ราชบัลลังก์ก็ว่างลง ถึงเวลานั้น ข้าจะเลือกผู้สืบทอดคนใหม่เอง ในราชวงศ์ยังมีเชื้อพระวงศ์อีกมาก ข้าไม่เชื่อหรอก ว่าจะหาใครขึ้นมานั่งแทนไม่ได้"มู่ชิงหลันตกใจจนหน้าซีด นี่ไม่ใช่การแย่งชิงอำนาจอีกต่อไป แต่เป็นการลอบปลงพระชนม์ไทเฮาหยิบพู่กันขึ้นมา ก่อนเขียนจดหมายสั้น ๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อเขียนเสร็จ นางก็ม้วนกระดาษใส่กระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็ก"ส่งออกไปคืนนี้" เงาดำสายหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากมุมห้อง"ขอรับ" พริบตาต่อมาร่างนั้นก็หายไปไทเฮามองความมืดนอกหน้าต่าง ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น"เซียวจิ่นเหยียน ในเมื่อเจ้าไม่ยอมเป็นลูกที่ดี ก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย"ลมเย็นพัดผ่านเปลวเทียนไหววูบ ไม่มีใครรู้เลยว่าเงาแห่งอันตราย กำลังคืบคลานเข้าหาฮ่องเต้ทีละน้อย และอีกสามวันข้างหน้า งานล่าสัตว
“คิดอะไรของเจ้าคิ้วขมวดกันขนาดนั้น ข้ารับรองว่าไม่ผิดคำพูด มีเพียงเจ้าคนเดียวที่ข้าจะรักและยกย่อง เป็นภรรยาเพียงคนเดียวของข้า”เขาก้มลงจูบริมฝีปากนางอย่างอ่อนโยนก่อน จากนั้นจึงลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นทุกขณะ มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า บีบเอวคอดกิ่วของนางเบา ๆ จนซูหว่านหนิงตัวสั่น“อืม... ฝ่าบาท” เสียงครางแผ่วหลุดจากลำคอโดยไม่ตั้งใจ นางเขินจนอยากหายตัวไป“เจ้าดู ปากบอกไม่ แต่ตัวกลับสั่นขนาดนี้” เขากัดเบา ๆ ที่ใบหูแดงระเรื่อของนาง เสียงกระซิบพร่า“ข้าจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปแต่ถ้าเจ้ายังดิ้นอีก ข้าจะไม่รับประกัน”“พระองค์... ทรงข่มขู่หม่อมฉัน” นางพยายามทำหน้าดุ แต่ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความเขินอาย ใบหน้าแดงจนถึงใบหูเซียวจิ่นเหยียนหัวเราะเบา ๆ กดนางเอาไว้ใต้ร่าง มือคลายสายคาดเอวของทั้งคู่อย่างชำนาญ ริมฝีปากไล้ลงไปตามเนินคอขาวผ่อง จูบไล้ลงไปเรื่อย ๆ จนซูหว่านหนิงกัดริมฝีปากแน่น ตัวโค้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว“อ๊ะ อย่าทำตรงนั้น” นางครางเสียงสั่น มือเล็กกำไหล่กว้างของเขาแน่น“ตรงนี้หรือ”เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเล้าโลมจุดกระสันของนางอย่างตั้งใจ จนเสียงครางหวาน ๆ ดังก้องห้องไม่หยุดคืนนั้น ความร
"เพคะ""เจ้าใช้ถาดฟาดจริงหรือ"ซูหว่านหนิงพยักหน้าอย่างซื่อสัตย์"เพคะ"ขันทีเการีบก้มหน้า พลางคิดในใจ โอ๊ย! กุ้ยเฟยกล้าฟาดหัวไทเฮา นี่ข้าฝันไปหรือเปล่า ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก"เพราะเหตุใด"“พวกนางจะตีหม่อมฉันก่อนนี่เพคะ แถมเจอหน้ากันก็ยังจะให้คุกเข่าตลอด ทำผิดอะไรก็ไม่บอก เอะอะคุกเข่า ชอบคุกเข่านัก ทำไมไม่คุกเข่าเสียเองล่ะ"“เจ้า เจ้า เจ้า ฮ่องเต้เจ้าดูกุ้ยเฟยของเจ้า ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา”“นางก็พูดถูก จะให้นางคุกเข่ารับโทษ ต้องบอกด้วยว่านางผิดอะไร”ฮ่องเต้พยักหน้า ราวกับเข้าใจแล้ว ไทเฮาแทบกระอักเลือด"ฮ่องเต้ เจ้าจะเข้าข้างนางหรือ"เซียวจิ่นเหยียนถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ย"หว่านหนิงยังอายุน้อย ทำไปเพราะตกใจ"ไทเฮาตาโต"เดี๋ยวข้าจะให้นางคัดกฎวัง และคุกเข่าสำนึกผิดพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่"ไทเฮานิ่งอึ้ง นี่เรียกว่าลงโทษหรือส่วนซูหว่านหนิงก็ยิ้มกริ่ม เห้อ... มีคนหนุนหลังมันดีแบบนี้นี่เอง"ฮ่องเต้!" ไทเฮาโกรธจนตัวสั่น"เจ้า" พูดไม่ทันจบ ก็ไอออกมาพรวด! เลือดสดกระเด็นลงบนผ้าเช็ดหน้า ทั้งตำหนักแตกตื่น"ไทเฮา เรียกหมอหลวง!" เซียวจิ่นเหยียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันเข้มข้น แต่กลับมีสีหน้าเรียบนิ่ง ก
ชิงเหอนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย"พระสนม ท่านกำลังทำอะไรหรือเพคะ""ตกไก่""...""อ้อ... ไม่ใช่"ซูหว่านหนิงแก้คำอย่างจริงจัง"ล่อไก่""..." ฟังแล้วก็ยังแปลกอยู่ดีจากนั้นนางก็เทน้ำในถ้วยลงบนพื้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ แผ่กระจายออกมา เป็นกลิ่นที่มนุษย์แทบไม่ได้สังเกต แต่สำหรับสัตว์แล้ว กลับม
"คงไม่งอกหรอก" ชิงเหอพึมพำกับตัวเองใต้ผ้าห่ม ตอนเด็กนางเคยเห็นคนปลูกผัก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะมีต้นอ่อน สุดท้ายเด็กสาวก็หลับไปพร้อมความสงสัยเต็มหัวรุ่งเช้า แสงแดดอ่อน ๆ สาดผ่านหน้าต่าง ชิงเหอลุกขึ้นตามปกติ สิ่งแรกที่นางคิดคือไปต้มน้ำให้พระสนม สิ่งที่สองคือออกไปดูเมล็ดผักเมื่อวาน"คงยั
ชิงเหอมองรอยยิ้มบนใบหน้าของพระสนมแล้วขนลุกวาบ ไม่รู้เพราะเหตุใด แต่จู่ ๆ นางก็มีลางสังหรณ์ประหลาดตำหนักเย็นที่เงียบเหงามานานหลายปี ดูเหมือนกำลังจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแล้วแน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องที่คนปกติควรทำในวังหลวงแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านหน้าต่างไม้เก่าที่แตกร้าว เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่
ลมหนาวพัดแรงจนประตูไม้เก่าส่งเสียงครวญคราง เปลวเทียนที่ใกล้มอดดับพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้งชิงเหอกอดร่างของซูหว่านหนิงไว้แน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว"เกิดอะไรขึ้น" นางยังพูดไม่ทันจบ ร่างในอ้อมแขนก็ขยับเบา ๆชิงเหอชะงัก นางค่อย ๆ ก้มหน้าลงมอง หญิงสาวที่ควรสิ้นลมหายใจไปแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตา

















