Share

5

last update Tanggal publikasi: 2026-06-13 19:05:03

ชิงเหอนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

"พระสนม ท่านกำลังทำอะไรหรือเพคะ"

"ตกไก่"

"..."

"อ้อ... ไม่ใช่"

ซูหว่านหนิงแก้คำอย่างจริงจัง

"ล่อไก่"

"..." ฟังแล้วก็ยังแปลกอยู่ดี

จากนั้นนางก็เทน้ำในถ้วยลงบนพื้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ แผ่กระจายออกมา เป็นกลิ่นที่มนุษย์แทบไม่ได้สังเกต แต่สำหรับสัตว์แล้ว กลับมีเสน่ห์ร้ายแรงอย่างยิ่ง

"เสร็จแล้ว"

"แล้วต่อจากนี้ล่ะเพคะ"

"รอ"

"รออะไร"

"รอไก่"

"..."

ชิงเหอรู้สึกว่าพระสนมกำลังล้อเล่นกับนาง แต่ก็ไม่กล้าพูด

ครึ่งชั่วยามต่อมา มีเงาดำบินข้ามกำแพงเข้ามา

ตุ้บ!

ชิงเหอสะดุ้ง ก่อนจะพบว่าเป็นแม่ไก่ป่าตัวอ้วนกลม ตัวเดียวกับที่เคยเห็นเมื่อหลายวันก่อน

แม่ไก่เดินวนอยู่รอบลาน จิกดินไปมา จากนั้นก็เดินตรงมายังบริเวณที่ซูหว่านหนิงราดน้ำไว้ ดวงตาของชิงเหอเบิกกว้าง

"มา... มาจริง ๆ ด้วยเพคะ เป็นไปได้ยังไงนี่"

ซูหว่านหนิงยิ้มมุมปาก แน่นอนว่าต้องมา สัตว์ทุกชนิดชอบพลังวิญญาณ โดยเฉพาะน้ำพุวิเศษของนาง

แม่ไก่ป่าเดินจิกพื้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงอย่างสบายใจ ราวกับเป็นบ้านของตนเอง

ซูหว่านหนิงพยักหน้า

"ดี"

"ดีตรงไหนเพคะ"

"อ้วน"

"..."

"สมบูรณ์"

"..."

"อีกไม่นานคงออกไข่"

ชิงเหอรีบกอดอก

"แต่พระองค์ห้ามกินมันนะเพคะ มันน่าสงสาร"

ซูหว่านหนิงมองนาง ชิงเหอมองกลับ สุดท้ายจิ้งจอกสาวก็ถอนหายใจ มนุษย์ช่างใจอ่อนจริง

"ก็ได้ กินแต่ไข่มันก็พอ"

"เย่!" เด็กสาวยิ้มกว้างทันที

มีแค่ตัวเมียไม่มีตัวผู้ เดี๋ยวหาสามีให้มันหน่อย” ซูหว่านหนิงทำแบบเดิมอีกครั้ง ไม่นานไก่ป่าตัวผู้อ้วนท้วนก็บินเข้ามาในตำหนักเย็นอีกตัว ทำเอาชิงเหออ้าปากค้างตาโต ดีใจจนออกนอกหน้า

“พระสนมไก่คู่ผัวเมียมาอยู่กับเราแล้ว เย่ ๆ เราจะมีไข่กินกันแล้ว” ไก่ทั้งสองเดินไปมาอย่างมีความสุข เหมือนกับว่าที่นี่คือบ้านของมัน

วันต่อมา แม่ไก่ป่ายังคงมา

วันที่สาม ก็ยังมา

วันที่สี่ มันเริ่มเดินตามชิงเหอ

วันที่ห้า มันเดินเข้าห้องครัวเอง

วันที่หก มันขึ้นไปนอนบนชายคาตำหนัก

วันที่เจ็ด ชิงเหอเริ่มเรียกมันว่า "อาหวางกับอาจง"

"..."

ซูหว่านหนิงไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดไก่ถึงได้ชื่ออาหวางกับอาจง แต่ก็ขี้เกียจถาม

เช้าวันที่แปด เสียงกรีดร้องดังขึ้นทั่วตำหนักเย็น

"พระสนม พระสนมเพคะ!"

ชิงเหอวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง ในมือกำอะไรบางอย่างไว้แน่น ซูหว่านหนิงที่กำลังงีบลืมตาขึ้นช้า ๆ

"ไฟไหม้หรือ"

"ไม่ใช่เพคะ!"

"ตำหนักถล่มหรือ"

"ไม่ใช่เพคะ!"

"งั้นมีอะไร"

ชิงเหอยื่นมือออกมา ในฝ่ามือมีไข่ไก่ใบหนึ่ง สีขาวนวล กลมรีสวยงาม

"อาหวางออกไข่แล้ว!" ชิงเหอดีใจราวกับพบสมบัติแห่งชาติ

"ไข่ใบแรกของตำหนักเรา"

"อืม ดูเจ้าจะดีใจเป็นพิเศษ"

"พระสนมไม่ดีใจหรือเพคะ"

ซูหว่านหนิงพยักหน้า

"ดีใจสิ"

"จริงหรือเพคะ"

"คืนนี้กินไข่ตุ๋นกัน"

“ได้สิเพคะ” ชิงเหอหลุดหัวเราะออกมาทันที พระสนมของนางช่างเหมือนเดิมจริง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็จบลงที่ของกินเสมอ

ตกค่ำ ตำหนักเย็นมีกลิ่นหอมของไข่ตุ๋นลอยอบอวลเป็นครั้งแรก ซูหว่านหนิงนั่งกินอาหารอย่างอย่างเอร็ดอร่อย

ชิงเหอนั่งยิ้มอยู่ข้าง ๆ นางได้กินอาหารเหมือนเจ้านายสาวไม่มีผิด อีกฝ่ายไม่เคยทอดทิ้งนางเลย ทำให้สาวใช้คนสวยถึงกับซาบซึ้งใจยิ่งนัก

ส่วนอาหวางก็นั่งจิกข้าวอยู่ด้านนอกกับสามีตัวอ้วนของนาง บรรยากาศอบอุ่นจนแทบไม่มีใครเชื่อว่านี่คือตำหนักเย็นที่ถูกผู้คนลืมเลือน

ซูหว่านหนิงมองผักในลาน มองไก่อ้วนด้านนอก มองสาวใช้ที่กำลังยิ้มจนตาหยี ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

การเผชิญด่านเคราะห์ครั้งนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

ชีวิตเช่นนี้ก็ดีไม่น้อย ไม่มีการแก่งแย่ง ไม่มีการวางแผนร้าย ไม่มีใครมารบกวน ปลูกผัก กินไข่ นอนหลับ นี่ต่างหากคือชีวิตในอุดมคติ

เพียงแต่นางยังไม่รู้ว่าอีกไม่นาน ความสงบสุขของตำหนักเย็นแห่งนี้กำลังจะถูกทำลาย เพราะมีคนผู้หนึ่งกำลังทำของสำคัญหาย และกำลังจะหลงเข้ามาที่นี่ในไม่ช้า

หลังจากมีผักกิน มีไข่กิน และมีแม่ไก่อ้วนชื่ออาหวางและผัวรักของนางชื่ออาจง ซูหว่านหนิงก็รู้สึกว่าชีวิตในตำหนักเย็นสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ทุกเช้า ตื่นนอน รดน้ำผัก กินข้าว นอนกลางวัน ตกเย็นกินข้าวอีกมื้อ จากนั้นก็นอนต่อ ชีวิตเช่นนี้ช่างงดงาม สงบสุข

ด่านเคราะห์ของข้าสุขสบายเสียจริง

"พระสนมเพคะ" ชิงเหอวิ่งเข้ามาในลานผัก

"ผักกาดแปลงซ้ายโตอีกแล้วเพคะ"

ซูหว่านหนิงพยักหน้า

"ดี"

"ดีมากเพคะ!"

"คืนนี้เก็บมาผัดกินกัน"

ชิงเหอหัวเราะคิกคัก พระสนมของนางไม่ว่าจะมองผักอะไร สุดท้ายก็จบที่หม้ออาหารเสมอ

ขณะที่ทั้งสองกำลังเก็บผัก จู่ ๆ ก็มีเสียงสะอื้นดังมาจากด้านนอกกำแพง

ฮึก... ฮึก... ชิงเหอชะงัก

"มีคนร้องไห้หรือเพคะ"

ซูหว่านหนิงกำลังถอนหญ้า

"อืม"

"บ่าวออกไปดูนะเพคะ"

ไม่นานนัก ชิงเหอก็พาหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามา นางแต่งกายเป็นนางกำนัล อายุราวสิบหกสิบเจ็ดปี ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   27

    ลูกศรพุ่งเข้ามาทางฮ่องเต้ ทั่วบริเวณแตกตื่น แต่พริบตาต่อมา ไทเฮากลับผลักมู่ชิงหลันออกไปฉึก!ลูกศรปักเข้ากลางอก ไทเฮาเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้าน มู่ชิงหลันกรีดร้องลั่น"เสด็จอา" แต่ยังไม่ทันเข้าถึงตัว ลูกศรอีกดอกก็พุ่งออกมาจากความชุลมุนฉึก!คราวนี้ปักเข้าที่ร่างของไทเฮา ทั่วสนามเงียบกริบ ไทเฮาล้มลงกับพื้น เลือดไหลออกจากมุมปากนางมองฮ่องเต้ สายตาซับซ้อนอย่างยิ่ง"จิ่นเหยียน..."เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นางเรียกชื่อเขา ไม่ใช่ฝ่าบาท ไม่ใช่ฮ่องเต้เซียวจิ่นเหยียนยืนมองอยู่เงียบ ๆ ในห้วงเวลานั้น ความทรงจำในวัยเด็กย้อนกลับมาวันที่ถูกบังคับให้คุกเข่ากลางหิมะ วันที่ถูกเฆี่ยนตี วันที่ถูกนำชีวิตของมารดามาข่มขู่ วันที่ต้องยอมทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่รักขณะเดียวกัน เขาก็จำได้ว่า นางคือคนที่เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ แม้จะเต็มไปด้วยผลประโยชน์ แต่ก็เป็นความจริงที่เปลี่ยนไม่ได้ไทเฮาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะไอเป็นเลือด"สุดท้าย ข้าก็แพ้"ดวงตาของนางค่อย ๆ หม่นแสงลง ส่วนมู่ชิงหลัน สิ้นใจตามไปในเวลาไม่นานข่าวสะเทือนทั้งแผ่นดิน ไทเฮาสิ้นพระชนม์ระหว่างช่วยฮ่องเต้ มู่ชิงหลันสิ้นชีวิตจากการปกป้องราชวงศ์ เรื่องนี้

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   26

    ภายในกล่องมีตราสัญลักษณ์สีดำชิ้นหนึ่ง เป็นตราที่ไม่เคยมีใครเห็น ยกเว้นคนกลุ่มหนึ่งนักฆ่า…ดวงตาของไทเฮาเต็มไปด้วยความอำมหิต"ข้าให้ชีวิตเขาได้ ข้าก็เอาคืนได้เช่นกัน"มู่ชิงหลันตัวสั่น"เสด็จอาคิดจะ...""อีกสามวัน" ไทเฮากำตราแน่น "ฮ่องเต้จะเสด็จไปล่าสัตว์ นั่นคือโอกาสที่ดีที่สุด" รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้า"หากเขาตาย ราชบัลลังก์ก็ว่างลง ถึงเวลานั้น ข้าจะเลือกผู้สืบทอดคนใหม่เอง ในราชวงศ์ยังมีเชื้อพระวงศ์อีกมาก ข้าไม่เชื่อหรอก ว่าจะหาใครขึ้นมานั่งแทนไม่ได้"มู่ชิงหลันตกใจจนหน้าซีด นี่ไม่ใช่การแย่งชิงอำนาจอีกต่อไป แต่เป็นการลอบปลงพระชนม์ไทเฮาหยิบพู่กันขึ้นมา ก่อนเขียนจดหมายสั้น ๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อเขียนเสร็จ นางก็ม้วนกระดาษใส่กระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็ก"ส่งออกไปคืนนี้" เงาดำสายหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากมุมห้อง"ขอรับ" พริบตาต่อมาร่างนั้นก็หายไปไทเฮามองความมืดนอกหน้าต่าง ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น"เซียวจิ่นเหยียน ในเมื่อเจ้าไม่ยอมเป็นลูกที่ดี ก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย"ลมเย็นพัดผ่านเปลวเทียนไหววูบ ไม่มีใครรู้เลยว่าเงาแห่งอันตราย กำลังคืบคลานเข้าหาฮ่องเต้ทีละน้อย และอีกสามวันข้างหน้า งานล่าสัตว

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   25

    “คิดอะไรของเจ้าคิ้วขมวดกันขนาดนั้น ข้ารับรองว่าไม่ผิดคำพูด มีเพียงเจ้าคนเดียวที่ข้าจะรักและยกย่อง เป็นภรรยาเพียงคนเดียวของข้า”เขาก้มลงจูบริมฝีปากนางอย่างอ่อนโยนก่อน จากนั้นจึงลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นทุกขณะ มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า บีบเอวคอดกิ่วของนางเบา ๆ จนซูหว่านหนิงตัวสั่น“อืม... ฝ่าบาท” เสียงครางแผ่วหลุดจากลำคอโดยไม่ตั้งใจ นางเขินจนอยากหายตัวไป“เจ้าดู ปากบอกไม่ แต่ตัวกลับสั่นขนาดนี้” เขากัดเบา ๆ ที่ใบหูแดงระเรื่อของนาง เสียงกระซิบพร่า“ข้าจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปแต่ถ้าเจ้ายังดิ้นอีก ข้าจะไม่รับประกัน”“พระองค์... ทรงข่มขู่หม่อมฉัน” นางพยายามทำหน้าดุ แต่ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความเขินอาย ใบหน้าแดงจนถึงใบหูเซียวจิ่นเหยียนหัวเราะเบา ๆ กดนางเอาไว้ใต้ร่าง มือคลายสายคาดเอวของทั้งคู่อย่างชำนาญ ริมฝีปากไล้ลงไปตามเนินคอขาวผ่อง จูบไล้ลงไปเรื่อย ๆ จนซูหว่านหนิงกัดริมฝีปากแน่น ตัวโค้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว“อ๊ะ อย่าทำตรงนั้น” นางครางเสียงสั่น มือเล็กกำไหล่กว้างของเขาแน่น“ตรงนี้หรือ”เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเล้าโลมจุดกระสันของนางอย่างตั้งใจ จนเสียงครางหวาน ๆ ดังก้องห้องไม่หยุดคืนนั้น ความร

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   24

    "เพคะ""เจ้าใช้ถาดฟาดจริงหรือ"ซูหว่านหนิงพยักหน้าอย่างซื่อสัตย์"เพคะ"ขันทีเการีบก้มหน้า พลางคิดในใจ โอ๊ย! กุ้ยเฟยกล้าฟาดหัวไทเฮา นี่ข้าฝันไปหรือเปล่า ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก"เพราะเหตุใด"“พวกนางจะตีหม่อมฉันก่อนนี่เพคะ แถมเจอหน้ากันก็ยังจะให้คุกเข่าตลอด ทำผิดอะไรก็ไม่บอก เอะอะคุกเข่า ชอบคุกเข่านัก ทำไมไม่คุกเข่าเสียเองล่ะ"“เจ้า เจ้า เจ้า ฮ่องเต้เจ้าดูกุ้ยเฟยของเจ้า ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา”“นางก็พูดถูก จะให้นางคุกเข่ารับโทษ ต้องบอกด้วยว่านางผิดอะไร”ฮ่องเต้พยักหน้า ราวกับเข้าใจแล้ว ไทเฮาแทบกระอักเลือด"ฮ่องเต้ เจ้าจะเข้าข้างนางหรือ"เซียวจิ่นเหยียนถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ย"หว่านหนิงยังอายุน้อย ทำไปเพราะตกใจ"ไทเฮาตาโต"เดี๋ยวข้าจะให้นางคัดกฎวัง และคุกเข่าสำนึกผิดพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่"ไทเฮานิ่งอึ้ง นี่เรียกว่าลงโทษหรือส่วนซูหว่านหนิงก็ยิ้มกริ่ม เห้อ... มีคนหนุนหลังมันดีแบบนี้นี่เอง"ฮ่องเต้!" ไทเฮาโกรธจนตัวสั่น"เจ้า" พูดไม่ทันจบ ก็ไอออกมาพรวด! เลือดสดกระเด็นลงบนผ้าเช็ดหน้า ทั้งตำหนักแตกตื่น"ไทเฮา เรียกหมอหลวง!" เซียวจิ่นเหยียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันเข้มข้น แต่กลับมีสีหน้าเรียบนิ่ง ก

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   23

    ดวงตาของซูหว่านหนิงสว่างวาบ รีบวิ่งมาในทันที บนโต๊ะมีอาหารวางเรียงราย ทั้งเป็ดย่างน้ำผึ้งหนังกรอบ หมูตุ๋นห้ารส ปลานึ่งซีอิ๊ว ไก่อบใบชา ซุปเห็ดหิมะตุ๋นโสม เกี๊ยวกุ้งหยก ขนมแป้งดอกเหมย และผลไม้หายากจากต่างแคว้นซูหว่านหนิงน้ำตาแทบไหล"สวรรค์ นี่ต่างหากคือสวรรค์ ของกินอร่อยทั้งนั้น โอ๊ย! ทำไมน่ากินแบบนี้"นางหยิบเกี๊ยวเข้าปาก จากนั้นตามด้วยเป็ดย่าง ซุป ขนม ผลไม้ กินจนแก้มตุ่ย ชิงเหอยืนมองอย่างขบขัน"พระสนมเพคะ""หืม""ค่อย ๆ เสวยก็ได้เพคะ""ไม่ได้""ของอร่อยต้องรีบกิน"ช่วงบ่าย ซูหว่านหนิงนอนกลิ้งอยู่บนตั่ง ลูบท้องกลม ๆ ของตัวเองไปมา ชีวิตการเผชิญวิบากเคราะห์ของข้าช่างสบายอะไรแบบนี้ หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนง่วงจัง... นางหาวอกมาเบาๆ พลางถอนหายใจอย่างมีความสุข"ชีวิตดีเหลือเกิน"แต่ถึงจะย้ายตำหนักแล้ว นางก็ยังชอบกลับไปตำหนักเย็น โดยเฉพาะทุกครั้งที่คิดถึงอาหวงและพวกพ้วงของนางวันนั้น ซูหว่านหนิงเดินเข้าไปในตำหนักเย็น อาหวงเห็นนางก็รีบวิ่งมาหา"กุ๊ก!""อาหวง!"นางรีบอุ้มมันขึ้นมา ก่อนกอดแน่น ๆ ตอนนี้ตำหนักเย็นยังได้รับการดูแลอย่างดี ฮ่องเต้ส่งคนมาช่วยดูแล ทั้งแปลงผัก เล้าไก่ สวนผลไม้ และบ่

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   22

    “ทำร้ายตัวเองทำไม ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าทำร้ายตัวเอง แล้วก็ไม่อนุญาตให้ใครทำร้ายเจ้าด้วย”“ฝ่าบาท” นางมองเขาอย่างซาบซึ้งใจ"ต่อจากนี้ไป ข้าจะไม่มีใครรังแกเจ้าได้อีก" แต่ลึกลงไปในใจของเซียวจิ่นเหยียน เขารู้ดีเรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ยังเหลืออีกคนและคนนั้นคือไทเฮา คนที่พยายามบงการเขามาตลอดชีวิต ตั้งแต่เขาขึ้นครองราชย์ก็ว่าราชการหลังม่าน หลังจากคืนอำนาจก็ยังเอาข้าราชการดั้งเดิมไปเป็นพวก เวลาเขาเสนอนโยบายหรือจะทำอะไร ก็จะโดนคัดค้านไปเสียหมด การล้างบางตระกูลมู่ในครั้งนี้คือเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ใครกล้าท้าทายอำนาจเขาอีกจะโดนเหมือนตระกูลมู่ และที่สำคัญเขามีหลักฐานมากมายเอาผิดตระกูลมู่ ก่อนหน้านี้ถึงไม่มีเรื่องของซุหว่านหนิงเขาก็พยายามรวบรวมหลักฐานอยู่การจะโค่นล่มตระกูลมู่ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นต้องทำอะไรให้รัดกุม จะทำแบบหละหลวมมีช่องโหว่ให้โดนสวนกลับไม่ได้ ดังนั้นเมื่อหลักฐานความผิดทุกอย่างครบครัน ก็ไม่มีใครกล้าขอร้องให้ตระกูลมู่อีก แม้ในอดีตจะเป็นพวกเดียวกัน หรือมีผลประโยชน์ร่วมกันก็ตามทีหลังจากตระกูลซูได้รับการล้างมลทิน ทั่วทั้งราชสำนักก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใ

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   4

    "คงไม่งอกหรอก" ชิงเหอพึมพำกับตัวเองใต้ผ้าห่ม ตอนเด็กนางเคยเห็นคนปลูกผัก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะมีต้นอ่อน สุดท้ายเด็กสาวก็หลับไปพร้อมความสงสัยเต็มหัวรุ่งเช้า แสงแดดอ่อน ๆ สาดผ่านหน้าต่าง ชิงเหอลุกขึ้นตามปกติ สิ่งแรกที่นางคิดคือไปต้มน้ำให้พระสนม สิ่งที่สองคือออกไปดูเมล็ดผักเมื่อวาน"คงยั

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   3

    ชิงเหอมองรอยยิ้มบนใบหน้าของพระสนมแล้วขนลุกวาบ ไม่รู้เพราะเหตุใด แต่จู่ ๆ นางก็มีลางสังหรณ์ประหลาดตำหนักเย็นที่เงียบเหงามานานหลายปี ดูเหมือนกำลังจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแล้วแน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องที่คนปกติควรทำในวังหลวงแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านหน้าต่างไม้เก่าที่แตกร้าว เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   2

    ลมหนาวพัดแรงจนประตูไม้เก่าส่งเสียงครวญคราง เปลวเทียนที่ใกล้มอดดับพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้งชิงเหอกอดร่างของซูหว่านหนิงไว้แน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว"เกิดอะไรขึ้น" นางยังพูดไม่ทันจบ ร่างในอ้อมแขนก็ขยับเบา ๆชิงเหอชะงัก นางค่อย ๆ ก้มหน้าลงมอง หญิงสาวที่ควรสิ้นลมหายใจไปแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตา

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   1

    หิมะตกหนักตลอดทั้งคืน ตำหนักเย็นท้ายวังเงียบงันราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กำแพงสูงปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง ประตูไม้เก่าผุพังปิดสนิท ไม่มีโคมไฟ ไม่มีเสียงคน ไม่มีแม้แต่กลิ่นอุ่นของถ่านไฟ มีเพียงลมหนาวที่พัดลอดรอยแตกของหน้าต่างเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าบนเตียงไม้เก่าหลังหนึ่ง หญิงสาวร่างบอบบางนอนขดตัวอย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status