Share

4

last update publish date: 2026-06-13 19:04:23

"คงไม่งอกหรอก" ชิงเหอพึมพำกับตัวเองใต้ผ้าห่ม ตอนเด็กนางเคยเห็นคนปลูกผัก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะมีต้นอ่อน สุดท้ายเด็กสาวก็หลับไปพร้อมความสงสัยเต็มหัว

รุ่งเช้า แสงแดดอ่อน ๆ สาดผ่านหน้าต่าง ชิงเหอลุกขึ้นตามปกติ สิ่งแรกที่นางคิดคือไปต้มน้ำให้พระสนม สิ่งที่สองคือออกไปดูเมล็ดผักเมื่อวาน

"คงยังเหมือนเดิม" นางบ่นพลางเดินอ้อมไปยังลานหลังตำหนัก แต่อย่างไรก็ต้องช่วยเจ้านายสาวรดน้ำ หากผักพวกนี้งอกขึ้นมา อาจจะพอเป็นอาหารประทังความหิวโหยได้บ้าง ไม่รู้ว่าต้องติดอยู่ในตำหนักเย็นอีกนานแค่ไหน หากรอดชีวิตไปไม่ได้ ก็คงตายอยู่ที่นี่ แต่ถ้าหากมีอาหารก็อาจจะอยู่ได้อีกหลายวัน แต่พอก้าวพ้นประตู ร่างเล็กก็แข็งค้างทันที

"อะ!" ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง ตรงหน้าของนางคือผืนดินที่เคยรกร้างว่างเปล่า บัดนี้เต็มไปด้วยต้นอ่อนสีเขียวสด งอกขึ้นมาเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ

ต้นเล็ก ๆ สั่นไหวตามสายลมยามเช้า งดงามราวกับภาพฝัน ชิงเหอยกมือขึ้นขยี้ตา

หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง ต้นผักก็ยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน

"ผะ... ผัก!" นางกรีดร้องเสียงดังลั่น

"พระสนม! พระสนมเพคะ!" ชิงเหอวิ่งกลับเข้าตำหนักอย่างแตกตื่น ขณะนั้นซูหว่านหนิงกำลังนั่งหาวอยู่บนเตียง

เมื่อคืนหลังใช้น้ำพุวิเศษไปพอสมควร นางจึงนอนหลับสบายเป็นพิเศษ

"เกิดอะไรขึ้น"

"ผัก! ผักเพคะ!"

"อืม"

"งอกแล้วเพคะ ไม่น่าเชื่อเป็นไปได้อย่างไรกัน มันต้องใช้เวลาหลายวันไม่ใช่หรือ"

"อืม"

ชิงเหอชะงัก พระสนมดูไม่ตกใจเลยสักนิด ราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นเช่นนี้ ซูหว่านหนิงเดินตามออกไปดู เมื่อเห็นต้นอ่อนสีเขียวเต็มแปลง นางพยักหน้าอย่างพอใจ เร็วกว่าที่คิดเล็กน้อย ดูเหมือนพลังของน้ำพุวิเศษจะยังสมบูรณ์ดี

"พระสนม!" ชิงเหอรีบดึงแขนนาง

"นี่มันเรื่องมหัศจรรย์นะเพคะ!"

"จริงหรือ"

"จริงสิเพคะ" ชิงเหอแทบกระโดด

"เมื่อคืนเพิ่งปลูก เช้านี้กลับงอกแล้ว"

ซูหว่านหนิงมองต้นผัก จากนั้นมองชิงเหอ

"บางทีอาจมีเทพเซียนช่วย"

"บ่าวก็คิดเช่นนั้นเพคะ เรารอดแล้ว เรามีอาหารกินแล้ว" เด็กสาวพยักหน้าอย่างแรงๆ อย่างมีความหวัง

"ต้องมีเทพเซียนคุ้มครองพระสนมแน่ ๆ"

ซูหว่านหนิงหัวเราะในใจ เทพเซียนไม่มีหรอก มีแต่จิ้งจอกอย่างข้านี่แหละที่จะคุ้มครองเจ้า แต่ปล่อยให้เข้าใจผิดไปแบบนี้ก็ดี สะดวกกว่าอธิบายมาก

หลายวันต่อมา ต้นผักเติบโตอย่างรวดเร็ว จากต้นอ่อนกลายเป็นผักกาดเขียวอวบอ้วน ใบใหญ่ ลำต้นแน่น ดูดีกว่าผักในตลาดเสียอีก

ชิงเหอเดินวนรอบแปลงผักทุกวัน ราวกับกำลังดูสมบัติล้ำค่า

"พระสนม!"

"อืม"

"ผักของเราสวยที่สุดในโลกเลยเพคะ" ท่าทีดีใจของอีกฝ่ายทำให้นางยิ้มตาม

"อืม"

"อีกไม่กี่วันก็กินได้แล้ว!"

ซูหว่านหนิงพยักหน้า ในที่สุดปัญหาอาหารก็ใกล้ได้รับการแก้ไขเสียที นางเริ่มคิดถึงเมนูต่าง ๆ ในหัว

ผัดผัก แกงผัก ซุปผัก หรือจะทำเกี๊ยวไส้ผักก็ดี เพียงคิดก็เริ่มหิวแล้ว

"พระสนม..." ชิงเหอลดเสียงลง "บ่าวมีเรื่องจะบอก"

"ว่า"

"เมื่อเช้าบ่าวเห็นแม่ไก่ป่าตัวหนึ่งแถวกำแพงหลังตำหนัก" ดวงตาของซูหว่านหนิงสว่างขึ้นทันที

ไก่?

"ตัวอ้วนหรือไม่"

ชิงเหอชะงัก นางนึกว่าพระสนมจะถามว่ามาจากไหน ไม่คิดว่าจะถามเรื่องความอ้วน

"อ้วนเพคะ"

"ดี"

"ดีหรือเพคะ?"

"ถ้าจับได้คงอร่อย"

ชิงเหอ!

เด็กสาวเริ่มสงสัยว่าหลังฟื้นขึ้นมา พระสนมจะชอบกินเกินไปหน่อยหรือไม่ ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน บนกำแพงด้านหลังตำหนัก แม่ไก่ป่าตัวหนึ่งกำลังจิกเมล็ดหญ้าอยู่เงียบ ๆ

มันไม่รู้เลยว่า ตั้งแต่วินาทีที่มันปรากฏตัว จิ้งจอกสาวผู้หนึ่งก็กำลังคิดเมนูอาหารจากมันเรียบร้อยแล้ว

และนี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะสำหรับสัตว์เล็กสัตว์น้อยรอบตำหนักเย็น

หลังจากมีผักกิน ชีวิตของซูหว่านหนิงก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อย่างน้อย จากเดิมที่หิวตลอดเวลา ตอนนี้นางเหลือเพียงหิวเป็นบางเวลา

"พระสนม ผักผัดเสร็จแล้วเพคะ!"

ชิงเหอยกจานผักกาดผัดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ แม้จะมีเพียงผัก น้ำมันเล็กน้อย และเกลือหยิบมือเดียว แต่สำหรับตำหนักเย็นแล้ว นี่ถือเป็นอาหารชั้นเลิศ

ซูหว่านหนิงมองผักสีเขียวสดในจาน ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"ใช้ได้" ชิงเหอแทบยิ้มจนเห็นฟันครบทุกซี่

ได้รับคำชมจากพระสนมแล้ว เด็กสาวมีความสุขจนอยากวิ่งรอบตำหนักสามรอบ

ซูหว่านหนิงคีบผักเข้าปาก

เคี้ยว กลืน จากนั้นก็ถอนหายใจ

"ยังขาดอะไรบางอย่าง"

ชิงเหอชะงัก

"อะไรหรือเพคะ"

"เนื้อ"

"..."

"ไข่"

"..."

"ปลา"

"..."

เด็กสาวมองพระสนมของตนอย่างเงียบงัน เหตุใดจึงรู้สึกว่าพระสนมกำลังวางแผนเรื่องอาหารทั้งวัน แต่ตำหนักเย็นจะมีอะไรให้กินอุดมสมบูรณ์เท่าตำหนักพระสนมในวังกันเล่า

“ที่นี่ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกเพคะ” ชิงเหอพูดเสียงเศร้า

ซูหว่านหนิงวางตะเกียบลง สีหน้าจริงจัง

"ชิงเหอ"

"เพคะ"

"เราต้องเลี้ยงไก่"

เด็กสาวสำลักน้ำลายตัวเอง

"เลี้ยงไก่!"

"อืม"

"ในวังหลวง?"

"ในตำหนักเย็นนี่แหละ ที่นี่เป็นของเรานี่นา เราจะทำยังไงก็ได้"

ฟังดูเหมือนจะต่างกันมาก แต่ก็ไม่ต่างเลย

บ่ายวันนั้น ซูหว่านหนิงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้เก่าในลาน ตรงหน้าเป็นถ้วยน้ำเล็ก ๆ ภายในมีน้ำพุวิเศษเพียงไม่กี่หยด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   27

    ลูกศรพุ่งเข้ามาทางฮ่องเต้ ทั่วบริเวณแตกตื่น แต่พริบตาต่อมา ไทเฮากลับผลักมู่ชิงหลันออกไปฉึก!ลูกศรปักเข้ากลางอก ไทเฮาเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้าน มู่ชิงหลันกรีดร้องลั่น"เสด็จอา" แต่ยังไม่ทันเข้าถึงตัว ลูกศรอีกดอกก็พุ่งออกมาจากความชุลมุนฉึก!คราวนี้ปักเข้าที่ร่างของไทเฮา ทั่วสนามเงียบกริบ ไทเฮาล้มลงกับพื้น เลือดไหลออกจากมุมปากนางมองฮ่องเต้ สายตาซับซ้อนอย่างยิ่ง"จิ่นเหยียน..."เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นางเรียกชื่อเขา ไม่ใช่ฝ่าบาท ไม่ใช่ฮ่องเต้เซียวจิ่นเหยียนยืนมองอยู่เงียบ ๆ ในห้วงเวลานั้น ความทรงจำในวัยเด็กย้อนกลับมาวันที่ถูกบังคับให้คุกเข่ากลางหิมะ วันที่ถูกเฆี่ยนตี วันที่ถูกนำชีวิตของมารดามาข่มขู่ วันที่ต้องยอมทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่รักขณะเดียวกัน เขาก็จำได้ว่า นางคือคนที่เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ แม้จะเต็มไปด้วยผลประโยชน์ แต่ก็เป็นความจริงที่เปลี่ยนไม่ได้ไทเฮาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะไอเป็นเลือด"สุดท้าย ข้าก็แพ้"ดวงตาของนางค่อย ๆ หม่นแสงลง ส่วนมู่ชิงหลัน สิ้นใจตามไปในเวลาไม่นานข่าวสะเทือนทั้งแผ่นดิน ไทเฮาสิ้นพระชนม์ระหว่างช่วยฮ่องเต้ มู่ชิงหลันสิ้นชีวิตจากการปกป้องราชวงศ์ เรื่องนี้

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   26

    ภายในกล่องมีตราสัญลักษณ์สีดำชิ้นหนึ่ง เป็นตราที่ไม่เคยมีใครเห็น ยกเว้นคนกลุ่มหนึ่งนักฆ่า…ดวงตาของไทเฮาเต็มไปด้วยความอำมหิต"ข้าให้ชีวิตเขาได้ ข้าก็เอาคืนได้เช่นกัน"มู่ชิงหลันตัวสั่น"เสด็จอาคิดจะ...""อีกสามวัน" ไทเฮากำตราแน่น "ฮ่องเต้จะเสด็จไปล่าสัตว์ นั่นคือโอกาสที่ดีที่สุด" รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้า"หากเขาตาย ราชบัลลังก์ก็ว่างลง ถึงเวลานั้น ข้าจะเลือกผู้สืบทอดคนใหม่เอง ในราชวงศ์ยังมีเชื้อพระวงศ์อีกมาก ข้าไม่เชื่อหรอก ว่าจะหาใครขึ้นมานั่งแทนไม่ได้"มู่ชิงหลันตกใจจนหน้าซีด นี่ไม่ใช่การแย่งชิงอำนาจอีกต่อไป แต่เป็นการลอบปลงพระชนม์ไทเฮาหยิบพู่กันขึ้นมา ก่อนเขียนจดหมายสั้น ๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อเขียนเสร็จ นางก็ม้วนกระดาษใส่กระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็ก"ส่งออกไปคืนนี้" เงาดำสายหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากมุมห้อง"ขอรับ" พริบตาต่อมาร่างนั้นก็หายไปไทเฮามองความมืดนอกหน้าต่าง ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น"เซียวจิ่นเหยียน ในเมื่อเจ้าไม่ยอมเป็นลูกที่ดี ก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย"ลมเย็นพัดผ่านเปลวเทียนไหววูบ ไม่มีใครรู้เลยว่าเงาแห่งอันตราย กำลังคืบคลานเข้าหาฮ่องเต้ทีละน้อย และอีกสามวันข้างหน้า งานล่าสัตว

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   25

    “คิดอะไรของเจ้าคิ้วขมวดกันขนาดนั้น ข้ารับรองว่าไม่ผิดคำพูด มีเพียงเจ้าคนเดียวที่ข้าจะรักและยกย่อง เป็นภรรยาเพียงคนเดียวของข้า”เขาก้มลงจูบริมฝีปากนางอย่างอ่อนโยนก่อน จากนั้นจึงลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นทุกขณะ มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า บีบเอวคอดกิ่วของนางเบา ๆ จนซูหว่านหนิงตัวสั่น“อืม... ฝ่าบาท” เสียงครางแผ่วหลุดจากลำคอโดยไม่ตั้งใจ นางเขินจนอยากหายตัวไป“เจ้าดู ปากบอกไม่ แต่ตัวกลับสั่นขนาดนี้” เขากัดเบา ๆ ที่ใบหูแดงระเรื่อของนาง เสียงกระซิบพร่า“ข้าจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปแต่ถ้าเจ้ายังดิ้นอีก ข้าจะไม่รับประกัน”“พระองค์... ทรงข่มขู่หม่อมฉัน” นางพยายามทำหน้าดุ แต่ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความเขินอาย ใบหน้าแดงจนถึงใบหูเซียวจิ่นเหยียนหัวเราะเบา ๆ กดนางเอาไว้ใต้ร่าง มือคลายสายคาดเอวของทั้งคู่อย่างชำนาญ ริมฝีปากไล้ลงไปตามเนินคอขาวผ่อง จูบไล้ลงไปเรื่อย ๆ จนซูหว่านหนิงกัดริมฝีปากแน่น ตัวโค้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว“อ๊ะ อย่าทำตรงนั้น” นางครางเสียงสั่น มือเล็กกำไหล่กว้างของเขาแน่น“ตรงนี้หรือ”เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเล้าโลมจุดกระสันของนางอย่างตั้งใจ จนเสียงครางหวาน ๆ ดังก้องห้องไม่หยุดคืนนั้น ความร

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   24

    "เพคะ""เจ้าใช้ถาดฟาดจริงหรือ"ซูหว่านหนิงพยักหน้าอย่างซื่อสัตย์"เพคะ"ขันทีเการีบก้มหน้า พลางคิดในใจ โอ๊ย! กุ้ยเฟยกล้าฟาดหัวไทเฮา นี่ข้าฝันไปหรือเปล่า ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก"เพราะเหตุใด"“พวกนางจะตีหม่อมฉันก่อนนี่เพคะ แถมเจอหน้ากันก็ยังจะให้คุกเข่าตลอด ทำผิดอะไรก็ไม่บอก เอะอะคุกเข่า ชอบคุกเข่านัก ทำไมไม่คุกเข่าเสียเองล่ะ"“เจ้า เจ้า เจ้า ฮ่องเต้เจ้าดูกุ้ยเฟยของเจ้า ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา”“นางก็พูดถูก จะให้นางคุกเข่ารับโทษ ต้องบอกด้วยว่านางผิดอะไร”ฮ่องเต้พยักหน้า ราวกับเข้าใจแล้ว ไทเฮาแทบกระอักเลือด"ฮ่องเต้ เจ้าจะเข้าข้างนางหรือ"เซียวจิ่นเหยียนถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ย"หว่านหนิงยังอายุน้อย ทำไปเพราะตกใจ"ไทเฮาตาโต"เดี๋ยวข้าจะให้นางคัดกฎวัง และคุกเข่าสำนึกผิดพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่"ไทเฮานิ่งอึ้ง นี่เรียกว่าลงโทษหรือส่วนซูหว่านหนิงก็ยิ้มกริ่ม เห้อ... มีคนหนุนหลังมันดีแบบนี้นี่เอง"ฮ่องเต้!" ไทเฮาโกรธจนตัวสั่น"เจ้า" พูดไม่ทันจบ ก็ไอออกมาพรวด! เลือดสดกระเด็นลงบนผ้าเช็ดหน้า ทั้งตำหนักแตกตื่น"ไทเฮา เรียกหมอหลวง!" เซียวจิ่นเหยียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันเข้มข้น แต่กลับมีสีหน้าเรียบนิ่ง ก

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   23

    ดวงตาของซูหว่านหนิงสว่างวาบ รีบวิ่งมาในทันที บนโต๊ะมีอาหารวางเรียงราย ทั้งเป็ดย่างน้ำผึ้งหนังกรอบ หมูตุ๋นห้ารส ปลานึ่งซีอิ๊ว ไก่อบใบชา ซุปเห็ดหิมะตุ๋นโสม เกี๊ยวกุ้งหยก ขนมแป้งดอกเหมย และผลไม้หายากจากต่างแคว้นซูหว่านหนิงน้ำตาแทบไหล"สวรรค์ นี่ต่างหากคือสวรรค์ ของกินอร่อยทั้งนั้น โอ๊ย! ทำไมน่ากินแบบนี้"นางหยิบเกี๊ยวเข้าปาก จากนั้นตามด้วยเป็ดย่าง ซุป ขนม ผลไม้ กินจนแก้มตุ่ย ชิงเหอยืนมองอย่างขบขัน"พระสนมเพคะ""หืม""ค่อย ๆ เสวยก็ได้เพคะ""ไม่ได้""ของอร่อยต้องรีบกิน"ช่วงบ่าย ซูหว่านหนิงนอนกลิ้งอยู่บนตั่ง ลูบท้องกลม ๆ ของตัวเองไปมา ชีวิตการเผชิญวิบากเคราะห์ของข้าช่างสบายอะไรแบบนี้ หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนง่วงจัง... นางหาวอกมาเบาๆ พลางถอนหายใจอย่างมีความสุข"ชีวิตดีเหลือเกิน"แต่ถึงจะย้ายตำหนักแล้ว นางก็ยังชอบกลับไปตำหนักเย็น โดยเฉพาะทุกครั้งที่คิดถึงอาหวงและพวกพ้วงของนางวันนั้น ซูหว่านหนิงเดินเข้าไปในตำหนักเย็น อาหวงเห็นนางก็รีบวิ่งมาหา"กุ๊ก!""อาหวง!"นางรีบอุ้มมันขึ้นมา ก่อนกอดแน่น ๆ ตอนนี้ตำหนักเย็นยังได้รับการดูแลอย่างดี ฮ่องเต้ส่งคนมาช่วยดูแล ทั้งแปลงผัก เล้าไก่ สวนผลไม้ และบ่

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   22

    “ทำร้ายตัวเองทำไม ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าทำร้ายตัวเอง แล้วก็ไม่อนุญาตให้ใครทำร้ายเจ้าด้วย”“ฝ่าบาท” นางมองเขาอย่างซาบซึ้งใจ"ต่อจากนี้ไป ข้าจะไม่มีใครรังแกเจ้าได้อีก" แต่ลึกลงไปในใจของเซียวจิ่นเหยียน เขารู้ดีเรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ยังเหลืออีกคนและคนนั้นคือไทเฮา คนที่พยายามบงการเขามาตลอดชีวิต ตั้งแต่เขาขึ้นครองราชย์ก็ว่าราชการหลังม่าน หลังจากคืนอำนาจก็ยังเอาข้าราชการดั้งเดิมไปเป็นพวก เวลาเขาเสนอนโยบายหรือจะทำอะไร ก็จะโดนคัดค้านไปเสียหมด การล้างบางตระกูลมู่ในครั้งนี้คือเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ใครกล้าท้าทายอำนาจเขาอีกจะโดนเหมือนตระกูลมู่ และที่สำคัญเขามีหลักฐานมากมายเอาผิดตระกูลมู่ ก่อนหน้านี้ถึงไม่มีเรื่องของซุหว่านหนิงเขาก็พยายามรวบรวมหลักฐานอยู่การจะโค่นล่มตระกูลมู่ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นต้องทำอะไรให้รัดกุม จะทำแบบหละหลวมมีช่องโหว่ให้โดนสวนกลับไม่ได้ ดังนั้นเมื่อหลักฐานความผิดทุกอย่างครบครัน ก็ไม่มีใครกล้าขอร้องให้ตระกูลมู่อีก แม้ในอดีตจะเป็นพวกเดียวกัน หรือมีผลประโยชน์ร่วมกันก็ตามทีหลังจากตระกูลซูได้รับการล้างมลทิน ทั่วทั้งราชสำนักก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใ

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   5

    ชิงเหอนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย"พระสนม ท่านกำลังทำอะไรหรือเพคะ""ตกไก่""...""อ้อ... ไม่ใช่"ซูหว่านหนิงแก้คำอย่างจริงจัง"ล่อไก่""..." ฟังแล้วก็ยังแปลกอยู่ดีจากนั้นนางก็เทน้ำในถ้วยลงบนพื้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ แผ่กระจายออกมา เป็นกลิ่นที่มนุษย์แทบไม่ได้สังเกต แต่สำหรับสัตว์แล้ว กลับม

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   3

    ชิงเหอมองรอยยิ้มบนใบหน้าของพระสนมแล้วขนลุกวาบ ไม่รู้เพราะเหตุใด แต่จู่ ๆ นางก็มีลางสังหรณ์ประหลาดตำหนักเย็นที่เงียบเหงามานานหลายปี ดูเหมือนกำลังจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแล้วแน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องที่คนปกติควรทำในวังหลวงแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านหน้าต่างไม้เก่าที่แตกร้าว เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   2

    ลมหนาวพัดแรงจนประตูไม้เก่าส่งเสียงครวญคราง เปลวเทียนที่ใกล้มอดดับพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้งชิงเหอกอดร่างของซูหว่านหนิงไว้แน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว"เกิดอะไรขึ้น" นางยังพูดไม่ทันจบ ร่างในอ้อมแขนก็ขยับเบา ๆชิงเหอชะงัก นางค่อย ๆ ก้มหน้าลงมอง หญิงสาวที่ควรสิ้นลมหายใจไปแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตา

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   1

    หิมะตกหนักตลอดทั้งคืน ตำหนักเย็นท้ายวังเงียบงันราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กำแพงสูงปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง ประตูไม้เก่าผุพังปิดสนิท ไม่มีโคมไฟ ไม่มีเสียงคน ไม่มีแม้แต่กลิ่นอุ่นของถ่านไฟ มีเพียงลมหนาวที่พัดลอดรอยแตกของหน้าต่างเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าบนเตียงไม้เก่าหลังหนึ่ง หญิงสาวร่างบอบบางนอนขดตัวอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status