Share

3

last update publish date: 2026-06-13 19:03:48

ชิงเหอมองรอยยิ้มบนใบหน้าของพระสนมแล้วขนลุกวาบ ไม่รู้เพราะเหตุใด แต่จู่ ๆ นางก็มีลางสังหรณ์ประหลาด

ตำหนักเย็นที่เงียบเหงามานานหลายปี ดูเหมือนกำลังจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแล้ว

แน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องที่คนปกติควรทำในวังหลวง

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านหน้าต่างไม้เก่าที่แตกร้าว เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ตำหนักเย็นมีเสียงหัวเราะดังขึ้น

"พระสนม ท่านดื่มโจ๊กอีกสักหน่อยเถิดเพคะ"

ชิงเหอยกชามโจ๊กใบเล็กเข้ามา สีหน้าของนางสดใสกว่าสองวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อคืนนี้นางแทบไม่ได้นอน เพราะตื่นเต้น พระสนมของนางฟื้นแล้วจริง ๆ แม้จะรู้สึกว่าพระสนมเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ชิงเหอไม่ได้คิดมาก คนที่ผ่านความตายมาได้ ย่อมเปลี่ยนไปบ้างเป็นธรรมดา ขอเพียงพระสนมยังมีชีวิตอยู่ นางก็พอใจแล้ว

"อืม"

หูลีบอกตัวเองว่าต่อจากนี้ไปนางคือซูหว่านหนิง นางรับชามโจ๊กมา ก่อนจะมองของเหลวสีขาวขุ่นภายในชามเงียบ ๆ

นี่เรียกว่าโจ๊ก?

นอกจากน้ำแล้วแทบมองไม่เห็นเมล็ดข้าว

หากโยนลงไปในบ่อปลา ปลาคงร้องไห้ด้วยความสงสาร สุดท้ายนางก็ฝืนดื่มจนหมด เพราะร่างนี้ยังอ่อนแออยู่มาก ต้องรีบฟื้นฟูให้เร็วที่สุด

"พระสนม วันนี้สีหน้าท่านดีขึ้นมากเลยเพคะ" ชิงเหอยิ้มจนตาหยี "บ่าวดีใจที่สุดเลย"

ซูหว่านหนิงมองเด็กสาวตรงหน้า ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมบอกว่านางอายุเพียงสิบหกปีเท่านั้น ถูกขายเข้าจวนซูตั้งแต่เด็ก เติบโตมาพร้อมซูหว่านหนิง ยามตระกูลซูล่มสลาย บ่าวรับใช้คนอื่นต่างพากันหนีหมด มีเพียงชิงเหอคนเดียวที่ติดตามเข้าวังมา ถึงจะถูกโยนเข้าตำหนักเย็น บ่าวคนนี้ก็ยังซื่อสัตย์ไม่เคยทอดทิ้ง ยอมอดมื้อกินมื้อไปกับนาง บ่าวดีเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง ต่อจากนี้ไป นางจะดีกับชิงเหอให้มากๆ ถือว่าตอบแทนน้ำใจของอีกฝ่าย

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของซูหว่านหนิงก็อ่อนลงเล็กน้อย

"เจ้าลำบากแล้ว"

ชิงเหอชะงัก จากนั้นรีบส่ายหน้าจนมวยผมแทบหลุด

"ไม่ลำบากเพคะ ขอเพียงพระสนมปลอดภัยก็พอแล้ว" พูดจบ นางก็ยิ้มกว้าง รอยยิ้มสดใสราวกับดอกทานตะวัน เป็นรอยยิ้มแห่งความจริงใจและใสซื่อ

ซูหว่านหนิงหัวเราะเบา ๆ มนุษย์ผู้นี้ช่างจิตใจดีเสียจริง เพียงคำพูดไม่กี่คำก็ดีใจจนออกนอกหน้าแล้ว

"จริงสิ!" ชิงเหอเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

"พระสนม เมื่อเช้าบ่าวไปขออาหารมาเพิ่ม แต่พวกคนส่งอาหารไม่ยอมให้"

"อืม"

"พวกเขาบอกว่าตำหนักเย็นไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง"

พูดถึงตรงนี้ สีหน้าของเด็กสาวก็หม่นลง ซูหว่านหนิงกลับไม่สนใจนัก เพราะนางรู้อยู่แล้ว ในวังหลวงแห่งนี้ คนที่ไม่มีอำนาจย่อมถูกเหยียบย่ำ

แต่ปัญหาคือ อาหารไม่พอ และนั่นเป็นเรื่องใหญ่มาก

โดยเฉพาะสำหรับจิ้งจอกที่ชอบกินอย่างนาง

“เพราะฮ่องเต้สุนัขนั่นแท้ๆ รับข้ามาเป็นสนม ไม่ทันได้เจอหน้า ก็สั่งข้ามาอยู่ตำหนักเย็น ฮ่องเต้เฮงซวย”

“ฮัดเช้ย!” คนที่กำลังนั่งตรวจฎีกาอยู่ถึงกับจามออกมาเพราะโดนด่าโดยไม่รู้ตัว

“ฝ่าบาท พระองค์ไม่สบายหรือพ่ะย่ะค่ะ ให้กระหม่อมตามหมอหลวงไหมพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีใกล้ชิดรีบเอ่ยขึ้น

“ข้าไม่เป็นอะไร จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีคนนินทา” เขาพึมพำเบา ๆ

“พระองค์ว่าอะไรนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมฟังไม่ชัด”

“ไม่มีอะไร” ฮ่องเต้โบกมือไปมาก่อนจะตรวจฎีกาต่อ

ทางด้านตำหนักเย็น

"ชิงเหอ" ซูหว่านหนิงเอ่ยเรียกสาวใช้คนสนิท

"เพคะ?"

"พาข้าไปลานด้านหลัง"

"ตอนนี้หรือเพคะ?"

"อืม"

เด็กสาวรีบประคองนางออกจากห้อง ทันทีที่เดินออกมา ซูหว่านหนิงก็เห็นลานกว้างด้านหลังตำหนัก

วัชพืชขึ้นรกไปหมด ดินแห้งแข็ง ดูรกร้างไร้ผู้คนดูแลมานาน แต่ในสายตาของนาง นี่ไม่ใช่ลานร้าง นี่คือแปลงผักชั้นดีต่างหาก

ซูหว่านหนิงพยักหน้าอย่างพอใจ

"ดี"

"ดีหรือเพคะ?"

"กว้างดี"

"..."

"ปลูกผักได้"

ชิงเหออ้าปากค้าง ปลูกผัก? ในวังหลวง?

พระสนมของนางไข้ขึ้นจนสมองจนเลอะเลือนไปแล้วหรือ

ซูหว่านหนิงไม่ได้อธิบายอะไร นางเดินไปยังมุมหนึ่งของลาน จากนั้นแกล้งย่อตัวลงสำรวจดิน ความจริงแล้วกำลังใช้จิตตรวจสอบมิติวิญญาณ

บ่อน้ำเล็กยังคงอยู่ น้ำใสสะอาดเปล่งประกายแสงจาง ๆ ซูหว่านหนิงแอบดึงน้ำออกมาหนึ่งหยด หยดลงบนพื้นดินอย่างแนบเนียน

ชั่วพริบตา ดินแห้งแข็งก็กลับชุ่มชื้นขึ้นเล็กน้อย หญ้าที่เหี่ยวเฉาพลันดูมีชีวิตชีวาขึ้น ดวงตาของนางสว่างวาบ ได้ผลจริงด้วย น้ำพุวิเศษติดตามนางมาด้วยแบบนี้ คราวนี้ก็สบายใจหายห่วง อย่างน้อยก็ไม่อดตาย

ซูหว่านหนิงลุกขึ้น ก่อนหันไปมองชิงเหอ

"ในตำหนักยังมีเมล็ดพันธุ์บ้างไหม"

"เมล็ดพันธุ์หรือเพคะ"

"อะไรก็ได้"

ชิงเหอคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"เหมือนจะมีเมล็ดผักกาดเก่า ๆ ที่บ่าวเก็บไว้อยู่เพคะ" เดิมทีนางตั้งใจเก็บไว้เผื่อวันข้างหน้าจนหมดหนทางจริง ๆ บางทีอาจนำไปแลกอาหารได้ เพราะเมล็ดพันธุ์คือของหายากในแคว้น ใครมีเมล็ดพันธุ์เท่ากับมีอาหาร

"นำมา"

"เพคะ"

เด็กสาววิ่งกลับเข้าไปในตำหนักทันที ไม่นานก็กลับมาพร้อมถุงผ้าเก่าใบหนึ่ง ข้างในมีเมล็ดผักกาดไม่กี่เมล็ด ซูหว่านหนิงรับมาแล้วพยักหน้า

"คืนนี้เราจะปลูกผัก"

ชิงเหอกะพริบตาปริบ ๆ

"คืนนี้?"

"อืม"

"แต่ตอนปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวต้องใช้เวลาหลายเดือนนะเพคะ"

ซูหว่านหนิงยิ้มบาง ๆ

หลายเดือน สำหรับผู้อื่นอาจใช่ แต่สำหรับนาง ไม่จำเป็น เมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น ชิงเหอก็เกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นอีกครั้ง พระสนมของนางดูมั่นใจเหลือเกิน ราวกับเชื่อจริง ๆ ว่าผักพวกนั้นจะงอกขึ้นมาได้ในพริบตา

เด็กสาวส่ายหน้าเบา ๆ คงเป็นเพราะพระสนมเพิ่งหายป่วย ถึงได้คิดอะไรแปลก ๆ เช่นนี้ แต่ไม่เป็นไร ไม่ว่าพระสนมจะอยากปลูกผัก เลี้ยงไก่ หรือขุดดินเล่น นางก็จะคอยอยู่ช่วยเหลือเคียงบ่าเคียงไหล่ไม่หนีไปไหนแน่นอน  เพราะสำหรับชิงเหอแล้ว ขอเพียงพระสนมยังยิ้มได้ ตำหนักเย็นแห่งนี้ก็ไม่หนาวอีกต่อไปแล้ว

คืนนั้น ชิงเหอนอนไม่ค่อยหลับ ไม่ใช่เพราะอากาศหนาว แต่เป็นเพราะพฤติกรรมประหลาดของพระสนม

ก่อนเข้านอน ซูหว่านหนิงยืนอยู่กลางลานร้างด้านหลังตำหนักอยู่นาน

จากนั้นก็ให้ชิงเหอช่วยพรวนดิน ฝังเมล็ดผักกาด แล้วรดน้ำ เมื่อเสร็จแล้ว พระสนมก็กลับเข้าห้องนอนอย่างอารมณ์ดี ราวกับมั่นใจเต็มที่ว่าผักพวกนั้นจะงอกขึ้นมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   27

    ลูกศรพุ่งเข้ามาทางฮ่องเต้ ทั่วบริเวณแตกตื่น แต่พริบตาต่อมา ไทเฮากลับผลักมู่ชิงหลันออกไปฉึก!ลูกศรปักเข้ากลางอก ไทเฮาเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้าน มู่ชิงหลันกรีดร้องลั่น"เสด็จอา" แต่ยังไม่ทันเข้าถึงตัว ลูกศรอีกดอกก็พุ่งออกมาจากความชุลมุนฉึก!คราวนี้ปักเข้าที่ร่างของไทเฮา ทั่วสนามเงียบกริบ ไทเฮาล้มลงกับพื้น เลือดไหลออกจากมุมปากนางมองฮ่องเต้ สายตาซับซ้อนอย่างยิ่ง"จิ่นเหยียน..."เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่นางเรียกชื่อเขา ไม่ใช่ฝ่าบาท ไม่ใช่ฮ่องเต้เซียวจิ่นเหยียนยืนมองอยู่เงียบ ๆ ในห้วงเวลานั้น ความทรงจำในวัยเด็กย้อนกลับมาวันที่ถูกบังคับให้คุกเข่ากลางหิมะ วันที่ถูกเฆี่ยนตี วันที่ถูกนำชีวิตของมารดามาข่มขู่ วันที่ต้องยอมทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่รักขณะเดียวกัน เขาก็จำได้ว่า นางคือคนที่เลี้ยงดูเขาจนเติบใหญ่ แม้จะเต็มไปด้วยผลประโยชน์ แต่ก็เป็นความจริงที่เปลี่ยนไม่ได้ไทเฮาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะไอเป็นเลือด"สุดท้าย ข้าก็แพ้"ดวงตาของนางค่อย ๆ หม่นแสงลง ส่วนมู่ชิงหลัน สิ้นใจตามไปในเวลาไม่นานข่าวสะเทือนทั้งแผ่นดิน ไทเฮาสิ้นพระชนม์ระหว่างช่วยฮ่องเต้ มู่ชิงหลันสิ้นชีวิตจากการปกป้องราชวงศ์ เรื่องนี้

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   26

    ภายในกล่องมีตราสัญลักษณ์สีดำชิ้นหนึ่ง เป็นตราที่ไม่เคยมีใครเห็น ยกเว้นคนกลุ่มหนึ่งนักฆ่า…ดวงตาของไทเฮาเต็มไปด้วยความอำมหิต"ข้าให้ชีวิตเขาได้ ข้าก็เอาคืนได้เช่นกัน"มู่ชิงหลันตัวสั่น"เสด็จอาคิดจะ...""อีกสามวัน" ไทเฮากำตราแน่น "ฮ่องเต้จะเสด็จไปล่าสัตว์ นั่นคือโอกาสที่ดีที่สุด" รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้า"หากเขาตาย ราชบัลลังก์ก็ว่างลง ถึงเวลานั้น ข้าจะเลือกผู้สืบทอดคนใหม่เอง ในราชวงศ์ยังมีเชื้อพระวงศ์อีกมาก ข้าไม่เชื่อหรอก ว่าจะหาใครขึ้นมานั่งแทนไม่ได้"มู่ชิงหลันตกใจจนหน้าซีด นี่ไม่ใช่การแย่งชิงอำนาจอีกต่อไป แต่เป็นการลอบปลงพระชนม์ไทเฮาหยิบพู่กันขึ้นมา ก่อนเขียนจดหมายสั้น ๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อเขียนเสร็จ นางก็ม้วนกระดาษใส่กระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็ก"ส่งออกไปคืนนี้" เงาดำสายหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากมุมห้อง"ขอรับ" พริบตาต่อมาร่างนั้นก็หายไปไทเฮามองความมืดนอกหน้าต่าง ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น"เซียวจิ่นเหยียน ในเมื่อเจ้าไม่ยอมเป็นลูกที่ดี ก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย"ลมเย็นพัดผ่านเปลวเทียนไหววูบ ไม่มีใครรู้เลยว่าเงาแห่งอันตราย กำลังคืบคลานเข้าหาฮ่องเต้ทีละน้อย และอีกสามวันข้างหน้า งานล่าสัตว

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   25

    “คิดอะไรของเจ้าคิ้วขมวดกันขนาดนั้น ข้ารับรองว่าไม่ผิดคำพูด มีเพียงเจ้าคนเดียวที่ข้าจะรักและยกย่อง เป็นภรรยาเพียงคนเดียวของข้า”เขาก้มลงจูบริมฝีปากนางอย่างอ่อนโยนก่อน จากนั้นจึงลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นทุกขณะ มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า บีบเอวคอดกิ่วของนางเบา ๆ จนซูหว่านหนิงตัวสั่น“อืม... ฝ่าบาท” เสียงครางแผ่วหลุดจากลำคอโดยไม่ตั้งใจ นางเขินจนอยากหายตัวไป“เจ้าดู ปากบอกไม่ แต่ตัวกลับสั่นขนาดนี้” เขากัดเบา ๆ ที่ใบหูแดงระเรื่อของนาง เสียงกระซิบพร่า“ข้าจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปแต่ถ้าเจ้ายังดิ้นอีก ข้าจะไม่รับประกัน”“พระองค์... ทรงข่มขู่หม่อมฉัน” นางพยายามทำหน้าดุ แต่ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความเขินอาย ใบหน้าแดงจนถึงใบหูเซียวจิ่นเหยียนหัวเราะเบา ๆ กดนางเอาไว้ใต้ร่าง มือคลายสายคาดเอวของทั้งคู่อย่างชำนาญ ริมฝีปากไล้ลงไปตามเนินคอขาวผ่อง จูบไล้ลงไปเรื่อย ๆ จนซูหว่านหนิงกัดริมฝีปากแน่น ตัวโค้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว“อ๊ะ อย่าทำตรงนั้น” นางครางเสียงสั่น มือเล็กกำไหล่กว้างของเขาแน่น“ตรงนี้หรือ”เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเล้าโลมจุดกระสันของนางอย่างตั้งใจ จนเสียงครางหวาน ๆ ดังก้องห้องไม่หยุดคืนนั้น ความร

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   24

    "เพคะ""เจ้าใช้ถาดฟาดจริงหรือ"ซูหว่านหนิงพยักหน้าอย่างซื่อสัตย์"เพคะ"ขันทีเการีบก้มหน้า พลางคิดในใจ โอ๊ย! กุ้ยเฟยกล้าฟาดหัวไทเฮา นี่ข้าฝันไปหรือเปล่า ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก"เพราะเหตุใด"“พวกนางจะตีหม่อมฉันก่อนนี่เพคะ แถมเจอหน้ากันก็ยังจะให้คุกเข่าตลอด ทำผิดอะไรก็ไม่บอก เอะอะคุกเข่า ชอบคุกเข่านัก ทำไมไม่คุกเข่าเสียเองล่ะ"“เจ้า เจ้า เจ้า ฮ่องเต้เจ้าดูกุ้ยเฟยของเจ้า ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา”“นางก็พูดถูก จะให้นางคุกเข่ารับโทษ ต้องบอกด้วยว่านางผิดอะไร”ฮ่องเต้พยักหน้า ราวกับเข้าใจแล้ว ไทเฮาแทบกระอักเลือด"ฮ่องเต้ เจ้าจะเข้าข้างนางหรือ"เซียวจิ่นเหยียนถอนหายใจเบา ๆ ก่อนเอ่ย"หว่านหนิงยังอายุน้อย ทำไปเพราะตกใจ"ไทเฮาตาโต"เดี๋ยวข้าจะให้นางคัดกฎวัง และคุกเข่าสำนึกผิดพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่"ไทเฮานิ่งอึ้ง นี่เรียกว่าลงโทษหรือส่วนซูหว่านหนิงก็ยิ้มกริ่ม เห้อ... มีคนหนุนหลังมันดีแบบนี้นี่เอง"ฮ่องเต้!" ไทเฮาโกรธจนตัวสั่น"เจ้า" พูดไม่ทันจบ ก็ไอออกมาพรวด! เลือดสดกระเด็นลงบนผ้าเช็ดหน้า ทั้งตำหนักแตกตื่น"ไทเฮา เรียกหมอหลวง!" เซียวจิ่นเหยียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันเข้มข้น แต่กลับมีสีหน้าเรียบนิ่ง ก

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   23

    ดวงตาของซูหว่านหนิงสว่างวาบ รีบวิ่งมาในทันที บนโต๊ะมีอาหารวางเรียงราย ทั้งเป็ดย่างน้ำผึ้งหนังกรอบ หมูตุ๋นห้ารส ปลานึ่งซีอิ๊ว ไก่อบใบชา ซุปเห็ดหิมะตุ๋นโสม เกี๊ยวกุ้งหยก ขนมแป้งดอกเหมย และผลไม้หายากจากต่างแคว้นซูหว่านหนิงน้ำตาแทบไหล"สวรรค์ นี่ต่างหากคือสวรรค์ ของกินอร่อยทั้งนั้น โอ๊ย! ทำไมน่ากินแบบนี้"นางหยิบเกี๊ยวเข้าปาก จากนั้นตามด้วยเป็ดย่าง ซุป ขนม ผลไม้ กินจนแก้มตุ่ย ชิงเหอยืนมองอย่างขบขัน"พระสนมเพคะ""หืม""ค่อย ๆ เสวยก็ได้เพคะ""ไม่ได้""ของอร่อยต้องรีบกิน"ช่วงบ่าย ซูหว่านหนิงนอนกลิ้งอยู่บนตั่ง ลูบท้องกลม ๆ ของตัวเองไปมา ชีวิตการเผชิญวิบากเคราะห์ของข้าช่างสบายอะไรแบบนี้ หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนง่วงจัง... นางหาวอกมาเบาๆ พลางถอนหายใจอย่างมีความสุข"ชีวิตดีเหลือเกิน"แต่ถึงจะย้ายตำหนักแล้ว นางก็ยังชอบกลับไปตำหนักเย็น โดยเฉพาะทุกครั้งที่คิดถึงอาหวงและพวกพ้วงของนางวันนั้น ซูหว่านหนิงเดินเข้าไปในตำหนักเย็น อาหวงเห็นนางก็รีบวิ่งมาหา"กุ๊ก!""อาหวง!"นางรีบอุ้มมันขึ้นมา ก่อนกอดแน่น ๆ ตอนนี้ตำหนักเย็นยังได้รับการดูแลอย่างดี ฮ่องเต้ส่งคนมาช่วยดูแล ทั้งแปลงผัก เล้าไก่ สวนผลไม้ และบ่

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   22

    “ทำร้ายตัวเองทำไม ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าทำร้ายตัวเอง แล้วก็ไม่อนุญาตให้ใครทำร้ายเจ้าด้วย”“ฝ่าบาท” นางมองเขาอย่างซาบซึ้งใจ"ต่อจากนี้ไป ข้าจะไม่มีใครรังแกเจ้าได้อีก" แต่ลึกลงไปในใจของเซียวจิ่นเหยียน เขารู้ดีเรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ยังเหลืออีกคนและคนนั้นคือไทเฮา คนที่พยายามบงการเขามาตลอดชีวิต ตั้งแต่เขาขึ้นครองราชย์ก็ว่าราชการหลังม่าน หลังจากคืนอำนาจก็ยังเอาข้าราชการดั้งเดิมไปเป็นพวก เวลาเขาเสนอนโยบายหรือจะทำอะไร ก็จะโดนคัดค้านไปเสียหมด การล้างบางตระกูลมู่ในครั้งนี้คือเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู ใครกล้าท้าทายอำนาจเขาอีกจะโดนเหมือนตระกูลมู่ และที่สำคัญเขามีหลักฐานมากมายเอาผิดตระกูลมู่ ก่อนหน้านี้ถึงไม่มีเรื่องของซุหว่านหนิงเขาก็พยายามรวบรวมหลักฐานอยู่การจะโค่นล่มตระกูลมู่ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นต้องทำอะไรให้รัดกุม จะทำแบบหละหลวมมีช่องโหว่ให้โดนสวนกลับไม่ได้ ดังนั้นเมื่อหลักฐานความผิดทุกอย่างครบครัน ก็ไม่มีใครกล้าขอร้องให้ตระกูลมู่อีก แม้ในอดีตจะเป็นพวกเดียวกัน หรือมีผลประโยชน์ร่วมกันก็ตามทีหลังจากตระกูลซูได้รับการล้างมลทิน ทั่วทั้งราชสำนักก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใ

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   5

    ชิงเหอนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย"พระสนม ท่านกำลังทำอะไรหรือเพคะ""ตกไก่""...""อ้อ... ไม่ใช่"ซูหว่านหนิงแก้คำอย่างจริงจัง"ล่อไก่""..." ฟังแล้วก็ยังแปลกอยู่ดีจากนั้นนางก็เทน้ำในถ้วยลงบนพื้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ แผ่กระจายออกมา เป็นกลิ่นที่มนุษย์แทบไม่ได้สังเกต แต่สำหรับสัตว์แล้ว กลับม

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   4

    "คงไม่งอกหรอก" ชิงเหอพึมพำกับตัวเองใต้ผ้าห่ม ตอนเด็กนางเคยเห็นคนปลูกผัก อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะมีต้นอ่อน สุดท้ายเด็กสาวก็หลับไปพร้อมความสงสัยเต็มหัวรุ่งเช้า แสงแดดอ่อน ๆ สาดผ่านหน้าต่าง ชิงเหอลุกขึ้นตามปกติ สิ่งแรกที่นางคิดคือไปต้มน้ำให้พระสนม สิ่งที่สองคือออกไปดูเมล็ดผักเมื่อวาน"คงยั

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   2

    ลมหนาวพัดแรงจนประตูไม้เก่าส่งเสียงครวญคราง เปลวเทียนที่ใกล้มอดดับพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้งชิงเหอกอดร่างของซูหว่านหนิงไว้แน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว"เกิดอะไรขึ้น" นางยังพูดไม่ทันจบ ร่างในอ้อมแขนก็ขยับเบา ๆชิงเหอชะงัก นางค่อย ๆ ก้มหน้าลงมอง หญิงสาวที่ควรสิ้นลมหายใจไปแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตา

  • พระสนมปลาเค็มทำฮ่องเต้อย่างข้าหวั่นไหว   1

    หิมะตกหนักตลอดทั้งคืน ตำหนักเย็นท้ายวังเงียบงันราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กำแพงสูงปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง ประตูไม้เก่าผุพังปิดสนิท ไม่มีโคมไฟ ไม่มีเสียงคน ไม่มีแม้แต่กลิ่นอุ่นของถ่านไฟ มีเพียงลมหนาวที่พัดลอดรอยแตกของหน้าต่างเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าบนเตียงไม้เก่าหลังหนึ่ง หญิงสาวร่างบอบบางนอนขดตัวอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status