All Chapters of Out of Sync รักคนละตอน: Chapter 31 - Chapter 40

145 Chapters

บทที่ 11

บริษัทแอคซิสไพรม์ เรียลเอสเตท จำกัด ตึกสูงทันสมัยใจกลางย่านธุรกิจ ถูกประดับด้วยแผ่นกระจกสะท้อนเงาแสงแดดยามสาย พนักงานในชุดยูนิฟอร์มเรียบร้อยเดินสวนกันขวักไขว่บริเวณล็อบบี้ด้านหน้า ทว่าเมื่อเสียงส้นสูงคู่หรูของปภาวีดังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะมั่นคง ทุกสายตาก็อดเหลียวมองตามไม่ได้ เธอก้าวเดินผ่านไปโดยไม่เอ่ยทักทายใครสักคน ใบหน้าสวยคมยังคงเรียบสนิท ทว่าแววตาคู่นั้นกลับแข็งกร้าวและวาววับด้วยความไม่พอใจที่ยังคั่งค้างอยู่ในอก ภายใต้ท่วงท่าที่ดูสงบนิ่งในสายตาคนอื่น คืออารมณ์กรุ่นเดือดที่ยังไม่จางหลังจากบทสนทนากับมารดาเมื่อเช้า และภาพที่ไม่อยากเห็นซ้ำ ๆ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจางหาย จนกระทั่งเธอเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของตัวเอง… เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง ปภาวีก็ถอนหายใจเบา ๆ พร้อมวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะทรุดตัวลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ปล่อยหลังพิงพนักอย่างหมดแรง เธอพยายามรวบรวมสมาธิ ตั้งใจจะเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า แต่จิตใจกลับล่องลอยไปไกลกว่านั้น ภาพชนากานต์ยิ้มให้แทนคุณยังตามหลอกหลอน แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าไม่สำคัญ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหน่วงในอก ยิ่งนึกถึงคำว่า “พ
Read more

บทที่ 11 /2

เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเงียบงัน ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายในห้องทำงาน จนกระทั่งเข็มสั้นของนาฬิกาเคลื่อนมาจรดที่เลขสิบสองพอดิบพอดี แสงแดดตอนเที่ยงสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้อง กระทบกับขอบโต๊ะกระจกจนสะท้อนเป็นประกายแผ่วจางที่สะท้อนอยู่ในดวงตาเรียบนิ่งของหญิงสาวปภาวีละสายตาจากแฟ้มเอกสารตรงหน้า เหลือบมองนาฬิกาเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเที่ยงนี้เธอมีนัดสำคัญกับภาสกรเพื่อนชายคนสนิทเพียงนึกได้ดังนั้นเธอจึงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจอีกครั้งอย่างเนือยล้า มือเรียวพับปิดแฟ้มเอกสารทั้งหมดให้เข้าที่ มือเรียวยกขึ้นเสยผมลวก ๆ ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องทำงานแห่งนี้ไป@ร้านอาหารชื่อดังร้านอาหารอิตาเลียนกึ่งร่วมสมัยใจกลางเมือง รายล้อมด้วยกระจกใสเปิดรับแสงธรรมชาติ เสียงดนตรีคลอเบา ๆ เติมเต็มบรรยากาศช่วงเที่ยงวันให้ไม่เงียบเหงาจนเกินไปปภาวีมาถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อย เธอเลือกนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง โต๊ะมุมประจำที่ภาสกรมักจองไว้เสมอ และในขณะที่พนักงานสาวเดินเข้ามาเสิร์ฟน้ำเปล่าแก้วแรก เสียงรองเท้าหนังคู่คุ้นก็ดังขึ้นเป็นจังหวะใกล้เข้ามาไม่นาน...ภาสกรในชุดสูทเรียบหรูชุดเดิมเมื
Read more

บทที่ 11 /3

“ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร”ปภาวีรีบปฏิเสธเสียงเรียบ แต่ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยความสับสนและคำถามมากมายที่ประดังเข้ามาจนตั้งตัวไม่ทันชนากานต์มาทำอะไรที่นี่? แล้วผู้ชายที่มาด้วยเป็นใคร?เธอควรจะอยู่ที่มหาวิทยาลัย หรืออย่างน้อยก็ต้องอยู่บ้านตามที่ควรจะเป็น ไม่ใช่โผล่มาเดินเฉิดฉายในร้านอาหารกับผู้ชายสองต่อสองแบบนี้เมื่อเช้าก็แทนคุณ แล้วตอนนี้...ก็ชายหนุ่มหน้าตาดีอีกคน เมื่อเห็นดังนั้นอารมณ์บางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ความไม่พอใจคล้ายเปลวไฟที่ค่อย ๆ ลามอยู่ในอก แม้สีหน้าจะเรียบเฉย ทว่าข้างในกลับปั่นป่วนจนควบคุมแทบไม่อยู่เธอพยายามไม่แสดงออกให้ภาสกรรู้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบหางตาไปมองยังโต๊ะของชนากานต์อยู่เป็นพัก ๆ“ตะลึงอ่ะดิ น้องเขาสวยใช่ไหมล่ะ แต่เสียดายว่ะน่าจะมีแฟนแล้ว แถมหล่ออีกต่างหาก”ภาสกรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า เจ้าตัวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังเล่นกับไฟอยู่“มึงพูดบ้าอะไรของมึงไอ้ต้น เขาอาจจะเป็นเพื่อนกันก็ได้”“ขึ้นมึงขึ้นกูเลยเหรอวะ แปลก ๆ นะมึงเนี่ย...เออว่าแต่มึงรู้จักน้องเขาเหรอถึงได้รู้ว่านั่นไม่ใช่แฟนเขา”“เออ รู้จัก รู้จักดีเลยล่ะ”เสียงตอบฟังดูเรียบ แต่สายตาที
Read more

บทที่ 12

ใช้เวลากว่าครึ่งวันกับการดับไฟในบริษัท ปภาวีกลับถึงบ้านในช่วงหัวค่ำ ร่างกายอ่อนล้าจากความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดบ่าย แต่ก็ยังดีที่ทุกอย่างจบลงได้ด้วยดีปัญหาทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิดของคุณธนัช ประธานบริษัทสิงห์ศิลา ที่ไม่พอใจอย่างหนักกับการถูกยกเลิกการประชุมแบบกะทันหัน เขามองว่าเป็นการเสียมารยาทและไม่ให้เกียรติในฐานะผู้ร่วมทุนหลักในโปรเจกต์ใหญ่ที่กำลังดำเนินร่วมกันอยู่การเจรจาเป็นไปอย่างตึงเครียดอยู่พักใหญ่ จนท้ายที่สุดเธอก็สามารถโน้มน้าวอีกฝ่ายให้เข้าใจถึงเหตุผลและสถานการณ์เฉพาะหน้า พร้อมแนบแผนงานที่ละเอียดกว่าเดิมไปแทนการประชุมในวันนี้ และยืนยันวันนัดใหม่อย่างเป็นทางการการเจรจาแม้จะตึงเครียด แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดี เมื่อธนัชยอมรับเหตุผลและตอบตกลงอย่างไม่ติดใจและเมื่อล้อรถจอดสนิทอยู่หน้าบ้าน ความรู้สึกหนักอึ้งในอกของปภาวีก็ค่อย ๆ เบาบางลง เธอก้าวผ่านประตูเข้าสู่ตัวบ้าน บรรยากาศเงียบสงบในยามค่ำมีเพียงแสงไฟสีวอร์มจากโคมเหนือหัวที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ร่างบางเดินผ่านโถงกลางอย่างเหนื่อยล้า เตรียมจะขึ้นบันไดไปยังห้องของตัวเองที่อยู่ชั้นสองทว่าเสียงเรียบนุ่มจากมุมโซฟาก็หยุดยั้งฝีเท้าข
Read more

บทที่ 13

เวลา 23:50 น. ก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามจังหวะติดกัน เรียกให้คนด้านในที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงสะดุ้งตัวตื่นขึ้น ก่อนจะรีบลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู และทันทีที่บานประตูถูกแง้มออก ก็เผยให้เห็นใบหน้าของใครบางคนที่เจ้าของห้องไม่คิดว่าจะได้เห็นในเวลานี้ “คุณหนู!!” “ใช่ ฉันเอง” “คุณหนูมาทำอะไรที่นี่คะ!?”น้ำเสียงของชนากานต์ดังขึ้นทันทีที่เห็นร่างสูงปรากฏตัวหน้าประตู ความงุนงงปนระแวงเล็กน้อยฉายชัดบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว “ที่นี่มันบ้านฉัน ฉันจะทำอะไรตรงไหนมันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน” “แต่ว่า...” ยังไม่ทันที่ชนากานต์จะเอ่ยห้ามให้จบประโยค ปภาวีก็เดินพรวดเข้าไปในห้องอย่างไม่ไว้หน้า แถมยังกระแทกไหล่เบา ๆ ตอนเบียดตัวผ่านร่างเล็กนั่นด้วยความจงใจ ชนากานต์ถลาถอยหลังไปเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาเบิกกว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีบ้างสิ่งตั้งอยู่บริเวณหัวเตียง เธอดึงสติได้ก็รีบหันกลับมาพร้อมกับก้าวพรวดเข้าไปขวางไว้ หัวใจเต้นแรงอย่างตื่นตระหนก “คุณหนู เดี๋ยวก่อนค่ะ!” แต่ไม่ทันแล้ว... สายตาคมกริบของปภาวีกวาดไปทั่วห้องอย่างพิจารณา ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่รููปถ่ายหลายใบที่ถูกแปะติดไว้บนผนังหัวเตียง อีกทั้งยังมี
Read more

บทที่ 13 /2

ด้านปภาวีที่จับตามองอีกฝ่ายเงียบ ๆ อยู่ก่อนแล้ว ก็รีบก้าวเข้าไปคว้าตัวเอาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดลงสู่พื้น แขนเรียวรวบร่างบางเอาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ แม้จะยังไม่เข้าใจว่าตัวเองทำแบบนั้นไปทำไม“เธอไหวไหมเนี่ย...”เสียงเรียบที่หลุดออกมานั้นเจือแววตกใจอยู่จาง ๆ แต่คนฟังก็ไม่อาจได้ยินแล้ว เพราะชนากานต์หมดสติไปเสียก่อนปภาวียืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง มองใบหน้าซีดเซียวของคนในอ้อมแขนอย่างชั่งใจ แววตาแม้จะไม่แสดงความรู้สึกใด แต่ในใจกลับพลุกพล่านไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอก็ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้เหมือนกัน“ตัวร้อนจี๋เลย ทำไงดีวะเนี่ยไอ้ภัค!”ปภาวีพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ขณะประคองร่างเล็กในอ้อมแขนแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ไอร้อนจากร่างของหญิงสาวแผ่ซ่านจนรู้สึกได้ผ่านเนื้อผ้า และนั่นก็ทำให้เธอชะงักไปชั่วครู่เธอไม่เคยดูแลใครมาก่อน...ไม่ว่าจะเป็นแม่ หรือจะเป็นอดีตคนรัก และที่สำคัญคือไม่เคยต้องจับต้องร่างกายของคนที่กำลังป่วยแบบนี้และที่หนักไปกว่านั้นก็คือเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องจัดการกับปัญหาตรงนี้ยังไง มันจึงทำให้เธอจำต้องยืน ประคองร่างคนป่วยไว้กลางห้องอย่างเก้ ๆ กัง ๆท้ายที่สุด เธอก็สูดหายใจ
Read more

บทที่ 14

คฤหาสน์หลังใหญ่คุณหญิงรุจิราในชุดผ้าไหมสีอ่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายพนักพิงสูงตรงมุมห้องรับแขก ท่าทางของเธอยังคงสุขุมและเปี่ยมด้วยบารมีไม่เสื่อมคลาย มือหนึ่งประคองถ้วยชาหรู ส่วนอีกมือกางหนังสือพิมพ์อ่านข่าวเช้าอย่างตั้งอกตั้งใจก่อนเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากบันไดด้านใน ปภาวีปรากฏตัวในชุดลำลองเรียบง่ายแต่ดูดีตามสไตล์เจ้าตัว เธอเดินเข้ามาด้วยท่าทางสบาย ๆ ก่อนจะเอ่ยทักเสียงเรียบ“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณแม่”คุณหญิงรุจิราเงยหน้าขึ้นเพียงนิด พยักหน้าเบา ๆ รับคำทักทายโดยไม่ละสายตาจากหน้าหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในมือปภาวีที่เดินเข้ามาก็หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกันกับมารดา ก่อนเอนหลังพิงพนักเล็กน้อย มือหนึ่งยกขึ้นปิดปากหาววอดใหญ่ด้วยความเหนื่อยล้า แววตาปรือราวกับคนที่ยังนอนหลับไม่เต็มตื่นและแน่นอนว่าอาการเหล่านั้น ไม่อาจรอดพ้นสายตาแหลมคมของคุณหญิงรุจิราไปได้“นอนดึกเหรอภัค?”“เอ่อ...นิดหน่อยค่ะ พอดีเมื่อคืนภัครีบเคลียร์งานเก่าให้เสร็จน่ะค่ะ”“งานเก่า? งานอะไรล่ะ ใช่งานที่เรือนแม่บ้านหรือเปล่า”“คะ...คุณแม่พูดเรื่องอะไรคะ ภัคไม่เข้าใจ!”ฝืนตอบเสียงเรียบ พยายามเก็บสีหน้าให้ดูไม่รู้เรื่องเท่าที่จะทำไ
Read more

บทที่ 15

คำพูดเพียงไม่กี่คำกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงฉับพลัน ชนากานต์เบิกตากว้างอย่างตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปทั้งร่าง เพราะไม่คิดมาก่อนเลยว่าปภาวีจะกล้าพูดอะไรแบบนั้นออกมาและยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดโต้ตอบหรือแม้แต่ตั้งสติ คนร่างสูงก็ออกแรงกระชากข้อมือของเธออีกครั้ง แล้วลากตรงไปยังโรงจอดรถของบ้าน ฝีเท้าของปภาวีเต็มไปด้วยความเร่งรีบและเด็ดขาด จนร่างบางแทบตั้งตัวไม่ทัน เมื่อถึงตัวรถ คนโตกว่ารีบเปิดประตูฝั่งข้างคนขับ แล้วออกแรงดันให้ชนากานต์ขึ้นไปนั่งบนเบาะโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านใด ๆ “คุณจะพาฉันไปไหนคะ ปล่อยนะ!” “หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้! ถ้าเธอยังขัดคำสั่งฉันอีก ฉันไม่ทำแค่ขู่แน่” บ้าอำนาจที่สุด นี่คือคำที่พูดออกจากหัวของเธอ ประโยคสุดท้ายหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มอย่างเย็นชา ก่อนที่ประตูรถจะถูกปิดใส่หน้าเธออย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ปัง ราวกับเป็นการตัดบทสนทนาไปโดยปริยาย ปภาวีเดินอ้อมมานั่งฝั่งคนขับ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเหยียบคันเร่งขับออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะฟังคำคัดค้านจากคนด้านข้างเลยสักนิด ด้านชนากานต์ที่นั่งตัวแข็งอยู่บนเบาะข้างก็ทำได้เพียงพิงพนักอย่างจำนน หัวใจเต้นแรงเพราะความตื่น
Read more

บทที่ 15 /2

“ครับ ไข้เลือดออก อาการยังไม่รุนแรงมากแต่ก็ต้องให้น้ำเกลือและเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด เพราะไม่อย่างนั้นอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ครับ”เพียงประโยคเดียวของหมอแทนคุณ กลับทำให้นั้นหัวใจของปภาวีร่วงวูบลงไปอยู่ตาตุ่ม ความรู้สึกต่าง ๆ พลันผุดเข้ามาในหัวอย่างฉุดไม่อยู่ เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังกลั้นหายใจ ทั้งที่หูยังได้ยินคำอธิบายของหมอหนุ่มอยู่เต็มสองหู แต่ทว่าสมองกลับประมวลผลอะไรไม่ทันแทนคุณเหลือบมองสีหน้าของหญิงสาวตรงหน้าที่แม้จะพยายามเก็บอาการแต่ก็ปิดไม่มิด ก่อนจะลดเสียงลงเล็กน้อย แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มอย่างปลอบประโลม“ผมให้ทีมพยาบาลดูแลน้องพรีนอย่างดีที่สุดแล้วครับ พี่ภัคไม่ต้องห่วง เอ่อว่าแต่...พี่ภัคพอจะรู้หรือเปล่าครับว่าน้องพรีนเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”“เมื่อวานตอนค่ำ ตอนแรกฉันก็คิดว่าเธอแค่เป็นไข้ธรรมดา ไม่คิดว่าจะ...”“อ้อ...จริงสิ เมื่อวานตอนที่ผมไปส่งน้องที่มหาลัยฯ ผมก็พอจะสังเกตได้ว่าน้องเริ่มดูเหนื่อย ๆ แล้วก็เหมือนจะหน้าซีดด้วยเหมือนกัน แต่ผมก็ไม่กล้าทักอะไรเพราะคิดว่าน้องอาจแค่เหนื่อยจากการเรียน”คำพูดนั้นทำให้ปภาวีชะงักไปเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเ
Read more

บทที่ 16

ห้องพักผู้ป่วยพิเศษชั้นห้าถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย พื้นที่ภายในกว้างขวางแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน โซนเตียงผู้ป่วยติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน แยกจากพื้นที่พักของญาติซึ่งมีโซฟา เตียงเสริม และห้องน้ำส่วนตัว แสงไฟสีขาวนวลให้ความรู้สึกอบอุ่น ม่านสีครีมถูกรูดเปิดครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดาน มองออกไปเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน ปภาวีก้าวเข้ามาช้า ๆ พร้อมเสียงประตูปิดลงอย่างแผ่วเบา สายตาเหลือบไปเห็นร่างบางที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง หัวใจก็พลันกระตุกเบา ๆ อย่างห้ามไม่ได้ ชนากานต์นอนนิ่ง ใบหน้าซีดเผือดจนเห็นเส้นเลือดฝาด สายน้ำเกลือไหลหยดเป็นจังหวะอยู่ข้างแขนข้างหนึ่งที่วางแนบลำตัว ผ้าห่มผืนบางคลุมร่างไว้เพียงครึ่งหน้าอก ขณะที่เปลือกตาปิดสนิทและลมหายใจสม่ำเสมออย่างคนหมดเรี่ยวแรง ปภาวียืนนิ่งอยู่ปลายเตียงอยู่ครู่หนึ่ง จ้องมองคนป่วยอย่างไม่อาจละสายตา ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ข้างในกลับคล้ายจะทะลักออกมาเสียให้ได้ ทั้งห่วง ทั้งโกรธ ทั้งหวั่นไหว สารพัดอารมณ์ตีกันยุ่งไปหมด ในหัวของเธอตอนนี้บอกตามตรงเลยว่าไม่ได้คิดเรื่องค่ารักษา ไม่ใช่เรื่องของแทนคุณและไม่ใช่แม้แต่เรื่องที่ผู
Read more
PREV
123456
...
15
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status