All Chapters of Out of Sync รักคนละตอน: Chapter 11 - Chapter 20

145 Chapters

บทที่ 3 /3

คำพูดหยุดลงกะทันหัน เด็กสาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเผลอพูดบางอย่างที่ไม่ควรพูดออกไป“ห่วง ห่วงใคร?”“เปล่าค่ะ” ชนากานต์รีบตอบกลับ พลางก้มหน้าหลบสายตา แต่ทว่าท่าทีลุกลี้ลุกลนแบบนั้นกลับยิ่งทำให้คนเป็นป้ายิ่งเกิดความสงสัย“บอกป้ามาว่าเมื่อกี้ที่พรีนพูดว่าเป็นห่วง เป็นห่วงใคร!.”“เอ่อ”“ป้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะพรีน ถ้าอยากอยู่ที่นี่ต่อ ห้ามยุ่งวุ่นวายกับคุณหนูอีก ห้ามอยู่ใกล้คุเธอเด็ดขาด เข้าใจไหม!”“ ทะ ทำไมล่ะคะ”“สักวันพรีนจะรู้เองว่าทำไมป้าต้องสั่งห้ามเราอยู่แบบนี้ แต่ถ้าพรีนไม่ฟังแล้วยังดึงดันที่จะเข้าใกล้เธอ คนที่จะต้องมานั่งเสียใจทีหลังมันก็คือตัวของพรีนเอง ป้าเตือนได้แค่นี้แหละ”“ค่ะ พรีนจะไม่เข้าใกล้คุณหนูเธออีก” ถึงจะยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เธอก็ตอบรับไปก่อนเพื่อที่จะได้มีโอกาสอยู่ต่อที่คฤหาสน์แห่งนี้ ส่วนคำตอบที่ค้างคาก็ค่อยหาจังหวะถามใหม่อีกที“รับปากแล้วทำให้ได้ด้วยล่ะ ป้าไม่ได้อยากจู้จี้จุกจิกอะไรกับเรามากนักหรอกนะ เอาล่ะวันก็พักผ่อนอยู่ในห้องนี่แหละ แล้วตอนเย็นค่อยออกไปช่วยป้าทำกับในครัว”“ค่ะ”เย็นวันเดียวกันในครัวคฤหาสน์ซึ่งเปิดประตูทิ
Read more

บทที่ 4

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา... ปภาวีขับรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดในลานสำหรับลูกค้า VVIP ของ Velluto Club สถานบันเทิงหรูย่านกลางเมืองที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมักใช้เป็นที่พักใจยามมีเรื่องไม่สบายใจ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะหนัก ๆ ดังทะลุออกมาถึงลานจอดรถ ไฟนีออนสีม่วงเข้มจากป้ายชื่อร้านสะท้อนกับกระโปรงหน้ารถ แสงวูบหนึ่งกระทบลงบนใบหน้าเธอพอดี เผยแววตาแข็งกร้าวที่แฝงคลื่นความรู้สึกบางอย่างซึ่งยังไม่ทันจางไปจากอก เธอก้าวลงจากรถอย่างเงียบงัน เดินฝ่ากลุ่มนักท่องราตรีที่เบียดเสียดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอเดินมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงโต๊ะ VVIP ด้านในสุด ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในโซนเงียบสงบของร้าน แยกตัวออกจากความพลุกพล่านของผู้คน โดยที่ตินนี้มีชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีเข้มนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังเรียบหรู เขาหันมองทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามา “หน้าบอกบุญไม่รับเลยนะครับ คุณปภาวี” เสียงทักของภาสกรฟังดูเหมือนจะเย้าแหย่ แต่ทว่าแววตากลับแฝงความเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ทว่าคนถูกแซวอย่างปภาวีกลับไม่ตอบ เธอเพียงปรายมองเพื่อนชายคนสนิทอย่างเย็นชา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งมือเรียวคว้าแก้ววิสกี้ขึ้น
Read more

บทที่ 4 /2

“นุ่มจัง …” ปภาวีพึมพำอีกครั้ง ดวงตาเหมือนจะปิดแต่ก็ยังฝืนลืมไว้ “เธอใช้น้ำหอมอะไร ทำไมตัวหอมแบบนี้”เสียงนั้นเบาราวกระซิบ ทว่าอุ่นร้อนอย่างลมหายใจแนบผิว ชนากานต์ถึงกับตัวเกร็ง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นฉับพลันเหมือนมีใครมาจุดไฟไว้ตรงแก้ม เธอกะพริบตาถี่ พยายามห้ามตัวเองไม่ให้หันกลับไปสบตาคนในอ้อมแขนแต่ใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นแรงเสียจนเหมือนจะหลุดออกมานอกอก ร้อนจนเผลอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น หวังให้ความเจ็บเล็ก ๆ นั้นช่วยกลบเกลื่อนอาการโงนเงนของหัวใจ“คุณหนูคะ! อยู่นิ่ง ๆ ก่อนสินะคะ ขืนดื้อแบบนี้เดี๋ยวก็ได้กลิ้งตกบันไดกันพอดี!”“อ๊ะ โทษที” เสียงคนเมาอู้อี้เหมือนจะยอม แต่พอเดินไปอีกสองขั้น ก็ซบหน้าลงบนไหล่อีกฝ่ายเสียเฉย“เอ่อ ... คุณหนู!”เธอชะงักฝีเท้าทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นอีกระลอก เธอยืนตัวเกร็งกลางบันได หัวใจเต้นรัวจนรู้สึกได้ถึงเสียงของมันสะท้อนในอก สูดลมหายใจเข้าปอดลึกจนสุด แล้วส่ายหน้าแรง ๆ ให้กับตัวเองเบา ๆ ราวกับจะเตือนสติจากนั้นเธอค่อย ๆ พยุงร่างคนเมาขึ้นบันไดทีละขั้น ด้วยจังหวะที่ระมัดระวังมากขึ้นกว่าก่อนหน้า จนในที่สุดก็พาขึ้นมาถึงชั้นสองโดยไม่สะดุดหรือกลิ้งตกบันไดไปซะก่อนเมื่อขึ้นมาถึงช
Read more

บทที่ 5

“กรี๊ดด!! จะ ... เจ็บ ฮึก ๆ คุณหนูพรีนเจ็บ” นิ้วเรียวนั้นก็หายเข้าไปภายในทีเดียวจนสุดข้อ ทำให้คนใต้ร่างที่กำลังสะท้านกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อของที่มีค่าได้ขาดพึ่งลงไปพร้อมเลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลรินออกมาตามร่องนิ้ว เสียงร้องของชนากานต์ ดึงสติของปภาวีที่เคยขาดหายไปเพราะความมึนเมาให้กลับมาแม้มันจะน้อยนิดก็ตาม เธอสัมผัสได้ถึงเยื่อบาง ๆ ที่ขาดลงพร้อมกับเสียงสะอื้นของคนใต้ล่าง ปภาวีมองคนใต้ร่างด้วยแววตาสมเพช ไม่มีคำปลอบโยน ไร้ซึ่งความอ่อนโยน และไม่มีความถนุถนอมต่อคนใต้ร่างเลยสักนิด เธอก้มลงประกบริมฝีปากกับปากอิ่มเพื่อปิดเสียงสะอื้นไว้ ขบเม้มแล้วสอดลิ้นเรียวเข้ามากวาดหาความหอมหวานด้วยความหื่นกระหาย ส่วนนิ้วเรียวขยับเข้าออกช่องทางรักเพื่อสร้างความคุ้นชินให้กับร่างกาย แต่เพียงไม่นานก็กระแทกกระทั้นเข้าไปจนเกิดเสียงน่าอายดังขึ้นกลบเสียงสะอื้นก่อนหน้า “อ๊ะ ... อ๊าา” เสียงสะอื้นเพราะความเจ็บก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องคราญครางอย่างสุขสมเข้ามาแทนที่ จังหวะที่เร้าร้อนทำให้คนใต้ล่างไม่อาจรั้งสะโพกสวยให้ติดอยู่กับที่นอนได้อีกเลย “อ๊ะ ... อร๊ายยย” เสียงหวานจบลงพร้อมกับสะโพกสวยที่ทิ้งตัวลงก
Read more

บทที่ 5 /2

คล้อยหลังชนากานต์เพียงครู่ ปภาวีก็เอนกายพิงพนักหัวเตียงอย่างหมดแรง ฝ่ามือยกขึ้นกดขมับรู้สึกถึงอาการมึนตื้อที่หลงเหลือจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ทว่าแรงตบเมื่อครู่ก็ทำสติที่เคยพร่าเลือนก็ค่อย ๆ คืนกลับมา ทำให้สามารถประมวลผลได้ว่าเหตุการณ์ก่อนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างสายตาเลื่อนลงมองผ้าปูเตียงสีขาวที่ยับย่น เสื้อผ้ากระจัดกระจายทั้งบนพื้นและบนที่นอน ก่อนจะหยุดนิ่งที่รอยเลือดจาง ๆ บนผ้าห่มผืนใหญ่“ครั้งแรกงั้นเหรอ” เธอพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ไม่อยากเชื่อสายตาเท่าไรนัก ตอนแรกเธอก็แค่พูดเพื่อต้องการเอาชนะไม่คิดว่ามันจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆทว่าในอกกลับถูกบีบแน่นขึ้นมาดื้อ ๆ เสียอย่างนั้น ความรู้สึกต่าง ๆ มากมายไหลเวียนเข้ามาในหัวหากแต่มันกลับไม่ใช่ความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปแต่อย่างใด มันเป็นความภูมิใจที่แฝงไว้ด้วยความสะใจ ที่ได้เป็นคนแรก...ได้แตะต้องสิ่งที่อีกฝ่ายหวงแหนที่สุดเพราะนี่ไม่ใช่แค่ได้ครอบครอง แต่มันเป็นการที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นรู้สึกผิด รู้สึกแปดเปื้อน จนต้องเป็นฝ่ายเดินออกจากบ้านหลังนี้ไป โดยที่เธอไม่ต้องเปลืองคำพูดไล่เหมือนที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดขึ้น เธอไม่ได้เป็นคนผิด ชนากานต์ต่างหากที่เป
Read more

บทที่ 6

“คะ?” ขานรับอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ขณะยกมือข้างหนึ่งขึ้นซับเหงื่อเม็ดเล็กที่เริ่มผุดขึ้นตามกรอบหน้า เมื่อสายตาของผู้เป็นป้าเพ่งมองบริเวณลำคออย่างสงสัย “รอยอะไรที่คอ?” ถามพร้อมเอื้อมมือปัดผมที่ปรกอยู่ให้พ้นทาง “เอ่อ มะ ... มดกัดค่ะ พรีนคันเลยเกาแรงไปหน่อย” “แน่ใจเหรอพรีน แต่ป้าว่ามันไม่ใช่รอยมดกัดเลยนะลูก ป้าว่ามันเหมือนกับรอย ... รอยดูด!” คำสุดท้ายที่ออกจากริมฝีปากของน้อยทำให้ชนากานต์หน้าเห่อร้อนขึ้นทันที มือที่ถือจานอยู่กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยพยายามไม่แสดงพิรุธใด ๆ ออกมา ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเบาแต่มั่นคง “มะ ...ไม่ใช่ค่ะ มดกัดจริง ๆ ไว้เดี๋ยวพรีนจะหายาทานะคะ” “มดก็มด แต่อย่าลืมที่ป้าบอกก็แล้วกัน ป้าไม่อยากเห็นพรีนต้องมาเสียใจทีหลัง” ชนากานต์พยักหน้ารับเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าเข้าใจในสิ่งที่ป้าพูดเป็นอย่างดี เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหมุนตัวกลับเพื่อเดินออกจากครัวไปยังห้องอาหาร เตรียมจัดโต๊ะตามที่ป้าน้อยได้บอกไว้แต่แรก ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวพ้นธรณีประตู เสียงฝีเท้าสองคู่ก็ดังขึ้นจากบันไดไม้ ในชั่วขณะสายตาสบกับบุคคลมาใหม่ร่างของเธอก็พลันชะงักงัน หัวใจเหมือนเต
Read more

บทที่ 6 /2

ไม่นานนัก รถคันหรูเคลื่อนตัวเข้าสู่ถนนคอนกรีตสายแคบซึ่งทอดยาวผ่านแนวต้นไม้สูง ด้านหน้าคือประตูไม้สีซีดของสุสานประจำตระกูลที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่มากกว่าสาม ห้อมล้อมด้วยต้นสนปลายแหลมและเงาแดดอ่อนของเช้าวันใหม่เมื่อรถจอดสนิท เสียงเครื่องยนต์ก็ดับลงอย่างเงียบเชียบ สมชายคนขับประจำบ้านไม่รอช้า เขารีบลงจากที่นั่งคนขับแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้คุณหญิงรุจิราและปภาวีก้าวลงจากรถไปก่อนอย่างคล่องแคล่วทิ้งให้ชนากานต์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงเบาะหลังเพียงลำพังเธอกะพริบตาช้า ๆ สายตาแนบแน่นอยู่ที่บานประตูฝั่งตน มือเรียวขยับไปแตะมือจับประตูก่อนที่จะหยุดชะงักกลางคัน เธอไม่แน่ใจว่าควรก้าวออกไปดีไหม หรือควรนั่งอยู่ภายในนี้ต่อไปอีกสักครู่ระหว่างที่ความลังเลยังคงพันธนาการใจเอาไว้เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างเฉียบคม เย็นชา และเต็มไปด้วยแววประชดประชันที่คุ้นเคยดี“นั่งทำบื้ออะไรอยู่ล่ะ ลงมาสิ!”น้ำเสียงนั้นบาดลึกยิ่งกว่าคำพูดใด ชนากานต์สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาจะกะพริบถี่พยายามกลืนความรู้สึกทั้งหมดที่มีลงคอโดยไม่ตอบโต้อะไรกลับไป“พูดดี ๆ กับน้องบ้างสิภัคถือว่าแม่ขอ หนูพรีนลงมาเร็วลูก เดี๋ยวเราเข้าไปข้างในกันดีกว่
Read more

บทที่ 6 /3

เพราะเพียงแค่เห็นน้ำตากับสีหน้าที่เจ็บปวดของผู้หญิงตรงหน้า มันก็ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเธอเองก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน ซึ่งมันก็เป็นความรู้สึกที่คนอย่างเธอไม่ควรจะรู้สึกมันเลยด้วยซ้ำ“ขี้ข้าอย่างเธอ อย่าสะเออะมายุ่งกับเรื่องภายในครอบครัวของฉัน!” ปภาวีปาดน้ำตาลวก ๆ ด้วยความหงุดหงิด แววตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ ก่อนจะลุกพรวดขึ้นก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยท่าทางพร้อมจะฟาดฟันทว่าเดินได้เพียงสองก้าว“หยุดเดี๋ยวนี้นะภัค!” เสียงเข้มของคุณหญิงรุจิราดังขึ้นขัดขวางไว้ได้ทัน หยุดยั้งไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ด้านปภาวีชะงักเท้า หันขวับกลับไปมองแม่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะปรายตามาทางชนากานต์อย่างดูแคลนอีกครั้ง พร้อมคำพูดสุดท้ายที่เฉือนลึกในใจของคนฟัง“เจียมตัวไว้บ้างนะ ยัยขี้ข้า” ริมฝีปากอิ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยวจากไฟโทสะที่ลุกโชนอยู่ภายในใจ ก่อนสองเท้าจะเดินกระทืบออกไปอย่างแรง ทิ้งไว้เพียงคุณหญิงรุจิราและชนากานต์ที่ยืนนิ่ง มองตามหลังร่างของปภาวีที่เดินจากไปจนลับตา ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ“พรีนขอโทษนะคะคุณหญิง ที่เสียมารยาทพูดออกไปแบบนั้น”“ไม่เป็นอะไรหรอกหนูพรีน ฉันเข้
Read more

บทที่ 7

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมือง เสียงเปียโนบรรเลงคลอเบา ๆ ลอยแว่วมาจากลำโพงเหนือศีรษะ แสงไฟสีอุ่นสะท้อนพื้นกระเบื้องมันวาวตลอดโถงทางเดินห้างอันหรูหรา กลิ่นหอมของน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ลอยแตะจมูกตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปด้านใน ชนากานต์ก้าวเดินเคียงข้างคุณหญิงรุจิราอย่างเงียบ ๆ สองมืพลางลูบต้นแขนของตัวเองบริเวณที่ยังมีรอยจางของแรงบีบเมื่อชั่วโมงก่อนอย่างประหม่า แม้จะพยายามฝืนยิ้มตอบคำพูดของคุณหญิงผู้มีเมตตา แต่แววตาของเธอกลับหลบเลี่ยงไม่กล้าสบใครตรง ๆ ในตอนนี้ “อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมลูก หรือว่าอยากได้อะไรไหม ฉันซื้อให้ได้นะ”เสียงของคุณหญิงรุจิราเอ่ยเบา ๆ แฝงความอ่อนโยน ปลายนิ้วแตะลงบนหลังมือของชนากานต์ราวกับจะปลอบใจ ชนากานต์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่สุภาพ “ไม่เป็นไรค่ะคุณหญิง พรีนแค่เดินเฉย ๆ ก็พอแล้วค่ะ” คุณหญิงมองเสี้ยวหน้าหวานที่ดูซีดเซียวไปถนัดตา หัวใจก็พลันปวดหนึบขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ ก่อนจะเอื้อมโอบไหล่หญิงสาวเบา ๆ แล้วดึงร่างนั้นให้เบียดแนบชิดมากขึ้นขณะเดินผ่านหน้าร้านเครื่องสำอางแบรนด์หรู “บางทีฉันก็สงสัยว่าทำไมเด็กดี ๆ แบบหนูพรีน ถึงไ
Read more

บทที่ 7 /2

มือของเธอที่เคยสั่นอยู่แล้วยิ่งสั่นเทิ้มขึ้รกว่าเดิม สายตากวาดมองเครื่องประดับตรงหน้าแต่กลับไม่อาจจดจ่อมันได้เลยสักชิ้น ในใจเธอตอนนี้ไม่ได้กำลังเลือกแหวนหรือสิ่งของตรงหน้าแต่อย่างใดแต่เธอกำลังชั่งใจ ชั่งน้ำหนักความเหมาะสมของตัวเองว่าควรที่จะได้รับของล้ำค่าเหล่า้หรือไม่เธอเป็นเพียงหลานสาวคนใช้... เป็นเพียงขี้ข้าตามที่ปภาวีได้ว่าเอาไว้ ต่อให้คุณหญิงท่านจะเมตตาและเอ็นดูเธอมากเพียงใด แต่ความจริงก็คือความจริง เธอไม่อาจลืมสถานะที่แท้จริงของตัวเองได้“เป็นอะไรหรือเปล่าหนูพรีน ทำไมไม่เลือกละจ๊ะ ยังไม่มีวงไหนถูกใจหนูงั้นเหรอ?”“ปะ...เปล่าค่ะคุณหญิง คือ...พรีนแค่คิดว่าของพวดนี้มันแพงเกินไป พรีนไม่เหมาะสมหรอกค่ะ”แปะ แปะ~~เสียงปรบมือดังขึ้นสามครั้ง ตัดความเงียบของห้วงอารมณ์จนคุณหญิงรุจิรา ชนากานต์ รวมถึงพนักงานภายในร้านต่างพากันสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ หลังจากนั้นเพียงเสี้ยวนาทีเสียงเย้ยหยันที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาติด ๆ“ดี คิดได้แบบนี้ก็ดี เจียมตัวเอาไว้ว่าเธอมันก็เป็นแค่ ขี้ ข้า! ไม่คู่ควรกับของมีค่าพวกนี้เลยสะกนิด”ประโยคสุดท้ายลากเสียงช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ เน้นหนักทุกพยางค์จงใจให้หญิงสาวร่างบา
Read more
PREV
123456
...
15
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status