《 Out of Sync รักคนละตอน》全部章節:第 1 章 - 第 10 章

20 章節

บทที่ 1

“วันนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะคะ ภัคมีนัดอาจจะกลับดึก”“นัดกับใครอีกล่ะคราวนี้”“เพื่อนค่ะ” ตอบเสียงเรียบ“รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้จะสำคัญเป็นพิเศษนะ นัดกันแทบทุกสัปดาห์ แล้วนี่ใจคอไม่คิดจะไม่อยู่บ้านกับแม่บ้างหรือไง” คุณหญิงรุจิราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเชิงประชดประชัด เพราะไม่ว่าจะวันไหน ๆ ลูกคนนี้ก็มักจะมีนัดอยู่ร่ำไป ถามทุกครั้งก็มักจะไม่ว่างไปเสียทุกครั้ง“คุณแม่ก็มีป้าน้อยเป็นเพื่อนแล้วไงคะ”“มันไม่เหมือนกัน”“ไว้เดี๋ยววันหลังก็แล้วกันนะคะ ภัคสัญญาว่าจะอยู่กับคุณแม่ทั้งวันเลย”“ก็พูดแบบนี้ตลอด ทำอะไรอย่าคิดว่าแม่ไม่รู้” คุณหญิงรุจิราพูดออกมาอย่างรู้ทัน วางหนังสือพิมพ์ในมือลง ก่อนจะยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลซองหนึ่งส่งให้กับลูกสาว“อะไรคะ” ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนยื่นมือรับซองกระดาษมาด้วยอาด้วยอาการงุนงง“เปิดดูสิ”ปภาวีเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยสีหน้าที่ยังสงสัยแฝงความไม่พอใจไว้เล็กน้อยๅ ก่อนจะค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วแตะลงบนขอบซองและแกะออกตามคำสั่งทันทีที่ดวงตาทั้งสองสบกับสิ่งที่อยู่ภายใน ความเคลือบแคลงใจที่มีในตอนแรกพลันสลายหายไปในพริบตา“คุณแม่ไปเอารูปพวกมาจากไหน?” ภัคเอ่ยถามเสียงเบาลง ขณะปลายนิ้วเรียวค่อ
閱讀更多

บทที่ 2

“ว่าอะไรเหรอคะป้า?”“เปล่าหรอกไม่มีอะไร เอาเป็นว่าพรีนอยู่ห่างจากคุณหนูไว้น่ะดีที่สุด แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใกล้คุณหนูจริง ๆ พรีนก็จะต้องเว้นระยะห่าง อย่าเข้าใกล้จนเกินไป เข้าใจที่ป้าพูดไหม?”“ทำไมละคะ ทำไมพรีนถึงอยู่ใกล้คุณหนูไม่ได้”เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมป้าต้องกำชับหนักแน่นขนาดนั้น คุณหนูเองก็เป็นผู้หญิงเช่นเดียวกันกับเธอ ไม่ได้มีอะไรน่าหวาดกลัวเลยสักนิดยิ่งเมื่อคืนได้รู้ว่าอีกต้องทนทุกข์ทรมานใจอยู่กับความสูญเสียที่ไม่อาจลบเลือนได้ยิ่งทำให้หัวใจเธออ่อนยวบลงอย่างไม่รู้ตัว เธอไม่ได้รู้สึกอยากถอยห่าง ตรงกันข้ามเธอกลับอยากเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ อยากดูแลและอยากเป็นคนหนึ่งที่ช่วยให้เขากลับมาสดใสได้อีกครั้ง“เชื่อป้าเถอะพรีน ป้าว่าพรีนรีบไปเก็บของให้เรียบแล้วออกไปช่วยงานป้าที่บ้านใหญ่ดีกว่านะ เดี๋ยวป้าจะเดินนำไปก่อนแล้วกัน”พูดจบน้อยก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป เพราะรู้ดีว่าหากยืนอยู่ต่ออาจจะต้องตอบคำถามมากกว่านี้ ซึ่งคำตอบบางคำตอบนั้นมันก็ยังไม่ถึงเวลาที่ควรเอ่ยออกมาส่วนด้านชนากานต์ก็ทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังของป้าด้วยความสงสัยที่ถาโถมเข้ามาในใจป้าน้อยกำลั
閱讀更多

บทที่ 3

“พรีน หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นลงมาแบบนี้”“ปะ เปล่าค่ะ”“เป็นเด็กริอาจโกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีรู้หรือเปล่า” คุณหญิงรุจิราวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็น เธอไม่ใช่คนไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ถามออกไปก็เพียงแค่ต้องการฟังจากปากของเด็กสาวตรงหน้าให้แน่ใจว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นไม่ได้ผิดเพี้ยนไป“คุณหนูไม่ได้ทำอะไรพรีนค่ะคุณหญิง พรีนแค่”“เธอมาฟ้องอะไรแม่ฉัน!” ไม่ทันที่ชนากานต์จะทันได้พูดจบ เสียงแหลมของปภาวีก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางบันได ร่างสูงก้าวลงมาด้วยทีท่าที่ดูเกรี้ยวโกรธ หยุดยืนมองทั้งสองคนด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างถึงที่สุด“ไม่มีใครฟ้องอะไรทั้งนั้นน่ะ แล้วนี่ไปกินรังแตนที่ไหนมา ถึงได้โหวกเหวกโวยวายแต่เช้าแบบนี้”คุณหญิงรุจิราตอบกลับเรียบ ๆ แต่แววตาคมกลับจับจ้องลูกสาวไม่วางตาปภาวีชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบนสายตามองไปชนากานต์ที่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ดวงตาคมวาวด้วยความหงุดหงิด“ก็ถามยัยเด็กนั่นดูสิ ว่าขึ้นไปทำอะไรบนห้องของภัค”“แม่ใช้ให้หนูพรีนขึ้นไปตามแกลงมากินข้าว ทำไมต้องโมโหอะไรขนาดนั้นด้วยหึ”“คุณแม่ก็รู้ว่าภัคไม่ชอบให้ใครก้าวก่ายพื้นท
閱讀更多

บทที่ 4

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา...ปภาวีขับรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดในลานสำหรับลูกค้า VVIP ของ Velluto Club สถานบันเทิงหรูย่านกลางเมืองที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมักใช้เป็นที่พักใจยามมีเรื่องไม่สบายใจเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะหนัก ๆ ดังทะลุออกมาถึงลานจอดรถ ไฟนีออนสีม่วงเข้มจากป้ายชื่อร้านสะท้อนกับกระโปรงหน้ารถ แสงวูบหนึ่งกระทบลงบนใบหน้าเธอพอดี เผยแววตาแข็งกร้าวที่แฝงคลื่นความรู้สึกบางอย่างซึ่งยังไม่ทันจางไปจากอกเธอก้าวลงจากรถอย่างเงียบงัน เดินฝ่ากลุ่มนักท่องราตรีที่เบียดเสียดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอเดินมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงโต๊ะ VVIP ด้านในสุด ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในโซนเงียบสงบของร้าน แยกตัวออกจากความพลุกพล่านของผู้คน โดยที่ตินนี้มีชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีเข้มนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาหนังเรียบหรู เขาหันมองทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามา“หน้าบอกบุญไม่รับเลยนะครับ คุณปภาวี”เสียงทักของภาสกรฟังดูเหมือนจะเย้าแหย่ แต่ทว่าแววตากลับแฝงความเป็นห่วงอยู่ไม่น้อยทว่าคนถูกแซวอย่างปภาวีกลับไม่ตอบ เธอเพียงปรายมองเพื่อนชายคนสนิทอย่างเย็นชา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งมือเรียวคว้าแก้ววิสกี้ขึ้นกระดกจน
閱讀更多

บทที่ 5

“กรี๊ดด!! จะ ... เจ็บ ฮึก ๆ คุณหนูพรีนเจ็บ”นิ้วเรียวนั้นก็หายเข้าไปภายในทีเดียวจนสุดข้อ ทำให้คนใต้ร่างที่กำลังสะท้านกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อของที่มีค่าได้ขาดพึ่งลงไปพร้อมเลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลรินออกมาตามร่องนิ้ว เสียงร้องของชนากานต์ ดึงสติของปภาวีที่เคยขาดหายไปเพราะความมึนเมาให้กลับมาแม้มันจะน้อยนิดก็ตาม เธอสัมผัสได้ถึงเยื่อบาง ๆ ที่ขาดลงพร้อมกับเสียงสะอื้นของคนใต้ล่างปภาวีมองคนใต้ร่างด้วยแววตาสมเพช ไม่มีคำปลอบโยน ไร้ซึ่งความอ่อนโยน และไม่มีความถนุถนอมต่อคนใต้ร่างเลยสักนิด เธอก้มลงประกบริมฝีปากกับปากอิ่มเพื่อปิดเสียงสะอื้นไว้ขบเม้มแล้วสอดลิ้นเรียวเข้ามากวาดหาความหอมหวานด้วยความหื่นกระหาย ส่วนนิ้วเรียวขยับเข้าออกช่องทางรักเพื่อสร้างความคุ้นชินให้กับร่างกาย แต่เพียงไม่นานก็กระแทกกระทั้นเข้าไปจนเกิดเสียงน่าอายดังขึ้นกลบเสียงสะอื้นก่อนหน้า“อ๊ะ ... อ๊าา” เสียงสะอื้นเพราะความเจ็บก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องคราญครางอย่างสุขสมเข้ามาแทนที่ จังหวะที่เร้าร้อนทำให้คนใต้ล่างไม่อาจรั้งสะโพกสวยให้ติดอยู่กับที่นอนได้อีกเลย “อ๊ะ ... อร๊ายยย” เสียงหวานจบลงพร้อมกับสะโพกสวยที่ทิ้งตัวลงกับที่น
閱讀更多

บทที่ 6

“คะ?” ขานรับอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ขณะยกมือข้างหนึ่งขึ้นซับเหงื่อเม็ดเล็กที่เริ่มผุดขึ้นตามกรอบหน้าเมื่อสายตาของผู้เป็นป้าเพ่งมองบริเวณลำคออย่างสงสัย “รอยอะไรที่คอ?” ถามพร้อมเอื้อมมือปัดผมที่ปรกอยู่ให้พ้นทาง “เอ่อ มะ ... มดกัดค่ะ พรีนคันเลยเกาแรงไปหน่อย”“แน่ใจเหรอพรีน แต่ป้าว่ามันไม่ใช่รอยมดกัดเลยนะลูก ป้าว่ามันเหมือนกับรอย ... รอยดูด!”คำสุดท้ายที่ออกจากริมฝีปากของน้อยทำให้ชนากานต์หน้าเห่อร้อนขึ้นทันที มือที่ถือจานอยู่กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยพยายามไม่แสดงพิรุธใด ๆ ออกมา ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเบาแต่มั่นคง“มะ ...ไม่ใช่ค่ะ มดกัดจริง ๆ ไว้เดี๋ยวพรีนจะหายาทานะคะ”“มดก็มด แต่อย่าลืมที่ป้าบอกก็แล้วกัน ป้าไม่อยากเห็นพรีนต้องมาเสียใจทีหลัง”ชนากานต์พยักหน้ารับเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าเข้าใจในสิ่งที่ป้าพูดเป็นอย่างดี เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหมุนตัวกลับเพื่อเดินออกจากครัวไปยังห้องอาหาร เตรียมจัดโต๊ะตามที่ป้าน้อยได้บอกไว้แต่แรกทว่ายังไม่ทันได้ก้าวพ้นธรณีประตู เสียงฝีเท้าสองคู่ก็ดังขึ้นจากบันไดไม้ ในชั่วขณะสายตาสบกับบุคคลมาใหม่ร่างของเธอก็พลันชะงักงัน หัวใจเหมือนเต้นสะดุด
閱讀更多

บทที่ 7

หนึ่งชั่วโมงต่อมาณ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมืองเสียงเปียโนบรรเลงคลอเบา ๆ ลอยแว่วมาจากลำโพงเหนือศีรษะ แสงไฟสีอุ่นสะท้อนพื้นกระเบื้องมันวาวตลอดโถงทางเดินห้างอันหรูหรา กลิ่นหอมของน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์ลอยแตะจมูกตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปด้านใน ชนากานต์ก้าวเดินเคียงข้างคุณหญิงรุจิราอย่างเงียบ ๆ สองมืพลางลูบต้นแขนของตัวเองบริเวณที่ยังมีรอยจางของแรงบีบเมื่อชั่วโมงก่อนอย่างประหม่า แม้จะพยายามฝืนยิ้มตอบคำพูดของคุณหญิงผู้มีเมตตา แต่แววตาของเธอกลับหลบเลี่ยงไม่กล้าสบใครตรง ๆ ในตอนนี้“อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมลูก หรือว่าอยากได้อะไรไหม ฉันซื้อให้ได้นะ”เสียงของคุณหญิงรุจิราเอ่ยเบา ๆ แฝงความอ่อนโยน ปลายนิ้วแตะลงบนหลังมือของชนากานต์ราวกับจะปลอบใจชนากานต์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่สุภาพ“ไม่เป็นไรค่ะคุณหญิง พรีนแค่เดินเฉย ๆ ก็พอแล้วค่ะ”คุณหญิงมองเสี้ยวหน้าหวานที่ดูซีดเซียวไปถนัดตา หัวใจก็พลันปวดหนึบขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ ก่อนจะเอื้อมโอบไหล่หญิงสาวเบา ๆ แล้วดึงร่างนั้นให้เบียดแนบชิดมากขึ้นขณะเดินผ่านหน้าร้านเครื่องสำอางแบรนด์หรู“บางทีฉันก็สงสัยว่าทำไมเด็กดี ๆ แบบหนูพรีน ถึงได้ต้องมา
閱讀更多

บทที่ 8

รถยนต์หรูแล่นฝ่าการจราจรอันหนาแน่นของตัวเมืองเป็นเวลานานกว่าสองชั่วโมง ก่อนจะเคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กบานใหญ่เข้าสู่บริเวณคฤหาสน์ธาดาวรโชติ แสงแดดยามเย็นสีส้มทองส่องลอดผ่านแนวต้นไทรสูงตระหง่าน ทอดเงายาวพาดผ่านสนามหญ้าเขียวขจีที่ได้รับการตัดแต่งอย่างประณีตคุณหญิงรุจิราเป็นคนแรกที่เปิดประตูรถลงมา ก่อนจะหันกลับไปยังหญิงสาวที่ยังนั่งนิ่งอยู่ด้านหลัง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้รถติดนานเลย เหนื่อยกันทั้งวันแล้ว หนูพรีนขึ้นไปอาบน้ำอาบท่า พักผ่อนก่อนก็ได้ลูก ช่วงเย็นค่อยลงมาทานข้าวพร้อมกันนะ”ชนากานต์ยิ้มบาง ๆ อย่างรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ก่อนพยักหน้ารับเบา ๆ“ขอบคุณค่ะคุณหญิง”เธอก้าวลงจากรถอย่างเรียบร้อย พยายามไม่หันไปมองอีกคนที่ยังนั่งเงียบเชียบอยู่ข้างกัน และในจังหวะที่กำลังจะก้าวขาออกไป เสียงถอนหายใจลากยาวก็ดังขึ้น...ปภาวีก้าวลงตาม สีหน้าบูดบึ้ง มือหนึ่งตวัดกระเป๋าหรูสีน้ำตาลขึ้นบ่า นัยน์ตาคมเหลือบมองใบหน้าชนากานต์เพียงครู่ ก่อนจะเชิดหน้าเดินเข้าบ้านไปโดยไม่พูดอะไรสักคำคุณหญิงรุจิราหันกลับมามองชนากานต์ที่ยังยืนเก้ออยู่ตรงข้างรถ ดวงตานุ่มละมุนเปี่ยมความเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ
閱讀更多

บทที่ 9

มื้อเย็นถูกจัดวางอย่างเรียบร้อยบนโต๊ะยาวไม้สัก อาหารหลากหลายชนิดถูกจัดจานอย่างสวยงาม กลิ่นหอมลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องโถงใหญ่ แสงไฟสีอุ่นสาดส่องลงมาจากโคมระย้าเหนือหัว ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมบางอย่างคุณหญิงรุจิรานั่งเป็นประมุข ณ หัวโต๊ะ ฝั่งซ้ายของเธอคือ แทนคุณ ชายหนุ่มหน้าตาดีวัยยี่สิบปลาย ๆ ที่ได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะในค่ำคืนนี้ขณะที่บรรยากาศดำเนินไปอย่างราบรื่น เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งดังขึ้นจากบันได ปภาวีเดินลงมาด้วยท่าทีสงบ แต่ทันทีที่สายตาของเธอสบกับใบหน้าของแทนคุณ ชายหนุ่มรุ่นน้องที่นั่งบนโต๊ะร่วมกับมารดา สีหน้าของนางพญาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ดวงตาคมเต็มไปด้วยความสงสัย เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้มาปรากฏตัวที่นี่“อ้าวภัค มาทานข้าวด้วยกันสิ”คุณหญิงหันไปเรียกลูกสาวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สีหน้าไม่สบอารมณ์ชัดเจน เธอเดินตรงไปนั่งที่ฝั่งขวาของมารดาอย่างเงียบเชียบโดยไม่ได้ตอบโต้ใด “สวัสดีครับพี่ภัค ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”ณิชคุณหันมายิ้มพร้อมเอ่ยทักทายให้ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร ทว่ารอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าของเขา ช่างตัดกับสายตาเย็นชาของปภาวี
閱讀更多

บทที่ 10

นับจากวันนั้น ก็ผ่านมาราวกว่าสองสัปดาห์บรรยากาศในบ้านหลังเดิมยังคงเงียบสงบ หากไม่นับความรู้สึกอึดอัดบางอย่างที่ยังคงคลุ้งอยู่ในอากาศหลังจากเหตุการณ์คืนนั้น ชนากานต์พยายามทำตัวให้ยุ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ และโชคดีที่ช่วงเวลานั้นตรงกับการเปิดเทอมพอดี เธอจึงเลือกที่จะออกจากบ้านแต่เช้าตรู่และเร็วกว่าปกติ ด้วยเหตุผลเดียวคือไม่ต้องการเจอหน้าผู้หญิงใจร้ายคนนั้นอีก“อ้าวหนูพรีน วันนี้มีเรียนแต่เช้าเลยเหรอลูก”คุณหญิงรุจิราเอ่ยทักทันที่เห็นชนากานต์ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยเดินผ่านมา“เปล่าค่ะคุณหญิง วันนี้พรีนไม่มีเรียนตอนเช้า...แต่ที่คณะมีกิจกรรมรับน้องใหม่ พรีนเลยไม่อยากไปสายค่ะ”คุณหญิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนถามต่อ...“แล้วนี่จะไปยังไงล่ะ ให้ลุงชัยไปส่งไหม”“ไม่เป็นไรคุณหญิง เดี๋ยวพรีนนั่งรถโดยสารไปดีกว่าค่ะ”“ไปกับพี่ก็ได้นะครับน้องพรีน พี่ผ่านทางมหาลัยพอดี”ไม่ทันที่คุณหญิงจะตอบกลับ เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเข้าบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของจังหวะเวลาที่เหมาะเจาะพอดิบพอดี“พี่แทนคุณ / อ้าว แทนคุณ!”เสียงของชนากานต์กับคุณหญิงรุจิราดังขึ้นพร้อมกันด้วยควา
閱讀更多
上一章
12
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status