ホーム / LGBTQ+ / Out of Sync รักคนละตอน / チャプター 1 - チャプター 10

Out of Sync รักคนละตอน のすべてのチャプター: チャプター 1 - チャプター 10

145 チャプター

บทที่ 1 /2

“ฉันก็นึกว่าเรื่องอะไร ได้สิ จะพักกี่วันก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอก”น้อยเงยหน้าขึ้นทันที สีหน้าที่เคยกังวลคลายลงอย่างเห็นได้ชัด “ขอบคุณนะคะคุณหญิง ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือด้วยความซาบซึ้ง ความหนักอึ้งที่แบกไว้ตั้งแต่เดินเข้ามาเหมือนถูกยกออกไปในพริบตา“เรื่องแค่นี้เอง” คุณหญิงโบกมือเบา ๆ “แล้วไหนล่ะหลานสาว ไม่เข้ามาด้วยเหรอ?” ถามเสียงอ่อนขณะกวาดสายตามองรอบห้องเล็กน้อย เมื่อไม่เห็นใครยืนอยู่ใกล้ ๆ“รออยู่ด้านนอกค่ะคุณหญิง”“งั้นไปพาเข้ามาสิ ฉันอยากทำความรู้จักสักหน่อย”“ได้ค่ะ สักครู่นะคะ”น้อยรีบเดินออกไปด้วยฝีเท้าที่เบากว่าตอนเข้ามาเมื่อประตูปิดลง ความเงียบก็กลับมาอีกครั้งคุณหญิงหันกลับมาและเพิ่งสังเกตเห็นว่าปภาวียังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ทว่าคราวนี้ใบหน้าของลูกสาวไม่ได้เรียบเฉยเหมือนก่อนหน้านี้ คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มตึงคล้ายกำลังไม่พอใจกับบางอย่างที่เพิ่งได้ยิน“ดูทำหน้าเข้าสิ แล้วนี่ไม่รีบไปคุยงานแล้วหรือไง?”“ไปค่ะ”“ไปแล้วทำไมยังนั่งอยู่อีกล่ะ รีบไปสิเดี๋ยวลูกค้าคนสำคัญจะรอนาน”“คุณแม่ประชด?”ปภาวีหันหน้าสบตาผู้เป็นแม่ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถาม
続きを読む

บทที่ 1 /3

“ก็ภัคไม่ชอบยัยเด็กนี่ แล้วนี่ก็เป็นบ้านของภัค ภัคไม่อนุญาต!” ค้านคอขึ้นเอ็น แม้ว่าคำค้านนั้นจะฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลยก็ตาม มีอย่างที่ไหนจะให้ใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเข้ามาอยู่มากินในบ้านเดียวกัน แม่เธอไว้ใจคนมากเกินไป“แต่แม่อนุญาต แล้วภัคก็ไม่มีสิทธิ์ค้านอะไรแม่ทั้งสิ้น!”“แต่คุณแม่-”“อย่าทำนิสัยไม่ดีต่อหน้าคนอื่น หนูพรีนเป็นแขก เราเป็นเจ้าบ้าน ต้องต้อนรับไม่ใช่ขับไล่ อย่าให้แม่ได้ยินอีกนะภัค”“ก็ภัคไม่ชอบยัยนี่นี่คะ แล้วอีกอย่างยัยเด็กนี่ก็ไม่ใช่น้องของภัคด้วย!”ปภาวีพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวและยืนกรานว่าตัวเธอไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันนั่นก็เป็นเพราะว่าเธอนั้นรู้สึกไม่ถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้เอาเสียเลย เพียงแค่ได้เห็นหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกขืนถ้าต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันอย่างนี้ มีหวังเธอได้อกแตกตายก่อนอย่างแน่นอน“นั่งลง! อย่าให้แม่ต้องพูดซ้ำ!”“แต่คุณแม่-”“แม่บอกว่าให้นั่งลง! แล้วอย่าให้แม่ได้ยินอีกว่าภัคเรียกน้องแบบนั้น เข้าใจไหม”“ไม่เข้าใจค่ะ ภัคไม่จำเป็นที่จะต้องให้เกียรติคนแบบนี้ ขอตัว!”ปภาวีลุกขึ้นจากโซฟา
続きを読む

บทที่ 1 /4

“เรื่องมันซับซ้อน เอาเป็นว่าพรีนไม่ต้องรู้เรื่องของคุณหนูเธอจะดีกว่านะลูก”“แต่พรีนอยากรู้นี่คะ ป้าน้อยเล่าให้พรีนฟังนะคะ นะคะป้าน้อย”“ถ้าป้าเล่าให้ฟังแล้ว พรีนห้ามนำเรื่องนี้ไปพูดให้คุณหนูเธอได้ยินเด็ดขาดเข้าใจไหม?” มองเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจเฮือกหนึ่ง และพูดถามออกไปด้วยน้ำเสียง สีหน้าที่จริงจัง“ค่ะป้า พรีนสัญญาค่ะ” พยักหน้ารับ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อเป็นการยืนยันว่าเธอจะทำอย่างที่รับปากออกไปจริง ๆ“เมื่อก่อนคุณหนูเธอเป็นคนน่ารัก สดใส จิตใจดีไม่ต่างจากคุณหญิงเลยสักนิด แต่ที่เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ก็เพราะว่าเธอได้สูญเสียคนที่เธอรักที่สุดในชีวิตไป”น้อยเริ่มเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้นิสัยของปภาวีเปลี่ยนไป และย้อนนึกถึงเหตุการณ์สูญเสียในครั้งนั้น ซึ่งชนากานต์ก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดีและพยายามคิดตามคำบอกเล่าของผู้เป็นป้า“...”“ตอนที่เกิดเรื่องป้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ป้าลาคุณหญิงท่านกลับไปที่เชียงใหม่ ตอนนั้นยัยนิลมันคลอดพรีนพอดี แล้วพ่อของพรีนก็ขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพ ป้าก็เลยต้องกลับไปอยู่เป็นเพื่อนพรรณเพื่อรอพ่อของพรีนกลับขึ้นไป”“แล้วป้าน้อยรู้เรื่องนี้ได้ยังไงเหรอคะ?”“ค
続きを読む

บทที่ 2

“ว่าอะไรเหรอคะป้า?” “เปล่าหรอกไม่มีอะไร เอาเป็นว่าพรีนอยู่ห่างจากคุณหนูไว้น่ะดีที่สุด แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใกล้คุณหนูจริง ๆ พรีนก็จะต้องเว้นระยะห่าง อย่าเข้าใกล้จนเกินไป เข้าใจที่ป้าพูดไหม?” “ทำไมละคะ ทำไมพรีนถึงอยู่ใกล้คุณหนูไม่ได้” เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมป้าต้องกำชับหนักแน่นขนาดนั้น คุณหนูเองก็เป็นผู้หญิงเช่นเดียวกันกับเธอ ไม่ได้มีอะไรน่าหวาดกลัวเลยสักนิด ยิ่งเมื่อคืนได้รู้ว่าอีกต้องทนทุกข์ทรมานใจอยู่กับความสูญเสียที่ไม่อาจลบเลือนได้ยิ่งทำให้หัวใจเธออ่อนยวบลงอย่างไม่รู้ตัว เธอไม่ได้รู้สึกอยากถอยห่าง ตรงกันข้ามเธอกลับอยากเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ อยากดูแลและอยากเป็นคนหนึ่งที่ช่วยให้เขากลับมาสดใสได้อีกครั้ง “เชื่อป้าเถอะพรีน ป้าว่าพรีนรีบไปเก็บของให้เรียบแล้วออกไปช่วยงานป้าที่บ้านใหญ่ดีกว่านะ เดี๋ยวป้าจะเดินนำไปก่อนแล้วกัน” พูดจบน้อยก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป เพราะรู้ดีว่าหากยืนอยู่ต่ออาจจะต้องตอบคำถามมากกว่านี้ ซึ่งคำตอบบางคำตอบนั้นมันก็ยังไม่ถึงเวลาที่ควรเอ่ยออกมา ส่วนด้านชนากานต์ก็ทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังของป้าด้วยความสงสัยที่ถาโถมเข้ามาในใจ ป้า
続きを読む

บทที่ 2 /2

ความเหนื่อยล้าค่อย ๆ กัดกินความรู้สึกทีละนิด จนท้ายที่สุดเธอก็ได้แต่ผ่อนลมหายใจยาว ระบายความอึดอัดที่คั่งค้างอยู่ในอกออกมาอย่างเงียบงันจากนั้นจึงหมุนตัวเดินไปทางครัว เปิดตู้เย็นอย่างคุ้นชิน หยิบเบียร์กระป๋องหนึ่งออกมาก่อนจะทรุดตัวลงบนโซฟาเอนหลังพิงพนัก แล้วยกมันขึ้นจรดริมฝีปาก ดื่มช้า ๆ ราวกับให้ความเย็นของแอลกอฮอล์ช่วยกลบความวุ่นวายที่ยังค้างอยู่ในใจอย่างที่เธอมักทำอยู่เป็นประจำเมื่อทุกอย่างมันวุ่นวายเกินจะควบคุม***คืนวันเดียวกันปภาวีเดินโซซัดโซเซกลับเข้าบ้านด้วยอาการมึนเมา กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ติดอยู่บนร่างกายลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งโถงทางเดินร่างสูงเอนเอียงไปมาเกือบชนผนัง มือหนึ่งยกขึ้นพยุงตัวกับชั้นวางของข้างทางจนกรอบรูปสั่นคลอน เสียงกระทบกันดังแกรกเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบของบ้าน“ดื่มมาอีกแล้วเหรอภัค”ก่อนที่เสียงคุณหญิงรุจิราที่บังเอิญเดินออกจากห้องมาจะเอ่ยถามขึ้นเมื่อได้เห็นสภาพที่เมามายจนแทบจะไร้สติของลูกสาว“อ้าว คุณแม่ ยางม่ายนอนอีกกก เหรอคะ” น้ำเสียงยืดยาวของคนเมาถามมารดาออกไปทั้งที่ร่างกายของตัวเองนั้นก็พร้อมที่จะหล่นลงพื้นอยู่ทุกเวลา“เลิกทำตัวแบบนี้สักทีได้ไหม ถือว่าแม่ขอ”
続きを読む

บทที่ 2 /3

“ป้าถามว่าทำอะไร!”“ปะ เปล่าค่ะ”“เปล่าอะไร ก็ป้าเห็นอยู่ นี่อย่าบอกนะว่า-”“มะ ไม่ใช่นะคะ ป้าเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว พอดีคุณหนูเธอละเมอถึงคุณพ่อแล้วคิดว่าแขนพรีนคือแขนของพ่อเธอ เธอเลยดึงพรีนเพราะเจ้าใตผิดแค่นั้นค่ะ” ชนากานต์รีบอธิบายเสียงรัวหวังเพืีอให้คนเป็นป้าได้เข้าใจน้อยที่ได้ยินดังนั้นก็คลายความกังวลลงเล็กน้อย พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะรีบแกะมือปลาหมึกของปภาวีออกจากแขนของหลานสาวอย่างระมัดระวัง“เดี๋ยวพรีนกลับไปที่ห้องก่อนเลยนะ ป้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณหนูเธอก่อน”“ให้พรีนช่วยนะคะ”“ไม่เป็นไรเดี๋ยวป้าทำเอง พรีนกลับห้องไปก่อนไป เชื่อป้า”“กะ ก็ได้ค่ะ” แม้ใจจะยังอยากอยู่ช่วย แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของป้าน้อย เธอก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอมมือบางเอื้อมไปจับลูกบิดประตู ทว่าในห้วงวินาทีนั้น ภาพของปภาวีที่ละเมอเรียกหาคุณพ่อด้วยเสียงสะอื้นปานจะขาดใจก็แว่วกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง เสียงนั้นยังชัดเจนราวกับดังอยู่ข้างหู ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูกสองขาเผลอชะงักค่อย ๆ หันกลับไปมอง ภาพคุณหนูที่ยังหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงทำให้ความลังเลในใจยิ่งทวีขึ้นเธอเกือบจะก้าวกลับเข้าไปแล้วด้วยซ้ำ
続きを読む

บทที่ 2 /4

ชนากานต์เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมตอบรับคำขอนั้นเสียงแผ่วเบา“ดะ ได้ค่ะ เดี๋ยวพรีนขึ้นไปตามให้ค่ะ”พูดจบเธอก็รีบหมุนตัวเดินออกจากห้องอาหารแทบจะทันที ฝีเท้าเร่งขึ้นโดยไม่รู้ตัวราวกับยิ่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไรความอึดอัดก็จะยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้นน้อยมองตามแผ่นหลังหลานสาวไปอย่างไม่คลายกังวล สีหน้าบอกชัดว่าเป็นห่วงก่อนถอนหายใจแผ่วเบา หันหลังเดินกลับเข้าครัว เพื่อจัดการอาหารเช้าที่เหลือให้เสร็จเรียบร้อยตามเวลาแม้ในใจจะยังรู้สึกหนักอึ้งอยู่ไม่น้อยก็ตามด้านชนากานต์ที่ขึ้นมาถึงชั้นบน เธอยืนนิ่งชั่งใจอยู่หน้าประตูนานหลายนาที ปลายนิ้วเย็นเฉียบขึ้นทันทีเมื่อนึกถึงใบหน้าบึ้งตึงและแววตาเย็นชาของเจ้าของห้องที่มองมาเมื่อวาน ความรู้สึกหวั่นเกรงมีอยู่บ้างแต่ไม่ถึงกับมากมายจนทำให้เธอไม่กล้าเข้าใกล้เพราะหากมองให้ลึกลงไป เธอกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้เย็นชาโดยนิสัยของตนจริง ๆ หากเพียงแต่เขากำลังสร้างกำแพงบางอย่างขึ้นมาป้องกันตัวเองกำแพงที่ก่อเกิดขึ้นมาจากความเสียใจและเรื่องราวในอดีตที่เธอเองก็ไม่อาจรู้ทั้งหมดท้ายที่สุดเธอจึงสูดลมหายใจลึกรวบรวมความกล้า ยกกำปั้นน้อย ไป ขึ้นเคาะลงบนบา
続きを読む

บทที่ 3

“พรีน หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นลงมาแบบนี้” “ปะ เปล่าค่ะ” “เป็นเด็กริอาจโกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีรู้หรือเปล่า” คุณหญิงรุจิราวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็น เธอไม่ใช่คนไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ถามออกไปก็เพียงแค่ต้องการฟังจากปากของเด็กสาวตรงหน้าให้แน่ใจว่าสิ่งที่เธอคิดนั้นไม่ได้ผิดเพี้ยนไป “คุณหนูไม่ได้ทำอะไรพรีนค่ะคุณหญิง พรีนแค่” “เธอมาฟ้องอะไรแม่ฉัน!” ไม่ทันที่ชนากานต์จะทันได้พูดจบ เสียงแหลมของปภาวีก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางบันได ร่างสูงก้าวลงมาด้วยทีท่าที่ดูเกรี้ยวโกรธ หยุดยืนมองทั้งสองคนด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างถึงที่สุด “ไม่มีใครฟ้องอะไรทั้งนั้นน่ะ แล้วนี่ไปกินรังแตนที่ไหนมา ถึงได้โหวกเหวกโวยวายแต่เช้าแบบนี้” คุณหญิงรุจิราตอบกลับเรียบ ๆ แต่แววตาคมกลับจับจ้องลูกสาวไม่วางตา ปภาวีชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบนสายตามองไปชนากานต์ที่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ดวงตาคมวาวด้วยความหงุดหงิด “ก็ถามยัยเด็กนั่นดูสิ ว่าขึ้นไปทำอะไรบนห้องของภัค” “แม่ใช้ให้หนูพรีนขึ้นไปตามแกลงมากินข้าว ทำไมต้องโมโหอะไรขนาดนั้นด้วยหึ” “คุณแม่ก็รู้ว่าภัคไม่
続きを読む

บทที่ 3 /2

“หึ! ไม่ได้ตั้งใจ แต่รีบปฏิเสธทั้งที่ฉันยังไม่ทันได้ถามเนี่ยนะ ยัยโง่!” เสียงเย้ยหยันเย็นชาเสียดแทงเหมือนคมมีดกรีดลึกลงในใจชนากานต์ จบประโยคนั้นปภาวีก็ก้าวเข้ามาใกล้ มือเรียวที่เปี่ยมไปด้วยแรกกระชากแขนอีกฝ่ายด้วยแรงโทสะ“อ๊ะ!”ชนากานต์หลุดเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนตามด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นวาบเข้าหัวใจจนน้ำตาคลอเบ้า ทั้งแรงบีบและแรงอารมณ์ของอีกฝ่ายที่ถาโถมมาพร้อมกันราวกับพายุลูกใหญ่ แรงบีบคั้นทำให้ต้นแขนเล็กเนียนขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงช้ำเธอพยายามดึงแขนกลับแต่ทว่าแรงที่มีนั้นน้อยกว่าคนร่างสูงเสียเหลือเกิน มือเล็กสั่นระริก น้ำเสียงติดสะอื้นเบา ๆ ขณะที่พยายามเปล่งออกมาจากลำคออย่างอยากลำบาก“ฮึก ๆ ปะ ปล่อยแขนพรีนก่อนนะคะคุณหนู พรีนเจ็บ”“อย่าสำออยไปหน่อยเลย อ้อ!แน่จริงเธอก็เรียกแม่ฉันมาช่วยอีกสิ เรียกสิ เรียกเลย!” ถ้อยคำค่อนแคะดุจเหล็กแหลมถูกปล่อยออกมาจากเรียวปากของปภาวีพร้อมกับแรงบีบที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ความปรานีชนากานต์ทำได้เพียงส่ายหน้าเบา ๆ ด้วยความเจ็บ เม้มริมปากแน่นพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่ให้ดังออกมา ทว่าก็ไม่อาจห้ามน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มได้ทันใดนั้นเอง เสียงเข้มของใค
続きを読む
前へ
123456
...
15
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status