เวลาผ่านไปจนเข้าสู่กลางดึกบรรยากาศในห้องผู้ป่วยเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ และแสงไฟหัวเตียงที่เปิดทิ้งไว้เพียงดวงเดียวให้พอมองเห็นทางเดินปภาวียังคงนั่งอยู่บนโซฟาข้างเตียงคนไข้ เธอไม่ได้หลับตาแม้แต่นิดเดียว แขนทั้งสองเท้าอยู่บนขอบเตียง ขณะที่ศีรษะเอนพิงลงบนท่อนแขนอย่างเงียบ ๆ ดวงตาเปิดค้างจ้องมองข้อมือของคนป่วยที่มีเข็มน้ำเกลือเสียบคาไว้ หยดน้ำใส ๆ ยังคงไหลผ่านสายหยดลงเป็นจังหวะบรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดเสียจนได้ยินเสียงเต้นของหัวใจตัวเองกระทั่ง...ปลายนิ้วของชนากานต์ข้างที่ไม่มีเข็มน้ำเกลือไหวขึ้นน้อย ๆ เธอรู้สึกได้ในทันทีจึงผงกหัวขึ้นพลัน หันไปมองคนป่วยด้วยความตกใจ“พรีน...”ริมฝีปากซีดของชนากานต์ขยับน้อย ๆ ก่อนเปลือกตาจะกระพริบช้า ๆ แล้วลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาเหม่อลอยพร่าเลือนและยังดูเบลอจากไข้สูง แต่เมื่อโฟกัสภาพตรงหน้าได้ เธอก็เห็นใครบางคนนั่งอยู่ข้างเตียง“คุณหนู...”เสียงที่เปล่งออกมาเบาราวกระซิบ และแหบพร่าจนแทบฟังไม่ออก แต่ปภาวีก็ยังได้ยิน“ใช่...ฉันเอง”เธอรีบขานรับทันที ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้แล้วยื่นมือไปแตะหน้าผากอีกฝ่ายเบา ๆ เพื่อว
Read more