جميع فصول : الفصل -الفصل 120

127 فصول

กงเกวียนกรรมเกวียน 1

เพียงพริบตาเดียวปีศาจงูขาวขนาดยักษ์ ก็ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า ลำตัวของมันยาวหลายร้อยจั้ง เกล็ดสีขาวสะท้อนสายฟ้าสีเลือด เขี้ยวสองข้างยาวราวกระบี่ พ่นลมหายใจเพียงครั้งเดียวก็ทำให้หินผาเบื้องล่างแตกร้าวเฟิ่งอวี้ในร่างปีศาจอสรพิษแผดเสียงคำราม"วันนี้ข้าจะส่งเจ้ากลับไปตายอีกครั้ง!"โฮก! ราชันจิ้งจอกคำรามตอบ หางทั้งเก้าสะบัดพร้อมกัน ภูเขาลูกหนึ่งถูกแรงลมปราณบดขยี้จนถล่มครืนงูยักษ์พุ่งเข้าหา เขี้ยวขนาดมหึมากัดลงกลางอากาศ เซี่ยเว่ยกระโจนหลบตูม!เขี้ยวงูฝังลงในภูเขา ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือน เซี่ยเว่ยหมุนตัวกลางอากาศ เก้าหางฟาดลงพร้อมกัน ร่างงูขาวถูกซัดกระเด็นทะลุหน้าผาไปสามลูก แต่เพียงชั่วพริบตา เฟิ่งอวี้ก็ทะยานออกมาจากซากก้อนหิน เกล็ดหลายแห่งแตกออก เลือดสีดำไหลซึมทว่ารอยยิ้มบนใบหน้ากลับยิ่งน่าสะพรึงกลัว"ดี!" เขาคำราม "แบบนี้สิ ถึงจะสาสมกับที่ข้ารอคอย!"ทั้งสองพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง ทุกครั้งที่ปะทะกัน ท้องฟ้าราวกับถูกฉีกออก คลื่นพลังสีทองกับสีดำกวาดผ่านเทือกเขา แม่น้ำสีเลือดถูกแรงปราณยกตัวขึ้นจากพื้น สัตว์อสูรนับร้อยพากัน
اقرأ المزيد

กงเกวียนกรรมเกวียน 2

เฟิ่งม่านจูที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่เบื้องหน้าเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงฉานจับจ้องบุรุษตรงหน้าทว่าเมื่อเห็นท่วงท่าที่เขายกกระบี่ขึ้น บางสิ่งในใจของนางกลับสั่นสะเทือนภาพต่าง ๆ ผุดขึ้นในความทรงจำ บุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ เขายื่นมือให้นางในวันที่นางได้รับบาดเจ็บสาหัส“ไม่ต้องกลัว ข้าจะช่วยเจ้า”อีกภาพหนึ่ง บุรุษคนเดิมกำลังถือกระบี่ ยืนขวางหน้าศัตรูเพื่อปกป้องนาง และภาพสุดท้ายริมฝีปากของเขาเอ่ยถ้อยคำที่นางไม่เคยลืม“หากเจ้ามีชีวิตอยู่ได้ ก็จงมีชีวิตต่อไป”เฟิ่งม่านจูเบิกตากว้าง“หลิน... หลินเซียว...” น้ำเสียงนางสั่นเครือ สติที่เคยถูกพิษและภาพหลอนบดบัง พลันฉีกกระชากม่านหมอกออกนางจำได้แล้ว จำได้ว่าตนเองตกหลุมรักบุรุษผู้นี้เพราะเหตุใด จำได้ว่าเขาเคยช่วยชีวิตนางจำได้ว่าเขาเคยเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตอันมืดมนของนางและจำได้ ว่านางเป็นคนทำลายทุกสิ่งด้วยมือของตนเอง“ไม่...” เฟิ่งม่านจูถอยหลังไปหนึ่งก้าว“เป็นข้า... ข้าเป็นคนทำร้ายท่าน...”หลินเซีย
اقرأ المزيد

กงเกวียนกรรมเกวียน 3/3

โฮกกกก!เสียงคำรามของสัตว์อสูรสะเทือนฟ้าดิน ร่างจิ้งจอกเก้าหางสีเงินขนาดมหึมาพุ่งทะยานผ่านหมู่เมฆ เก้าหางแผ่กว้างราวกับม่านดารา ดวงตาสีทองส่องประกายเย็นเยียบเบื้องหน้าคือ เฟิ่งอวี้ ราชันปีศาจผู้กลายร่างเป็นอสูรอสรพิษ เกล็ดสีขาวทั่วร่างเปื้อนโลหิตมาร ดวงตาสีแดงฉานเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง“เซี่ยเว่ย!”เสียงคำรามของเฟิ่งอวี้สะท้านสะเทือนไปทั่วแดนมาร “เจ้าคิดหรือว่าฆ่าข้าได้?! ที่นี่คืออาณาจักรของข้า!”เซี่ยเว่ยไม่ตอบ เขาเพียงมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาเย็นเยียบ ทันใดนั้นปราณมารจำนวนมหาศาลที่รั่วไหลจากร่างเฟิ่งอวี้กลับถูกดูดเข้าหาร่างของเขารากวิญญาณเทพอสูรในกายเซี่ยเว่ยสั่นสะเทือน ขอบเขตพลังที่ติดค้างมานานนับร้อยปีพลันแตกออกเปรี้ยง!สายฟ้าสีทองฟาดลงมาจากฟากฟ้า หางทั้งเก้าของเขาแผ่ขยายใหญ่ขึ้น ขนสีเงินพลันเปล่งประกายดุจแสงจันทร์ แรงกดดันมหาศาลแผ่คลุมทั่วทั้งแดนมารแม้แต่สือถงและจินฝานยังต้องเงยหน้ามอง“เขา...”“ทะลวงขั้นเทพบรรพกาลแล้ว”เซี่ยเว่ยลืมตาขึ้น เสียงของเข
اقرأ المزيد

เทพอสูรผู้เอาแต่ใจ

คลื่นลมแห่งมหาสงครามแดนมารสงบลงแล้ว ซากปรักหักพังของวิมานสวรรค์ลวงตาพังทลายกลืนหายไปกับเถ้าธุลี ม่านหมอกสีเลือดที่เคยครอบงำผืนพิภพถูกชะล้างด้วยปราณศักดิ์สิทธิ์ เหลือไว้เพียงเศษซากความพ่ายแพ้ของเหล่ามารอสูรที่แตกพ่าย บ้างเตลิดหนีเข้าสู่หุบเขาลึกสุดหล้า บ้างก้มหัวสวามิภักดิ์ยอมสาบานตนเป็นไพร่พลทหารอสูรรับใช้ใต้บัญชาสามทายาทแห่งซานซิงส่วนนามของเฟิ่งอวี้และเฟิ่งม่านจู สองแม่ลูกผู้หลงระเริงในกิเลสมรรคามาร กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าขานอันชวนอกสั่นขวัญแขวนที่ถูกกลบฝังไว้ในกาลเวลาทว่าท่ามกลางความเงียบสงบเหนือยอดเขาสูงแห่งชิงชิว ทะเลดอกท้อสีชมพูบานสะพรั่งพัดพลิ้วตามสายลมวสันต์ ส่งกลิ่นหอมอบอวลโอบล้อมเรือนไม้หลังน้อยที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มเงาพฤกษา หากแต่ภายในห้องหอนั้น กลับมิได้มีเพียงความวิเวกตามธรรมชาติ หากแต่แว่วเสียงถอนหายใจและเสียงบ่นงึมงำของคนคู่หนึ่งดังกระทบกันไม่เว้นแต่ละวัน"กินยาเสีย"หลินโม่ยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบที่ควันโอสถสีเข้มยังกรุ่นกลิ่นขมฝาดไปตรงหน้า ร่างกลมป้อมขนสีเงินปุกปุยนอนขดนิ่งอยู่บนเบาะผ้าไหมเนื้อนุ่ม หูสามเหลี่ยมทั้งสองข้างลู่ลงแนบศีรษะอย่างคนเอาแต่ใจพอได้ยินเสียงสั่งให้ก
اقرأ المزيد

ไม่ว่าเจ้าเป็นอย่างไรข้าก็รักเจ้า

"วันนี้อาการดีขึ้นบ้างหรือยัง?"ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยไล้เส้นขนสีเงินนุ่มลื่นบนกระหม่อมแผ่วเบา สัมผัสอันคุ้นเคยและอบอุ่นทำให้จิ้งจอกน้อยเผลอหรี่ตาพริ้มลงอย่างสบายอารมณ์ ลืมสิ้นซึ่งมาดราชันอสูรผู้เกรียงไกร"ดีขึ้นมากแล้ว...""จริงหรือ?""อืม"หลินโม่โน้มดวงหน้าลงมาใกล้ แววตาเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เช่นนั้น ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ข้าคงไม่ต้องคอยปรนนิบัติดูแลเจ้าแล้วกระมัง?"ดวงตากลมโตดุจผลึกแก้วของเจ้าจิ้งจอกเงินพลันเบิกโพลงขึ้นทันควัน"ไม่ได้!"หลินโม่หลุดหัวเราะร่วน แววตาพราวระยับด้วยความขบขัน"ไหนเมื่อครู่ยังเอ่ยปากว่าอาการดีขึ้นมากแล้วอย่างไรเล่า?"เซี่ยเว่ยชะงักงันไปชั่วอึดใจ พวงหางสีเงินปุกปุยสะบัดเบา ๆ ก่อนจะเชิดหน้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์อันเป็นเอกลักษณ์"ดีขึ้น แต่ยังไม่หายดีจนเป็นปกติ... และพอได้ยินเจ้าพูดจาไร้น้ำใจกับข้าเช่นนี้ ข้าก็รู้สึกว่าอาการเริ่มจะกำเริบหนักขึ้นมาอีกแล้ว""รวดเร็วปานกามนิตหนุ่มเพียงนั้นเชียวหรือ?""ใช่"หลินโม่ส่ายหน้าน้อย ๆ พลางทอดถอนใจด้วยความเอ็นดูปนระอา ทว่าสุดท้ายก็ไม่อาจหักห้ามใจ นางเอื้อมมือไปช้อนร่างอสูรน้อยขนปุยขึ้นมาตระกองกอดแนบทรวง
اقرأ المزيد

ความฝันลามกพิสดาร

ไอปราณบริสุทธิ์หมุนวนกลั่นตัวเป็นสายหมอกสีเงินยวง ร่างเล็กป้อมพองขยายขึ้นอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งลำตัวใหญ่โตตระหง่านครอบคลุมเตียงไม้ ขนสีเงินเป็นประกายดั่งเส้นไหมทิพย์ และพวงหางนุ่มฟูทั้งเก้าทอดสยายกวัดแกว่งราวกับเกลียวคลื่นเมฆาตบะบำเพ็ญแห่งเทพบรรพกาลนี้แปลกประหลาดยิ่งนัก พละกำลังของอสูรหนุ่มในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่กำเริบขึ้นไม่ว่าเซี่ยเว่ยจะพยายามกดข่มอย่างไร ไอปราณหยางกลับเหมือนแทรกซึมเข้าไปถึงไขกระดูก ไฟราคะเร่าร้อนจุดประกายแผดเผา จนเซี่ยเว่ยกลับคืนสู่ร่างราชันจิ้งจอกเก้าหางดวงตาสีไพลินของเทพอสูรทอดมองสตรีร่างน้อยที่นอนหลับตาพริ้มอยู่เบื้องล่างด้วยเพลิงตัณหาอันลึกล้ำ ริมฝีปากของจิ้งจอกหนุ่มขยับร่ายอาคมโบราณสามพยางค์เสียงแผ่วพร่า"มี่-อวี่-เฉิน..."พริบตานั้น อาภรณ์นอนเนื้อโปร่งบางของหลินโม่พลันสลายตัวกลายเป็นละอองธุลีแสง เผยให้เห็นเรือนร่างนวลเนียนผุดผ่องดั่งไข่มุกน้ำงาม ปทุมถันอวบอิ่มพุ่งตระหง่านท้าทายแสงจันทร์ และส่วนเว้าส่วนโค้งสะท้านอารมณ์ที่ไร้สิ่งปกปิดเซี่ยเว่ยไม่อาจสะกดกลั้นสัญชาตญาณสัตว์ร้ายบรรพกาลได้อีกต่อไป พวงหางนุ่มสลวยเส้นหนึ่งเ
اقرأ المزيد

เตียงนอนแทบจะลุกไหม้เป็นไฟ

“ไม่... ไม่เป็นไร... ทำต่อไปเถอะ... อา...​ ข้าทนไหว...”หลินโม่หน้าแดงก่ำไปถึงใบหู พลางเอามือปิดปากกั้นเสียงกรีดร้องเจ็บปวดไม่ให้หลุดออกมา พยายามผ่อนคลายเพื่อรับเอาแก่นกายใหญ่โตของเทพอสูรเซี่ยเว่ยโน้มตัวลงไปจูบริมฝีปากอิ่ม เลียใบหน้าสวยหวานอย่างเอาอกเอาใจ พลางขับเคลื่อนสะโพก กระดกกระเด้าความแข็งขึงสอดแทงเข้าออกในช่องทางรักอย่างไม่ย่อท้อ“อูยยย... โม่เอ๋อร์... ถ้าเจ็บก็ร้องออกมาเถิด”นัยน์ตาสีไพลินร้อนแรงจ้องมองดูที่จุดเชื่อมต่อของทั้งคู่ ภาพหญิงสาวมีเหลือท่วมตัว ยิ่งกระตุ้นให้ไฟราคะลุกโชน ชายหนุ่มหอบหายใจฟืดฟาด พยายามกัดฟันสะกดกั้นความหิวกระหายไว้สุดฤทธิ์หลินโม่สัมผัสได้ถึงความอดทนของเขา รู้ว่าเซี่ยเว่ยเกรงจะทำร้ายนาง“ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว... ข้ารู้สึกดีมาก...” นัยน์ตาหวานเชื่อมมองลงไปเบื้องล่าง มือเรียวบางลูบคลำเครื่องเพศพวงพีของสัตว์เพศผู้ที่อวบใหญ่จนกำไม่รอบ ก่อนจะเอื้อมไปรั้งสะโพกแกร่งเข้าหาตัว พร้อมกับแอ่นเนินเนื้อเด้งสวนทางความล่ำสันมโหฬารนั้นลื่นปราดเหมือนปลาไหลยักษ์ มันบดเบียดเสียดสีร่องรักค
اقرأ المزيد

จบตอนส่งท้ายหลินโม่และเซี่ยเว่ย

แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า รุ่งอรุณแรกแห่งวสันต์ขับไล่ไอหมอกราตรีให้จางหายไปจากเรือนไม้กลางดงท้อ ไอแดดอ่อนละมุนทอดผ่านช่องหน้าต่างไม้แกะสลัก สาดกระทบเรือนร่างระหงของหลินโม่ที่นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยก โดยมีร่างนุ่มฟูของเจ้าจิ้งจอกขนสีเงินยวงนอนขดนิ่งอยู่บนตักอุ่นอย่างสุขสมอารมณ์หมายพลันมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยแว่วกระทบชานไม้ด้านนอก บานประตูขนาดใหญ่ถูกผู้มาเยือนผลักเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นร่างสูงสง่ากำยำของสือถงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าคมสันนิ่งสงบดั่งภาพวาด ทว่านัยน์ตาเฉียบคมดุดันกลับทอดมองหญิงสาวด้วยความอาทร ถัดไปด้านหลังคือ จินฝาน ในอาภรณ์ขาวพิสุทธิ์ เขาถือกล่องไม้บรรจุโอสถทิพย์ก้าวตามเข้ามาติด ๆ"ข้านำสมุนไพรบำรุงปราณมาให้"จินฝานเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าแววตาลุ่มลึกกลับมองสำรวจผิวพรรณผุดผ่องของภรรยาตัวน้อยที่ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลผิดหูผิดตาสือถงประสานมือไขว้ไว้ด้านหลัง พลางหรี่สายตามองเจ้าก้อนขนสีเงินบนตักของหลินโม่ พลางแค่นยิ้มมุมปาก"ดูท่า... อาการบาดเจ็บของเจ้าเสี่ยวไป๋จะฟื้นคืนดีวันดีคืนเสียยิ่งกว่าที่คาดไว้"ห
اقرأ المزيد

บทส่งท้ายหลินโม่และสือถง1/2

หลังจากหลินโม่ใช้พลังปราณรักษาเซี่ยเว่ยจนหายดีเป็นปกติ นางก็ได้ตระหนักว่าชีวิตของตนหลังจากนี้คงไม่มีคำว่าเงียบเหงาอีกต่อไปในเมื่อ สือถง เซี่ยเว่ย และจินฝาน ต่างก็เป็นสามีของนาง และไม่มีผู้ใดคิดยอมให้สามีร่วมภรรยาอีกสองคนได้เปรียบเรื่องความรักแม้แต่น้อย หลินโม่จึงต้องทำข้อตกลงจัดสรรเวลาอย่างยุติธรรมตลอดช่วงสามเดือนนี้นางจะอยู่บนเกาะมังกรฟ้ากับสือถง และกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับสามทายาทซานซิงที่หุบเขาเหลียงซานหนึ่งเดือน อีกสามเดือนไปอยู่จินฝานที่สำนักเซียนกระบี่ไท่ซาน จากนั้นก็กลับไปที่หุบเขาเหลียงซานอีกครั้ง และสามเดือนสุดท้ายอยู่กับเซี่ยเว่ยที่ชิงชิว เมื่อครบหนึ่งปี ก็เริ่มต้นหมุนเวียนรอบใหม่อีกคราแรกเริ่มหลินโม่คิดว่าการแบ่งปันเวลาอย่างยุติธรรมเช่นนี้คงทำให้ทุกคนพึงพอใจทว่านางลืมไปอย่างหนึ่ง บุรุษทั้งสามต่างเป็นผู้บำเพ็ญที่มีฤทธิ์เดชเหนือคนธรรมดาโดยเฉพาะสือถงหลังจอมราชันลงมือเชือดไก่ให้ลิงดู กวาดล้างขุนนางกังฉินที่เคยคิดลองดีจนเหี้ยนเตียน ครั้นเมื่อหลินโม่หวนกลับมายังเกาะมังกรฟ้าในครานี้ บรรยากาศภายในวังหลวงจึงเงียบสงบราบคาบลงอย่า
اقرأ المزيد

บทส่งท้ายหลินโม่และสือถง2/2

"หลายเดือนที่เจ้าห่างกาย รู้หรือไม่ว่าข้าทรมานเพียงใด"สือถงเคลื่อนกายขึ้นมาอยู่เหนือร่างของหญิงสาวที่นอนหายใจระทดระทวย ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง สันกรามคมบดจูบขบเม้มเนื้อนวลจนเกิดรอยประทับสีชาด หลินโม่แหงนใบหน้ารับสัมผัสอันป่าเถื่อน มือเรียวขยุ้มแผ่นหลังแกร่งด้วยความซ่านเสียว นางบิดเร่าตอบสนองต่อสัญชาตญาณความลุ่มหลงอย่างถึงแก่นชายหนุ่มยกเรียวขาเนียนข้างหนึ่งขึ้นพาดทับบั้นเอวสอบ ก่อนจะสอดแทรกแก่นกายแข็งขึงร้อนผ่าวเข้าสู่ห้วงรัญจวนอันคับแน่นชุ่มฉ่ำในคราเดียว"อ๊ะ!... สือถง..."หลินโม่หวีดร้องแผ่วพร่า จอมราชันผู้หิวกระหายไม่ปล่อยให้นางได้พักหายใจ เขาขยับสะโพกสอบกระแทกกระทั้นจังหวะรักอย่างหนักหน่วงและลึกล้ำ ตอกย้ำความเป็นเจ้าของในทุกอณูเนื้อ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวนักล่าชื่นชมทรวดทรงเว้าโค้งของภรรยาตัวน้อยอย่างไม่เกรงใจ“โม่เอ๋อร์ของข้าช่างงดงามเหลือเกิน”น้ำเสียงของเขาแหบพร่าไปด้วยตัณหาราคะอันท่วมท้น ในยามนี้หลินโม่นอนหายใจหอบกระชั้น เหงื่อหอมผุดซึมทั่วร่างขาวผ่องอมชมพูจนเปล่งประกาย ยิ่งชวนให้ชายหนุ่มตื่นเต้นจนเลือดลมสูบฉีดไม่หยุดสะโพกสอบ
اقرأ المزيد
السابق
1
...
8910111213
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status