บททั้งหมดของ กำเนิดนิติเวชหญิงแห่งต้าหาน กลิ่นโลหิตใต้แสงโคม: บทที่ 31 - บทที่ 40

124

บทที่31 ขนมหนึ่งจานกับข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ลง

หลังจากไล่เรียงข้อมูลทั้งหมดในหัว ม่านฉือก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ในเมื่อนางตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่าจะเกาะขาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ให้มั่นคง การนั่งรออยู่เฉยๆ ในเรือนอวี้หลานย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด ยิ่งเขากำลังหัวหมุนกับคดีฆาตกรรมสยองขวัญ และเพิ่งเดินทางกลับมาจากอำเภอข้างเคียงด้วยกันหมาดๆ นางยิ่งต้องหาโอกาสแสดงความสามารถให้เขาเห็นว่านางมีประโยชน์มากกว่าการเป็นแค่เครื่องมือระบายความใคร่บนเตียงม่านฉือหันไปสบตากับสาวใช้คนสนิทที่ยังคงยืนสงบเสงี่ยมอยู่มุมห้อง แววตาฉายแววแน่วแน่ขึ้นมาวับหนึ่ง“เสี่ยวถง เจ้าพาข้าไปโรงครัวทีสิ ข้าอยากได้ขนมหวานกับน้ำชาอุ่นๆ” ม่านฉือเอ่ยสั่งเสียงเรียบเสี่ยวถงกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง “เอ่อ... ให้บ่าวไปเอามาให้ที่เรือนอวี้หลานดีกว่าไหมเจ้าคะ ฮูหยินไม่ต้องลำบากเดินไปหรอกเจ้าค่ะ”“ไม่ต้อง ข้าเองก็อยากจะไปดูครัวของที่จวนว่าเป็นอย่างไรบ้าง” ม่านฉือยิ้มมุมปาก นางไม่ได้จะไปกินขนมจริงๆ เสียหน่อย แต่อะไรบางอย่างที่ติดมือไปย่อมเป็นข้ออ้างชั้นดีในการเข้าพบคนหน้าดุใช้เวลาไม่นาน ขนมเปี๊ยะเนื้อนุ่มกลิ่นหอมกรุ่นและกาน้ำชาอุ่นๆ ก็ถูกจัดเตรียมใส่ถาดกระเบื้องเคลือบอย่างประ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-03
อ่านเพิ่มเติม

บทที่32 เจ้าคิดว่าข้าเลี้ยงดูเจ้ามิได้หรือ

ม่านฉือคลี่ยิ้มบางๆ ไม่สะทกสะท้านต่อแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา นางเดินเข้าไปใกล้ๆ โต๊ะทำงานของเขาอย่างช้าๆ“ข้าไม่ได้มาแค่ส่งขนมแก้หิวหรอก” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “แต่อยากมาถามเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งกับท่านมากกว่า”มู่เฉิงอวี้หรี่ตาลงพินิจพิจารณาสตรีตรงหน้า แววตาคมกริบเจือความเย็นชา “เรื่องสำคัญอะไรหรือ”“ก็เรื่องสอบเข้าทำงานที่ศาลต้าหลี่อย่างไรเล่า ท่านลืมแล้ว?” ม่านฉือเอ่ยตรงๆ ไม่อ้อมค้อมมู่เฉิงอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนนี้นางเป็นอนุของเขาแล้ว ความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าตอนเป็นสาวชาวบ้านลิบลับ ซึ่งนางน่าจะพอใจแล้ว แต่กลับมาถามหาการสอบเป็นลูกจ้างสตรีเสียนี่“เจ้าคิดจะไปสอบเข้าทำงาน อย่าบอกนะว่า... เจ้าคิดว่าข้าจะเลี้ยงดูเจ้ามิได้”“ไม่ใช่ๆ” ม่านฉือยกมือขึ้นโบก“งั้นก็ไม่ต้องสอบแล้ว ข้าเลี้ยงดูเจ้าได้ ไม่ต้องกลัว”ม่านฉือส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะวางมือลงบนขอบโต๊ะทำงานของเขาอย่างนุ่มนวล แววตาคู่สวยฉายประกายจริงจังไร้ซึ่งล้อเล่น“ข้าไม่ได้กังวลเรื่องการกินอยู่หรือคิดว่าจวิ้นอ๋องจะเลี้ยงดูไม่ได้” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานและหนักแน่น “เพียงแต่วิชาความรู้เรื่องการพลิกศพที่ติดตัวมา เป็
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-05
อ่านเพิ่มเติม

บทที่33 วันพิสูจน์ตน

ในขณะเดียวกัน ข่าวที่อนุของจวิ้นอ๋องเตรียมตัวจะเข้าสอบเป็นอู่จั้วในอีกสามวันข้างหน้า ก็เริ่มเล็ดลอดแพร่งพรายไปถึงหูของบ่าวรับใช้และคนสนิทรอบตัวมู่เฉิงอวี้เรือนหลักฝั่งตะวันตกเสี่ยวอัน มือปราบคนสนิทเดินเข้ามาประสานมือรายงานผู้เป็นนายด้วยสีหน้าก้ำกึ่งระหว่างทึ่งและกังวล “เรียนจวิ้นอ๋อง... บ่าวได้รับรายงานจากคนที่ไปดูแลความเรียบร้อยใกล้เรือนอวี้หลาน ว่าตลอดสามวันที่ผ่านมา ฮูหยินแทบไม่ได้พักผ่อนหย่อนใจที่ไหนเลย นางขลุกอยู่แต่กับการอ่านตำราและคัดลอกตัวบทกฎหมายที่ท่านมอบให้อยู่ตลอดเวลาขอรับ”มู่เฉิงอวี้ที่กำลังกวาดสายตาตรวจสำนวนคดีในมือ ชะงักปลายพู่กันไปเล็กน้อย ใบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิด คิ้วหนาขมวดเข้าหากันนิดๆ“นางตั้งใจถึงเพียงนั้นเชียวรึ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ“ขอรับ บ่าวได้ยินเสี่ยวถงบอกว่า ฮูหยินท่องจำและทำความเข้าใจเนื้อหาจนดึกดื่นทุกคืน ดูท่าทางแล้วนางไม่ได้ทำเพียงแค่พูดเล่นหรืออวดดีอย่างที่หลายคนนินทากันแน่ๆ ขอรับ” เสี่ยวอันกล่าวเสริมตามจริงมู่เฉิงอวี้วางพู่กันลงในแท่นชักช้า นัยน์ตาดำขลับทอประกายล้ำลึกที่ยากจะคาดเดา มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางๆ โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวว่าค
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-05
อ่านเพิ่มเติม

บทที่34 ความกังวลของรองเสนาบดี

บรรยากาศภายในห้องโถงรับรองของศาลต้าหลี่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางเสียงขีดเขียนของพู่กันที่กระทบลงบนกระดาษแผ่นยาว เสียงเดียวที่ดังสะท้อนอยู่ภายในห้องกว้างแห่งนี้คือเสียงลมหายใจและเสียงสับเปลี่ยนอิริยาบถของเหล่าคณะกรรมการข้างกายมู่เฉิงอวี้ที่นั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะ ปรากฏร่างของบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่สีเข้มปักลายสลักประณีต ท่าทางองอาจและแววตาคมกริบดุจเหยี่ยวสะท้อนถึงความเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานีเขาคือ เหยาจิ้นทง หรือ เจิ้นหนิงโหว รองเสนาบดีแห่งศาลต้าหลี่ ผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ผู้เข้มงวดของมู่เฉิงอวี้ ทั้งยังเป็นบิดาของเหยาหมิงมือปราบคนสนิท และเป็นผู้ที่ยึดถือระเบียบวินัยรวมถึงกฎหมายบ้านเมืองยิ่งชีพเหยาจิ้นทงกอดอกมองสตรีเบื้องล่างที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนคำตอบด้วยแววตาเรียบนิ่งและเคร่งขรึม ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักแต่แรกเริ่ม การที่จู่ๆ อนุสาวชาวบ้านผู้หนึ่งก้าวเข้ามาขอสอบเป็นอู่จั้วในศาลต้าหลี่ ซึ่งเป็นหน่วยงานยุติธรรมสูงสุดของแคว้น สำหรับเขาแล้วมันคือเรื่องน่าขันและออกจะดูหมิ่นธรรมเนียมปฏิบัติอันเคร่งครัดที่เขาถือสัตย์ยึดมั่นมาต
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-07
อ่านเพิ่มเติม

บทที่35 ทำงานวันแรก

เหยาจิ้นทงไม่ได้เอ่ยชมในทันที ใบหน้ายังคงไว้ซึ่งความน่าเกรงขาม “จากการตรวจสอบอย่างละเอียด ในหมวดตัวบทกฎหมายอาญาและการลงโทษ นางเขียนอธิบายได้แม่นยำและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของศาลต้าหลี่ ส่วนหมวดการจำแนกสารพิษและการวิเคราะห์ร่องรอยบาดแผลบนศพ ถือว่าทำได้ดีผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มีการลำดับขั้นตอนการตรวจสอบอย่างเป็นเหตุเป็นผลพอใช้ได้”รองเสนาบดีเฒ่ากวาดสายตามองม่านฉือด้วยแววตาที่ยอมรับในระดับหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยสรุปผลการประเมิน“ผ่านเกณฑ์การทดสอบข้อเขียนตามระเบียบการรับสมัครลูกจ้างหญิงของทางการแล้ว นับว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน สมควรได้รับการบรรจุเป็นลูกจ้างหญิงในตำแหน่งอู่จั้วของศาลต้าหลี่ต่อไป”สิ้นเสียงประกาศตัดสินของเหยาจิ้นทง ความเงียบสงบชั่วอึดใจก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบของเหล่าขุนนางในห้องโถง แม้จะยังมีบางคนมองด้วยสายตากล้าๆ กลัวๆ และประหลาดใจที่สตรีเรือนหลังสามารถก้าวเข้ามาเป็นข้าราชการฝ่ายปฏิบัติการได้สำเร็จ นับเป็นเรื่องใหม่ในแคว้นหานเลยทีเดียว แต่ด้วยคะแนนและคำรับรองจากรองเสนาบดีผู้เคร่งครัด ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยคัดค้านม่านฉือแอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก รอยยิ้มมั่นใจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างป
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-07
อ่านเพิ่มเติม

บทที่36 หม่าซินและกู้เฉิน

ในจังหวะนั้นเอง เสียงไม้เท้าเคาะพื้นดังสะท้อนก้องจากด้านนอกประตู ร่างของชายชราในชุดข้าราชการชั้นผู้น้อยสภาพเก่าคร่ำก้าวเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยบ่งบอกถึงประสบการณ์อันโชกโชน ด้านหลังมีชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางทะมัดทะแมงและแข็งแรงกำยำเดินตามมาด้วยท่าทีสงวนท่าที สมกับเป็นผู้ที่ต้องผ่านการยกหามและพลิกร่างศพอยู่เป็นประจำชายชราหยุดยืนที่หน้าประตู กวาดสายตามองม่านฉือด้วยแววตาพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่กังวาน “เจ้าคือแม่นางม่านสินะ... ข้า หม่าซิน เป็นหัวหน้าหน่วยอู่จั้วที่นี่ ส่วนนี่คือ กู้เฉิน ศิษย์เอกของข้าที่จะต้องร่วมงานกับเจ้า”เมื่อได้ยินดังนั้น ม่านฉือจึงรีบย่อกายคำนับผู้อาวุโสด้วยความนอบน้อมทันทีอย่างรู้งาน เพราะไม่ว่าจะเป็นโลกไหน พวกที่อยู่มาก่อนมักจะชอบคนมีมารยาทนอบน้อม“ข้าม่านฉือ คารวะหัวหน้าหม่าซิน และท่านกู้เฉิน” ม่านฉือเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อมตามมารยาท “ข้าเพิ่งเข้ามาทำงานวันแรก คงต้องรบกวนให้พวกท่านช่วยชี้แนะด้วย”หม่าซินปรายตามองสตรีสาวตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ “ฮึๆ ชื่อเสียงของอู่จั้วสกุลม่านนับว่าดียิ่ง พ่อขอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-09
อ่านเพิ่มเติม

บทที่37 ที่นี่ไม่ใช่จวนอ๋อง

ม่านฉือไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองหรือถือสาคำพูดที่เต็มไปด้วยความกดดันนั้น นางเข้าใจดีว่าในสายตาของรุ่นพี่ผู้ผ่านงานมาโชกโชน นางเป็นเพียงคนใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามา และยังต้องอาศัยประสบการณ์ของพวกเขาในการปรับตัวให้เข้ากับการทำงานในโลกนี้ นางจึงแย้มยิ้มบางๆ อย่างนอบน้อมรับคำด้วยสีหน้าท่าทีให้เกียรติ“คำเตือนของท่านกู้เฉินข้าจดจำไว้แล้ว เรื่องระเบียบปฏิบัติและงานในสำนักต้าหลี่ ข้ายังต้องรบกวนให้ท่านช่วยชี้แนะและนำทาง”ท่าทีที่อ่อนน้อมและรู้จักให้เกียรติรุ่นพี่อย่างจริงใจของม่านฉือ ทำให้กู้เฉินชะงักไปเล็กน้อย เขาแค่นเสียงรับในลำคอเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวสาวเท้าก้าวออกไปสมทบกับพวกมือปราบด้านนอกเพื่อนำศพเข้ามาในจังหวะนั้นเอง กู้เฉินชะงักฝีเท้าลงเมื่อเหลือบไปเห็นเสี่ยวอันที่ยืนอยู่มุมห้อง ใบหน้าคมเข้มฉายแววไม่พอใจขึ้นมาทันที เขารีบหันไปมองหน้าม่านฉือสลับกับจ้องเขม็งไปยังเด็กรับใช้ ก่อนจะเอ่ยท้วงด้วยน้ำเสียงจริงจังและหงุดหงิดเล็กน้อย“เดี๋ยวก่อนแม่นางม่าน... คนติดตามของเจ้า เหตุใดถึงปล่อยให้เข้ามาเดินป้วนเปี้ยนเข้ามาถึงที่นี่ อย่าบอกนะว่าจะให้เขาเข้าไปในห้องชันสูตรได้ตามอำเภอใจ” กู้เฉินปรายตามองเสี่ยวอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-09
อ่านเพิ่มเติม

บทที่38 งานแรก

บานประตูกลางของห้องชันสูตรชั้นในถูกผลักเปิดออกด้วยมือของกู้เฉิน กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นฉุนของสมุนไพรดับกลิ่นลอยโชยมาแตะจมูกทันที ทว่าภายใต้ผ้าปิดจมูกเนื้อหนา ม่านฉือไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนหรือเบือนหน้าหนี นางก้าวเท้าตามหลังศิษย์เอกหนุ่มเข้าไปด้วยฝีก้าวที่มั่นคงภายในห้องชันสูตร มีร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวชาวบ้านนอนทอดร่างอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ร่างนั้นถูกคลุมทับด้วยผ้าดิบสีเก่าครึ้มจนมิดชิด ปลายผ้าเปียกชื้นเล็กน้อย บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการนำขึ้นมาจากน้ำได้ไม่นานส่วนภายในห้องสังเกตการณ์ด้านข้าง ซึ่งมีหน้าต่างบานยาวเปิดช่องให้มองเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องชันสูตรได้อย่างชัดเจน หม่าซิน หัวหน้าหน่วยอู่จั้วผู้ชรา กำลังนั่งจิบชาเงียบๆ เคียงข้างกับ หยางเหวินเจ๋อ ขุนนางฝ่ายสอบสวนประจำคดี และมือปราบเวรยามที่มารอติดตามฟังผล แม้ในคราแรกพวกเขาจะคิดว่าเป็นเพียงคดีคนจมน้ำตายธรรมดาและไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก แต่เนื่องจากเป็นคดีที่ถูกส่งมาจากฝ่ายตรวจการอย่างเร่งรีบ พวกเขาจึงมานั่งสังเกตการณ์รอฟังรายงานเงียบๆ ดวงตาทุกคู่จับจ้องมองคนทั้งสองผ่านหน้าต่างเพื่อรอดูท่าทีกู้เฉินหยุดยืนเว้นระยะห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม

บทที่39 ภาษาอะไรของเจ้า

ม่านฉือไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองต่อคำสบประมาทนั้น นางยังคงยืนโน้มตัวอยู่เหนือแคร่ศพ มือข้างหนึ่งสวมถุงมือหนังบางไว้เช่นเดิม นางใช้คีบโลหะขนาดเล็กคีบเศษเส้นใยสีแปลกปลอมที่ติดแน่นอยู่ภายในซอกเล็บของศพออกมาบรรจงใส่ลงในตลับกระเบื้องขนาดเล็กปิดฝาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะใช้ปลายคีบอันเดิมชี้ลงบนผิวหนังบริเวณลำคอของร่างไร้วิญญาณ“หากเป็นเพียงรอยยับจากการแช่น้ำหรือคราบโคลนตมทั่วไป ข้าคงไม่เอ่ยปากทักทายท่านให้เสียเวลาหรอก” ม่านฉือเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคงดั่งสายน้ำ นัยน์ตากลมโตฉายแววเฉียบคม “ท่านกู้... ลองเข้ามาดูใกล้ๆ สภาพผิวบริเวณนี้ให้ชัดเจนเสียก่อน”กู้เฉินขมวดคิ้วมุ่นยิ่งขึ้น ความเย่อหยิ่งในแววตาเริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยแกมตระหนัก เขาก้าวเข้าไปประชิดแคร่ไม้ไผ่โน้มกายลงต่ำเพื่อเพ่งมองตามปลายคีบที่นางชี้ให้ดูอย่างละเอียดแสงสว่างจากช่องหน้าต่างด้านบนสาดกระทบลงบนร่างไร้วิญญาณ กู้เฉินโน้มตัวเข้ามาใกล้แคร่ไม้ไผ่จนแทบชิด ดวงตาคมกริบเพ่งพินิจตามปลายคีบโลหะที่จดจ่ออยู่บนผิวเนื้อบริเวณลำคอของศพ รอยแผลที่ปรากฏเด่นชัดตัดกับผิวซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัดเจนความเงียบเข้าปกคลุมห้องชันสูตรอย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-10
อ่านเพิ่มเติม

บทที่40 ลงมีด

ม่านฉือลดสายตาลงเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพและเจียมตัว ไม่ได้แสดงท่าทีมั่นใจจนเกินไป ทั้งที่ความจริงตนเองนั้นผ่านการผ่าศพมาไม่รู้กี่ร้อยศพแล้วในภพก่อน“เรื่องนั้นข้าตระหนักดี ข้าเพียงแต่อยากทำหน้าที่ให้รอบคอบที่สุดเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ตาย หากทำผิดพลาดประการใด ข้าย่อมยินดีรับผิดชอบทุกประการ ขอท่านกู้โปรดชี้แนะด้วย”กู้เฉินเห็นท่าทีที่นอบน้อมแต่เด็ดเดี่ยวของนางเช่นนั้น ความระแวงในทีแรกจึงเบาบางลง เขากอดอกพยักหน้ารับอนุญาตเบา ๆ“ในเมื่อเจ้าสอบเข้ามาทำงานได้ ก็คงมีฝีมืออยู่บ้าง หากเจ้ามั่นใจเช่นนั้นเชิญลงมือเถอะ ข้าจะคอยดูแลความเรียบร้อยให้เอง”เมื่อได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการแล้ว ม่านฉือยังไม่รีบร้อนลงมือผ่าในทันที นางหันกลับมาพินิจพิเคราะห์ร่างผู้เสียชีวิตอย่างละเอียดรอบคอบอีกครั้ง เพื่อเก็บตกรายละเอียดภายนอกและการต่อสู้ที่ยังไม่ได้บันทึกให้ครบถ้วนเสียก่อนนางใช้นิ้วมือสวมถุงมือหนังบางพลิกฝ่ามือและข้อมือของศพขึ้นมาสำรวจอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหันไปเอ่ยบอกเจ้าหน้าที่อารักษ์ที่ถือพู่กันเตรียมจดบันทึกด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ“บันทึกเพิ่มเติม... ตรวจสอบบริเวณข้อมือทั้งสอง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-11
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
13
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status