กำเนิดนิติเวชหญิงแห่งต้าหาน กลิ่นโลหิตใต้แสงโคม

กำเนิดนิติเวชหญิงแห่งต้าหาน กลิ่นโลหิตใต้แสงโคม

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-09
Oleh:  มี่เยี่ยนBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
3 Peringkat. 3 Ulasan-ulasan
124Bab
3.8KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อกลิ่นคาวโลหิตชวนให้คลุ้มคลั่ง มีเพียงกลิ่นกายของนางเท่านั้นที่ช่วยปลอบประโลม... ท่ามกลางคดีฆาตกรรมวิปริตที่สั่นคลอนราชสำนัก เสนาบดีหนุ่มอัจฉริยะผู้เย็นชาต้องยอมสยบแทบเท้าชันสูตรศพสาวผู้แสนอันตราย นางผู้สอนให้เขารู้ว่า... ความหฤหรรษ์บนเตียงนั้นเยียวยาบาดแผลในใจได้ดีกว่าโอสถใดในใต้หล้า

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่1 กลิ่นโลหิตครั้งสุดท้าย

กำเนิดนิติเวชหญิงแห่งต้าหาน กลิ่นโลหิตใต้แสงโคม

ติ๋ง... ติ๋ง...

เสียงหยดน้ำดังสะท้อนภายในห้องชันสูตรที่เงียบสงัดและเย็นเฉียบราวกับสุสาน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นฟอร์มาลีนที่ชวนแสบจมูก ผสมปนเปกับกลิ่นคาวจาง ๆ ของความตายที่ไม่อาจลบเลือนได้หมดสิ้น แสงไฟนีออนสีขาวโพลนส่องสว่างกระทบร่างไร้วิญญาณบนเตียงสเตนเลสเงาวับ เผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ถูกกรีดเป็นแนวยาวกลางหน้าอก รอยแยกของผิวเนื้อสีซีดดูราวกับปากที่อ้ากว้างเพื่อกรีดร้องแต่ไร้เสียง

ม่านฉือ หัวหน้านิติเวชหญิงผู้ปราดเปรื่องยืนนิ่งสนิทอยู่ข้างศพ ร่างเพรียวบางในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาดูขัดกับความสยดสยองเบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง ดวงตาคู่สวยภายใต้หน้ากากอนามัยจดจ้องมองบาดแผลด้วยแววตาที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือความเวทนา สำหรับนาง... ความตายมิใช่จุดจบ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ "คำสารภาพ" ที่คนตายฝากไว้ผ่านร่องรอยบนร่างกาย

“เคสนี้คือรายที่สี่... รูปแบบการลงมีดยังคงสม่ำเสมอจนน่าขนลุก” เสียงหวานเอ่ยขึ้นนิ่ง ๆ ขณะที่มือเรียวภายใต้ถุงมือยางสีฟ้าเอื้อมไปหยิบมีดผ่าตัดเบอร์สิบ

นางบรรจงกดใบมีดลงบนผิวเนื้อสีซีดอย่างแม่นยำ น้ำหนักมือที่ลงไปนั้นสม่ำเสมอราวกับเครื่องจักร ม่านฉือกรีดเปิดหน้าอกศพเป็นรูปตัว Y อย่างรวดเร็ว ท่วงท่าของนางสง่างามราวกับศัลยแพทย์มือหนึ่ง ทว่าสิ่งที่นางกำลังวาดอยู่นั้นคือความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง

“ผู้ตายถูกทำให้เป็นอัมพาตก่อนเสียชีวิต... ดูที่รอยช้ำรอบบาดแผลสิ ฆาตกรจงใจให้เหยื่อยังมีสติรับรู้ขณะที่ถูกรีดเลือดออกจนหมดตัว” นางวิเคราะห์พลางคีบชิ้นเนื้อขนาดเล็กขึ้นมาพินิจ “สารพิษกลุ่มอัลคาลอยด์... ออกฤทธิ์เร็ว คนร้ายไม่ใช่แค่ฆาตกรโรคจิตธรรมดา แต่มันมีความรู้เรื่องสารเคมีและสรีรวิทยาอย่างดีเยี่ยม”

ม่านฉือขยับแว่นสายตา แววตาฉายชัดถึงความมั่นใจ นางรู้ดีว่าคดีนี้กำลังพัวพันไปถึงผู้มีอิทธิพลล้นฟ้า คำสั่งระงับการชันสูตรถูกส่งลงมาถึงโต๊ะทำงานของนางหลายครั้ง แต่สำหรับม่านฉือ ศพไม่เคยโกหก และนางก็ไม่ยอมให้ใครมาปิดปากศพของนางได้

“จดบันทึก... พบเศษดินปนทรายที่มีองค์ประกอบของแร่ควอตซ์สีม่วงในซอกเล็บเหยื่อ ในเมืองนี้มีที่เดียวที่มีแร่ชนิดนี้ คือเขตก่อสร้างรีสอร์ตหรูของเครือข่ายท่านรัฐมนตรี”

นั่นคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะมัดตัวคนบงการได้อยู่หมัด ม่านฉือถอนหายใจออกมาจาง ๆ จนเกิดฝ้าที่หน้ากาก นางใช้เวลาอยู่ในห้องเย็นแห่งนี้มานานกว่าสิบชั่วโมงจนร่างกายนึกประท้วงความหิว ทว่าความสำเร็จในการปลุกคนตายให้ลุกขึ้นมาพูดได้นั้นมันหอมหวานยิ่งกว่าอาหารมื้อใด

สองชั่วโมงต่อมา... สายฝนยามค่ำคืนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ราวกับฟากฟ้าพยายามจะชะล้างความโสมมของเมืองใหญ่แห่งนี้ให้สิ้นซาก ม่านฉือขับรถยนต์คันเล็กมุ่งหน้ากลับบ้านด้วยความอ่อนล้า ในกระเป๋าเอกสารข้างกายมีแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุรายงานการชันสูตรฉบับสมบูรณ์ ซึ่งนางตั้งใจจะส่งให้หน่วยงานสอบสวนกลางในเช้าวันรุ่งขึ้น

ถนนเส้นเปลี่ยวที่นางใช้เป็นทางลัดกลับบ้านนั้นมืดสนิท มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องผ่านม่านฝน ทันใดนั้นเอง รถบรรทุกคันยักษ์ที่ดับไฟหน้าซุ่มอยู่ในเงามืดก็พุ่งออกมาดักหน้าอย่างกะทันหัน

โครม!!

เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลทำให้รถของม่านฉือหมุนเคว้งกลางถนน ก่อนจะพุ่งชนเข้ากับแผงเหล็กกั้นข้างทางจนหน้ารถพังยับเยิน ถุงลมนิรภัยทำงานทันที แต่ม่านฉือก็ยังรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่หน้าผาก เลือดสีแดงฉานไหลซึมลงมาบดบังทัศนียภาพ

นางพยายามจะขยับตัว กระดูกซี่โครงที่หักทิ่มปอดทำให้ทุกลมหายใจเข้าออกเป็นความทรมานที่แสนสาหัส ม่านฉือเห็นเงาร่างของชายชุดดำสามสี่คนเดินตรงเข้ามาหาที่ซากรถ หนึ่งในนั้นถือคานเหล็กขนาดใหญ่ไว้ในมือ

“ฤทธิ์เยอะนักนะ นังตัวดี... ชอบยุ่งเรื่องคนตายนักใช่ไหม งั้นก็ไปคุยกับพวกมันในนรกเลยแล้วกัน!”

เสียงหัวเราะเยาะหยันดังแข่งกับเสียงฝน ม่านฉือมองเห็นใบหน้าของคนร้ายผ่านกระจกที่แตกละเอียด นางจำมันได้... มันคือลูกน้องคนสนิทของนักการเมืองคนนั้น ชายชุดดำง้างคานเหล็กขึ้นสุดแขนก่อนจะฟาดลงมาที่ศีรษะของนางอย่างแรง

ปึก!!

โลกทั้งใบของม่านฉือพลันดับวูบ ความเจ็บปวดที่รุนแรงที่สุดในชีวิตกลายเป็นความรู้สึกชาหนึบ นางรู้สึกเหมือนร่างของตนเองกำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่มืดมิดและหนาวเหน็บ กลิ่นคาวโลหิตที่คละคลุ้งในโพรงจมูกคือสิ่งสุดท้ายที่นางสัมผัสได้

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

soupkai_s
soupkai_s
ตอนแรกนึกว่าเรื่องจะเครียดเพราะเป็นแนวสืบสวน แต่พออ่านจริงสนุกมาก พระนางคือแซ่บ
2026-08-30 13:06:01
1
1
Nuty
Nuty
งั้นขออภัยนะคะ เห็น2วันไม่ลงเลยคิดว่าหยุดไปเฉยๆเหมือนบางเล่ม
2026-07-20 21:57:51
1
1
Nuty
Nuty
ทำไมหยุดลง ถ้ายังไม่ต่อเนื่องได้ก็ไม่สมควรลงปะ
2026-07-18 15:07:02
2
1
124 Bab
บทที่1 กลิ่นโลหิตครั้งสุดท้าย
กำเนิดนิติเวชหญิงแห่งต้าหาน กลิ่นโลหิตใต้แสงโคม ติ๋ง... ติ๋ง... เสียงหยดน้ำดังสะท้อนภายในห้องชันสูตรที่เงียบสงัดและเย็นเฉียบราวกับสุสาน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นฟอร์มาลีนที่ชวนแสบจมูก ผสมปนเปกับกลิ่นคาวจาง ๆ ของความตายที่ไม่อาจลบเลือนได้หมดสิ้น แสงไฟนีออนสีขาวโพลนส่องสว่างกระทบร่างไร้วิญญาณบนเตียงสเตนเลสเงาวับ เผยให้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ถูกกรีดเป็นแนวยาวกลางหน้าอก รอยแยกของผิวเนื้อสีซีดดูราวกับปากที่อ้ากว้างเพื่อกรีดร้องแต่ไร้เสียงม่านฉือ หัวหน้านิติเวชหญิงผู้ปราดเปรื่องยืนนิ่งสนิทอยู่ข้างศพ ร่างเพรียวบางในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาดูขัดกับความสยดสยองเบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง ดวงตาคู่สวยภายใต้หน้ากากอนามัยจดจ้องมองบาดแผลด้วยแววตาที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือความเวทนา สำหรับนาง... ความตายมิใช่จุดจบ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ "คำสารภาพ" ที่คนตายฝากไว้ผ่านร่องรอยบนร่างกาย“เคสนี้คือรายที่สี่... รูปแบบการลงมีดยังคงสม่ำเสมอจนน่าขนลุก” เสียงหวานเอ่ยขึ้นนิ่ง ๆ ขณะที่มือเรียวภายใต้ถุงมือยางสีฟ้าเอื้อมไปหยิบมีดผ่าตัดเบอร์สิบนางบรรจงกดใบมีดลงบนผิวเนื้อสีซีดอย่างแม่นยำ น้ำหนักมือที่ลงไปนั้นสม่ำเส
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-01
Baca selengkapnya
บทที่2 โลกคู่ขนาน
แแคว้นหาน กาลเวลาและดินแดนที่บิดเบี้ยวไป...ม่านฉือพยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความสากระคายของหน้าดินที่เปียกชื้น และกลิ่นคาวเลือดที่คุ้นเคยเสียจนน่าใจหาย นางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ความเป็นนิติเวชในสายเลือดทำให้สมองเริ่มประมวลผลกลิ่นรอบกายทันทีนางพยายามยันกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ร่างกายทุกส่วนรู้สึกราวกับถูกฉีกทึ้ง ทว่าพอนางลองพยายามขยับนิ้วคลำดูที่แผ่นหลัง กลับพบเพียงรอยถากบาง ๆ เท่านั้น ทั้งที่ความทรงจำสุดท้ายบอกว่าร่างนี้ถูกทำร้ายอย่างรุนแรง นางนั่งงงงวยจับต้นชนปลายไม่ถูก แววตาสับสนจดจ้องมองไปยังซากศพสามร่างที่นอนเรียงรายอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางกองเลือดสีเข้มฉับพลันนั้นเอง จิตสำนึกสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในร่างนี้พลันตีกลับเข้ามาในหัวสมองประดุจภาพวาดที่ถูกสาดด้วยหมึกสีเลือด ภาพของชายฉกรรจ์ในชุดดำนับสิบคนพุ่งออกมาจากป่า เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของสตรีคนหนึ่งดังขึ้น... นั่นคือท่านแม่ที่พยายามโผเข้ามากอดนางไว้ ท่านพ่อม่านเฉิงที่กำลังชักมีดสั้นขึ้นสู้แต่กลับถูกฟันเข้าที่อกอย่างแรงจนทรุดลงไป และภาพที่บีบหัวใจที่สุดคือพี่ชายม่านเหวินที่พยายามกระโจนเข้าใส่คนร้ายเพื่
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-01
Baca selengkapnya
 บทที่3 ทายาทม่านอู่จั้วคนสุดท้าย
คำขอที่ดูเกินตัวทำให้หัวหน้ากองปราบชะงักไปเล็กน้อย ม่านฉือจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าจะนำจดหมายฉบับนี้ไปรายงานตัวที่ศาลต้าหลี่เพื่อรับตำแหน่งแทนท่านพ่อ หากข้าได้รับเลือกเข้าทำงานและมีรายได้เพียงพอแล้ว ข้าขอสัญญาว่าจะกลับมารับศพของทุกคนไปทำพิธีให้ถูกต้องตามประเพณีให้ได้เจ้าค่ะ”ม่านฉือขยับตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ แม้เสื้อผ้าจะเปรอะเปื้อนแต่แผ่นหลังกลับเหยียดตรงอย่างสง่างาม นางเดินตรงไปที่โต๊ะไม้ตัวนั้น มือเรียวบางยื่นออกไปรวบห่อผ้าและกล่องมีดชันสูตรของบิดามาไว้แนบอก“ข้าจะเดินทางไปเมืองหลวงเจ้าค่ะ”สิ้นคำพูดของนาง เสียงหัวเราะพรืดก็ดังขึ้นจากเหล่ามือปราบที่ยืนอยู่รอบ ๆ บางคนถึงกับกุมท้องหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับได้ฟังเรื่องตลกที่สุดในชีวิต“ฮ่า ๆ ๆ แม่นาง... เจ้าล้อพวกข้าเล่นใช่ไหม จะไปรายงานตัวแทนพ่อเนี่ยนะ เจ้าจะไปทำอะไรที่ศาลต้าหลี่ อย่าบอกนะว่าผู้หญิงอย่างเจ้าพลิกศพได้ ไม่มีทางหรอก ตั้งแต่ข้าทำงานมาครึ่งค่อนชีวิต ไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนกล้าจับศพเน่าหรือลุยเลือดลุยหนองมาก่อนเลย แค่เห็นเลือดไก่พวกเจ้าก็กรีดร้องจนสลบไปแล้วกระมัง”ม่านฉือยืนนิ่งฟังคำดูถูกเหล่านั้นด้วยสีหน้าที่ไม่
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-01
Baca selengkapnya
บทที่4 มู่เฉิงอวี้
ภายในห้องรับรองพิเศษในศาลาว่าการ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความเงียบเชียบและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ศาลาว่าการแห่งนี้ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่โอ่อ่า หรูหรา และทรงอำนาจที่สุดในเมืองห่างไกลเช่นนี้แล้ว เสากลมถากจากไม้ซุงเนื้อดีทาสีแดงชาดสลักลายมังกรคาบแก้วค้ำยันเพดานสูง โคมไฟระย้าแก้วเจียระไนส่องแสงสว่างไสวสะท้อนกับพื้นหินขัดเงาวับ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในห้องยามนี้ กลับไม่ใช่ความหรูหราของสถานที่ แต่เป็นกลิ่นหอมเย็นฉุนจัดของสมุนไพรและเครื่องเทศชั้นดีจากเมืองหลวงที่อบอวลไปทั่วทุกตารางนิ้ว มันเข้มข้นเสียจนสามารถกลบกลิ่นไออับชื้นจาง ๆ ได้อย่างหมดจดหลังฉากกั้นไม้จันทน์หอมฉลุลวดลายประณีต ปรากฏร่างสูงโปร่งของบุรุษผู้หนึ่งนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้ไม้จื่อถานแกะสลัก จวิ้นอ๋อง มู่เฉิงอวี้ เสนาบดีหนุ่มผู้กุมชะตายุติธรรมแห่งศาลต้าหลี่ จ้องมองเอกสารคดีในมือด้วยแววตาเรียบนิ่งดุจผิวน้ำในสระเหมันต์ เรือนร่างสง่างามสมส่วนถูกห่อหุ้มด้วยชุดลำลองผ้าไหมเนื้อดีสีครามเข้ม แขนเสื้อตัดเย็บกระชับตัว แถบผ้าทอประกายล้อแสงไฟอย่างหรูหรา สายคาดเอวแผ่นหยกสลักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาบ่งบอกฐานะอันสูงส่งล้นฟ้าที่แม้แต่ผู้ว่าการม
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-01
Baca selengkapnya
 บทที่5 บททดสอบจากหลังม่าน
เหยาหมิงที่ได้ยินถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยวิจารณ์เสียงเบาอย่างตรงไปตรงมาตามนิสัยโผงผางกว่าคุณชายตระกูลใหญ่ทั่วไป “สตรีจะไปเป็นอู่จั้ว? ช่างโอหังนัก ศาลต้าหลี่ไม่ใช่สถานที่ให้เด็กสาวมาเดินเล่นประท้วงเรื่องตำแหน่งเช่นนี้”มู่เฉิงอวี้กลับไม่ได้เอ่ยขัด ชายหนุ่มนิ่งฟังเสียงฝีเท้าและเสียงโต้เถียงของเด็กสาวนามว่าม่านฉือกับหัวหน้ากองปราบท้องถิ่นอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากที่เคยเหยียดตรงพลันจุดรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความหมาย แววตาคู่คมฉายประกายฉงนปนท้าทายสตรีธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่เพิ่งสูญเสียครอบครัวไปแท้ ๆ แทนที่จะร้องไห้ฟูมฟายกลับลุกขึ้นมาประกาศกร้าวจะทำหน้าที่พลิกศพแทนบิดา ซ้ำยังกล้าต่อปากต่อคำกับเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการอันน่าเกรงขามแห่งนี้อย่างไม่กลัวอาญา... นาง ‘ดีแต่ปาก’ เพราะความโง่เขลา หรือนาง ‘มีดี’ อยู่ในตัวจริง ๆ กันแน่?แต่ไม่ว่าอย่างไร ยามนี้ศาลต้าหลี่ก็กำลังขาดแคลนคน และเขาก็ไม่มีเวลาเหลือมากพอจะไปงมหาอู่จั้วฝีมือดีจากที่อื่นมากนัก หากยัยเด็กห้องข้าง ๆ คนนี้สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่ามีฝีมือจริงตามที่ลั่นวาจาไว้ การดึงนางไปใช้งานที่เมืองหลวงก็อาจเป็นทางเลือกที่ดี“เหยาหมิง...” เสนาบดีหนุ่ม
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-01
Baca selengkapnya
บทที่6 สายตาดูแคลน
หลังจากหัวหน้ากองปราบท้องถิ่นสะบัดหน้าหนีหมดความสนใจ ม่านฉือยังคงนั่งสงบสติอารมณ์อยู่มุมห้องโถงกลาง มือเรียวยังคงลูบไล้ฝากล่องเครื่องมือชันสูตรของบิดาเบา ๆ สายตาคู่งามกวาดมองสภาพที่ว่าการอำเภอชายขอบพลางประมวลผลความคิดในหัว‘แคว้นหาน... โลกคู่ขนานที่ไม่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์เดิม แต่กลับมีระบบข้าราชการและการชันสูตรศพที่คล้ายคลึงกัน’นางแอบประเมินสถานการณ์ในใจ แม้หัวหน้ากองปราบจะยอมรับปากว่าจะช่วยฝากฝังให้นางติดขบวนสินค้าของสำนักคุ้มภัยเดินทางเข้าเมืองหลวง ทว่าสายตาดูแคลนรอบกายจากพวกมือปราบท้องถิ่นที่ยังคงจับจ้องมาเป็นระยะ บ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขายังคงมองความตั้งใจของนางเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันของสตรีที่ไม่เจียมตัว เสียงหัวเราะเยาะและสายตาเหยียดหยามเหล่านั้นดำเนินไปครามครัน แต่หารู้ไม่ว่าอีกไม่นานมันจะถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงยามนั้น หัวหน้ากองปราบท้องถิ่นผู้ซึ่งลึก ๆ แล้วยังคงหลงเหลือความเวทนาต่อโศกนาฏกรรมของตระกูลม่านอยู่บ้าง เมื่อเห็นหญิงสาวไร้ที่พึ่งนั่งตระหง่านท้าทายสายตาผู้คนอยู่ในห้องโถงนานเข้า ก็ทนความอึดอัดไม่ไหว เขาโบกมือเรียกเจ้าหน้าที่รุ่นเยาว์ผู้หนึ่งให้เข้ามาหา ก่อนจะกระซิบสั
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-09
Baca selengkapnya
บทที่7 โอกาสแสดงฝีมือ
ความเงียบสงัดภายในห้องพักดำเนินไปครามครัน ทว่ามันกลับถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงในไม่กี่อึดใจต่อมา เมื่อเสียงเคาะประตูไม้ดังระรัวขึ้นสองสามครั้งอย่างเร่งร้อน ม่านฉือชะงักมือขยับปิดฝากล่องเครื่องมือชันสูตรลงดัง กึก! ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปดึงสลักเปิดประตูบานหนาออกช้า ๆที่เบื้องหลังบานประตูนั้น ปรากฏร่างของเจ้าหน้าที่คนเมื่อครู่ยืนรออยู่ด้านนอกท่าทางกระหืดกระหอบ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและอึกอักอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่กล้าแม้แต่จะก้าวล้ำหน้าธรณีประตูเข้ามา ทำเพียงรายงานอย่างลนลานอยู่ด้านนอก“แม่นางม่าน หัวหน้ากองปราบมีคำสั่งด่วน สั่งให้เจ้าไปพบที่เรือนเก็บศพด้านหลังเดี๋ยวนี้ อย่าลืมเอาเครื่องมือของเจ้าไปด้วยเล่า”ถ้อยคำเหล่านั้นทำให้ม่านฉือประหลาดใจเล็กน้อย คิ้วเรียวงามขมวดมุ่นพลางกระชับกล่องเครื่องมือชันสูตรแนบอก ระหว่างที่ก้าวเท้าออกจากห้องพักแล้วเดินตามเจ้าหน้าที่ผู้นั้นกลับมายังระเบียงไม้ทางเดินยาวที่ทอดตัวสู่ส่วนหลังของที่ว่าการ นางพบหัวหน้ากองปราบท้องถิ่นยืนรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดปนหน้าถอดสี“ม่านฉือ... ยามนี้ในที่ว่าการมีศพชายหนุ่มจากคดีฆาตกรรมสำคัญที่เพิ่งเกิดขึ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-09
Baca selengkapnya
บทที่8 ก็พี่ชายเป็นว่าที่สามีของข้านี่นา
ใบหน้าคมคาย สันกรามเกลาได้รูป และนัยน์ตาเรียวยาวทรงอำนาจของบุรุษที่กำลังกดทับร่างของนางอยู่ในยามนี้ ช่างเหมือนราวกับพิมพ์เดียวกันกับ ‘มู่เฉิงอวี้’ ชายหนุ่มที่เป็นคู่หมั้นและเป็นรักข้างเดียวของนางในโลกก่อนไม่มีผิดเพี้ยนความตกใจประดังประเดประกอบกับสัญชาตญาณที่คิดว่าได้เจอคนคุ้นเคยในต่างโลกอันอ้างว้าง ทำให้นางลืมสิ้นทุกสิ่งรอบกาย ม่านฉือเผยอริมฝีปากที่เพิ่งผละออกจากกันเล็กน้อย ก่อนจะหลุดปากร้องเรียกชื่อที่เคยใช้เรียกเขาในอดีตออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าและแฝงความโหยหาลึกซึ้ง“พี่... พี่เฉิงอวี้... พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน”คำเรียกขานอันสนิทสนมที่หลุดออกจากปากของหญิงสาวมอมแมมในระยะประชิด ทำให้มู่เฉิงอวี้ที่กำลังตกอยู่ในอาการตะลึงงันถึงกับชะงักงันดวงตาหดแคบลง นัยน์ตาที่มักจะเย็นชาดุจน้ำแข็งของเสนาบดีหนุ่มฉายแววระแวดระวังและแปลกใจอย่างปิดไม่มิด คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันทันทีเขาเพิ่งจะเดินทางมาถึงที่ว่าการอำเภอชายขอบแห่งนี้อย่างไม่เป็นทางการหลังจากมีคนแจ้งว่าเกิดคดีฆาตกรรมแบบเดียวกับที่เขาเร่งติดตามอยู่ นอกจากเจ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-10
Baca selengkapnya
บทที่9 ในเมื่อท่านจูบข้าแล้วก็ต้องรับผิดชอบ
มู่เฉิงอวี้ยังไม่ทันได้อ้าปากเค้นถามด้วยความเดือดดาล กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวจากกายของนางที่ลอยมาปะทะจมูกบวกกับสัมผัสอุ่นนุ่มที่ริมฝีปากซึ่งยังคงหลงเหลือไออุ่นจาง ๆ กลับยิ่งทำให้หัวใจของท่านอ๋องผู้เย็นชาสั่นไหวอย่างรุนแรงจนแทบจะทะลุอก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีสตรีใดทำให้เขารู้สึกเช่นนี้มาก่อน มันทั้งสับสน ทั้งระแวง และทั้งปั่นป่วนจนทำอะไรไม่ถูกแต่ม่านฉือหาใช่หญิงสาวขี้อายในกรอบธรรมเนียมไม่ ชาติก่อนนางเคยผิดหวังเพราะมัวแต่แสร้งเอียงอายและระรอคอยให้ผู้ใหญ่จัดการไปตามเรื่องจนต้องตายไปก่อนพร้อมกับความรักข้างเดียว โดยที่เขายังคงทำตัวเย็นชาห่างเหิน ไม่มีท่าทีจะรักตอบ แต่ในเมื่อยามนี้เขาในโลกคู่ขนานทิ้งตัวลงมานอนทับร่างนางไว้ทั้งตัวเช่นนี้...แทนที่จะผลักไสหรือแสดงท่าทีตระหนกตกใจอย่างที่สตรีทั่วไปควรทำ มือเรียวบางของม่านฉือกลับเลื่อนจากคอเสื้อคลุมหรูหรา ขยับขึ้นไปลูบไล้แผงอกแกร่งหนาของเสนาบดีหนุ่มเบา ๆ อย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวกรีดกรายผ่านเนื้อผ้าไหมชั้นดีอย่างแช่มช้า แววตากลมโตที่เคยราบเรียบแปรเปลี่ยนเป็นฉายประกายวิบวับ ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยจริตจะก้านเย้ายวนชวนใ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-10
Baca selengkapnya
บทที่10 ใต้เท้าเพิ่งทำลายความบริสุทธิ์ของข้า
“ใช่แล้ว... ฮึก คุณชายเพิ่งทำลายความบริสุทธิ์ของข้าเมื่อกี้นี้เองเจ้าค่ะ”ม่านฉือเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แสร้งก้มหน้าลงต่ำจนเส้นผมหลุดลุ่ยลงมาปรกแก้ม ร่างบางสั่นระริกราวกับสตรีที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันบอบช้ำและกำลังเหนียมอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ทั้งที่ในใจของอดีตหัวหน้านิติเวชสาวกำลังแอบหัวเราะร่าอย่างสะใจที่คุมเกมได้อยู่หมัด'จวิ้นอ๋องท่านช่างว่องไวนัก!' เหยาหมิงร่ำร้องในใจด้วยความตื่นตะหนกแกมเลื่อมใส ไม่นึกเลยว่าสหายรักผู้แสนเคร่งครัด พอถึงเวลาจะลงมือเผด็จศึกสตรีกลางที่ว่าการอำเภออย่างอุกอาจเยี่ยงนี้“เลิกพูดจาเลอะเทอะเสียทีเหยาหมิง! เจ้าคิดไปถึงที่ใดกัน!”ในที่สุด เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของมู่เฉิงอวี้ก็ตวาดกร้าวขึ้นมาเพื่อกู้เกียรติยศที่กำลังจะป่นปี้ อ๋องหนุ่มสะกดกลั้นความปั่นป่วนในอก ชายหนุ่มใช้แรงมหาศาลแกะเรียวแขนบางของสตรีเบื้องล่างออกจากลำคอของตน ก่อนจะสลัดกายหยัดลุกขึ้นยืนช้า ๆ พลางจัดแต่งเสื้อคลุมผ้าไหมหรูหราให้เข้าที่ด้วยท่าทางสง่างามดั่งเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ทว่า... เสียงโวยวายลนลานของเหย
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-11
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status