บททั้งหมดของ ข้าไม่ใช่ตัวประหลาด: บทที่ 111 - บทที่ 118

118

เมิ่งลี่ตื่นตะลึง (4)

“นี่เจ้า!”“เร็วเข้า ข้ายังมีงานมากมายต้องทำ” คนตัวเล็กเอ่ยปากเร่ง เพราะยังต้องไปเตรียมสมุนไพรให้หม่าเซียวหรานและต้องไปดูสุราผูเถาสีรุ้งอีกด้วยอีกทั้งต้นผูเถาสีรุ้งที่นางนำมาปลูกเอาไว้เมื่อคราวออกจากป่าร้อยอสูร หลังจากปลูกไว้ก็ไม่ได้สนใจอีกเลย ไม่รู้ว่าตอนนี้จะโตขึ้นมาบ้างหรือไม่“เจ้า!”คุณหนูเมิ่งทำได้เพียงแค่ชักสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ยอมทำตามที่ไป๋เสวี่ยบอก นั่นคือการหยดเลือดลงบนกำไลหยกสีขาว ก่อนจะสวมใส่กำไลเอาไว้ทันที หลี่ฉิงกับหลี่หรูเองก็รีบทำตามนายของตนหลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ไป๋เสวี่ยก็เดินนำคนทั้งหมดผ่านหมอกหนาเข้ามาด้านใน ไม่นานนักประตูรั้วขนาดใหญ่ที่ดูแข็งแกร่งก็ปรากฏต่อสายตาของนาง“คุณหนูใหญ่”เวรยามที่ทำหน้าที่เฝ้าหน้าประตูคุกเข่าลงคารวะไป๋เสวี่ยทันที ไป๋เสวี่ยจึงสั่งให้พวกเขาทำหน้าที่ต่อไปและเดินผ่านเข้ามาในจวน“ท่านอา!”ทันทีที่ก้าวเข้ามาด้านใน ไป๋เทียนก็รีบวิ่งมาหาด้วยความรีบร้อน“มีอันใดหรือเทียนเอ๋อร์” ไป๋เสวี่ยถามหลานชายตัวน้อยที่ตอนนี้มีพลังยุทธ์อยู่ในระดับกลางขั้นต่ำแล้วเพียงแค่ห้าข
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-01
อ่านเพิ่มเติม

เมิ่งลี่ตื่นตะลึง (5)

เขาไม่รู้ว่าหากสัตว์ให้การยอมรับแล้ว ต่อให้ไม่มีพันธะผูกพัน มันก็จะเชื่อฟังผู้ที่มันยอมรับอยู่ดี“ส่วนเจ้าตอนนี้นั้นสามารถสร้างพันธสัญญากับสัตว์อสูรได้แล้ว แต่หากอยากทำพันธสัญญากับสัตว์วิญญาณเจ้าต้องมีพลังยุทธ์อยู่ในระดับจิตวิญญาณเสียก่อน เข้าใจหรือไม่” ผู้เป็นอาอธิบายให้หลานชายได้เข้าใจถึงความแตกต่างทั้งหมดจนครบถ้วน“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ” เมื่อได้ฟังทั้งหมด ไป๋เทียนก็พยักหน้ารับเวลาที่ได้สนทนากับท่านอายามใด เขามักจะได้ความรู้ใหม่ ๆ มาเสมอ เจ้าตัวกลมยกยิ้มยินดี“เรื่องสัตว์ในพันธสัญญาเจ้าไม่จำเป็นต้องรีบร้อนไป เพราะในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็มีคนไม่มากที่จะมีสัตว์ในพันธสัญญา อีกทั้งไม่มีตระกูลใดที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์เหล่านั้นเช่นเดียวกับพวกเรา”“ขอรับท่านอา ว่าแต่...นี่ผู้ใดกันหรือ”เด็กชายเมื่อเข้าใจแล้ว ก็เพิ่งสังเกตเห็นสตรีแปลกหน้าสามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของไป๋เสวี่ย ที่ตอนนี้กำลังทำสีหน้าแปลกประหลาดกันอยู่ ยามเมื่อได้ยินบทสนทนาของสองอาหลานเมิ่งลี่ หลี่ฉิงและหลี่หรู ตอนนี้กำลังตื่นตะลึงกับพลังวิญญาณที่หนาแน่นในตระกูลไป๋ที่ตัวเองไม่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-01
อ่านเพิ่มเติม

ตระกูลไป๋ตรงหน้า (1)

หลังจากนั้นไป๋เสวี่ยก็พาเมิ่งลี่เดินมาหาไป๋หลิงที่เรือนด้านหลัง เมิ่งลี่ยิ่งเข้ามาในตระกูลไป๋ก็ยิ่งรู้สึกยำเกรงอย่างบอกไม่ถูก เพราะสมุนไพรมากมายที่มี รวมไปถึงผลึกวิญญาณที่วางอยู่ให้ได้เห็นราวกับเป็นของตกแต่งเท่านั้น นางยิ่งไม่อาจคาดเดาฐานะของคนตระกูลไป๋ได้เกรงกลัว หญิงสาวกำลังรู้สึกเช่นนี้ตระกูลไป๋นั้นลึกลับเกินกว่าที่นางจะคาดเดาสิ่งใดได้แล้ว ไม่แน่ว่าหากเกิดเรื่องใดขึ้นกับนางที่นี่ ท่านตาท่านยายคงจะเข้าข้างตระกูลไป๋อย่างแน่นอน เพราะพวกเขาน่าจะสำคัญมากกว่านางคุณหนูสกุลเมิ่งคิดอย่างท้อแท้และเจ็บปวดใจไป๋เสวี่ยเดินนำเมิ่งลี่มาตามทางเดินที่ร่มรื่นและเงียบสงบ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนอื่นมาที่จวนตระกูลไป๋ หลังจากพัฒนาตระกูลแล้วเพราะเมิ่งเสียนกับไป๋เหลียนนั้นกลับไปก่อนที่ไป๋เสวี่ยจะเริ่มพัฒนา ทำให้คนภายนอกกลุ่มแรกที่ได้เห็นถึงความร่ำรวยของตระกูลไป๋ก็คือเมิ่งลี่และบ่าวรับใช้ของนางนั่นเองคนตัวเล็กเดินนำเมิ่งลี่ผ่านมาทางลานฝึกยุทธ์ที่นางเป็นคนออกแบบขึ้นมาด้วยตนเองซึ่งเป็นรูปแบบการฝึกของโลกก่อนที่นางเคยได้รับในสถาบ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-02
อ่านเพิ่มเติม

ตระกูลไป๋ตรงหน้า (2)

“จื่อจ้งเล่า” คนตัวเล็กถามเมื่อมองไปรอบ ๆ แล้วไม่เห็นจื่อจ้ง“ท่านอาจารย์ออกไปกับคุณชายใหญ่ขอรับ” องครักษ์ผู้หนึ่งเป็นตัวแทนตอบคำถามไป๋เสวี่ย“เช่นนั้นหรือ จื่อซู่ เจ้าก็อยู่ฝึกฝนเถิด ไม่ต้องตามข้ามาแล้ว” ไป๋เสวี่ยหันไปสั่งจื่อซู่ที่ติดตามนางมาตลอดทั้งวัน“ขอรับคุณหนู” ได้ยินคำสั่งของคุณหนูใหญ่ จื่อซู่ก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เขารีบเดินไปรวมกับองครักษ์คนอื่น ๆ ที่กำลังฝึกหนัก“ไปกันเถอะ” หลังจากนั้นไป๋เสวี่ยก็หันไปมองเมิ่งลี่ พร้อมเดินนำทางผ่านลานฝึกยุทธ์ไป ตั้งแต่เข้ามาในตระกูลไป๋จนถึงตอนนี้ สีหน้าของเมิ่งลี่ก็ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ เพราะนางได้เห็นถึงความแตกต่างของตัวเองกับไป๋เสวี่ยอย่างชัดเจน เด็กหญิงตรงหน้าไม่ว่าจะเดินไปในทิศทางใด ต่างก็ได้รับการเคารพจากทุกคน ทั้งยังเป็นการเคารพด้วยใจไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำเช่นที่นางเคยได้รับที่จวนตระกูลเมิ่งความรู้สึกที่มีคนเคารพนับถือด้วยตัวและหัวใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งลี่รู้สึกว่าอยากจะได้รับมันบ้างไป๋เสวี่ยเหลือบมองสีหน้าของเมิ่งลี่อยู่ตลอด ทั้งยังมองไปยังกำไลข้อมือที่นาง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-02
อ่านเพิ่มเติม

ตระกูลไป๋ตรงหน้า (3)

เรือนที่ใช้สำหรับเรียนโอสถนั้นตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับเรือนของท่านปู่และสวนสมุนไพรกลาง ถัดไปไม่ไกลกันนัก เป็นเรือนสำหรับเรียนอักขระของผู้ใช้อักขระซึ่งมีจื่อผิงเป็นผู้ดูแลส่วนเรือนของไป๋เสวี่ยนั้นอยู่ด้านหลังสุด เป็นสถานที่ที่ไม่ใช่ทางผ่านของผู้ใดด้านหลังเรือนไปเป็นพื้นที่ส่วนตัวของคุณหนูใหญ่ที่ห้ามคนภายนอกเข้าไปอย่างเด็ดขาด เพราะอยู่ท้ายจวนพอดี จึงไม่มีผู้ใดผ่านไปทางนั้นอยู่แล้ว และที่สำคัญก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของไป๋เสวี่ยด้วยคนตระกูลไป๋ถือคำพูดของไป๋เสวี่ยคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะสิ่งที่ไป๋เสวี่ยพูดมักจะเป็นเรื่องจริงที่เชื่อถือได้เสมอหากไป๋เสวี่ยบอกว่ารักษาได้ นางย่อมรักษาได้ หากไป๋เสวี่ยบอกว่าอันตราย สิ่งนั้นย่อมอันตรายจริง ๆ  พวกเขาเรียนรู้ว่าต้องเชื่อฟังคำพูดของคุณหนูใหญ่ทุกครั้ง“ทำสิ่งใดกันอยู่” ไป๋เสวี่ยถามไป๋หลัน ที่ตอนนี้เป็นผู้ใช้โอสถระดับกลางแล้ว แต่พลังยุทธ์ยังคงอยู่ในระดับต่ำเช่นเดิมอย่างที่เคยบอกไปว่าผู้ครอบครองธาตุพิเศษนั้น จะพัฒนาพลังยุทธ์ได้ช้ากว่าผู้ที่ครอบครองธาตุสามัญอยู่แล้วแต่เรื่องนี้สำหรับไป๋เสวี่ยถือ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-02
อ่านเพิ่มเติม

ต้องปรับตัว (1)

ไป๋เสวี่ยพาเมิ่งลี่มาเจอไป๋หลิงที่นั่งอยู่ในเรือนที่ใช้ศึกษาของผู้ใช้โอสถ ก่อนจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ไป๋หลิงฟังทั้งหมด ซึ่งไป๋หลิงก็พยักหน้าเข้าใจเป็นอย่างดี“มาอยู่ที่นี่หนึ่งเดือนอย่างนั้นหรือ”“เจ้าค่ะท่านปู่” ไป๋เสวี่ยพยักหน้ารับ“เช่นนั้นจะให้นางทำอันใดเล่า” ชายชราครุ่นคิด เพราะเขานั้นไม่ได้รู้จักกับหลานสาวของไป๋เหลียนเลยแม้แต่น้อย แต่อย่างไรไป๋เสวี่ยก็รับปากไปแล้ว ก็คงจะต้องดูแลและสั่งสอนให้ดี“เรื่องนี้ข้าให้ท่านปู่ตัดสินใจก็แล้วกันเจ้าค่ะ” นางนั้นมีธุระต้องรีบไปจัดการ จึงยกเรื่องของเมิ่งลี่ให้ท่านปู่เป็นคนตัดสินใจแทนจะบอกว่าโยนภาระให้ไป๋หลิงรับผิดชอบคงไม่ได้ เพราะว่านางเพียงแค่ติดธุระและยังไม่ว่างก็เท่านั้น “เจ้าชื่อเมิ่งลี่รึ” ผู้ชราหันไปคุยกับเมิ่งลี่ด้วยความที่เป็นหมอ ทำให้บุคลิกของไป๋หลิงนั้นดูเป็นคนใจดีและอ่อนโยน ไม่ได้ดูดุดันเช่นท่านตา เมิ่งลี่จึงรู้สึกสงบใจตัวเองลงได้ยามที่ต้องพูดคุยกับผู้เฒ่าไป๋“เจ้าค่ะท่าน...”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-03
อ่านเพิ่มเติม

ต้องปรับตัว (2)

“เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าไปเรียนกับจื่อจ้งก็แล้วกัน เขาเป็นอาจารย์สอนวรยุทธ์ของตระกูลไป๋” ได้ฟังเช่นนั้นไป๋หลิงก็ตัดสินใจได้และพูดขึ้นมา“เจ้าค่ะท่านปู่” เมิ่งลี่พยักหน้ารับไม่มีข้อโต้แย้งใด อีกทั้งนางยังมองว่านี่เป็นเรื่องดีที่จะได้ฝึกฝนวรยุทธ์ ดีกว่าต้องไปรับใช้ไป๋เสวี่ย หญิงสาวคิดด้วยความพอใจ“เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวรับใช้พาเจ้าไปส่งที่เรือนรับรอง วันนี้เจ้าก็ไปพักเสียเถอะ แล้วพรุ่งนี้ยามเช้าค่อยไปที่ลานฝึกยุทธ์”ลานฝึกยุทธ์นั้นไม่ได้มีเพียงแค่บุรุษที่ฝึกฝนแต่ยังมีสตรีอีกด้วย และยังมีสตรีบางคนที่แข็งแกร่งจนได้เป็นหนึ่งในองครักษ์ยี่สิบห้าคนนั่นก็คือ เฟิ่งจิ่ว นางเป็นองครักษ์หญิงเพียงคนเดียว และยังเป็นผู้นำของเหล่าสตรีที่อยากจะแข็งแกร่งอีกด้วยตอนนี้ตระกูลไป๋ไม่มีผู้ใดที่ใช้พลังธาตุไม่ได้อีกแล้ว อีกทั้งทุกคนยังมีพลังยุทธ์อยู่ในระดับกลางขึ้นไป ยกเว้นพวกเด็ก ๆ บางคนที่เพิ่งปลุกพลังของตัวเองขึ้นมาได้ และบางคนที่มีธาตุพิเศษซึ่งจะพัฒนาพลังยุทธ์ช้ากว่ามากไป๋หลิงให้บ่าวรับใช้พาเมิ่งลี่เดินสำรวจดูรอบ ๆ จวน เพื่อบอกและแนะนำข้อห้ามต่าง ๆ ของตระกู
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-03
อ่านเพิ่มเติม

ต้องปรับตัว (3)

“เจ้าตื่นเต้นที่ดอกอรุณวารีสีทองกำลังจะบานมากกว่า ยังจะพูดถึงฤดูใบไม้ผลิอีก” ผู้เป็นนายส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าผีเสื้อสวรรค์อย่างไป๋เตี๋ยนั้นชื่นชอบดอกอรุณวารีสีทองมากเพียงใด ถึงขั้นห้ามไม่ให้สัตว์วิญญาณตัวใดก้าวล้ำไปยังสถานที่ที่ดอกอรุณวารีสีทองอยู่โดยเด็ดขาดดอกอรุณวารีสีทองนั้นเป็นอีกหนึ่งในดอกไม้ในตำนาน มันหายากมาก มากกว่าดอกจันทราหวนด้วยซ้ำสรรพคุณของดอกอรุณวารีสีทองคือการยื้อชีวิต หากเหลือเพียงเสี้ยวลมหายใจ ต่อให้เจ็บหนักเจียนตายเพียงใดดอกอรุณวารีสีทองก็สามารถยื้อกลับมาได้แต่ดอกอรุณวารีสีทองนั้นไม่สามารถกินสด ๆ ได้ หรือสูดกลิ่นก็รักษาพิษได้เช่นดอกจันทราหวน แต่จะต้องนำไปปรุงเป็นโอสถเท่านั้น ซึ่งโอสถวารีสีทองนั้น ก็ปรุงยากมาก ๆ แม้แต่ผู้ใช้โอสถระดับเทวะ ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถปรุงโอสถชนิดนี้ได้มันจึงถูกเรียกขานว่าตำนานเพราะเหตุนี้นี่เอง อีกทั้งในมิติจิตของไป๋เสวี่ยก็ยังมีดอกอรุณวารีสีทองเพียงแค่ดอกเดียวเท่านั้นส่วนที่ไป๋เตี๋ยชื่นชอบดอกอรุณวารีสีทองมากนั้น คงเป็นเพราะว่ากลิ่นที่หอมไปไกลหลายสิบลี้และรสชา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-03
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
789101112
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status