เข้าสู่ระบบ“เจ้าตื่นเต้นที่ดอกอรุณวารีสีทองกำลังจะบานมากกว่า ยังจะพูดถึงฤดูใบไม้ผลิอีก” ผู้เป็นน
ไป๋เสวี่ยในสายตาของหูเจียนนั้น คือสตรีตัวน้อยอายุไม่น่าจะเกินสิบปี ใบหน้าเรียวเล็กและน่าจะเล็กกว่าฝ่ามือของเขาเสียด้วยซ้ำ ผิวขาวดุจหยกชั้นเลิศ ดวงตากลมโตสว่างไสวสดใสดูไร้พิษสงคนผู้นี้หรือผู้ใช้โอสถ คนผู้นี้หรือผู้มีพระคุณของหูอี้เทียนหูเจียนครั้งแรกที่ได้เห็นจื่อซู่ ก็คิดว่าคนผู้นั้นเป็นผู้ใช้โอสถ แต่กลับไม่ใช่ ผู้ที่ยืนเฝ้าหน้ากระโจมและมีทีท่าคล้ายกับกำลังปกป้องอยู่เช่นนั้น ไม่ใช่ผู้ใช้โอสถอย่างแน่นอนส่วนเฟิ่งจิ่ว สตรีผู้นั้นงดงามเย้ายวนคล้ายจิ้งจอกจำแลง แต่กลับมีกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันที่รุนแรงยิ่งกว่าเขามากนัก ดูอย่างไรก็คงจะไม่ใช่ผู้ใช้โอสถแต่เมื่อเขาได้เข้ามาในกระโจมที่น้องชายของตนได้จัดเตรียมเอาไว้ กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายสบายขึ้นก็ลอยมาให้เขาได้รับรู้ แม้ว่าภายในกระโจมจะมีสตรีอยู่สองคนคือไป๋เสวี่ยกับจื่อถิง แต่หูเจียนก็รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าผู้ใดน่าจะเป็นผู้ใช้โอสถที่หูอี้เทียนพูดถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังดูเด็ก แต่เขาก็ไม่ลืมว่าผู้ใช้โอสถมีวิชาปรุงยาที่ล้ำลึกมาก ไม่แน่ว่าคนตรงหน้าอาจจะมีอายุเป็นร้อย ๆ ปีแล้วก็ได้“เจ้าค
หูเจียนขี่ม้าสายลม นำทางรถม้าหลังใหญ่เพื่อไปรับไป๋เสวี่ยแต่ด้วยความสามารถที่ต่างกันของม้าป่า กับม้าสายลมทำให้ยามนี้หูเจียนมาถึงที่หน้าประตูใหญ่ ซึ่งเป็นประตูทางเข้าและออกทางเดียวของเกาะสายลมก่อน“กระโจมของผู้ที่มากับอี้เทียนอยู่ที่ใด” หูเจียนหันไปถามเวรยามที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูเขาไม่คิดจะรอรถม้าที่ตามหลังมา เพราะหูเจียนคิดจะไปพูดคุยกับไป๋เสวี่ยก่อน เพื่อประเมินว่าอีกฝ่ายมาดีหรือมาร้าย และนางสามารถไว้ใจได้หรือไม่“อยู่ตรงท่าเรือขอรับคุณชายใหญ่”“อืม” เมื่อได้ยินคำตอบ หูเจียนก็ควบม้าตรงไปยังประตูใหญ่ เวรยามที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเร่งเปิดประตูให้ชายหนุ่มทันทีการออกไปจากเกาะสายลม นอกเหนือจากเวลาที่กำหนด หากเป็นผู้อื่นคงจะไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้ได้ แต่เพราะผู้ที่กำลังจะออกไปเป็นหูเจียน คนที่จะเป็นผู้นำคนต่อไปของเกาะสายลมเวรยามจึงไม่อาจจะขัดขวางได้ หรือหากขัดขวางได้ พวกเขาก็ไม่คิดจะทำเพราะว่าคุณชายใหญ่ไม่ใช่คนที่จะกระทำการสิ่งใดโดยพลการเช่นนี้พวกเขาจึงคิดว่าหูเจียนจำเป็นจะต้องออกไปจากเกาะ และดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกั
เสียงรถม้าที่วิ่งออกจากจวนตระกูลหูด้วยความรีบเร่งทำให้เหล่าชาวบ้านในเกาะต่างก็มองตามอย่างสนใจ ตระกูลหูในใจของเหล่าชาวบ้านถือว่าเป็นผู้มีพระคุณที่พวกเขายกเอาไว้เหนือหัว เพราะหากไม่ได้คนตระกูลหู ยามนี้ชีวิตตนจะเป็นเช่นไรก็ไม่อาจจะรู้ได้อยู่ภายในเกาะสายลมมีชีวิตที่สงบสุข สามารถใช้ชีวิตธรรมดาสามัญได้โดยไร้ซึ่งคนรังเกียจเดียดฉันท์ ไม่ว่าจะเป็นที่หลับนอน อาภรณ์ และเสบียงอาหารก็ล้วนแล้วแต่เป็นตระกูลหูที่จัดหามาให้จนสามารถตั้งตัวได้และเมื่อตั้งตนได้เมื่อใด คนทุกคนก็จะได้ทำงานตามความถนัด เกษตรกร ประมง ล่าสัตว์ป่า แต่ทั้งหมดที่ได้มาจะไม่ขายไปที่ใด เพราะทุกคนต่างก็นำมาใช้ภายในเกาะทั้งสิ้น ไม่เคยส่งออกหรือทำการค้าด้วยรู้ดีว่าคนภายนอกต่างดูถูกพวกตนที่เป็นเพียงคนชนชั้นต่ำ บ้างก็ไร้ซึ่งพลัง เพราะเหตุนี้การที่พวกเขาจะอยู่กันอย่างสงบจึงจะเป็นการดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดมาทำอันตรายตนได้อีกเพราะเหตุนี้เหล่าชาวบ้านในเกาะสายลมจึงเชื่อในตระกูลหูเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนายท่านหูและคุณชายใหญ่หูเจียน ที่เป็นผู้นำคนปัจจุบันของเกาะสายลมแห่งนี้ข่าวที่ฮูหยินหูล้ม
“ขออภัยขอรับนายท่าน” เสียงของจิงเม่าทำให้หูลี่ซงหันไปมองจิงเม่าเคยเป็นองครักษ์คนสนิทของเขา แต่เมื่อฮูหยินหูตั้งครรภ์ หูลี่ซงก็ได้สั่งให้จิงเม่าย้ายไปดูแลหูอี้เทียนตั้งแต่ยังไม่ถือกำเนิดเป็นต้นมา สำหรับจิงเม่านั้นถือเป็นหนึ่งในคนที่หูลี่ซงไว้ใจมากที่สุด“มีอันใด?”“ข้ามีเรื่องต้องบอกกับคุณชายรองขอรับ”“เรื่องใด...” หูลี่ซงมองจิงเม่าในเชิงให้เขาพูดออกมาได้เลย เพราะยามนี้หูอี้เทียนกำลังเสียใจและร้องไห้จนไม่ยอมรับรู้สิ่งรอบข้างแล้ว“คุณชายรองอย่าลืมคนที่กำลังรอคอยอยู่ด้านนอกเกาะขอรับ”กึก!“!” คำพูดของจิงเม่าเรียกสติของหูอี้เทียนให้กลับคืนมาทันที ก่อนที่ร่างเล็กจะปาดน้ำตาและผุดลุกยืนอย่างรีบร้อน“จริงด้วย! ขอบใจเจ้ามากจิงเม่าที่เตือนสติข้า! ท่านพ่อ ผู้มีพระคุณที่ช่วยข้าเอาไว้เป็นผู้ใช้โอสถนามว่าไป๋เสวี่ย! ข้าได้ขอร้องให้ท่านไป๋เสวี่ยมาช่วยรักษาน้องสาวให้ ยามนี้ท่านไป๋เสวี่ยกำลังรอคำอนุญาตเข้าเกาะอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ ท่านพ่อได้โปรดอนุญาตให้ท่านไป๋เสวี่ยเข้ามาในเกาะเพื่อมารักษาอิงเอ๋อร์ด้วยเถิดขอรับ!” หูอี้เทียนเอ่ยขอร้องท่านพ่อของต
“แต่ข้าเคยได้ยินท่านพูดกับพี่ใหญ่ว่าผลทับทิมน้ำนมอาจจะช่วยอิงเอ๋อร์ได้!” หูอี้เทียนที่ได้ยินผู้ใหญ่พูดคุยกัน ก็ร้องขึ้นมาอย่างไม่ยินยอม ไหนบอกว่าผลทับทิมน้ำนมสามารถรักษาน้องสาวเขาได้อย่างไร!“ตอนนั้นข้าเพียงแค่คาดหวังว่ามันจะเป็นไปได้ ลำพังผู้ที่ไร้พลังไม่อาจจะกินผลไม้ที่มีพลังวิญญาณได้อยู่แล้วขอรับ ยิ่งตอนนี้ร่างกายของคุณหนูก็ย่ำแย่ถึงขีดสุด ยิ่งไม่อาจจะกินผลทับทิมน้ำนมเข้าไปได้แม้แต่หยดเดียว”“ท่าน! ไม่จริง...” หูอี้เทียนปิดหน้าไม่อยากยอมรับ แต่ท่านหมอซ่งก็ไม่คิดจะปิดบังและกล่าวออกมาตามความเป็นจริงเช่นกันในคราวนั้นที่พูดถึงผลทับทิมน้ำนม ท่านหมอซ่งก็ไม่ได้กล่าวว่ามันจะช่วยรักษาหูเจียอิงได้ เพียงแต่ว่าผลทับทิมน้ำนมเป็นผลไม้ที่ให้ประโยชน์แก่เด็ก ๆ ที่ร่างกายอ่อนแอเป็นอย่างมากท่านหมอซ่งไม่คิดว่าคำพูดไร้สาระของตนจะไปเข้าหูคุณชายรอง ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดถึงขั้นแอบหนีออกไปจากจวน เพื่อตามหาผลทับทิมน้ำนมกลับมาเช่นนี้ตอนที่บ่าวนำผลทับทิมน้ำนมมามอบให้เขา เขาก็รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก เมื่อได้เห็นอาการที่หูอี้เทียนแสดงออกมา เขาก็ได้รู้ทันทีว่าผู
“เกิดอะไรขึ้น!” หูลี่ซงรีบเดินเข้าไปในเรือนนอนของบุตรสาวอย่างร้อนใจเด็กคนนี้ตั้งแต่คลอดออกมาก็ไร้พลังธาตุ ร่างกายไม่แข็งแรง สาเหตุเป็นเพราะอันใดพวกเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ในทุก ๆ วันหูเจียอิงทำได้เพียงแค่นอนอยู่บนเตียง ไม่อาจออกไปวิ่งเล่นได้เหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ เพราะทุกครั้งที่นางเหนื่อยล้านางจะหมดสติไป และหลับไปอย่างยาวนานเป็นเวลาหลายวันซึ่งนางจะหลับไปนานเพียงใดพวกเขาเองก็ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน และคราวนี้ที่ล้มป่วย ก็เป็นเพราะว่านางแอบออกมาวิ่งเล่นจนอาการกำเริบนั่นเองแต่ครั้งนี้อาการป่วยแต่เดิมกลับดูย่ำแย่ลงมากกว่าทุก ๆ ครั้ง โรคเก่ากำเริบจนร่างกายทรุดโทรมผ่ายผอม ทั้งที่นางสมควรจะตื่นได้แล้ว แต่ครานี้กลับหลับไปนานจนเกือบหนึ่งเดือนแล้วก็ยังไม่ฟื้นและเมื่อไม่กี่วันก่อนจู่ ๆ หูเจียอิงก็ฟื้นขึ้นมากระอักเลือดคำโต ก่อนจะหลับใหลไปอีกครั้ง ซึ่งทำให้ฮูหยินหูตกใจจนเป็นลมไปอีกคน!เมื่อเข้ามาภายในเรือน หูลี่ซงก็มองไปยังบุตรสาวเป็นอันดับแรก ก่อนจะมองเห็นเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่รอบกายนาง หรือว่านางจะกระอักเลือดออกมาอีกแล้ว“อิงเอ๋อร์เป







