All Chapters of วิวาห์นี้ยากจะเลิก: Chapter 51 - Chapter 60

100 Chapters

บทที่ 51

“ต่อไป ขอเชิญคุณกู้จินเหิง ประธานบริหารบริษัทกู้เทคโนโลยีกรุ๊ป ขึ้นเวทีครับ”เมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นเคย มือของฉู่จือจิ้นที่ถือกระเป๋าคลัตช์ก็แข็งค้างไปเล็กน้อยท่ามกลางเสียงปรบมือ ร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งเดินขึ้นเวทีจากด้านข้างเสื้อเชิ้ตสีขาวเย็นตา สูทสั่งตัดสีเทาเข้มพอดีตัว ตรงปกเสื้อมีกลัดไทเทเนียมเรียบหรูหนึ่งชิ้น ยิ่งขับให้เขาดูสูงศักดิ์และเย็นชาห่างเหินเขาเดินไปยังกลางเวทีอย่างไม่รีบร้อน เมื่อยืนประจำตำแหน่งแล้วก็พยักหน้าเล็กน้อยด้านล่างเวทีพลันปะทุเสียงปรบมือดังสนั่นสวี่โจวหล่านขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำเจือความหึงหวง “สามีเก่าของคุณนี่ยิ่งใหญ่ไม่เบาเลยนะ”ฉู่จือจิ้นผ่อนลมหายใจออก แต่ไม่ได้ตอบอะไรกู้จินเหิงยืนอยู่หลังแท่นบรรยาย มือข้างหนึ่งวางตรงขอบแท่น อีกข้างถือไมโครโฟนไว้อย่างเป็นธรรมชาติเขาไม่ดูสคริปต์เลยตลอดการบรรยาย พอเปิดปากก็พูดถึงความก้าวหน้าต่าง ๆ ของบริษัทกู้ในวงการหุ่นยนต์อัจฉริยะ ล้วนเป็นศัพท์เฉพาะทางที่ฉู่จือจิ้นฟังไม่เข้าใจแต่เพียงฟังเสียงปรบมือดังกึกก้องจากด้านล่าง เธอก็มองออกว่าบริษัทกู้มีอำนาจและความน่าเชื่อถือในวงการนี้เพียงใดกู้จินเหิงพูด
Read more

บทที่ 52

รอยยิ้มตรงมุมปากของฉู่ฮั่วแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็ยังก้าวตามไปเมื่อครู่ แม้สีหน้าของเขาจะไม่เปลี่ยนไปเลย แต่เธอกลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าบรรยากาศรอบตัวเขาหนักอึ้งลง...ภายในโซนพบปะแลกเปลี่ยนของผู้จัดแสดง ผู้บริหารบริษัทหลายคนกำลังยืนล้อมวงพูดคุยเรื่องความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมสวี่โจวหล่านถูกเรียกเข้าไปร่วมวงเดียวกับกู้จินเหิง แต่ตรงกลางระหว่างทั้งสองมีคนยืนคั่นอยู่สองคนภายนอกทั้งคู่ดูสุภาพต่อกัน แต่ความจริงต่างฝ่ายต่างไม่สนใจกันเลยแม้แต่น้อยฉู่จือจิ้นแทรกบทสนทนาไม่ได้ จึงถือโอกาสนี้ไปห้องน้ำทันทีที่เธอเดินจากไป แววตาของกู้จินเหิงก็หม่นลงเล็กน้อยหลังพยักหน้าทักทายผู้บริหารสองสามคน เขาก็ถือแก้วไว้ในมือ แล้วเอ่ยเสียงต่ำเชิญสวี่โจวหล่านไปคุยกันด้านข้างทั้งสองเดินไปยังเคาน์เตอร์พักผ่อนตรงมุมโซนแลกเปลี่ยนที่ห่างจากฝูงชนกู้จินเหิงวางแก้วลง มือใหญ่ข้อนิ้วเรียวยาวล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเงยหน้ามองสวี่โจวหล่านสวี่โจวหล่านเลิกคิ้ว “ประธานกู้มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถอะ”“ประธานสวี่คงเห็นข่าวซุบซิบในหน้าการเงินช่วงก่อนหน้านี้แล้ว” น้ำเสียงของกู้จินเหิงราบเรียบรอยยิ้ม
Read more

บทที่ 53

เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ฉู่จือจิ้นก็นึกเชื่อมโยงไปถึงงานวิจัยเสริมการรักษา PTSD ที่ตัวเองกำลังทำอยู่เธอจึงถามออกไปโดยไม่รู้ตัว “ขอถามหน่อยค่ะ ความแม่นยำในการรับรู้อารมณ์ของหุ่นยนต์รุ่นนี้อยู่ที่เท่าไร?”“ในสภาพแวดล้อมของห้องทดลองอยู่ที่ 87% ส่วนการใช้งานจริงน่าจะประมาณ 7-80% ครับ” พนักงานตอบอย่างตรงไปตรงมา “ตอนนี้ในวงการมีไม่กี่เจ้าที่รักษาความแม่นยำระดับนี้ไว้ได้อย่างเสถียร”บนใบหน้าของพนักงานมีรอยยิ้มตามแบบมืออาชีพฉู่จือจิ้นเปิดอ่านคู่มือผลิตภัณฑ์บนแท่นจัดแสดง ก่อนซักถามพารามิเตอร์ทางเทคนิคอีกหลายข้อในสายตาของคนนอกวงการอย่างเธอ ข้อมูลเหล่านี้ถือว่าน่าทึ่งจริง ๆเธอคำนวณราคาและความเหมาะสมในการใช้งานอยู่ในใจ ก่อนจะถามขึ้นลอย ๆ ว่า “ฟังจากที่คุณแนะนำ รุ่นนี้น่าจะเป็นรุ่นที่ล้ำสมัยที่สุดในตลาดตอนนี้แล้วใช่ไหมคะ?”พนักงานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มและโบกมือ“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นครับ ถ้าพูดถึงประสิทธิภาพโดยรวม ซีรีส์ Helix Pro ของบริษัทกู้ถือเป็นที่สุดที่วงการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นพลังประมวลผลของชิป ความเร็วในการตอบสนอง หรือความแม่นยำในการรับรู้อารมณ์ ล้วนทิ้งห่างคู่แข่งไปมาก”“แต่ได้ยินว
Read more

บทที่ 54

ธุรกิจของครอบครัวประสบวิกฤต พ่อแม่บุญธรรมใจร้ายขังฉู่จือจิ้นไว้ในห้องใต้หลังคา ยกเลิกสถานะนักเรียนของเธอ ไม่ยอมให้เข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัย และบังคับให้แต่งงานกับพ่อค้าร่ำรวยวัยกลางคนที่น่ารังเกียจ...เมื่อสิ้นหวังถึงขีดสุด เธอจึงเกิดความคิดอยากจบชีวิตตัวเองตลอดหลายปีนั้น เธอใช้ชีวิตเหมือนสายพิณที่ถูกขึงจนตึงถึงขีดสุด ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอจะเชื่อใจหรือตอบรับความรู้สึกอื่นใดอีกดังนั้นความหวังดีที่เซิ่งชิงหนิงยื่นมาให้ เธอรับรู้และขอบคุณ แต่ระหว่างทั้งสองยังคงมีบางสิ่งกั้นขวางอยู่เสมอได้ยินว่าหลังเรียนจบ เซิ่งชิงหนิงก็เดินทางไปต่างประเทศ ทั้งสองแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง การติดต่อค่อย ๆ ลดน้อยลง จนท้ายที่สุดเหลือเพียงการกดถูกใจโพสต์ในฟีดเป็นครั้งคราวตอนนี้จู่ ๆ ก็ได้รับข้อความจากเซิ่งชิงหนิง ความรู้สึกในใจของฉู่จือจิ้นจึงค่อนข้างซับซ้อนขณะที่เธอยังคิดไม่ออกว่าจะตอบอย่างไร ข้อความอีกหนึ่งข้อความก็เด้งขึ้นมา [ฉู่จือจิ้น ค่าน้ำขิงน้ำตาลทรายแดงตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย เธอยังจ่ายคืนไม่หมดเลยนะ! ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด!]ฉู่จือจิ้นจ้องประโยคนั้นอยู่สองวินาที มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจ
Read more

บทที่ 55

หลังฉู่ฮั่วเดินเข้าประตู สายตาก็กวาดมองไปรอบหนึ่ง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ฉู่จือจิ้น เธอยิ้มเล็กน้อยแล้วเป็นฝ่ายจูงกู้จินเหิงเดินเข้ามา“พี่จือจิ้น พี่ก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ”สีหน้าฉู่จือจิ้นไม่เปลี่ยนแปลง เธอถือแก้วไว้และพยักหน้าเล็กน้อยสายตาของกู้จินเหิงกวาดผ่านฉู่จือจิ้น จากนั้นจึงพยักหน้าให้เซิ่งชิงหนิงเล็กน้อยถือเป็นการทักทายตระกูลเซิ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ทรงอิทธิพลในเมืองหลวง บริษัทกู้กับบริษัทเซิ่งมีความร่วมมือทางธุรกิจกัน ดังนั้นที่เขามาในวันนี้ก็เพราะเห็นแก่หน้าประธานเซิ่งผู้อาวุโสบริกรคนหนึ่งเดินผ่านมา เซิ่งชิงหนิงยกมือหยิบเครื่องดื่มมาสองแก้ว แก้วหนึ่งเป็นไวน์แดง อีกแก้วเป็นแชมเปญเธอยื่นแชมเปญให้ฉู่จือจิ้น“ฉันให้เธอ ไม่มีแอลกอฮอล์ ดื่มได้อย่างสบายใจ”หัวใจฉู่จือจิ้นอบอุ่นขึ้น เธอรับมา ก่อนจะก้มหน้าลองจิบหนึ่งอึกกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของลูกพีชขาวแผ่ซ่านอยู่ตรงปลายลิ้น หวานฉ่ำหวานยิ่งกว่าชีวิตตลอดยี่สิบสองปีของเธอเสียอีก...เมื่อเห็นฉู่จือจิ้นได้รับการดูแล แววตาของฉู่ฮั่วก็ไหววูบ ก่อนจะก้มหน้าลงและเอ่ยเสียงเบาอย่างน้อยใจ “พี่ชิงหนิงดีกับพี่สาวจัง ไม่เหมือนฉันเลย ไม่มีเพื่อนที
Read more

บทที่ 56

แก้วไวน์แดงของกู้จินเหิงแตะอยู่ตรงมุมปาก สีหน้าราบเรียบ เขาไม่ได้โกรธ เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของเซิ่งชิงหนิงคือช่วยฉู่จือจิ้น เขาจึงไม่ได้โต้ตอบอีกเมื่อเห็นดังนั้น ฉู่ฮั่วก็ขอบตาแดง น้ำเสียงเจือสะอื้น “พี่ชิงหนิง...ฉันแค่เหงาเกินไป เลยขอร้องให้จินเหิงพาฉันมาด้วย...”“พอแล้ว ๆ เลิกร้องได้แล้ว” เซิ่งชิงหนิงโบกมือ สีหน้าดูรำคาญเต็มที่ “ฉันกลัวสถานการณ์แบบนี้ที่สุด เดิมทีแค่อยากฉลองวันเกิดดี ๆ กลับมาทำเหมือนฉันเป็นฝ่ายรังแกคนอื่นซะได้!”บ่นจบ เธอก็หันไปมองฉู่จือจิ้น ก่อนจะโอบเอวเรียวของเธออย่างเปิดเผย “จือจิ้น ไป ๆ ๆ ฉันจะพาเธอไปสนุกทางโน้น พวกเราไม่ต้องสนใจคนที่ทำให้เสียอารมณ์พวกนี้หรอก”เซิ่งชิงหนิงเอ่ยพลางดึงเธอเดินออกไปฉู่จือจิ้นกวาดตามองกู้จินเหิงกับฉู่ฮั่วหนึ่งครั้ง ก่อนจะถอนสายตากลับ แล้วเดินตามเธอเข้าไปด้านในฉู่ฮั่วก้มหน้าลงด้วยใบหน้าซีดขาว เล็บจิกลงในฝ่ามือกู้จินเหิงถอนสายตาจากแผ่นหลังนั้น แล้วยกไวน์แดงขึ้นดื่มจนหมดในครั้งเดียวณ บริเวณพักผ่อน ฉู่จือจิ้นเอียงศีรษะฟังเซิ่งชิงหนิงพูดพลางยิ้มมุมปาก เผยท่าทีผ่อนคลายที่แทบไม่เคยปรากฏในช่วงนี้“น้องสาวของเธอกล้าเล่นละครแบ
Read more

บทที่ 57

หลังพึมพำจบ เธอก็เงยหน้ามองกู้จินเหิงที่กำลังดื่มเหล้าอยู่คนเดียวข้าง ๆ แล้วกลอกตาไปมา“จือจิ้น เธอไม่คุ้นกับคลับนี่ ฉันปล่อยให้เธออยู่คนเดียวไม่ได้จริง ๆ”ฉู่จือจิ้นตบมือเธอเบา ๆ “ไม่เป็นไร เธอไปหาคุณลุงก่อนเถอะ ฉันจะรออยู่ตรงนี้”“แบบนั้นน่าเบื่อจะตาย...” เซิ่งชิงหนิงลากเสียงยาว ก่อนจะหันไปมองกู้จินเหิงกะทันหัน “ประธานกู้! คุณคุ้นเคยกับที่นี่ที่สุด รบกวนช่วยพาจือจิ้นเดินชมรอบ ๆ หน่อยนะ ที่นี่กว้างมาก ฉันไม่อยากให้เธออยู่คนเดียว”“ไม่ต้องหรอก ฉัน...”“เธออย่าปฏิเสธเลยนะ ไม่งั้นฉันคงไม่สบายใจจริง ๆ”เซิ่งชิงหนิงคล้องแขนเธอแล้วเขย่าไปมาฉู่จือจิ้นจะทนการออดอ้อนแบบนี้ได้ยังไง? จึงยอมแพ้ทันทีเมื่อทำสำเร็จ เซิ่งชิงหนิงก็ยิ้มและปล่อยมือ ก่อนจะหันไปมองกู้จินเหิงหนึ่งครั้งกู้จินเหิงยังคงเงียบมาตลอด แต่กลับวางแก้วเหล้าในมือลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเห็นดังนั้น ดวงตาของเซิ่งชิงหนิงก็เป็นประกาย ก่อนจะวิ่งตึก ๆ จากไปด้วยรองเท้าส้นสูงฉู่จือจิ้นกับกู้จินเหิงไม่มีหัวข้ออะไรจะคุยกันจริง ๆ ในใจกำลังลังเลว่าควรพูดกับเขาให้ชัดเจน หรือจะเดินไปที่อื่นเสียเลยกู้จินเหิงเหลือบตามองเธอหนึ่งครั้
Read more

บทที่ 58

ความเงียบเข้าปกคลุมฉู่จือจิ้นเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนก่อน “กลับกันเถอะ ชิงหนิงก็น่าจะใกล้กลับมาแล้ว”กู้จินเหิงไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินตามเธอกลับไปด้วยสีหน้าเย็นขรึมระหว่างทั้งสองห่างกันสองสามก้าว ตลอดทางไม่มีใครเอ่ยปากอีก……ในเวลาเดียวกันฉู่ฮั่วเปลี่ยนมาสวมชุดราตรีสำรองที่ตระกูลเซิ่งจัดเตรียมไว้ให้ เป็นเดรสยาวลากพื้นสีเขียวอ่อน ก่อนจะเดินออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่ชุดสำรองที่เตรียมไว้กะทันหันย่อมไม่พอดีตัวเท่ากับชุดสั่งตัดเธอสูงเพียงร้อยหกสิบกว่า โครงร่างเล็ก รูปร่างค่อนข้างผอมบาง เดรสยาวลากพื้นตัวนี้จึงใหญ่เกินไปเมื่ออยู่บนตัวเธอ ส่วนที่ควรอวบอิ่มก็ไม่อาจเติมเต็มทรงชุดได้เลยตลอดทางกลับไปยังห้องโถง เธอต้องยกชายกระโปรงไว้ พร้อมกวาดตามองทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงอย่างร้อนรนวินาทีต่อมา แผ่นหลังของคนสองคนที่แทบทำให้เธอคลุ้มคลั่งก็ปรากฏเข้าสู่สายตากู้จินเหิงกับฉู่จือจิ้นเดินอยู่คนละด้านแม้ระหว่างทั้งสองจะห่างกันหนึ่งช่วงแขน และต่างฝ่ายต่างไม่ได้พูดคุยกันแต่เสื้อโค้ตที่พาดอยู่ตรงข้อพับแขนของกู้จินเหิงกลับดึงดูดความสนใจของฉู่ฮั่วตอนเธอจากไป เสื้อโค้ตตัวนั้น
Read more

บทที่ 59

“หนูเป็นแค่คุณหนูตัวปลอม แค่อาศัยอยู่ที่นี่ก็ทำให้พ่อแม่บุญธรรมลำบากใจมากพอแล้ว หนูไม่อยากสร้างภาระให้ทุกคน...เพียงแต่พี่จือจิ้นเข้าใจผิดว่าหนูแย่งจินเหิงกับพ่อแม่ของเธอไป...”“หนะ หนูไม่โทษพี่จือจิ้นหรอกค่ะ เพียงแต่บางครั้งไม่รู้ว่าควรเผชิญหน้ากับเธอยังไง บางครั้งหนูก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ เป็นส่วนเกิน”เธอพูดเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ พร้อมกับท่าทางน้อยใจและอดกลั้น แต่สิ่งที่ควรพูดและสิ่งที่ควรบอกเป็นนัยล้วนสื่อออกมาครบถ้วนแล้วพ่อกับแม่ซูสบตากัน ความโกรธในแววตายิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆทั้งสองนั่งอยู่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ลุกขึ้นขอตัวกลับหลังออกจากบ้านตระกูลฉู่ ทั้งสองยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห จึงสั่งให้คนขับเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังอพาร์ตเมนต์ของฉู่จือจิ้นทันที……บ่ายสองโมง ซินซินเพิ่งตื่นจากการนอนกลางวันฉู่จือจิ้นมีสีหน้าอ่อนโยนขณะมัดผมเป็นจุกเล็ก ๆ สองข้างให้เด็กหญิง เตรียมพาเธอออกไปเที่ยวขณะที่กำลังจะเปลี่ยนรองเท้า เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นฉู่จือจิ้นมองผ่านตาแมว ก่อนจะขมวดคิ้วพ่อกับแม่ซูสีหน้าของทั้งสองดูไม่เป็นมิตรเลยฉู่จือจิ้นสูดหายใจลึก ก่อนจะเปิดประตู “พ่อ แม่”แม่ซ
Read more

บทที่ 60

“ฮือ...”ซินซินได้รับบาดเจ็บ เสียงร้องไห้อ่อนเยาว์พลันดังลั่นขึ้นทันทีหัวใจของฉู่จือจิ้นบีบรัด เธอรีบย่อตัวลงกอดซินซินไว้เพื่อตรวจดูตรงหน้าผากขาวเนียนของเด็กหญิงถลอกไปเล็กน้อย มีหยดเลือดผุดออกมาไม่หยุดเธอเงยหน้ามองแม่ซู ภายใต้ดวงตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธและความห่างเหินที่ไม่อาจกดเอาไว้ได้ “คุณนายซู คุณจะล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ!”เธอผิดหวังในตัวคนตระกูลซูอย่างถึงที่สุดมานานแล้ว เหตุผลที่ยังเรียกพวกเขาว่า “พ่อแม่” ก็เพียงเพราะเห็นแก่คนคนนั้น แต่ตอนนี้พวกเขาได้ทำลายเยื่อใยสุดท้ายที่เธอมีต่อตระกูลซูไปจนหมดสิ้นแล้วตรงทางเดินมีเพื่อนบ้านหลายคนออกมายืนดูเมื่อเห็นว่ามีคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย พ่อซูก็รู้สึกเสียหน้า จึงถลึงตามองฉู่จือจิ้นอย่างดุดัน ก่อนจะดึงแขนแม่ซูไว้ขณะที่กำลังจะลากตัวอีกฝ่ายจากไป ประตูลิฟต์ก็เปิดออก คนคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านในเสื้อโค้ตแคชเมียร์ตัวยาวสีเบจอ่อน เสื้อคอเต่าสีดำ เสื้อผ้าทั้งชุดตัดเย็บอย่างประณีต ยิ่งขับให้รูปร่างของชายหนุ่มดูสูงสง่ากู้จินเหิงนั่นเองมือข้างหนึ่งของเขาล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง อีกข้างถือถุงกระดาษบรรจุภัณฑ์อย่างดีหนึ่งใบ ด้านหลังมี
Read more
PREV
1
...
45678
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status