All Chapters of วิวาห์นี้ยากจะเลิก: Chapter 61 - Chapter 70

100 Chapters

บทที่ 61

ซินซินเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ขอบคุณคุณอาค่ะ”“แต่คุณอาไม่ต้องดีกับซินซินขนาดนี้ก็ได้ คุณอาเป็นพ่อของอวี๋อวี๋...”เดิมทีเด็กหญิงก็ออกเสียงไม่ค่อยชัดอยู่แล้ว ตอนนี้เพิ่งร้องไห้มา เสียงจึงขึ้นจมูกอย่างหนักการเคลื่อนไหวของกู้จินเหิงชะงัก ดวงตาฉายแววบางอย่างที่วาบผ่านอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครจับได้ฉู่จือจิ้นที่อยู่ด้านข้างได้ยินคำพูดของซินซินก็ชะงักไป ก่อนจะรีบเดินเข้าไปย่อตัวลงแล้วลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเด็กหญิง“ซินซินเด็กดี เข้าไปเล่นกับเสี่ยวจิ่วในห้องนอนก่อนสักพักได้ไหมจ้ะ?”เด็กหญิงพยักหน้าทั้งที่ขอบตายังแดง ก่อนจะกระโดดลงจากโซฟาแล้วเข้าไปในห้องนอนกู้จินเหิงถอนสายตากลับ สีหน้ากลับมาเย็นชาเหมือนเดิมคำพูดของซินซินยังคงดังก้องอยู่ข้างหู ส่วนด้านข้างนิ้วชี้มือขวาของเขามีหยดเลือดติดอยู่หนึ่งหยด...ฉู่จือจิ้นผ่อนลมหายใจ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ประธานกู้ วันนี้ขอบคุณมากค่ะ ฉันไม่รั้งคุณไว้แล้ว”เมื่อได้สติกลับมา สายตาของเขาก็มองไปยังถุงของขวัญบนโต๊ะเตี้ย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงค่อนข้างทุ้ม “นี่เป็นของที่ฉันเอามาให้ซินซิน”เขาก้าวเท้าเดินจากไปโดยไม่รอให้ฉู่จือจิ้นปฏิเสธ ภายในใจมีความรู้สึกบาง
Read more

บทที่ 62

วันต่อมา ภายในศูนย์ให้คำปรึกษาของฉู่จือจิ้นฉู่ฮั่วนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีขาวนวลในห้องบำบัด มือประคองแก้วน้ำอุ่นหนึ่งใบวันนี้เธอสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีขาวน้ำนม เส้นผมนุ่มสลวยปล่อยลงบนบ่า ดูอ่อนโยนและว่าง่ายวันนี้ฉู่จือจิ้นต้องรับผู้ป่วย PTSD ระดับปานกลางอย่างกะทันหัน ดังนั้นคนที่มาช่วยดร.ไป๋จึงเปลี่ยนเป็นเสี่ยวเหอ ผู้ช่วยของเธอแทนชั่วคราวขณะนี้การบำบัดเชิงลึกเพิ่งสิ้นสุดลง ลมหายใจของฉู่ฮั่วสงบกว่าตอนเข้ามามากดร.ไป๋ถอดแว่นตา พลางเขียนลงในเวชระเบียนและให้คำแนะนำไปด้วย “ปฏิกิริยาครั้งนี้ดีกว่าครั้งก่อนมาก ช่วงนี้ความมั่นคงทางอารมณ์ของคุณดีขึ้นมาก หากรักษาความถี่นี้ต่อไป ทำอีกสามถึงสี่ครั้ง...”“ดร.ไป๋คะ” ฉู่ฮั่วเอ่ยขัดเขาเสียงเบา “ฉันขอดูบันทึกได้ไหมคะ?”ดร.ไป๋ยื่นเวชระเบียนให้เธอโดยไม่ได้สงสัยอะไรเธอกวาดตามองหนึ่งครั้ง ด้านบนเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า“การรักษา PTSD จากบาดแผลทางใจได้ผลชัดเจน อาการหลักบรรเทาลง อารมณ์ การนอนหลับ และปฏิกิริยาต่อความเครียดดีขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด อาการมีแนวโน้มคงที่”“ภาวะเครียดจากบาดแผลทางใจฟื้นตัวได้ดี อาการตื่นตัวสูง การหลีกเลี่ยง และอาการตื่นต
Read more

บทที่ 63

ฝีเท้าของฉู่จือจิ้นชะงักไปเล็กน้อย แววตากระจ่างชัด “อันดับแรกเลย เธอคือตัวของเธอเอง”สวี่โจวหล่านเลิกคิ้ว ก่อนจะยิ้มออกมาขณะที่กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็เหลือบเห็นรถมายบัคที่คุ้นเคยอย่างยิ่งจอดอยู่ริมถนนฉู่จือจิ้นก็เห็นเช่นกันประตูรถเปิดออก คนที่ลงมาก่อนคือฉู่ฮั่ววันนี้เธอสวมเสื้อโค้ตผ้าวูลสีม่วงอ่อน พันผ้าพันคอไหมสีเบจ ตอนมีคนประคองลงมาจากรถ ใบหน้าก็ประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขบาง ๆคนที่ประคองเธอคือกู้จินเหิง เขาสวมเสื้อโค้ตแคชเมียร์สีน้ำเงินกรมท่าเข้ม รูปร่างสูงสง่า กรอบหน้าด้านข้างดูคมชัดและเย็นขรึมสายตาของฉู่จือจิ้นหยุดอยู่ที่ทั้งสองชั่วครู่ ก่อนจะรีบเบนออกไปหางตาของสวี่โจวหล่านจับความชะงักงันชั่วขณะของเธอได้ เขาขยับไปบังทิศทางสายตาของเธออย่างแนบเนียน ก่อนจะยิ้มและชี้ไปอีกทาง “ทางนี้ รถจอดอยู่ประตูตะวันออก”เธอรู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่ได้พูดอะไรหลังเดินออกมาได้สิบกว่าก้าว เขาถึงเอ่ยขึ้น “จือจิ้น คุณลองมองคนที่อยู่ข้างกายให้มากกว่านี้ก็ได้นะ”ฉู่จือจิ้นหันหน้าไปสบกับสายตาเปื้อนยิ้มของเขาแววตาของเธอไหววูบ แต่ไม่ได้ตอบอะไรสวี่โจวหล่านหัวเราะขื่นอยู่ในใจแต่ไม่ได้พูดอ
Read more

บทที่ 64

“ไม่หรอก พวกท่านรู้สถานการณ์ของคุณดี”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ฝีเท้าเดินต่อไปไม่หยุดภายในห้องรับแขก พ่อกับแม่กู้รออยู่นานแล้วซ่งซูเสียน แม่ของกู้จินเหิง ปีนี้มีอายุห้าสิบต้น ๆ แต่ดูแลตัวเองดีมาก มองดูแล้วเหมือนเพิ่งอายุสี่สิบต้น ๆ เท่านั้นวันนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีเขียวเข้ม จับคู่กับต่างหูมุก เส้นผมเกล้าไว้อย่างเรียบร้อยไร้ที่ติ ดูสง่างามและภูมิฐานเมื่อเห็นทั้งสองเดินเข้ามา สายตาของแม่กู้ก็กวาดมองฉู่ฮั่วหนึ่งครั้ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเฉยชา “อาหารเตรียมเสร็จแล้ว เข้ามานั่งเถอะ”หลังเริ่มรับประทานอาหาร บรรยากาศก็ไม่ได้อบอุ่นนัก อีกทั้งฉู่ฮั่วยังเอาแต่เหนียมอายและระมัดระวังตัว ทำท่าทางราวกับถูกใครรังแก ยิ่งทำให้ซ่งซูเสียนไม่ชอบใจซ่งซูเสียนวางตะเกียบลง จู่ ๆ ก็หมดความอยากอาหารทันที“พวกเธอกลับมากันได้ระยะหนึ่งแล้ว คงได้เจอจือจิ้นแล้วสินะ?”มือของฉู่ฮั่วที่กำลังคีบอาหารชะงัก แววริษยาและเคียดแค้นวาบผ่านดวงตาอย่างรวดเร็วนังสารเลวนั่นออกจากตระกูลกู้ไปตั้งห้าปีแล้ว ทำไมยายแก่บ้านี่ยังคิดถึงมันอยู่อีก!ซ่งซูเสียนราวกับมองไม่เห็นสีหน้าอึดอัดของทั้งสอง ยังคงพูดต่อไปตามลำพัง
Read more

บทที่ 65

ซ่งซูเสียนพร่ำบ่นอยู่นาน ทุกถ้อยคำล้วนเต็มไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อฉู่จือจิ้นสิ่งนี้ทำให้ปลายจมูกของเธอแสบขึ้นเล็กน้อย และอดนึกย้อนถึงชีวิตแต่งงานหนึ่งปีระหว่างเธอกับกู้จินเหิงไม่ได้ตอนนั้นซ่งซูเสียนดีกับเธอมาก จะบอกว่าปฏิบัติต่อเธอเหมือนลูกสาวแท้ ๆ ก็ไม่เกินจริงนั่นยังเป็นความรักจากครอบครัวเพียงไม่กี่ครั้งที่เธอเคยสัมผัสได้ในช่วงชีวิตอันจำกัดเธอจดจำไว้ในใจมาตลอดน่าเสียดายที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป คนก็ไม่เหมือนเดิม ตอนนี้เมื่อได้พบกันอีกครั้ง เธอทำได้เพียงเรียกอีกฝ่ายว่า “น้าซ่ง”“หว่านชิงนี่ก็เหลือเกิน มีลูกสาวดีขนาดนี้กลับไม่รู้จักทะนุถนอม ดันเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ในสายตาและหัวใจมีแต่ลูกสาวบุญธรรมที่ไม่เอาไหนนั่น!”ซ่งซูเสียนยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห หากไม่ใช่เพราะลูกชายของเธอยืนกรานจะพัวพันกับตระกูลฉู่ ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องไปถึงบ้านตระกูลฉู่เพื่อออกหน้าให้ฉู่จือจิ้นแน่นอน!“น้าซ่งอย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ พ่อกับแม่เลี้ยงฉู่ฮั่วมาเกือบยี่สิบปี ความผูกพันนี้ไม่มีใครแทนที่ได้”น้ำเสียงของฉู่จือจิ้นสงบนิ่งแต่ยิ่งเธอเป็นแบบนี้ ซ่งซูเสียนก็ยิ่งปวดใจ“จิ้นจิ้น เย็นนี้ไปกินข้าวที่บ้านนะ”มือขอ
Read more

บทที่ 66

ฉู่จือจิ้นพยักหน้าแล้วนั่งลง บนโต๊ะตรงหน้ามีอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ แทบทุกอย่างล้วนเป็นเมนูที่เธอเคยกินบ่อย ๆ ตอนอยู่ตระกูลกู้ซุปไก่เห็ดมัตสึทาเกะในหม้อดินเดือดปุด ๆ ส่งไอร้อนออกมา ข้าง ๆ มีซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวาน ถั่วแขกผัดแห้ง ไข่นึ่งฟูหรง และบัวลอยข้าวหมักที่เมื่อก่อนเธอเคยเอ่ยถึงลอย ๆ เพียงครั้งเดียวลำคอของเธอตีบตันเล็กน้อย เธอหลุบตาลงพลางสูดหายใจลึก แล้วกดความรู้สึกเปรี้ยวฝาดที่เอ่อขึ้นมากลับลงไป“คุณอาล่ะคะ?”“ไม่ต้องสนใจเขาหรอก เธอก็รู้ว่าเขานิสัยเหมือนจินเหิงไม่มีผิด เวลานี้ยังประชุมอยู่เลย”ฉู่จือจิ้นยิ้ม ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย “น้าซ่ง มีแค่เราสองคนที่กิน จะสิ้นเปลืองเกินไปหรือเปล่าคะ?”“สิ้นเปลืองอะไรกัน? เธอผอมเกินไป ฉันยังคิดว่าอาหารไม่พอด้วยซ้ำ” ซ่งซูเสียนพูดพลางตักซุปหนึ่งถ้วยให้เธอด้วยตัวเอง แล้วเลื่อนไปตรงหน้า “รีบดื่มตอนร้อน ๆ ล่ะ”ฉู่จือจิ้นรีบรับด้วยมือทั้งสอง ก่อนจะก้มหน้าจิบหนึ่งอึกน้ำซุปไก่เข้มข้น กลิ่นหอมของเห็ดมัตสึทาเกะแผ่ซ่านตรงปลายลิ้น เป็นรสชาติในความทรงจำที่ไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังมาจากห
Read more

บทที่ 67

วินาทีที่ปิดประตู เธอก็เปิดก๊อกน้ำ ปล่อยให้น้ำเย็นไหลผ่านปลายนิ้วและแก้ม จากนั้นก็ใช้มือทั้งสองยันอ่างล้างหน้าสงบสติอยู่พักใหญ่ กว่าจะรู้สึกว่าอารมณ์ภายในใจสงบลงเล็กน้อยเธอเช็ดมือให้แห้ง เติมเครื่องสำอาง แล้วจึงเปิดประตูออกทันทีที่เปิดประตูก็เห็นกู้จินเหิงที่สวมเพียงเสื้อแคชเมียร์คอเต่าสีดำยืนพิงกำแพง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าทางเดินไม่ได้เปิดไฟดวงใหญ่ แสงอุ่นจากโคมไฟติดผนังส่องลงบนเสี้ยวหน้าของเขา ลดทอนความเย็นชาและสำรวมลงไปหลายเท่า เพิ่มความอ่อนโยนขึ้นมาเล็กน้อยฉู่จือจิ้นชะงัก ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วเธอขยับหลบไปด้านข้างหนึ่งก้าว เห็นได้ชัดว่าต้องการเดินอ้อมเขาลงไปชั้นล่างใครจะรู้ว่าเสียงเย็นทุ้มของเขาจะดังขึ้นข้างหูอย่างกะทันหัน “อย่าคบกับสวี่โจวหล่าน”ฉู่จือจิ้นหยุดนิ่งอยู่กับที่พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวค่อย ๆ กำแน่นจนเล็บจิกลงในฝ่ามือช้า ๆ อารมณ์ที่เพิ่งสงบลงได้อย่างยากลำบากกลับเสียการควบคุมอีกครั้งความเจ็บแปลบแผ่จากฝ่ามือไล่ขึ้นมาตามแขนจนถึงทรวงอก เธอนับอยู่ในใจซ้ำ ๆ หนึ่ง สอง สาม...ค่อย ๆ สูดหายใจเข้า หยุด แล้วผ่อนลมหายใจออก...ทำการเค
Read more

บทที่ 68

ภายในห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบเพราะคำพูดนี้วินาทีต่อมา สีหน้าของฉู่จือจิ้นก็เคร่งลงเล็กน้อย แผ่นหลังเหยียดตรง น้ำเสียงจริงจังขึ้นมาก “ซินซิน ยังจำได้ไหมว่าหม่ามี้เคยบอกว่าไง?”ซินซินหดตัวเล็กน้อย มือเล็กกอดตุ๊กตาแน่นขึ้น“คุณอากู้ไม่มีทางเป็นคุณพ่อของหนูได้” ฉู่จือจิ้นมองซินซินนิ่ง ๆ ด้วยดวงตาฉายแววเจ็บปวดที่ยังคงมีสติ “คุณอากู้แต่งงานแล้ว มีครอบครัวของตัวเอง มีลูกน้อยของตัวเอง ต่อไปห้ามพูดเรื่องแบบนี้ส่งเดชอีก”ขอบตาของซินซินแดงขึ้นทันที แม้แต่ปลายจมูกก็แดงก่ำ แต่เธอฝืนกลั้นไม่ยอมร้องไห้ออกมา ก่อนจะพยักหน้าอย่างแรง “ซินซินรู้แล้ว ต่อไปจะไม่พูดส่งเดชอีกค่ะ”เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวเล็กทำตัวรู้ความและอดกลั้น ฉู่จือจิ้นก็รู้สึกอึดอัดในอก เธอกำหมัดแน่น ก่อนจะตัดใจลุกขึ้นเอ่ยว่า “พี่เฉิน รบกวนพาซินซินกลับเข้าห้องหน่อยนะคะ ฉันจะไปอาบน้ำ เดี๋ยวจะมานอนเป็นเพื่อนเธอ”ไม่นานเสียงน้ำไหลซู่ซ่าก็ดังมาจากห้องน้ำพี่เฉินพาซินซินกลับไปยังเตียงเล็กของเธอ วาง 919 ไว้ข้างกาย ก่อนจะปรับไฟให้มืดลงแล้วเดินออกไปซินซินเหลือบมองนอกประตู เธอกอด 919 ไว้แล้วเอ่ยเสียงเบา “เสี่ยวจิ่ว ๆ โทรหาคุณอากู้ให้หน่อ
Read more

บทที่ 69

ฝีเท้าของกู้จินเหิงชะงัก คิ้วขมวดเล็กน้อย“โจวฉี”“ครับท่านประธาน”“นายไปส่งอวี๋อวี๋กลับวิลล่าสุ่ยอวิ๋น” น้ำเสียงของกู้จินเหิงราบเรียบ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างเล็กที่ดูโดดเดี่ยวตลอดเวลาโจวฉีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะมองตามสายตาของเจ้านายไป แล้วรีบพยักหน้ารับทันที “ได้ครับประธานกู้”กู้อวี๋อวี๋ยังอยากออดอ้อน แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาเย็นชาของกู้จินเหิง ก็รีบปีนขึ้นไปบนไหล่ของโจวฉีอย่างว่าง่ายสีหน้าของกู้จินเหิงอ่อนลง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า ก่อนจะเดินตรงไปยังม้านั่งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ดวงตากลมโตชุ่มน้ำของซินซินก็หันมามองทันที พอเห็นว่าเป็นเขา แววตาก็หม่นลงเล็กน้อย แต่ยังคงทักทายอย่างว่าง่าย “คุณอากู้”“หม่ามี้ของหนูล่ะ?” กู้จินเหิงย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ“หม่ามี้ยังทำงานอยู่ บอกว่าจะมารับซินซินช้าหน่อยค่ะ” ซินซินแกว่งขาสั้น ๆ ไปมา มือเล็กที่กอดตุ๊กตากระชับแน่นขึ้นกู้จินเหิงหลุบตามองนาฬิกาข้อมือด้วยแววตาอ่อนโยนลง “ไปกันเถอะ เดี๋ยวอาจะให้คุณครูบอกกับหม่ามี้ของหนู แล้วไปส่งหนูกลับบ้าน”……สองทุ่มกว่า ฉู่จือจิ้นก็รีบร้อนกลับมาที่อพาร์ตเมนต์โดยไม่สนใจความเหน
Read more

บทที่ 70

หลังจากกินผลไม้ ซินซินก็เล่นต่ออีกพักหนึ่ง สุดท้ายก็ทนความง่วงไม่ไหว หลับอยู่ข้างขาของกู้จินเหิงฉู่จือจิ้นเดินเข้าไปอุ้มเด็กหญิงขึ้นอย่างเบามือ แล้วพาไปวางบนเตียงเล็กของเธอหลังห่มผ้าให้เรียบร้อยและวางตุ๊กตาไว้ข้างหมอน เธอจึงปิดประตูห้องแล้วถอยออกมาภายในห้องรับแขก กู้จินเหิงลุกขึ้นยืนและกำลังก้มหน้าติดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตที่เขาสวมเป็นสีเทาอ่อน เนื้อผ้าลื่นนุ่ม ทรงเสื้อคมเนี้ยบ กระดุมข้อมือเป็นแพลทินัมสลักลายแบบเรียบหรูเมื่อติดกระดุมเสร็จ เขาก็หยิบเนกไทจากมุมโซฟาขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน ลูบรอยยับให้เรียบ พับครึ่งอย่างเรียบร้อย แล้วเก็บใส่กระเป๋าด้านในของเสื้อสูทผู้ชายคนนี้พิถีพิถันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เคร่งครัดและเจ้าระเบียบฉู่จือจิ้นถอนสายตากลับ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณเสียงเบา “ขอบคุณสำหรับเรื่องวันนี้นะคะ”“ผ่านทางมาพอดีน่ะ”“...คือว่ามันดึกแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งคุณ...”เธอดูกระอักกระอ่วนเล็กน้อยขณะที่เดินไปตรงประตู เตรียมส่งแขกกลับไม่รู้ว่าด้านนอกเริ่มมีฝนตกตั้งแต่เมื่อไร เม็ดฝนกระหน่ำกระทบกระจกดังเปาะแปะ เห็นได้ชัดว่าฝนตกหนักมาก“โจวฉีขับรถไปแล้ว”เสียงทุ้มราบเรียบของกู้
Read more
PREV
1
...
5678910
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status