All Chapters of วิวาห์นี้ยากจะเลิก: Chapter 81 - Chapter 90

100 Chapters

บทที่ 81

“ขอโทษซะ แล้วสัปดาห์หน้าอุปกรณ์เครื่องนี้จะถูกส่งไปยังศูนย์ให้คำปรึกษาของเธอ”ฉู่จือจิ้นมองหน้าจอนั้น แต่ไม่ได้รับโทรศัพท์มา เธอกำหมัดแน่น น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับจับตัวเป็นน้ำแข็ง “แล้วถ้าไม่ล่ะ?”กู้จินเหิงเก็บโทรศัพท์กลับ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความผันผวนใด ๆ“เธอน่าจะรู้ดีกว่าฉัน เมื่อกระแสสังคมลุกลามไปถึงระดับวิชาชีพ การตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนักให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาก็จะเริ่มขึ้น ต้องให้ฉันเตือนเธอเรื่องเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้งไหม?”ห้าปีก่อน...มือของฉู่จือจิ้นกำแน่นขึ้นทันทีตอนนั้นก็เป็นแบบนี้ ฉู่ฮั่วชี้นำแฟนคลับให้ใช้ความรุนแรงทางโลกออนไลน์กับเธอ เธอถูกโรงพยาบาลเรียกไปสอบถาม ถูกพักงาน และสุดท้ายก็ถูกไล่ออกเรื่องน่าขันคือกระทั่งตอนสุดท้ายเธอถึงรู้ว่า คนที่คอยผลักดันทุกอย่างอยู่เบื้องหลังคือเขากู้จินเหิงไม่ลังเลที่จะใช้เส้นสายของตระกูลกู้ในระบบการแพทย์เพื่อฉู่ฮั่ว ลบชื่อเธอที่กำลังจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการแผนกจิตวิทยาออกจากรายชื่อเหตุผลก็คงเหมือนกับตอนนี้...“ฉู่ฮั่วเป็นผู้ป่วย เธอจะไปถือสาอะไรกับฉู่ฮั่ว”...ฉู่จือจิ้นหลุบตาลง ยิ้มมุมปาก แ
Read more

บทที่ 82

ฉู่ฮั่วแสดงสีหน้าหวาดกลัว ถึงขั้นขยับถอยไปทางหัวเตียงเล็กน้อย จากนั้นจึงกัดริมฝีปากอย่างกระอักกระอ่วน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“พี่ ฉะ ฉันไม่โทษพี่หรอกค่ะ ฉันรู้ว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจ”เธอพูดพลางหันไปมองกู้จินเหิงที่นั่งอยู่บนโซฟา ปลายจมูกแดงระเรื่อ ดวงตาเป็นประกาย “จินเหิง คุณไม่ได้หลอกฉันจริงด้วย พี่มาขอโทษฉันแล้ว”จากนั้นเธอก็หันกลับไปมองฉู่จือจิ้น “พี่คะ นาน ๆ ทีพี่จะมาสักครั้ง อยู่คุยกับฉันตามลำพังสักนิดนึงได้ไหมคะ? แค่ไม่กี่นาทีเอง”กู้จินเหิงวางถ้วยชาลงแล้วมองฉู่จือจิ้นหากเธอเอ่ยปาก...ฉู่จือจิ้นไม่มีสีหน้าอะไร เพียงพยักหน้าเบา ๆเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไป และปิดประตูห้องผู้ป่วยตามหลังวินาทีที่ประตูปิดลง บรรยากาศภายในห้องผู้ป่วยก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันฉู่ฮั่วเอียงศีรษะมองฉู่จือจิ้น ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาและความอ่อนแอในรอยยิ้มหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความลำพองใจแบบผู้ที่อยู่เหนือกว่าเธอเอนพิงหมอนอย่างหยิ่งผยอง ยกแขนที่พันผ้าพันแผลหนาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะ“ก็เจ็บอยู่หรอก แต่ช่วยไม่ได้ ก็ผลลัพธ์มันดีขนาดนี้เลยนี่นา”ฉู่จือจิ้นยืนอยู่ที่เดิมด
Read more

บทที่ 83

ขอบตาของเธอแดงก่ำ ภายในดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ทั้งร่างสั่นอย่างรุนแรงสีหน้าของกู้จินเหิงแข็งค้างไปชั่วขณะ สิ่งแรกที่เขาทำคือกดกริ่งเรียกเจ้าหน้าที่ จากนั้นก็เดินไปข้างเตียง ดึงเธอเข้ามากอดและตบแผ่นหลังเบา ๆ“จินเหิง ฉันแค่หึง...” ฉู่ฮั่วราวกับคนกำลังจมน้ำที่คว้าท่อนไม้ลอยน้ำเอาไว้ เสียงร้องไห้จนหายใจไม่ทันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและแตกสลาย“ฉันเห็นพวกคุณไปกินข้าวด้วยกัน ฉันเห็นช่วงนี้คุณเอาแต่ใจลอย...ฉะ ฉันแค่กลัวมาก กลัวว่าเธอจะแย่งคุณไป แล้วคุณจะไม่สนใจฉัน...”จู่ ๆ ร่างกายของเธอก็เริ่มสั่นอย่างรุนแรง ขดตัวกอดศีรษะของตัวเองไว้ ดูราวกับอาการทางกายจาก PTSD กำเริบบุคลากรทางการแพทย์รีบวิ่งเข้ามาจากด้านนอก กู้จินเหิงถอยออกไปครึ่งก้าว เปิดทางให้พวกเขาเข้าไปจัดการฉู่จือจิ้นยืนอยู่ที่เดิมตลอดเวลา ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียวเธอเป็นนักจิตวิทยา เคยเห็นอาการกำเริบแบบนี้มามากเกินไปจะเป็นของจริงหรือเสแสร้ง จังหวะการหายใจไม่อาจหลอกคนได้...แต่เรื่องเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับเธอเธอสะพายกระเป๋าผ้าใบ หันหลังเดินไปทางประตูเมื่อเดินมาถึงหน้าประตู บอดี้การ์ดสองคนในเครื่องแบบสีดำก็ยื่นมือออ
Read more

บทที่ 84

กู้จินเหิงหยุดไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ “ฉันจะเปิดเผยไฟล์บันทึกเสียง ถึงตอนนั้นผลที่ตามมาไม่ใช่สิ่งที่เธอจะรับไหว”“คุณ!” ฉู่ฮั่วลุกพรวดขึ้นนั่ง ความหวาดกลัวกับความเกลียดชังปะปนอยู่ในแววตา “กู้จินเหิง! คุณเคยบอกว่าจะปกป้องฉันตลอดไปนี่!”“ฉันเคยบอกว่าจะรักษาอาการป่วยให้เธอ” กู้จินเหิงหยิบเสื้อสูทขึ้นมาพาดตรงข้อพับแขน แล้วหยิบไอแพดบนโต๊ะเตี้ย ก่อนจะเดินไปทางประตูโดยไม่ได้มองเธออีก “แต่ไม่เคยบอกว่าเธอจะทำอะไรตามใจชอบก็ได้”แผ่นหลังเย็นชาเลือนหายไปตรงหน้าประตู ฉู่ฮั่วทุบเตียงอย่างแรงหนึ่งที ก่อนจะกำผ้าปูเตียงแน่นอย่างไร้หนทาง ปล่อยให้เล็บจิกเข้าไปในเนื้อผ้าสามทุ่มของคืนนั้น บัญชีโซเชียลมีเดียส่วนตัวของฉู่ฮั่วก็อัปเดตโพสต์หนึ่งไม่มีคำขอโทษยืดยาว ถ้อยคำฟังดูราวกับกำลังพูดคุยเล่น ๆ…“ขออธิบายเรื่องวันนั้นกับทุกคนหน่อยนะคะ ตอนนั้นพี่สาวเผลอมาโดนตัวฉัน และฉันเองก็มีส่วนผิด เพราะยืนไม่มั่นคงจึงล้มลง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่สาวจริง ๆ ค่ะ~ทุกคนใจเย็น ๆ อย่าไปด่าเธออีกเลยนะคะ ขอร้องล่ะ ๆ”พร้อมกับแนบภาพเซลฟีชูสองนิ้วบนเตียงผู้ป่วยหลังโพสต์เสร็จ ฉู่ฮั่วก็ปิดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าบึ้งตึงและไม่ยอ
Read more

บทที่ 85

ซ่งซูเสียนมองเขาครั้งหนึ่ง แล้วก็มองอีกครั้ง ท่าทางเหมือนอยากพูดอะไรแต่ก็ไม่พูดเพิ่งเลยหกโมงมาเล็กน้อย จู่ ๆ เขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วพูดอย่างจริงจังเป็นกิจจะลักษณะว่า “ผมจะไปส่งซินซินเองครับ”ซ่งซูเสียนเลิกคิ้วด้วยสีหน้าที่มีนัยยะ แต่ไม่ได้ปฏิเสธ “...พอดีผมต้องไปบริษัท แม่จะได้ไม่ต้องไปเสียเที่ยว”เขาหันตัวอุ้มซินซินแล้วเดินออกไปข้างนอกโดยไม่รอให้เธอปฏิเสธ ……ชั้นล่างของอพาร์ตเมนต์ฉู่จือจิ้นหลังได้รับโทรศัพท์จากซ่งซูเสียน ฉู่จือจิ้นก็รีบส่งมอบงานที่เหลือให้เรียบร้อย แล้วกลับมาด้วยความเร็วแสงเธอเพิ่งมายืนตรงทางเข้าอาคาร กำลังลังเลว่าควรขึ้นไปรอด้านบนหรือไม่ ก็ได้ยินเสียงใสอ่อนเยาว์ดังมาจากด้านหลัง“หม่ามี้!”ทันทีที่ซินซินผลักประตูรถเปิด ก็มองเห็นฉู่จือจิ้นในเสื้อเทรนช์โค้ตสีเบจอ่อนจากระยะไกลเด็กหญิงรอให้คนอื่นอุ้มลงมาไม่ไหว จึงใช้แขนเล็ก ๆ และขาสั้น ๆ ปีนลงจากรถ จากนั้นก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหาฉู่จือจิ้น ก่อนจะโผกอดขาของเธอไว้แน่นฉู่จือจิ้นโอบซินซินไว้ สายตากวาดข้ามร่างเล็กของเธอไปเห็นกู้จินเหิงที่กำลังเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อนในมือของเขาถือกระดานวาดภาพของซินซิน สูทสีเทาอ
Read more

บทที่ 86

ฉู่จือจิ้นเดินไปหน้าอ่างล้างมือ เปิดก๊อก แล้วล้างมือตามสายน้ำที่ไหลซู่ซ่าเธอไม่ได้หันกลับ เพียงเหลือบมองคนด้านหลังผ่านกระจกเธอจำสองคนนี้ได้ เป็นผู้ช่วยฝ่ายธุรการ มีหน้าที่จัดตารางนัดหมายคนที่อายุมากกว่าเล็กน้อยไหวตัวเร็ว รีบฝืนยิ้มเอาใจ “ฉันว่าแล้วว่าต้องเป็นปัญหาของฉู่ฮั่วแน่ ๆ ฉันว่าโพสต์นั้นอาจเป็นฝีมือเธอเอง เธอคงทนเห็นคุณหมอฉู่ได้ดีไม่ได้”“ใช่ค่ะพี่จิ้น พี่อย่าโกรธเลยนะคะ พวกเรา...”ฉู่จือจิ้นปิดก๊อกน้ำ ดึงกระดาษทิชชูมาเช็ดมือหนึ่งแผ่นจากนั้นจึงหันไปมองทั้งสองคน “ครั้งนี้ฉันจะไม่เอาเรื่อง แต่ถ้าคราวหน้ายังนินทาเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงานในเวลางานอีก ก็ไปทำเรื่องลาออกที่ฝ่ายบุคคลได้เลย”เสียงของเธอไม่ดัง จังหวะการพูดไม่ช้าไม่เร็ว แต่สีหน้าของทั้งสองกลับแข็งค้างในทันทีฉู่จือจิ้นทิ้งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วลงในถังขยะ ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำและเดินออกไป……วันที่ฉู่ฮั่วมาตรวจติดตามอาการ เธอสวมเดรสยาวสีขาวนวล มวยผมไว้อย่างหลวม ๆ ดูทั้งประณีตและเปราะบางผู้ช่วยที่ติดตามมาประคองเธอเข้าไปยังบริเวณรอตรวจ หลังนั่งลง เธอก็เงยหน้ากวาดตามองไปรอบ ๆ และบังเอิญเห็นหญิงสาวอายุน้อยใน
Read more

บทที่ 87

ตอนแรกฉู่จือจิ้นไม่ได้ใส่ใจเด็กฝึกงานจะสะเพร่าบ้างก็เป็นเรื่องปกติกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง บันทึกติดตามอาการของผู้ป่วยโรควิตกกังวลเกิดข้อผิดพลาดหลินเสี่ยวนำผลประเมินของสัปดาห์ก่อนไปกรอกไว้ในแฟ้มของสัปดาห์นี้ ตอนฉู่จือจิ้นตรวจติดตามอาการ ข้อมูลจึงไม่ตรงกัน เธอต้องใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีตรวจสอบใหม่ ผู้ป่วยรออยู่ในห้องตรวจจนเกือบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่สุดท้าย ฉู่จือจิ้นอาศัยประสบการณ์ทางคลินิกหลายปี ปลอบผู้ป่วยให้สงบลงได้อย่างรวดเร็ว และให้คำปรึกษาทางจิตใจอย่างมีประสิทธิภาพหลังส่งผู้ป่วยกลับแล้ว เธอก็เรียกหลินเสี่ยวเข้ามาในห้องตรวจ“เรื่องวันนี้เกิดอะไรขึ้น?”“ฉัน...ฉันคิดว่าต้องเอาผลประเมินของสัปดาห์ก่อนเข้าแฟ้มด้วย เลยใส่ไว้ในสัปดาห์นี้ค่ะ” หลินเสี่ยวเม้มริมฝีปากแน่น น้ำเสียงเจือความไม่ยอมรับ“เธอไม่ได้เพิ่งมาทำงานที่ศูนย์ให้คำปรึกษาวันสองวัน ถ้าจำไม่ผิด เดือนหน้าเธอก็จะได้รับโควตาบรรจุเป็นพนักงานประจำแล้ว ไม่น่าจะผิดพลาดกับเรื่องพื้นฐานแบบนี้ได้ พูดมาเถอะ”ฉู่จือจิ้นนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน แววตาราวกับมองเธอทะลุปรุโปร่งไปนานแล้วหลินเสี่ยวก้มหน้าเงียบ มือกำชายเสื้ออย่างกระสับกระส่าย
Read more

บทที่ 88

เดิมทีคิดว่าเป็นคำชมเชยเสียอีก คิดไม่ถึงว่าจะเป็นการใส่ร้าย!ยังไม่ทันรอให้อีกฝ่ายพูดจบ ซ่งซูเสียนก็ลุกพรวดขึ้นด้วยสีหน้าย่ำแย่อย่างยิ่ง “แทรกกลางงั้นเหรอ?”“ก่อนหน้านี้จือจิ้นกับลูกชายฉันคบกันอย่างเหมาะสมทั้งฐานะและสถานะ ถูกต้องชอบธรรมทุกอย่าง ไม่มีเรื่องเข้าไปแทรกกลางอะไรทั้งนั้น!”“ละ ลูกชายของคุณ?”สองคนที่กำลังนินทาหน้าแดงก่ำ ก่อนจะหันไปสบตากันพวกเธอไม่คิดเลยว่าการนินทาเล่น ๆ จะกลายเป็นการพูดต่อหน้าแม่ของคนในเรื่องเสียได้“ใช่ ประธานบริษัทผู้ร่ำรวยที่พวกเธอพูดถึงก็คือลูกชายของฉัน ตอนที่เขาแต่งงานกับจือจิ้น เขาไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับนักเปียโนที่พวกเธอพูดถึงทั้งนั้น!”ปกติซ่งซูเสียนมีท่าทีสุขุม พูดจานุ่มนวลเสมอ แต่ตอนนี้โกรธมาก น้ำเสียงจึงแข็งกร้าวขึ้นไม่น้อย “ฉันไม่รู้ว่าไปเอาคำพูดแบบนี้มาจากไหน แต่ถ้าคราวหน้ายังได้ยินอีก ฉันไม่ปล่อยคนที่พูดไว้แน่!”บริเวณรอคอยเงียบสนิทลงทันที ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้อีกเมื่อระบายความโกรธในอกออกไปแล้ว ซ่งซูเสียนก็หันตัวเดินไปทางห้องตรวจฉู่จือจิ้นกำลังส่งผู้ป่วยที่เพิ่งรับคำปรึกษาเสร็จออกมาพอดี พอเงยหน้าเห็นเธอก็ชะงักไปเล็กน้อย“น้
Read more

บทที่ 89

เป็นฉู่ฮั่วที่เพิ่งตรวจติดตามอาการเสร็จและกำลังจะกลับทั้งสองสบตากันหนึ่งวินาที พอหลินเสี่ยวได้สติ สีหน้าก็พลันบึ้งตึงทันที“คุณฉู่”“คุณคือ?”“ฉันเป็นแพทย์ฝึกงานของที่นี่ค่ะ” หลินเสี่ยวหยุดไปเล็กน้อย “พูดให้ถูกก็คือ อดีตแพทย์ฝึกงาน”ฉู่ฮั่วเลิกคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็จำเธอได้เมื่อนึกถึงคำว่า “อดีตแพทย์ฝึกงาน” ที่เธอพูด ฉู่ฮั่วก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อยหึ ดูท่าว่าคนโง่นี่จะออกหน้าแทนเธอจริงเมื่อมองเห็นความดูแคลนในดวงตาของอีกฝ่าย ใบหน้าของหลินเสี่ยวก็แดงก่ำ“คุณฉู่นี่เก่งจริง ๆ นะคะ!”“ฉันไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดอะไร ขอโทษนะคะ กรุณาหลีกทางด้วย ฉันจะกลับแล้ว”หลายคนที่เดินเข้ามาเตรียมขึ้นลิฟต์สังเกตเห็นว่าบรรยากาศไม่ปกติ จึงหันมามองทางนี้“ไม่เข้าใจเหรอ?” หลินเสี่ยวมีสีหน้าเย้ยหยัน “ฉันเรียนด้านจิตวิทยามา ฉันรู้ดีกว่าคนทั่วไปว่าตอนนั้นคุณจงใจบอกเป็นนัยและชี้นำให้ฉันคิดไปในทางที่ไม่เป็นผลดีกับพี่จิ้น”“ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าคุณเก่งมาก”ใบหน้าของฉู่ฮั่วซีดลงเล็กน้อย มือที่กำสายกระเป๋ากระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวแต่เธอฉลาดพอที่จะไม่พูดอะไร ไม่แก้ตัว เพียงแสดงสีหน้าน้อยใจ
Read more

บทที่ 90

เป็นกู้จินเหิงที่กำลังอุ้มกู้อวี๋อวี๋รีบวิ่งออกไปข้างนอกเขาไม่ได้หันกลับมา ไม่นานร่างก็เลือนหายไปท่ามกลางฝูงชน“หม่ามี้ นั่นคุณอากู้...ทำไมเขาถึงไม่เห็นพวกเราล่ะ?”ซินซินยื่นปาก ขยับเข้าไปเบียดข้างฉู่จือจิ้น น้ำเสียงอู้อี้เต็มไปด้วยความน้อยใจฉู่จือจิ้นถอนสายตากลับ ก้มหน้ามองเธอ ก่อนจะใช้นิ้วแตะปลายจมูกเด็กหญิงเบา ๆ “ฝนตกหนักขนาดนี้ เขาต้องอุ้มอวี๋อวี๋ แล้วยังต้องดูแลน้าฉู่ฮั่วด้วย จะมองไม่เห็นพวกเราก็เป็นเรื่องปกติ”“อ๋อ” ซินซินก้มหน้าลง ใช้เท้าเตะแอ่งน้ำเล็ก ๆ ตรงพื้น “คุณอากู้เป็นคุณพ่อที่ดีจริง ๆ แต่ไม่ใช่คุณพ่อของซินซิน”ฉู่จือจิ้นชะงักไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าควรตอบยังไงดี ความจริงในความฝันของฉู่จือจิ้นเมื่อก่อนเคยมีภาพครอบครัวสามคนของพวกเขาที่อบอุ่นอยู่เช่นกัน เพียงแต่ภายหลังมักถูกความจริงฉีกกระชากจนแหลกสลาย ฉู่จือจิ้นรู้สึกราวกับหัวใจถูกกระชากอย่างแรงเช่นกัน……สวี่โจวหล่านมาถึงหลังจากนั้นสิบนาที เขาถือร่มคันใหญ่และวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาตลอดทาง“จือจิ้น ซินซิน รอนานแล้วใช่ไหม? ไปกันเถอะ”“คุณอาสวี่ ทำไมมีร่มแค่คันเดียวล่ะคะ?” ซินซินถามแววตาของสวี่โจวหล่านไหววูบ ก่อนจะจงใจทำท
Read more
PREV
1
...
5678910
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status