All Chapters of กลิ่นกาแฟ กลิ่นราคี : เดียร์ ผู้หญิงที่อยากถูกรัก: Chapter 21 - Chapter 30

67 Chapters

ตอนที่ 7 : โต๊ะริมกระจก [2]

สิบเอ็ดโมง บูมยังไม่มาเดียร์บอกตัวเองว่าเขาอาจไม่ว่างตอนเช้าเที่ยง เขายังไม่มาเธอบอกตัวเองว่าเขาอาจต้องกินข้าวกับภรรยาบ่ายสอง เขายังไม่มาเธอบอกตัวเองว่าเขาอาจติดประชุมบ่ายสี่ เสียงกระดิ่งดังขึ้น ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน เดียร์เงยหน้าขึ้นเร็วเกินไปจนแป้งจี่ที่ยืนอยู่ข้างตู้เค้กเห็นชัดแต่คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่บูมเป็นผู้ชายวัยกลางคนที่สั่งอเมริกาโนเย็นสองแก้วกลับบ้านเดียร์ยิ้ม รับออร์เดอร์ คิดเงิน แล้วชงกาแฟอย่างเรียบร้อยไม่มีใครเห็นว่าใต้รอยยิ้มนั้น มีบางอย่างในตัวเธอค่อย ๆ หุบลงเหมือนดอกไม้ที่รอแดดผิดดวงห้าโมงเย็น โต๊ะริมกระจกยังว่างโต๊ะนั้นเคยเป็นโต๊ะของลูกค้าทั่วไปมาก่อน แต่หลังจากบูมมานั่งซ้ำ ๆ หลายวันติด เดียร์ก็เผลอจำมันเป็นของเขาไปแล้วอย่างน่าสมเพช บนโต๊ะไม่มีแก้วลาเต้ร้อน ไม่มีจานเค้กมะพร้าว ไม่มีโทรศัพท์คว่ำหน้าจอ ไม่มีผู้ชายที่หมุนแหวนเล่นตอนเมียโทรมามีแค่แสงเย็น ๆ จากข้างนอกที่ค่อย ๆ เลื่อนลงบนพื้นไม้ และเดียร์ที่มองไปทางนั้นบ่อยเกินกว่าจะเรียกว่าบังเอิญแป้งจี่เดินมาวางจานเค้กที่ยังเหลืออยู่ลงข้างเคาน์เตอร์ แล้วพูดโดยไม่มองหน้า“มึงรู้ไหมว่าเหี้ยที่สุดของผู้ช
last updateLast Updated : 2026-08-01
Read more

ตอนที่ 7 : โต๊ะริมกระจก [3]

19.00เวลาผ่านเลยไป19.52 น.เดียร์เริ่มเกลียดตัวเลขนี้พอ ๆ กับที่เกลียดคำว่าพรุ่งนี้19.55 น.ลูกค้าคนสุดท้ายลุกออกจากร้าน19.58 น.กระดิ่งเหนือประตูยังไม่ดังแป้งจี่เดินไปพลิกป้ายเตรียมปิดร้าน เธอหยุดมือชั่วครู่เหมือนลังเลว่าจะรออีกสองนาทีให้เพื่อนดีไหม แต่สุดท้ายก็พลิกป้ายเป็น “ปิด” ตามเวลาที่ควรเป็นเสียงล็อกประตูหน้าร้านดังขึ้นเบา ๆ20.00 น.บูมไม่มา ไม่มีข้อความ ไม่มีสายโทรเข้า ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีแม้แต่ข้ออ้างโง่ ๆ ที่เดียร์จะใช้หลอกตัวเองต่อได้ มีเพียงโต๊ะริมกระจกที่ว่างเปล่าและความจริงที่ค่อย ๆ นั่งลงตรงข้ามเธออย่างใจเย็น บูมไม่ได้ติดธุระ ไม่ได้หลงทาง ไม่ได้ลืมเวลาเขาแค่เลือกไม่มาเพราะผู้ชายที่มีบ้านให้กลับ ย่อมไม่จำเป็นต้องกลับมาหาผู้หญิงที่เป็นเพียงที่พักชั่วคราวเดียร์ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ มือจับขอบโต๊ะไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวแป้งจี่มองเธอจากประตูหน้า“เดียร์”“กูไม่เป็นอะไร”เสียงของเธอนิ่งมากนิ่งจนแป้งจี่น้ำตาคลอขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล“มึงไม่ต้องทำเหมือนไม่เป็นอะไรก็ได้”“กูไม่ได้ทำ”“มึงทำอยู่”เดียร์หันมายิ้มเป็นรอยยิ้มสวย สวยจนเจ็บ“แค่ผู้ชายคนเดียวไม่มา กูต้องร้องไห้เลยเ
last updateLast Updated : 2026-08-01
Read more

ตอนที่ 7 : โต๊ะริมกระจก [4]

ดีดี้ถอนหายใจเบามาก ก่อนเดินอ้อมจากด้านหลังมานั่งลงบนขอบเตียงข้าง ๆ เดียร์ เธอเอนตัวเข้าหาเล็กน้อย ยกมือขึ้นจับปลายคางของเดียร์อย่างระวัง แล้วพลิกใบหน้านั้นให้หันรับแสงจากโคมหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแสงสีเหลืองอ่อนตกลงบนแก้มที่ยังมีคราบน้ำตาจาง ๆ ทำให้ความสวยของเดียร์ดูเปราะบางจนแทบเจ็บตา ดีดี้มองอยู่นาน ไม่ใช่สายตาของคนชมความงาม แต่เป็นสายตาของผู้หญิงที่กำลังประเมินว่า ต้องลบตรงไหน ต้องเติมตรงไหน ต้องซ่อนความพังตรงไหน เพื่อให้คนตรงหน้ากลับไปยิ้มได้โดยไม่มีใครรู้ว่าเพิ่งร้องไห้มา“วันนี้อย่าทาสีหวาน ตาบวม ทาหวานแล้วดูน่าสงสาร”ดีดี้พูดในที่สุด น้ำเสียงเรียบ แต่ปลายนิ้วยังประคองคางเดียร์ไว้เบา ๆเดียร์กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนถามเสียงแหบ“แล้วต้องแต่งแบบไหน”ดีดี้มองเธอในกระจก“แต่งให้เหมือนผู้หญิงที่ร้องไห้จนหมดแล้ว และไม่มีอะไรเหลือให้ใครเห็น”เดียร์มองเงาตัวเอง ผู้หญิงในกระจกยังมีน้ำตาติดอยู่ที่หางตาแต่ริมฝีปากเริ่มกลับมามีสีแก้มเริ่มถูกปัดให้ดูมีชีวิตดวงตาถูกกรีดให้คมขึ้นจนความเศร้าถูกซ่อนอยู่หลังความเย้ายวนทุกครั้งที่แปรงแตะหน้า เดียร์รู้สึกเหมือนตัวเองค่อย ๆ ถูกกลบกลบรอยรอกลบรอยหวังกล
last updateLast Updated : 2026-08-01
Read more

ตอนที่ 8 : ห้องว่างชั้นสอง [1]

เดียร์ออกจากห้องรับรองของเสี่ยมนตรีเกือบเที่ยงคืนประตูไม้บานหนาปิดลงด้านหลังอย่างนุ่มนวล เสียงล็อกเบา ๆ นั้นไม่ดังพอจะทำให้ใครหันมามอง แต่กลับชัดเจนในความรู้สึกของเธอ ราวกับมันเพิ่งขังบางส่วนของตัวเองไว้ข้างใน ผมที่ดีดี้เคยเก็บให้เรียบร้อยหลุดลุ่ยลงมาปรกข้างแก้ม เสื้อผ้าบนตัวไม่เข้าที่เหมือนตอนเดินขึ้นมาอีกแล้ว ชายเสื้อยับตรงเอว กระดุมเม็ดหนึ่งติดเหลื่อม ริมฝีปากที่เคยถูกเติมสีไว้พอดีซีดลงจนเหลือเพียงคราบจาง ๆ ตรงมุมปากเดียร์หยุดยืนอยู่กลางทางเดินชั้นสามครู่หนึ่ง ก้มหน้าจัดเสื้อให้เข้าที่อย่างช้า ๆ ไม่รีบร้อนนัก เพราะบนชั้นนี้ไม่มีใครถามคำถามที่ต่างคนต่างรู้คำตอบอยู่แล้ว ผู้หญิงที่เดินออกจากห้องรับรองในสภาพแบบนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไร และแขกที่เดินสวนไปก็ไม่จำเป็นต้องทำเป็นไม่เข้าใจในมือของเธอมีซองเงินสีขาวใบหนึ่งมันไม่ได้หนักมาก แต่เดียร์กลับรู้สึกถึงน้ำหนักของมันชัดเจนกว่าสร้อยที่ข้อมือ ชัดกว่ากลิ่นเหล้าบนลมหายใจ ชัดกว่าความเหนื่อยที่ค่อย ๆ แผ่ลงมาตามไหล่ ซองเงินไม่ได้ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นสวยงามขึ้น ไม่ได้ล้างรอยยับบนเสื้อ ไม่ได้คืนสีลิปสติกให้ริมฝีปาก และไม่ได้ทำให้เธอกลายเป็นผู
last updateLast Updated : 2026-07-17
Read more

ตอนที่ 8 : ห้องว่างชั้นสอง [2]

ชื่อเดียร์ทำให้ปลายนิ้วของปรานศรีหยุดบนขอบแฟ้มเพียงเสี้ยววินาที“เดียร์?” ปรานศรีทวนชื่อนั้นเบา ๆ “เดียร์ไม่ใช่คนที่ใครจะมาแทนได้ แต่เด็กบางคน ถ้าไม่มีใครดึงออกมาก่อน ก็จะถูกโลกข้างนอกใช้จนหมดค่า อย่างน้อยถ้าอยู่ที่นี่ กูก็ยังสอนให้มันรู้จักตั้งราคาตัวเอง”“เจ้ยังเรียกที่เป็นแบบนี้..ว่ารอดอยู่เหรอ”ปรานศรีมองลาเต้ สายตาเย็นลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้โกรธ“ถ้าไม่เรียกว่ารอด กูจะเรียกชีวิตตัวเองว่าอะไร”ห้องเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ใช่ความเงียบว่างเปล่า แต่เป็นความเงียบที่มีอดีตยืนอยู่กลางห้องอย่างไม่ต้องเอ่ยชื่อ ลาเต้หลุบตาลงก่อน เธอรู้ดีว่าบางประโยคไม่ควรถามซ้ำกับผู้หญิงอย่างปรานศรี ผู้หญิงที่สร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมาจากเถ้าของตัวเอง และเรียกมันว่าทางรอด เพราะถ้าไม่เรียกแบบนั้น ทุกอย่างที่เธอทำกับเด็กในบ้านคงไม่มีชื่ออื่นนอกจากความโหดร้ายเสียงโทรศัพท์ของปรานศรีดังขึ้น ทำลายความเงียบที่เพิ่งก่อตัวในห้อง ชื่อบนหน้าจอทำให้รอยยิ้มของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ใช่รอยยิ้มของเจ้าของบ้าน ไม่ใช่รอยยิ้มของแม่ แต่เป็นรอยยิ้มของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกอดีตแตะไหล่เบา ๆ' มัสรินทร์ 'ลาเต้เห็นชื่อนั้น แต่ทำเป็นไม่เห็นป
last updateLast Updated : 2026-08-01
Read more

ตอนที่ 9 : กลิ่นน้ำหอมหลังฝน[1]

ฝนตกตอนบ่ายสามโมงสิบเจ็ดนาทีมันไม่ใช่ฝนใหญ่ แค่ฝนปลายฤดูที่ตกลงมาเหมือนฟ้าเผลอถอนหายใจ เม็ดน้ำกระทบกระจกหน้าร้านเป็นจังหวะเบา ๆ ทำให้แสงข้างนอกพร่าไปเล็กน้อย ถนนหน้าคาเฟ่เปียกเป็นเงาวาว รถที่แล่นผ่านทิ้งรอยน้ำไว้บนพื้นเหมือนเส้นบาง ๆ ที่ถูกลากแล้วหายไปในไม่กี่วินาทีสองสัปดาห์ผ่านไปหลังจากบูมหายไปเขาไม่ได้กลับมา ไม่ส่งข้อความ ไม่โทรหา และไม่ทิ้งข้ออ้างใด ๆ ไว้ให้เดียร์เอามาหลอกตัวเองได้อีก ชื่อของเขายังอยู่ในโทรศัพท์ แต่ค่อย ๆ กลายเป็นชื่อธรรมดาชื่อหนึ่งที่เธอไม่แตะบ่อยเหมือนเดิมบางแผลไม่ได้หายไปไหน มันแค่เงียบลงและเมื่อแผลเงียบ เดียร์ก็เริ่มได้ยินเสียงอย่างอื่นชัดขึ้น เสียงข้อความจากผู้ชายคนอื่น เสียงหัวเราะของลูกค้า เสียงฝนบนกระจก และเสียงเล็ก ๆ ในใจตัวเองที่เริ่มถามว่า ถ้าไม่ยืนรอใครกลับมาอีก เธอจะเดินไปทางไหนได้บ้าง“โต๊ะสาม เค้กมะพร้าวหนึ่ง ชาเย็นหวานน้อยหนึ่ง” แป้งจี่วางจานลงบนถาด แล้วเหลือบมองเดียร์ที่ยืนมองหยดน้ำไหลลงมาตามกระจกอยู่นานกว่าปกติ “มึงจะเสิร์ฟกาแฟ หรือจะยืนเฝ้าฝนทั้งบ่าย”เดียร์กะพริบตาเหมือนเพิ่งดึงตัวเองกลับมาจากข้างนอกกระจก “แค่ดูว่าฝนจะหยุดหรือยัง”“ถ้าหยุดแ
last updateLast Updated : 2026-07-20
Read more

ตอนที่ 9 : กลิ่นน้ำหอมหลังฝน[2]

บ่ายนั้น โมกับพีชนั่งอยู่เกือบชั่วโมง พีชเป็นฝ่ายพูดมากกว่า โมเป็นฝ่ายฟังมากกว่า เขาไม่ได้ทำตัวหวานจนใครต้องหันมอง ไม่ได้เย็นชาจนผู้หญิงข้างตัวเสียหน้า แต่ให้ความสนใจพีชในระดับที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองยังสำคัญพอ เขาหัวเราะในจังหวะที่ควรหัวเราะ เลื่อนจานเค้กให้เธอโดยไม่ต้องพูด และวางโทรศัพท์คว่ำหน้าลงบนโต๊ะเมื่อเธอเริ่มเล่าอะไรบางอย่างยาวขึ้นถ้ามองผ่าน ๆ เขาก็แค่เป็นผู้ชายที่มีมารยาทดีมากคนหนึ่ง ผู้ชายที่รู้ว่าควรดูแลคนข้างตัวอย่างไรให้ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป แต่เดียร์ไม่แน่ใจว่าทำไมสิ่งนั้นถึงติดอยู่ในความรู้สึกของเธอ อาจเพราะเธอเคยเจอผู้ชายที่หยาบกว่านี้ ตรงกว่านี้ รีบกว่านี้ หรือบางทีอาจเพราะผู้ชายที่ไม่รีบ มักทำให้คนเผลออยากรู้ว่าเขากำลังรออะไรอยู่ระหว่างที่เดียร์เดินไปเก็บโต๊ะว่างถัดจากโต๊ะริมกระจก โมไม่ได้เรียกเธอ ไม่ได้ชวนคุย เพียงขยับเก้าอี้เข้าหาโต๊ะเล็กน้อย เพื่อให้ทางเดินด้านหลังเขากว้างพอให้เธอผ่านได้สะดวก“ระวังพื้นนะครับ ตรงนี้ยังเปียกอยู่”เดียร์ชะงักเพียงนิดเดียว ก่อนมองลงไปเห็นหยดน้ำเล็ก ๆ ใกล้ขาโต๊ะ คงเป็นน้ำจากร่มของเขาที่หยดลงมาตอนเข้าร้าน“ขอบคุณค่ะ”“ผมต่า
last updateLast Updated : 2026-08-01
Read more

ตอนที่ 10 : ปากกาที่ถูกทิ้งไว้ [1]

สามวันหลังฝนตก เจ้าของกลิ่นสะอาดที่เดียร์ยังจำได้ก็กลับมาที่คอฟฟี่ เมโลดี้อีกครั้งคราวนี้ไม่มีฝน ไม่มีพีช และไม่มีร่มสีดำให้เธอเอาไปผูกกับภาพเดิม โมเดินเข้ามาก่อนเที่ยงเล็กน้อยเขาใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน แขนเสื้อพับขึ้นอย่างพอดีจนเห็นนาฬิกาบนข้อมือ ท่าทางของเขายังเหมือนเดิม สุภาพ เรียบร้อย และวางตัวดีเกินกว่าจะทำให้ใครรู้สึกว่าถูกตั้งใจดึงสายตา แต่เพราะเขาไม่พยายามนั่นแหละ เดียร์ถึงยิ่งเผลอมองนานกว่าที่ควรกลิ่นน้ำหอมของเขายังเป็นกลิ่นเดิม สะอาด เย็นนิด ๆ และจางพอจะปะปนกับกลิ่นกาแฟในร้านโดยไม่กลบอะไรเลย ทว่ามันกลับชัดในความจำของเดียร์อย่างน่าหงุดหงิด ราวกับบางอย่างจากบ่ายวันฝนตกยังไม่ยอมจางไปจริง ๆเดียร์เห็นเขาตั้งแต่กระดิ่งหน้าร้านดัง แต่เธอไม่ได้ขยับออกไปทันที เธอเพียงก้มลงจัดแก้วหลังเคาน์เตอร์ให้เป็นระเบียบ ทั้งที่มันถูกวางอย่างเป็นระเบียบอยู่แล้ว ทำเหมือนงานเล็ก ๆ ตรงหน้าสำคัญมากพอจะกันตัวเองไม่ให้เงยหน้ามองผู้ชายคนนั้นเร็วเกินไปแป้งจี่เหลือบมองเธอเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องพูดอะไร เดียร์ก็รู้ว่าเพื่อนเห็นหมดแล้วเห็นว่าเธอเห็นเขา และเห็นว่าเธอกำลังพยายามทำเหมือนไม่เห็นเดียร์ทำเป็นไม
last updateLast Updated : 2026-07-20
Read more

ตอนที่ 10 : ปากกาที่ถูกทิ้งไว้ [2]

บ่ายวันนั้นผ่านไปช้าอย่างน่ารำคาญลูกค้าเข้าออกเป็นระยะ เสียงเครื่องชงกาแฟดังสลับกับเสียงคนสั่งเครื่องดื่ม เดียร์ทำงานเหมือนทุกวัน รับออร์เดอร์ เรียกคิว ยิ้มให้ลูกค้า เก็บแก้วที่โต๊ะ แต่ทุกครั้งที่กระดิ่งหน้าร้านดัง เธอกลับเงยหน้าขึ้นเร็วกว่าปกติและทุกครั้งที่คนเดินเข้ามาไม่ใช่โม เธอก็ต้องทำเหมือนไม่ได้รออะไรทั้งนั้น“ถ้าคอมึงจะหันหาเสียงกระดิ่งขนาดนั้น อีกหน่อยกูซื้อปลอกคอกระพรวนให้ใส่เองเลยดีไหม”เดียร์หันไปมองเพื่อน “กูแค่ดูว่ามีลูกค้าเข้าไหม”“ลูกค้าเข้าร้านทุกวัน เดียร์” แป้งจี่ตอบเรียบ ๆ “แต่มึงไม่ได้เงยหน้าเร็วแบบนี้กับทุกคน”เดียร์เงียบไปหนึ่งจังหวะ“กูไม่ได้รอเขา”“กูยังไม่ได้พูดชื่อเขาเลย”เดียร์เงียบไปหนึ่งจังหวะ ก่อนหันกลับไปเช็ดเคาน์เตอร์ต่อ ทั้งที่ตรงนั้นสะอาดอยู่แล้ว แป้งจี่มองเพื่อนอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้ความเงียบทำงานแทนคำเตือน เพราะบางครั้งการพูดมากเกินไปก็ทำให้คนอยากดื้อขึ้นมากกว่าเดิมหกโมงเย็น โทรศัพท์ร้านก็ดังขึ้นเดียร์อยู่ใกล้เครื่องที่สุด จึงเอื้อมมือไปรับสายตามหน้าที่“คอฟฟี่ เมโลดี้ สวัสดีค่ะ”ปลายสายเงียบไปเพียงครู่เดียว ก่อนเสียงผู้ชายที่เธอจำไ
last updateLast Updated : 2026-08-01
Read more

ตอนที่ 10 : ปากกาที่ถูกทิ้งไว้ [3]

วันพุธ คอฟฟี่ เมโลดี้เงียบกว่าทุกวันป้ายหน้าร้านถูกพลิกเป็นคำว่า CLOSED ตั้งแต่เช้า เครื่องชงกาแฟไม่ได้ส่งเสียงฟู่ ๆ เหมือนเคย เก้าอี้ถูกวางเรียงอย่างเป็นระเบียบบนพื้นสะอาด แสงแดดลอดผ่านกระจกเข้ามาแตะโต๊ะริมหน้าต่างที่ไม่มีลูกค้านั่ง ทำให้ร้านทั้งร้านดูเหมือนเวทีที่พักการแสดงชั่วคราวเดียร์ยืนอยู่หน้ากระจกในห้องตัวเองนานกว่าปกติเธอไม่ได้แต่งตัวจัดเกินไป เสื้อสีครีมเข้ารูปพอดีตัว กระโปรงสีเข้มยาวเหนือเข่าเล็กน้อย รองเท้าส้นไม่สูงจนเดินลำบาก ผมปล่อยลงแต่เก็บปลายให้เรียบร้อย แต่งหน้าอ่อนกว่าคืนที่ต้องขึ้นชั้นบน แต่ประณีตกว่าวันที่ยืนหน้าเครื่องคิดเงินไม่เหมือนตั้งใจไปเจอผู้ชายแต่ตั้งใจพอจะไม่ปล่อยให้ตัวเองดูเหมือนแค่เอาของไปคืนลูกค้าเดียร์หยิบซองกระดาษใส่ปากกาขึ้นมาใส่กระเป๋า ก่อนมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง“แค่เอาของไปคืน”เธอบอกตัวเองเบา ๆคำพูดนั้นฟังดูมีเหตุผลมากพอ แต่รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากกลับไม่ยอมเชื่อฟังเหตุผลเท่าไรนัก12.00 น.เดียร์ไปถึงหน้าตึกที่โมบอกตึกกระจกสูงตัดกับท้องฟ้าสีซีดของกรุงเทพฯ ประตูหมุนด้านหน้าเปิดรับคนเข้าออกไม่ขาด พนักงานออฟฟิศเดินผ่านกันด้วยจังหวะเร่งรีบ บ
last updateLast Updated : 2026-08-01
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status