แชร์

บุปผาสะพรั่งแต่ใจยังค้างคา
บุปผาสะพรั่งแต่ใจยังค้างคา
ผู้แต่ง: ฮว่าฮว่า

บทที่ 1

ผู้เขียน: ฮว่าฮว่า
นางกระชับเสื้อตัวในอันบางเฉียบเข้าหากัน เอ่ยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “คิดดีแล้ว ความปรารถนาของข้าคือ ออกไปจากวังหลวง”

น้ำเสียงของเย่อิ่นราบเรียบ “ชื่อของเจ้าถูกบันทึกอยู่ในทำเนียบ การจะออกไปไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกเสียจาก... แกล้งตาย แล้วเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่”

“ตกลง” ลู่อีซวงพยักหน้า จะแกล้งตายหรือเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ก็ช่าง ขอเพียงแค่ได้ออกไปจากวังหลวงแห่งนี้ แบบไหนนางก็ยอมทั้งสิ้น

“อีกครึ่งเดือน ข้าจะมารับเจ้า” เงาดำกล่าวจบก็เลือนหายไปในความมืดมิด ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน

ลู่อีซวงมองพระจันทร์เสี้ยวบนขอบฟ้า ก่อนถอนลมหายใจออกยาว

ในที่สุด... มันกำลังจะจบลงแล้ว

เดิมทีนางไม่ควรเป็นคนของวังหลวงแห่งนี้ การเข้ามาที่นี่เป็นเพียงความผิดพลาดเรื่องหนึ่งเท่านั้น

เมื่อสามปีก่อน นางยังเป็นเพียงบุตรสาวอนุที่ไม่ได้รับความโปรดปรานที่สุดของจวนอัครเสนาบดี

พี่สาวทายาทตรงของนางอย่างลู่ชิงอี๋คือไข่มุกเม็ดงามที่ผู้คนทั้งจวนตามใจและทะนุถนอม ทั้งยังรักใคร่ชอบพอกับเซวียนหยวนอี้ ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นองค์ชายหก

ทว่าบิดาลู่กลับเห็นว่าองค์ชายสี่มีแววจะได้ขึ้นครองบัลลังก์มากกว่า จึงฝืนแยกคนรักทั้งสอง และจับลู่ชิงอี๋แต่งงานกับองค์ชายสี่

ใครจะไปคาดคิดว่าผู้ที่ได้ขึ้นครองราชย์ในท้ายที่สุดกลับเป็นเซวียนหยวนอี้

ฮ่องเต้กริ้วอย่างหนัก อัครเสนาบดีถูกปลดและเนรเทศ

เพื่อระงับความโกรธของฮ่องเต้ บิดาจึงส่งนางบุตรสาวอนุที่ไม่มีใครเหลียวแล เข้าวังไปเป็นนางกำนัลรับใช้ใกล้ชิด ปล่อยให้ฮ่องเต้ทรมานตามใจ

นางยังจำภาพเหตุการณ์ยามที่พบเซวียนหยวนอี้ครั้งแรกได้ดี

ฮ่องเต้หนุ่มผู้หล่อเหลาในฉลองพระองค์มังกรสีดำขลับ จ้องลู่อีซวงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสายตาโหดเหี้ยม “บุตรสาวตระกูลลู่อย่างนั้นหรือ?”

เซวียนหยวนอี้ระบายความแค้นทั้งหมดลงที่นางจริง ๆ

ทั้งโบยแส้ สั่งคุกเข่าบนเศษกระเบื้องเคลือบในฤดูหนาวอันเยือกเย็น... ทั่วร่างของนางแทบไม่มีเนื้อดีเหลืออยู่เลย

จนกระทั่งค่ำคืนนั้น เขาเมาสุราและเข้าใจผิด คิดว่านางคือลู่ชิงอี๋ จึงฝืนครอบครองนาง

ความผิดพลาดในครั้งนี้ ยืดเยื้อมานานถึงสามปี

นางต้องรองรับอารมณ์รักทุกค่ำคืนจนร่างกายแทบรับไม่ไหว เดิมทีคิดจะอดทนรอจนถึงกำหนดอายุที่จะได้ออกจากวัง ทว่าวันนี้ยามที่ไปรับป้ายอนุญาตออกจากวัง กลับถูกขัดขวางไว้

“ฝ่าบาทมีพระบรมราชโองการ ห้ามปล่อยตัว” น้ำเสียงแหลมเล็กของขันทีทิ่มแทงจนแก้วหูนางเจ็บปวด

วินาทีนั้น นางถึงได้เข้าใจในที่สุดว่า ชั่วชีวิตนี้ของนาง คงไม่มีวันหนีไปจากกรงทองแห่งนี้ได้แล้ว

ยังดีที่เมื่อหนึ่งปีก่อน นางบังเอิญช่วยชีวิตชายชุดดำที่บาดเจ็บสาหัสเอาไว้คนหนึ่ง

ต่อมาถึงได้รู้ว่า เขาคือเย่อิ่น มือสังหารอันดับหนึ่งของทำเนียบ

“ข้าติดหนี้ชีวิตเจ้า จะตอบแทนด้วยการทำให้ความปรารถนาของเจ้าหนึ่งข้อเป็นจริง” เขาเคยกล่าวไว้

มาตอนนี้ ความปรารถนาของนางมีเพียงสิ่งเดียว…

ออกไปจากที่นี่!

นางหันหลังกลับ ทว่าในจังหวะที่เดินกลับเข้าตำหนัก กลับต้องสบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่ลึกล้ำและเย็นเยียบ

เซวียนหยวนอี้ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ยืนอยู่ใต้ระเบียง ดวงตาดำมืดจ้องนาง “เมื่อครู่ ไปไหนมา?”

“หม่อมฉันรู้สึกกระหายน้ำ จึงไปดื่มน้ำมาเพคะ” นางบังคับตัวเองให้สงบนิ่งเพื่อโกหก

สายตาของเซวียนหยวนอี้พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันควัน “กลับมา”

นางยอมกลับขึ้นไปบนเตียงบรรทมมังกรอย่างว่าง่าย ทว่ากลับถูกฝ่าบาทบีบเข้าที่คางอย่างแรง “จำใส่หัวไว้ หากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามเจ้าก้าวออกไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว”

“เพคะ”

เขาปล่อยมืออย่างพอใจ ก่อนดึงนางเข้าไปกอด

นางสูดกลิ่นกำยานหลงเซียนที่ติดกายเขา พร้อมกับนับเสียงหยดน้ำคอยท่าวันใหม่

เช้าตรู่วันถัดมา ขาทั้งสองข้างของลู่อีซวงอ่อนเปลี้ยจนแทบยืนไม่อยู่

เซวียนหยวนอี้ยิ้มเยาะ “อ่อนแอเสียจริง แค่ไม่กี่ครั้งก็ยืนไม่ไหวแล้ว นั่งเกี้ยวของข้ากลับไปเสีย”

“หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ...”

ยังพูดไม่ทันจบ เซวียนหยวนอี้ก็อุ้มนางขึ้นในอ้อมแขน ก่อนก้าวยาวๆ ไปยังเกี้ยวประทับมังกรที่อยู่นอกตำหนัก

“ฝ่าบาท! เช่นนี้ผิดธรรมเนียมนะเพคะ…” นางตกใจรีบคว้าชายฉลองพระองค์ของเขาไว้

“หุบปาก” เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจับนางยัดเข้าไปในเกี้ยวทันที

ยามที่เกี้ยวเคลื่อนมาถึงสำนักซักล้าง เซวียนหยวนอี้ก็ยกมือสั่งให้หยุด

ลู่อีซวงมองตามสายตาของเขา เห็นเพียงหญิงสาวในชุดนางกำนัลสีน้ำเงินครามกำลังตากผ้าไหมอยู่

นางกำนัลที่ชื่อลวี่หลัว ผู้นี้โครงหน้าดวงตากลับมีส่วนคล้ายกับพี่สาวทายาทตรงของนางอยู่มาก

“นางกำนัลคนนั้น คืนนี้ให้มาปรนนิบัติบนเตียง” เซวียนหยวนอี้กล่าวเรียบๆ

หัวหน้าขันทีหลี่เข้าใจความหมายในทันที จึงส่งคนไปแจ้งแก่ลวี่หลัว

ลวี่หลัวดีใจจนแทบคลั่ง มีความสุขตลอดทั้งวัน ลองเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่หลายชุด แถมยังอาบน้ำซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง เฝ้ารอเพียงให้ค่ำคืนมาถึง

ทว่าลู่อีซวงกลับมิได้ใส่ใจ เมื่อคืนนี้เซวียนหยวนอี้ต้องการนางอย่างหนักหน่วง นางรู้สึกเพียงว่าสมองมึนงง พร่าเบลอ ร่างกายหนักอึ้งเป็นพิเศษ และทรมานจากพิษไข้

เมื่อถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าขันทีหลี่เห็นนางยังไม่ไปปฏิบัติหน้าที่เสียที จึงเดินมาตามหาด้วยตัวเอง

“หัวหน้าขันทีหลี่ ข้ารู้สึกไม่สบาย รบกวนท่านช่วยลาหยุดให้ข้าทีนะเจ้าคะ” นางนอนอยู่บนเตียง เอ่ยปากอย่างอ่อนแรง

หัวหน้าขันทีหลี่สงสารนางจับใจ จึงรีบตอบรับ “เจ้าพักผ่อนให้ดีเถิด ทางฝ่าบาท ข้าจะไปกราบทูลเอง”

ผ่านไปครู่หนึ่ง เรือนพักก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

ลู่อีซวงตัวร้อนรุ่มราวกับไฟแผดเผา ดื่มยาลงไปแล้วก็ยังไม่ทุเลา

จวบจนค่ำคืน ขณะที่สติของนางเริ่มเลือนราง ลวี่หลัวกลับวิ่งร้องไห้ตาแดงก่ำกลับมา แล้วตบหน้านางฉาดใหญ่ด้วยความโกรธแค้น

“ลู่อีซวง เจ้าจงใจใช่ไหม?! กว่าฝ่าบาทจะสนใจข้าได้ แต่ยังไม่ทันขึ้นเตียงบรรทมมังกร เจ้ากลับแกล้งทำเป็นป่วยมีไข้ พอฝ่าบาททรงทราบก็เป็นห่วง ทอดทิ้งข้าไว้แล้วหันหลังกลับมาหาเจ้า!”

“หลายปีมานี้พระราชวังหลังของฝ่าบาทว่างเปล่า มีเพียงเจ้าคนเดียวที่ได้ถวายตัว หรือว่าเจ้าคิดจะครอบครองฝ่าบาทไว้แต่เพียงผู้เดียวฮะ?”

ลู่อีซวงไข้ขึ้นจนหน้ามืดตาลาย นางไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเลยสักนิด เซวียนหยวนอี้จะมาหานางได้อย่างไรกัน?

“ข้าป่วยเป็นไข้จริงๆ นะ...”

ทว่าลวี่หลัวไม่มีทางเชื่อ นางทุบตีระบายอารมณ์ใส่ลู่อีซวงอย่างบ้าคลั่ง

“นังแพศยาที่เอาแต่ยั่วยวนบุรุษ นังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ คอยดูเถอะ วันนี้ข้าจะฉีกใบหน้ายั่วยวนของเจ้าให้แหลก!”

เดิมทีลู่อีซวงก็ทรมานเจ็บป่วยจะแย่อยู่แล้ว เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาอันไร้สาระนี้ นางจึงกักเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ แล้วพูดออกไปในที่สุด

“ข้ากำลังจะไปจากที่นี่อยู่แล้ว จะยั่วยวนฝ่าบาทไปเพื่ออะไร?”

“ไปจากที่นี่งั้นรึ?”

เสียงเย็นเยียบดังมาจากหน้าประตู เลือดทั่วร่างของนางพลันเย็นเฉียบในทันที

เซวียนหยวนอี้ในฉลองพระองค์มังกรสีเหลืองอร่ามยืนอยู่ตรงประตู แววตาโหดเหี้ยมดุดันจนน่ากลัว “ลู่อีซวง เจ้าคิดจะไปที่ใด?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บุปผาสะพรั่งแต่ใจยังค้างคา   บทที่ 23

    หลังจากสั่งคนไว้คอยติดตามลู่อีซวงตลอดเวลาแล้ว เซวียนหยวนอี้ก็กลับวังหลวงไปจัดการราชกิจไม่ว่าลู่อีซวงจะเดินทางไปที่ใด หลังจัดการราชกิจเสร็จ เซวียนหยวนอี้ก็มักจะตามพวกเขาไปในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกลเสมอตราบใดที่นางไม่รู้ตัวก็พอเย่ยิ่นจับมือลู่อีซวงไว้ แม้ในใจจะหงุดหงิด แต่ก็จนปัญญาแม้เขาจะเป็นมือสังหารอันดับหนึ่งแห่งทำเนียบ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานองครักษ์เงาและนักสังหารของเซวียนหยวนอี้ที่มีไม่รู้จบยิ่งไปกว่านั้น หากสังหารผู้บริสุทธิ์มากเกินไปจนอีซวงพบเข้า นางย่อมต้องโกรธเคืองเป็นแน่เขาไม่อยากทำให้นางต้องโกรธด้วยเหตุนี้ เย่อิ่นจึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น แทบอยากจะสิงสถิตอยู่ข้างกายลู่อีซวงตลอดเวลาโดยไม่ยอมห่างแม้แต่ก้าวเดียวเวลาล่วงเลยไปห้าปี อันอันได้เติบโตกลายเป็นเด็กหนุ่มผู้แสนรู้ความในวันงานเลี้ยงวันเกิด เย่อันอุ้มกล่องใบหนึ่งเดินเข้ามาหาลู่อีซวง แม้ปกติเขาจะมีนิสัยสุขุมเยือกเย็น แต่ยามนี้กลับมีความลนลานอยู่บ้าง"ท่านแม่ ของขวัญวันเกิดชิ้นนี้ ข้ารับไว้ได้หรือไม่ขอรับ?"ลู่อีซวงไม่เข้าใจความหมาย จึงเปิดกล่องไม้จันทน์ทองที่ดูเรียบง่ายทว่าหรูหราออก ตราประทับหยกสื

  • บุปผาสะพรั่งแต่ใจยังค้างคา   บทที่ 22

    เมื่อเห็นเด็กน้อย หัวหน้าขันทีหลี่ก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนคอยหยอกล้อและกล่อมอันอันแปลกดีแท้ อันอันทำราวกับว่าเกลียดชังแค่เซวียนหยวนอี้เพียงคนเดียว ขอแค่ได้เห็นหน้าเขาเมื่อไหร่ ก็จะเบะปากร้องไห้โฮทันทีตลอดทั้งวัน อันอันร้องไห้อยู่หลายครั้งลู่อีซวงรู้สึกหงุดหงิดใจ ทว่าในหัวได้เริ่มวางแผนที่จะไปจากที่นี่แล้ว"เย่อิ่น ในเมื่อพวกเขาชอบที่นี่นัก งั้นก็ยกที่นี่ให้พวกเขาไปเถิด ต่อไปพวกเราสามคนพ่อแม่ลูกไปเที่ยวชมป่าเขาหยุดพักผ่อนตามใจชอบกันดีกว่า""ได้ ทุกอย่างตามใจเจ้า" เย่อิ่นแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยใส่ใจว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่ใดสำหรับเขาแล้ว ที่ไหนก็เหมือนกันหมด เว้นเสียแต่สถานที่ที่มีลู่อีซวงอยู่นั้นแตกต่างออกไป ที่ใดมีลู่อีซวง ที่นั่นก็คือบ้านของเขาเย่อิ่นลงมือทำสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วมาก เพียงครู่เดียวก็เก็บสัมภาระที่จะนำติดตัวไปเสร็จเรียบร้อย พร้อมที่จะเดินทางออกไปได้ทุกเมื่อทว่า ครอบครัวสามคนของพวกเขาเพิ่งจะเดินทางมาถึงจุดพักแห่งใหม่ ก็กลับต้องเผชิญหน้ากับเซวียนหยวนอี้เข้าอีกครั้งคิ้วของลู่อีซวงขมวดมุ่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม นางทนไม่ไหวจริงๆ จนต้องก้าวเท้าเดินเข้าไปหา"เซวียนหยวนอี้ ฝ่า

  • บุปผาสะพรั่งแต่ใจยังค้างคา   บทที่ 21

    คำพูดของเขาพูดยังไม่ทันจบ เย่อิ่นที่มีใบหน้าดำมืดกะทันหัน ก็ชกหมัดใส่ใบหน้าของเซวียนหยวนอี้เต็มแรงฝีมือของเขาทั้งคล่องแคล่วและปราดเปรียว แม้เซวียนหยวนอี้จะผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีและเคยผ่านสมรภูมิรบ แต่สุดท้ายก็ยังเทียบไม่ได้กับมือสังหารอันดับหนึ่งที่ผ่านการฆ่าฟันฝ่าดงคนมานับไม่ถ้วนหมัดของเย่อิ่นทุกหมัดหนักหน่วงถึงเนื้อถึงตัว ทุกกระบวนท่ามุ่งโจมตีจุดตายของเซวียนหยวนอี้ ราวกับอยากสังหารเขาตรงนั้นเสียเดี๋ยวนี้มือสังหารไม่เคยสนใจว่าจะใช้วิธีสังหารที่อำมหิตเพียงใด การลอบโจมตีด้วยอาวุธลับก็ยิ่งใช้ได้ทุกเล่ห์เหลี่ยมทว่าเซวียนหยวนอี้ก็เป็นฮ่องเต้ องครักษ์เงาจำนวนนับไม่ถ้วนโผล่ออกมาล้อมรอบเข้าโจมตีเย่อิ่นไม่ขาดสาย ต่างรับมือตามกระบวนท่าเพื่อปกป้องเซวียนหยวนอี้เข็มเงินอาบยาพิษหลายเล่มพุ่งตรงไปยังเซวียนหยวนอี้ องครักษ์เงานายหนึ่งยอมสละชีวิตเอาตัวเข้าบังไว้เมื่อเห็นว่าวิชาหมัดมวยทั่วไปมิอาจสังหารเซวียนหยวนอี้ได้ การโจมตีของเหล่าองครักษ์เงาก็ยิ่งดุเดือดขึ้นแววตาของเย่อิ่นฉายแววเด็ดขาด เขากำลังจะใช้ท่าสังหารสุดท้ายโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด หวังจะลากเซวียนหยวนอี้ไปตายด้วยกัน เพื่อแลกกับอิสรภาพ

  • บุปผาสะพรั่งแต่ใจยังค้างคา   บทที่ 20

    หลังจากทั้งสองเก็บโรงเตี๊ยมจนเรียบร้อย ก็ปิดร้านก่อนเวลาแล้วกลับบ้านแต่ภายในลานเรือนที่เต็มไปด้วยกลีบดอกไม้ร่วง ชายรูปงามสง่า สีหน้าเย็นชาคนหนึ่งกำลังอุ้มเด็กน้อยที่ร้องไห้จ้า ท่าทางอุ้มเด็กของเขาไม่คล่องเอาเสียเลย ดูเก้งก้างจนน่าขันเด็กน้อยหน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตา แต่ร้องไห้ไม่หยุดทันทีที่เห็นเซวียนหยวนอี้ ลู่อีซวงก็รู้สึกเย็นวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าซีดขาวและตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? แถมยังอุ้มลูกชายของนางอีก!นางหวาดผวาจนอยากจะคว้าลูกชายแล้ววิ่งหนีไปเดี๋ยวนั้น“เหยาเหนียง เจ้าไหวไหม?” เย่อิ่นถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง และประคองนางอย่างอ่อนโยน ก่อนจับมือนางเดินเข้าไปในลานเรือนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น"ใต้เท้าท่านนี้ พอจะวางลูกของข้ากับเหยาเหนียงลงได้หรือไม่ เขาร้องไห้หนักมาก และปกติก็ไม่ชอบให้คนแปลกหน้าอุ้มด้วย"ลู่อีซวงเองก็พยายามสะกดหัวใจที่เต้นแรง ก่อนเปลี่ยนน้ำเสียงแล้วเอ่ยขึ้น “ใช่แล้ว อันอันขี้กลัวคนแปลกหน้า หากร้องต่อไปแบบนี้คอจะเสียเอาได้ ใต้เท้าโปรดคืนลูกให้ข้าเถอะ”“หึ… กลัวคนแปลกหน้าหรือ?” เซวียนหยวนอี้หัวเราะเยาะเบาๆ แม้ในใจจะเดือดด

  • บุปผาสะพรั่งแต่ใจยังค้างคา   บทที่ 19

    พอคำพูดนี้หลุดออกมา ลู่อีซวงก็หายใจสะดุด น้ำตาเอ่อจนภาพตรงหน้าพร่ามัว ทั้งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวโดยไม่รู้ตัว"เย่อิ่น ข้าไม่อยากถูกจับตัวกลับไป ไม่อยากถูกทรมานอีกแล้ว"แม้เวลาจะผ่านไปสามปีแล้ว ทว่าประสบการณ์ในวังหลวงยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำของนาง ไม่อาจลบเลือนได้วันนั้น นางกับเย่อิ่นหนีออกจากวังหลวง ระหว่างทางต้องหลบซ่อนตัวตลอดเวลา เปลี่ยนหน้ากากปลอมใบหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะหนีห่างเมืองหลวงได้สำเร็จก็แสนยากลำบากจนกระทั่งถึงวินาทีนี้ ลู่อีซวงจึงเพิ่งตระหนักถึงความหวาดหวั่นและความสับสนที่อัดแน่นอยู่ในใจแม้นางจะเป็นบุตรสาวอนุที่ไม่ได้รับความโปรดปราน ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์ใช้ชีวิตเพียงลำพังภายนอกหลังจากผ่านพิธีสวมปิ่นได้ไม่นาน นางก็ถูกส่งเข้าวัง แม้จะทำเรื่องรับใช้คนอื่นและได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องแม้นางจะได้อิสรภาพคืนมา แต่นางกลับไม่มีที่ให้ไปอีกแล้วด้วยเหตุนี้ ลู่อีซวงจึงทำได้เพียงหน้าด้านหน้าทนเกาะติดเย่อิ่นไว้ กอดเขาไว้ไม่ยอมปล่อยมือ ไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหนนางก็เดินตามไปทางนั้นอาจเป็นเพราะในระหว่างทางที่ห

  • บุปผาสะพรั่งแต่ใจยังค้างคา   บทที่ 18

    พริบตาเดียว เวลาผ่านไปสามปีแล้วลู่อีซวงเปิดกิจการโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งอยู่ที่ชายแดนชายตีเหล็กรูปร่างกำยำผิวคล้ำ โยนเศษเงินก้อนหนึ่งให้เด็กบริการ "เหมือนเดิม สุราชิงฮวาเหนียงมาสามกา เมียข้าที่บ้านชอบดื่ม"เหล่าชายหญิงที่นั่งดื่มสุราอยู่ชั้นล่าง ต่างพูดคุยหยอกล้อกันอย่างเป็นกันเอง"เหยาเหนียง สามีเจ้าไปคุ้มกันสินค้ายังไม่กลับมาอีกหรือ? นี่มันกี่วันกี่คืนแล้ว? เกือบจะผ่านไปเดือนหนึ่งแล้วมั้ง? เขายังไม่กลับมาอีก หรือว่าจะเกิดอุบัติเหตุอะไรข้างนอกหรือเปล่า?""ถ้าให้ข้าพูดนะ เจ้าออกจะผิวพรรณผุดผ่องมีน้ำมีนวล หน้าตาแม้จะไม่ถึงกับงดงามล่มเมือง แต่ถ้าจะหาสามีดีๆ ใช้ชีวิตอย่างสงบก็มีให้เลือกมากมาย สามีเจ้าไม่อยู่ข้างกายตลอดทั้งปี เจ้าจะไม่ลองพิจารณาแต่งงานใหม่จริงหรือ?""นั่นสิ เกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ เจ้าจะได้มีคนให้พึ่งพา อาศัย ชายแดนแบบนี้ ดีกว่าต้องมาทนเป็นแม่ม่ายทั้งเป็นแบบนี้"ผู้คนต่างพากันหยอกล้อกัน ทว่าคำพูดเหล่านั้นก็มาจากใจจริงของพวกเขาหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งตรงกลางเป็นแม่สื่อ นางมานั่งดื่มสุราที่นี่อยู่หลายวันแล้ว เพียงเพราะขุนนางข้าหลวงคนหนึ่งเกิดถูกตาต้องใจเหยาเหนียงหรือก็ค

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status