All Chapters of ใจติดเงาในอดีต: Chapter 1 - Chapter 10

24 Chapters

บทที่ 1

ตอนที่ร่างของเสิ่นชิวอิ่งกลิ้งตกลงมาตามบันได เธอกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่คาดไว้อยู่แล้วคนที่อยู่ข้างกายเสิ่นชิวอิ่ง สุดท้ายก็จะถูกเสิ่นเจี๋ยแย่งไปเสมอเสิ่นเจี๋ยเป็นคนร่าเริง เปิดเผย เหมือนดวงอาทิตย์ดวงน้อยเมื่อเทียบกันแล้ว เสิ่นชิวอิ่งที่เงียบขรึม ไม่ค่อยพูด ก็สมกับชื่อของตัวเอง เป็นเพียงเงาที่ไร้ตัวตนตั้งแต่วินาทีแรกที่ปั๋วจิ่นเหยียนได้พบเสิ่นเจี๋ย เธอก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีตอนนั้นเธอปลอบตัวเองว่า ความรักสิบปีของเธอกับปั๋วจิ่นเหยียน ไม่มีทางเป็นแบบนั้นแต่ความจริงกลับตบหน้าเสิ่นชิวอิ่งอย่างแรงปั๋วจิ่นเหยียนพาเธอมาส่งโรงพยาบาล เฝ้าอยู่ข้างเตียง เพราะกลัวว่าน้ำเกลือจะทำให้มือเธอเย็น จึงไปขอกระเป๋าน้ำร้อนจากพยาบาลมาให้อุ่นมือ“จูบนั้นเป็นแค่อุบัติเหตุ”ปั๋วจิ่นเหยียนพูดเช่นนั้น“ฉันแค่เผลอมองว่าเธอเป็นเธอ เป็นเธอในตอนที่ยังสาว ยังร่าเริง สดใส”“ชิวอิ่ง เธอเข้มแข็งเกินไป เย็นชาเกินไป ฉันมักจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่คนที่เธอต้องการ”“จะไม่มีครั้งหน้าอีก ส่วนเสี่ยวเจี๋ย ยังไงเธอก็เป็นน้องสาวของเธอ แถมยังเด็กมาก อย่าถือสาเธอเลย ได้ไหม”เสิ่นชิวอิ่งก้มตาลง ก่อนจะหัวเราะออก
Read more

บทที่ 2

เธอจำได้ราง ๆ ว่า ก่อนเริ่มเข้ารับการรักษา เธอจัดการเรื่องย้ายทะเบียนบ้านเรียบร้อยแล้วเสิ่นชิวอิ่งเปิดโทรศัพท์ ข้อความสุดท้ายที่เธอคุยกับเสิ่นเจี๋ย ยังหยุดอยู่ก่อนวันที่เธอเห็นทั้งสองจูบกันเสิ่นเจี๋ยอยากได้รองเท้ารุ่นลิมิเต็ด จึงเรียกเธอว่า พี่สาวตอนเสิ่นชิวอิ่งอายุ 18 ชีวิตลำบากมาก แม้แต่เสื้อผ้าที่ราคาเกินหนึ่งร้อยหยวน เธอยังไม่กล้าซื้อเธอรู้ว่าผู้หญิงรักสวยรักงาม และก็รู้ว่าเด็กวัยนี้มีศักดิ์ศรีในตัวเองสูงเธอโอนเงินให้ โดยไม่ได้พูดอะไรเสิ่นเจี๋ยรับเงินไปเงียบ ๆ และไม่ตอบกลับแม้แต่คำเดียวเสิ่นชิวอิ่งถอนหายใจ ปิดหน้าต่างแชตของเสิ่นเจี๋ย แล้วกดเข้าไปดูแชตของปั๋วจิ่นเหยียนบทสนทนาของทั้งคู่ก็หยุดอยู่แค่วันที่สองหลังจากเธอเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเขาส่งมาว่า “ฉันเป็นห่วงเธอมาก”นับจากวันที่เสิ่นชิวอิ่งออกจากโรงพยาบาล จนถึงวันที่เธอนัดเข้ารับการรักษาด้วยเอ็มอีซีที ตรวจร่างกาย และทำการรักษาคอร์สแรกเสร็จ เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งเดือนแล้วเธอไม่ค่อยแน่ใจว่า ปั๋วจิ่นเหยียนเป็นห่วงเธอถึงตรงไหนจนกระทั่งเธอกลับถึงบ้าน ทันทีที่เปิดประตู ก็เห็นปั๋วจิ่นเหยียนกับกลุ่มเพื่อนของเธอ กำ
Read more

บทที่ 3

“ฮือ ๆ ”ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ ถูกเสียงร้องไห้ของเสิ่นเจี๋ยทำลายลงดวงตาที่แดงก่ำของเธอมีน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ปลายจมูกแดงระเรื่อดูน่าสงสารอย่างยิ่ง“พี่... พี่จะไล่ฉันออกไปจริง ๆ เหรอ”เสิ่นเจี๋ยยกมือปิดปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ก่อนจะหันไปมองปั๋วจิ่นเหยียนอย่างทำอะไรไม่ถูก“พี่จิ่นเหยียน ทำยังไงดี พี่เคยรับปากฉันว่าจะช่วยอธิบายให้พี่สาวเข้าใจ แต่ตอนนี้พี่สาวก็ยังไม่ยอมเชื่อฉัน”ปั๋วจิ่นเหยียนยกมือขึ้นลูบศีรษะของเสิ่นเจี๋ยอย่างปลอบโยน ก่อนจะหันมามองเสิ่นชิวอิ่งนิ่ง ๆคิ้วที่ขมวดแน่น ริมฝีปากที่เม้มตึง ทุกส่วนบนใบหน้าของเขาล้วนเผยความรำคาญออกมาจู่ ๆ เสิ่นชิวอิ่งก็รู้สึกหมดเรี่ยวแรงคำอธิบายของเธอยังไม่ทันได้พูดออกมา ก็ถูกคำตำหนิของเพื่อนกลบเสียก่อน“ชิวอิ่ง เธอทำเกินไปแล้ว”“ไล่เสี่ยวเจี๋ยออกไป แล้วจะให้เธอไปอยู่ที่ไหน”“เด็กผู้หญิงตัวคนเดียว ถ้าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง เธอใจแข็งลงจริง ๆ เหรอ”ซ่งลู่มองเสิ่นเจี๋ยด้วยสีหน้าสงสาร ก่อนจะช่วยพูดแทน“ช่างเถอะชิวอิ่ง ดูสิ เสี่ยวเจี๋ยร้องไห้เสียใจขนาดนี้ อีกอย่างเธอก็ยังเด็ก ถ้าไล่ออกไปแล้วจะให้เธอทำยังไง”เส
Read more

บทที่ 4

คนกลุ่มนั้นเดินผ่านเสิ่นชิวอิ่งไป ประตูถูกปิดกระแทกเสียงดังปัง ๆก่อนจะสั่นส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดไปมาพร้อมกับเสียงโห่ร้องของเสิ่นเจี๋ยที่ค่อย ๆ ไกลออกไป “เย่ ขอบคุณนะพี่จิ่นเหยียน พวกพี่ดีกับฉันที่สุดเลย”สุดท้าย ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบเหลือเพียงเสิ่นชิวอิ่งที่ยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นอันว่างเปล่า มองเค้กครีมและป้ายอวยพรที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามบนโต๊ะอย่างเงียบงันบนนั้นมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนไว้ว่า “สุขสันต์วันเกิดเสิ่นเจี๋ย”ราวกับถูกบางสิ่งชักนำ เธอยื่นนิ้วไปปาดครีมขึ้นมาเล็กน้อย หวานมาก หวานเสียจนทำให้ในใจยิ่งขมขื่นจู่ ๆ เสิ่นชิวอิ่งก็นึกถึงตอนเด็ก มีเพียงคุณยายเท่านั้นที่จำวันเกิดของเธอได้ และจะซื้อเค้กก้อนเล็ก ๆ มาให้เมื่อคุณยายจากไป คนเพียงคนเดียวบนโลกที่รักเธอก็ไม่เหลืออีกแล้วตอนนี้ แม้แต่สิ่งสุดท้ายที่คุณยายทิ้งไว้ให้เธอ บ้านหลังนี้ ก็ยังต้องขาย เพื่อนำเงินมาจ่ายค่ารักษาตั้งแต่วินาทีที่เห็นเสิ่นเจี๋ยกับปั๋วจิ่นเหยียนจูบกันอย่างลืมตัวตั้งแต่วินาทีที่เธอตบหน้าปั๋วจิ่นเหยียน แล้วถูกเสิ่นเจี๋ยผลักตกบันไดตั้งแต่วินาทีที่ต้องนอนอยู่คนเดียวในโรงพยาบาล แม้แต่น้ำสักอึกก
Read more

บทที่ 5

เสิ่นชิวอิ่งกดเปิดรูปภาพ เป็นสร้อยคอของขวัญครบรอบสิบปีที่ปั๋วจิ่นเหยียนมอบให้เธอเป็นรุ่นสั่งทำพิเศษของ Chaumet อัญมณีทับทิมที่ประดับอยู่ด้านบนเปล่งประกายงดงามแม้จะอยู่ในรูปถ่ายตอนที่ได้รับของขวัญ เสิ่นชิวอิ่งเองก็เคยตื่นตะลึงกับความงดงามนั้น แต่ในวินาทีต่อมา คำพูดของแม่ปั๋วก็ดังขึ้น“ฉลาดนี่ รู้ว่าโอนเงินให้เดี๋ยวก็เรียกคืนได้ เลยให้ลูกชายฉันซื้อเครื่องประดับให้แทน”“นับถือจริง ๆ เด็กกำพร้าอย่างเธอยังคิดวิธีแบบนี้ได้”สีหน้าของปั๋วจิ่นเหยียนเปลี่ยนไป แต่เขาก็ทำได้เพียงมองแม่อย่างจนใจ แล้วเอ่ยปรามเบา ๆ ว่า “แม่”เสิ่นชิวอิ่งปฏิเสธตอนที่ปั๋วจิ่นเหยียนจะช่วยสวมสร้อยให้ เธอเพียงเก็บมันไว้อย่างทะนุถนอมในตู้เซฟนาน ๆ ทีค่อยหยิบออกมาดูแต่ตอนนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาคืนแล้วเธอตอบกลับว่า “ฝากไว้กับคุณก่อนแล้วกัน ไว้ค่อยว่ากัน”หลังตอบข้อความ เธอก็หลับไปอย่างหนักเมื่อลืมตาตื่น ปั๋วจิ่นเหยียนก็นั่งอยู่ข้างเตียงเมื่อเห็นเสิ่นชิวอิ่งลืมตา เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า “ตื่นแล้ว”“ฉันมาดูเธอ แล้วก็เอาสร้อยมาคืน”เสิ่นชิวอิ่งไม่ได้ลุกขึ้น เธอรับสร้อยมา แล้ววางไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใ
Read more

บทที่ 6

ระหว่างทางกลับบ้าน คำพูดของปั๋วจิ่นเหยียนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเสิ่นชิวอิ่งไม่หยุดเรื่องราวทุกอย่างที่เธอเคยเล่าให้ปั๋วจิ่นเหยียนฟังในวันที่สภาพจิตใจพังทลาย บัดนี้กลับกลายเป็นมีดคมที่หันกลับมาแทงเธอเองทีละเล่มครั้งแรกที่ปั๋วจิ่นเหยียนได้รับรู้เรื่องราวในอดีตของเสิ่นชิวอิ่งจากปากของเธอ ผู้ชายที่เข้มแข็งมาตลอดถึงกับหลั่งน้ำตาเขาโกรธแทนเสิ่นชิวอิ่ง เสียใจแทนเสิ่นชิวอิ่งและสาบานว่าจะมอบความสุขให้เสิ่นชิวอิ่งแต่ตอนนี้ เขากลับใช้เรื่องเหล่านั้น พูดระบายกับน้องสาวต่างแม่ของเธอด้วยน้ำเสียงทั้งจนใจและเหมือนกำลังล้อเล่นเสิ่นชิวอิ่งหายใจแรงขึ้น น้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับไม่มีวันเหือดแห้งภาพตรงหน้าเริ่มพร่า ลมหายใจก็ยิ่งติดขัดความเจ็บจากเล็บที่จิกฝ่ามือจนเป็นแผล ช่วยให้เธอรักษาสติไว้ได้เพียงเล็กน้อย ก่อนจะฝืนกลับถึงบ้านกระทั่งกินยาเข้าไป เธอจึงค่อย ๆ สงบลงเมื่อมองสร้อยคอสองเส้นในกระเป๋า เธอก็ตัดสินใจเก็บของทุกอย่างที่ปั๋วจิ่นเหยียนเคยให้เธอรวมไว้ด้วยกัน แล้วฝากให้คนอื่นช่วยเก็บรักษารอจนถึงวันที่เธอจากไป ค่อยส่งพัสดุภายในเมืองคืนให้ปั๋วจิ่นเหยียนเสี่ยวหวัง นายหน
Read more

บทที่ 7

เสิ่นชิวอิ่งรู้สึกปวดไหล่จนแทบทะลุกระดูกจากแรงบีบของปั๋วจิ่นเหยียน เธอพยายามให้เขาปล่อยมือแต่ปั๋วจิ่นเหยียนกลับไม่สนใจทุกคนมองดูเขาปฏิบัติกับเธอแบบนั้น แต่ไม่มีใครคิดจะห้ามในบรรดาคนเหล่านั้น มีทั้งเพื่อนสนิทที่เธอเคยให้ยืมเงินเก็บทั้งหมด และลูกน้องที่เธอเคยอดนอนแก้แผนงานเพื่อชดเชยความผิดพลาดแต่ไม่ว่าใครก็ไม่ต่างกัน ทุกคนต่างมองเธอด้วยสายตาเต็มไปด้วยความชิงชังราวกับว่าเธอเป็นคนชั่วช้าสามานย์“ไม่ใช่ฉัน”“ช่วงนี้ฉันไม่เคยเจอเธอเลย”“แล้วเรื่องที่เสิ่นเจี๋ยเป็นโรคซึมเศร้า ฉันก็เพิ่งรู้วันนี้”ซ่งลู่อดพูดขึ้นมาไม่ได้“ยังจะบอกว่าไม่รู้อีก ถ้าไม่รู้ แล้วทำไมถึงใช้สถานะผู้ปกครองไม่ยอมให้หมอจ่ายยาให้เสี่ยวเจี๋ย”“ถ้าเสี่ยวเจี๋ยกินยาตรงเวลา เธอก็คงไม่ถูกกระตุ้นจนเป็นแบบนี้”“จนตอนนี้แล้วยังจะแก้ตัวอีก เธอรู้ไหมว่าเสี่ยวเจี๋ยเกือบตายแล้ว”เสิ่นชิวอิ่งเพิ่งเห็นเสิ่นเจี๋ยที่หลบอยู่ด้านหลังปั๋วจิ่นเหยียน ตัวสั่นไม่หยุด“เสิ่นเจี๋ย เธอเป็นอะไร”พอเสิ่นเจี๋ยได้ยินเสียงของเสิ่นชิวอิ่ง ร่างกายก็สะดุ้งแรง ก่อนจะนิ่งไป ก้มหน้าไม่รู้กำลังคิดอะไรเสิ่นชิวอิ่งเดินเข้าไป อยากดูว่าเธอเป็
Read more

บทที่ 8

เมื่อลืมตาขึ้น แสงสีขาวในโรงพยาบาลก็สาดเข้าตาจนพร่ามัวเสิ่นชิวอิ่งปวดศีรษะราวกับจะแตก พยายามฝืนลุกขึ้น แต่กลับพบว่าทั้งร่างขยับไม่ได้พอก้มลงมอง ก็เห็นว่าร่างกายของตัวเองถูกสายรัดมัดไว้แน่นตอนที่เธอไปรักษา เธอเคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน มันใช้กับผู้ป่วย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยที่อารมณ์รุนแรงทำร้ายตัวเองหรือคนอื่นแต่ทำไมเธอถึงถูกมัดไว้แบบนี้ในตอนนั้นเอง ประตูก็เปิดออกปั๋วจิ่นเหยียนค่อย ๆ เดินเข้ามาตรงหน้า เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่มองเธอด้วยสีหน้าซับซ้อน“ปั๋วจิ่นเหยียน ปล่อยฉัน”ปั๋วจิ่นเหยียนส่ายหน้า “ชิวอิ่ง เสี่ยวเจี๋ยได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างหนัก หมอบอกว่าโอกาสฟื้นตัวมีน้อยมาก”เสิ่นชิวอิ่งย้อนถาม “แล้วไง ฉันบอกแล้วว่าเรื่องของเสิ่นเจี๋ยไม่เกี่ยวกับฉัน”“ฉันไม่มีเหตุผลต้องทำเรื่องพวกนั้นกับเธอ”แววสำนึกผิดที่เหลืออยู่ในดวงตาของปั๋วจิ่นเหยียนหายไปจนหมด “เธอยังดื้อรั้น ไม่ยอมสำนึกผิด”“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันก็ไม่จำเป็นต้องออมมือ”“เธอก็ลองสัมผัสความทรมานของการรักษาโรคซึมเศร้าดู ถือซะว่าเป็นการชดเชยให้เสี่ยวเจี๋ย”พูดจบ ปั๋วจิ่นเหยียนก็เซ็นเอกสารยินยอมที่หมอยื่นมาใ
Read more

บทที่ 9

ในความพร่ามัว มีคนกำลังเรียกชื่อเธอเสิ่นชิวอิ่งลืมตาขึ้น เป็นพยาบาลคนหนึ่ง“คุณเสิ่น คุณฟื้นแล้ว รู้สึกเป็นยังไงบ้าง”เสิ่นชิวอิ่งมองเธออย่างเหม่อลอย ผ่านไปครู่หนึ่งถึงค่อย ๆ นึกขึ้นได้เธอเข้ารับการรักษาด้วยเอ็มอีซีที ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลพยาบาลค่อย ๆ พยุงเธอให้ลุกขึ้น แล้วส่งยาสำหรับการรักษาระยะต่อเนื่องกับสมุดบันทึกของเธอให้“คุณเสิ่น คุณนั่งพักที่นี่สักหน่อยได้นะคะ”“เพิ่งรักษาเสร็จ อาจจะยังไม่ค่อยชิน เป็นอาการปกติค่ะ”เสิ่นชิวอิ่งถูกพยาบาลพาไปนั่งที่มุมพักผ่อน เธอรู้สึกเบื่อเล็กน้อยสมองของเธอว่างเปล่าเหลือเกิน เหมือนมีบางอย่างหายไปเธอพยายามนึกย้อน แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็นึกไม่ออกเสิ่นชิวอิ่งถอนหายใจอย่างยอมรับชะตา ก่อนหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาอ่านไม่รู้เพราะอะไร ทันทีที่เห็นสมุดเล่มนี้ เธอกลับรู้สึกต่อต้านโดยสัญชาตญาณแต่ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เธออ่านต่อในบันทึกจดเรื่องราวไว้มากมาย นอกจากข้อมูลสำคัญบางอย่างเกี่ยวกับตัวเธอแล้ว ชื่อที่ปรากฏบ่อยที่สุดคือคนที่ชื่อปั๋วจิ่นเหยียนพวกเขาได้รู้จักกัน เข้าใจกัน และสุดท้ายก็คบกันรวมถึงต้องแบกรับแรงกดดันจากครอบครัวอย่า
Read more

บทที่ 10

“คุณเป็นใคร”หญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งโผล่หน้าออกมา มองปั๋วจิ่นเหยียนด้วยสายตาระแวดระวังปั๋วจิ่นเหยียนชะงัก ก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วตรวจดูเลขที่บ้านอีกครั้ง พบว่าไม่ผิดเขาฝืนกดความตื่นตระหนกที่ถาโถมขึ้นในใจ แล้วถามคนตรงหน้า“สวัสดีครับ คนที่เคยอยู่บ้านหลังนี้ย้ายไปไหนแล้วครับ”หญิงสาวยังคงไม่ลดความระแวง “อ้อ คุณหมายถึงเจ้าของบ้านคนก่อนใช่ไหม”“หลังจากเธอขายบ้านให้พวกเรา ก็ย้ายไปแล้ว ไม่รู้ว่าไปไหน”“เห็นบอกว่าจะย้ายไปอยู่เมืองอื่น”ลางสังหรณ์ร้ายในใจของปั๋วจิ่นเหยียนกลายเป็นความจริง“เธอได้บอกไหมว่าจะไปที่ไหน”หญิงสาวส่ายหน้า เธอมองชายตรงหน้าที่เต็มไปด้วยความร้อนใจ พลางรู้สึกดูแคลนอยู่ในใจก่อนหน้านี้ ตอนคุยกับเจ้าของบ้านคนก่อน เธอเห็นอีกฝ่ายดูหดหู่ตลอดเวลาต่อมาตอนเก็บบ้าน ก็เจอรูปถ่ายใบหนึ่ง เป็นรูปที่ผู้ชายตรงหน้าถ่ายคู่กับคุณเสิ่นใครเห็นก็ดูออก ว่าคงเลิกกันแล้วคุณเสิ่นน่าจะเป็นฝ่ายที่เจ็บปวดผู้ชายเฮงซวยแบบนี้ หน้าตาก็ดูดี แต่เก่งแต่ทำร้ายผู้หญิงเธอเบะปากอย่างดูถูก พลางมองปั๋วจิ่นเหยียนที่เดินจากไปอย่างคนไร้วิญญาณ ก่อนจะปิดประตูเสียงดังปังปั๋วจิ่นเหยียนเดินไป
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status