Share

บทที่ 5

Author: ตูอิน
เสิ่นชิวอิ่งกดเปิดรูปภาพ เป็นสร้อยคอของขวัญครบรอบสิบปีที่ปั๋วจิ่นเหยียนมอบให้เธอ

เป็นรุ่นสั่งทำพิเศษของ Chaumet อัญมณีทับทิมที่ประดับอยู่ด้านบนเปล่งประกายงดงามแม้จะอยู่ในรูปถ่าย

ตอนที่ได้รับของขวัญ เสิ่นชิวอิ่งเองก็เคยตื่นตะลึงกับความงดงามนั้น แต่ในวินาทีต่อมา คำพูดของแม่ปั๋วก็ดังขึ้น

“ฉลาดนี่ รู้ว่าโอนเงินให้เดี๋ยวก็เรียกคืนได้ เลยให้ลูกชายฉันซื้อเครื่องประดับให้แทน”

“นับถือจริง ๆ เด็กกำพร้าอย่างเธอยังคิดวิธีแบบนี้ได้”

สีหน้าของปั๋วจิ่นเหยียนเปลี่ยนไป แต่เขาก็ทำได้เพียงมองแม่อย่างจนใจ แล้วเอ่ยปรามเบา ๆ ว่า “แม่”

เสิ่นชิวอิ่งปฏิเสธตอนที่ปั๋วจิ่นเหยียนจะช่วยสวมสร้อยให้ เธอเพียงเก็บมันไว้อย่างทะนุถนอมในตู้เซฟ

นาน ๆ ทีค่อยหยิบออกมาดู

แต่ตอนนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาคืนแล้ว

เธอตอบกลับว่า “ฝากไว้กับคุณก่อนแล้วกัน ไว้ค่อยว่ากัน”

หลังตอบข้อความ เธอก็หลับไปอย่างหนัก

เมื่อลืมตาตื่น ปั๋วจิ่นเหยียนก็นั่งอยู่ข้างเตียง

เมื่อเห็นเสิ่นชิวอิ่งลืมตา เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า “ตื่นแล้ว”

“ฉันมาดูเธอ แล้วก็เอาสร้อยมาคืน”

เสิ่นชิวอิ่งไม่ได้ลุกขึ้น เธอรับสร้อยมา แล้ววางไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ

“ลำบากแล้ว จริง ๆ คุณไม่จำเป็นต้องเอามาส่งดึกขนาดนี้ก็ได้”

ปั๋วจิ่นเหยียนส่ายหน้า “สร้อยเส้นนี้มีความหมายไม่เหมือนอย่างอื่น”

เขาจับมือของเสิ่นชิวอิ่งไว้ “ทุกครั้งที่เห็นสร้อยเส้นนี้ ฉันก็จะนึกถึงเรื่องราวระหว่างเราตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

“เราผ่านเรื่องราวมากมายมาด้วยกัน แต่ตอนนี้กลับต้องมาทะเลาะ แล้วก็ไม่พูดกัน เพราะเรื่องเล็ก ๆ”

ขณะที่พูด น้ำเสียงของเขาเหมือนสะอื้นอยู่ในลำคอ

“มันไม่คุ้มเลย”

เสิ่นชิวอิ่งเองก็นึกถึงเรื่องในอดีต

ตอนที่เธอเป็นไข้ ปั๋วจิ่นเหยียนขับรถออกไปซื้อยากลางดึก จนเกือบประสบอุบัติเหตุ

ตอนที่ไปไหว้พระ พระรูปหนึ่งทำนายว่าเธอจะมีชีวิตโดดเดี่ยวทั้งชีวิต เขากลับยืนกรานเดินหนึ่งก้าว ก้มกราบหนึ่งครั้งขึ้นบันไดวัดเพื่อขอพร

ทั้งหน้าผากที่บวมแดง และหัวเข่าที่เลือดไหล เขาหลับตาอธิษฐานอย่างจริงใจ

“ขอให้ชิวอิ่งปลอดภัยตลอดชีวิต มีชีวิตที่สมบูรณ์และมีความสุข”

ตอนที่เสิ่นชิวอิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็งมดลูก และไม่มีทางมีลูกได้อีก ปั๋วจิ่นเหยียนก็ไปทำหมัน พร้อมประกาศจุดยืนกับแม่ของตัวเอง

ช่วงเวลานั้น ช่างดีเหลือเกิน

เสิ่นชิวอิ่งดึงมือกลับ รอยช้ำสีเขียวและรอยเข็มบนหลังมือยังเห็นได้ชัด

แต่ปั๋วจิ่นเหยียนกลับมองข้ามสิ่งเหล่านั้น แล้วพูดกับเธอว่า

“เสี่ยวเจี๋ยพักอยู่โรงแรม ลำบากมาก กินอาหารเดลิเวอรี่จนท้องเสีย ต้องเข้าโรงพยาบาล”

“ฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล แล้วรับเสี่ยวเจี๋ยกลับมาด้วยกัน ดีไหม”

เสิ่นชิวอิ่งตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“รับกลับมา แล้วจะให้อยู่ที่ไหน ปั๋วจิ่นเหยียน ฉันเคยบอกคุณแล้ว บ้านหลังนี้ฉันจะขาย”

ปั๋วจิ่นเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “เมื่อไหร่ อยู่ดี ๆ จะขายบ้านทำไม”

เสิ่นชิวอิ่งถอนหายใจ “ก็วันที่เสิ่นเจี๋ยจัดงานวันเกิด”

“ฉันเคยพูดแล้ว ว่าฉันจะย้ายบ้าน”

ปั๋วจิ่นเหยียนเม้มริมฝีปากแน่น ไม่พูดอะไรอีก

ทั้งสองต่างเงียบงัน

ครู่หนึ่ง ปั๋วจิ่นเหยียนลุกขึ้น “งั้นเธอพักผ่อนให้ดี ฉันจะไปโรงพยาบาลหาเสี่ยวเจี๋ย”

“เวลาป่วย จะไม่มีคนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้”

หลังจากได้ยินเสียงประตูปิด เสิ่นชิวอิ่งรออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้น ลบลายนิ้วมือของปั๋วจิ่นเหยียนออกจากระบบล็อกประตู

จากนั้นก็กลับไปนอนบนเตียง หลับตาลง

ทั้งคืน เธอไม่ได้นอนเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนที่เสิ่นชิวอิ่งลุกจากเตียง เธอรู้สึกเวียนหัว จนชนเข้ากับโต๊ะหัวเตียง

สร้อยคอเส้นนั้นหล่นลงมา

เธอกลัวว่าถ้าเสียหายแล้วจะคืนลำบาก จึงหยิบขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียด แต่กลับเห็นข้อความสลักอยู่ด้านในของสร้อย

“LOVESJ”

เสิ่นชิวอิ่งนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกไปเปิดตู้เซฟ

แล้วพบว่า สร้อยคอของตัวเองยังวางอยู่ในนั้นอย่างดี ความต่างเพียงอย่างเดียวคือ ของเธอสลักว่า SQY

SJ คือ เสิ่นเจี๋ย

เจ้าของสร้อยเส้นนี้คือใคร ไม่จำเป็นต้องอธิบายอีกแล้ว

เสิ่นชิวอิ่งมองอยู่นาน ก่อนจะหัวเราะออกมา

หัวเราะไป น้ำตาก็ค่อย ๆ เอ่อขึ้นในดวงตา

ที่แท้ วันครบรอบของเธอกับปั๋วจิ่นเหยียน ก็เป็นวันครบรอบของปั๋วจิ่นเหยียนกับเสิ่นเจี๋ยเช่นกัน

เธอเช็ดน้ำตา ห่อสร้อยทั้งสองเส้นไว้ด้วยกัน แล้วเดินทางไปโรงพยาบาล

เมื่อมาถึงหน้าห้องพักผู้ป่วย เสิ่นชิวอิ่งหยุดเดิน สูดหายใจลึกอยู่หลายครั้ง ก่อนจะยกมือผลักประตู

เสียงของปั๋วจิ่นเหยียนดังออกมาจากในห้อง

“เวลาอยู่กับเสี่ยวเจี๋ย ฉันถึงจะรู้สึกสบายใจ”

“อาจเป็นเพราะครอบครัวของชิวอิ่งไม่มีความสุขมาตั้งแต่เด็ก เธอเลยเก็บทุกอย่างไว้ในใจตลอด”

“เธออ่อนไหว ขี้ระแวง แล้วก็พึ่งพาตัวเองมาก นานวันเข้า ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะกดดัน”

มือของเสิ่นชิวอิ่งสั่นอย่างรุนแรง แต่ปั๋วจิ่นเหยียนยังคงพูดต่อ

“เธอกับพี่สาวไม่เหมือนกัน ร่าเริง สดใส”

เขายังพูดไม่ทันจบ เสิ่นชิวอิ่งก็หันหลังวิ่งจากไปไกลแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใจติดเงาในอดีต   บทที่ 24

    ปั๋วจิ่นเหยียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง พร้อมความหวังสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่พวกเขานั่งอยู่ในลานเล็ก ๆ ของที่พัก บนม้านั่งหินเย็นเฉียบเสิ่นชิวอิ่งไม่อ้อมค้อม เอ่ยขึ้นตรง ๆ“คุณปั๋ว ฉันเคยเข้ารับการรักษาด้วยเอ็มอีซีที เพื่อให้ลืมเรื่องบางอย่างที่เจ็บปวดเกินไป”“ถึงในสมุดบันทึกจะจดบันทึกเรื่องราวบางส่วนเอาไว้ แต่สำหรับฉัน มันก็เหมือนเรื่องของคนอื่นในชาติที่แล้ว ฉันไม่อาจสัมผัสได้ถึงความรักที่คุณพูดถึง และก็ไม่รู้สึกถึงความเกลียดชังที่คุณพูดถึง”เธอหยุดเล็กน้อย มองไปยังแสงไฟอบอุ่นของโฮมสเตย์ที่อยู่ไกลออกไป น้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่นขึ้น“ตอนนี้ฉันมีความสุขมาก เฉินโม่ดีกับฉันมาก ชีวิตที่นี่ทำให้ฉันรู้สึกสงบและพึงพอใจ นี่คือทุกสิ่งที่ฉันต้องการ”“เพราะฉะนั้น ได้โปรด...ปล่อยมือเถอะ”เธอหันกลับมา มองเขาด้วยดวงตาที่ใสกระจ่าง“อย่าพยายามปลุกความทรงจำอะไรขึ้นมาอีกเลย ต่อให้ฉันจำได้ ความเจ็บปวดเหล่านั้นก็จะกลับมาด้วย คุณต้องการให้ฉันเป็นแบบนั้นเหรอ”ปั๋วจิ่นเหยียนราวกับถูกสายฟ้าฟาดเขาต้องการให้เธอจำได้อย่างนั้นเหรอจำการทรยศของเขา จำแผนการของเสิ่นเจี๋ย จำวันที่เธอต

  • ใจติดเงาในอดีต   บทที่ 23

    เสิ่นชิวอิ่งมองเขา แววตาใสกระจ่าง แต่แฝงไว้ด้วยระยะห่างที่ชัดเจนเธอส่ายหน้าเบา ๆ น้ำเสียงสงบนิ่งเสียจนแทบโหดร้าย“คุณผู้ชาย คุณจำคนผิดหรือเปล่า ฉันไม่รู้จักคุณ”เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ“อีกอย่าง ที่นี่คือบ้านของฉัน ฉันจะไม่ไปไหน”คำว่า “คุณผู้ชาย” สามคำนั้น เหมือนเข็มเย็นเฉียบสามเล่ม ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของปั๋วจิ่นเหยียนเธอไม่รู้จักเขา... เธอบอกว่าที่นี่ต่างหากคือบ้านของเธอ...ความสิ้นหวังและความหวาดกลัวมหาศาล ถาโถมเข้าท่วมเขาราวกับคลื่นยักษ์ เขาออกตามหาเธออย่างยากลำบาก ทนทุกข์ทรมานราวกับตกนรก กว่าจะหาเธอพบ แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงคำว่า “ไม่รู้จัก” ที่แผ่วเบาเช่นนี้เฉินโม่ยกมือขึ้น โอบไหล่ของเสิ่นชิวอิ่งเบา ๆ ก่อนเอ่ยไล่แขกอย่างสุภาพ“คุณผู้ชาย ถ้าคุณไม่ได้มาพัก กรุณาอย่ารบกวนแขกของผม แล้วก็...คู่หมั้นของผม”คู่หมั้น...ร่างของปั๋วจิ่นเหยียนโคลงอย่างแรง ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษในพริบตาเขาจ้องเสิ่นชิวอิ่งเขม็ง หวังจะหาความเสแสร้งแม้เพียงนิดบนใบหน้าของเธอ แต่กลับเห็นเพียงเธอขยับเข้าไปใกล้เฉินโม่เล็กน้อย นั่นคือความไว้วางใจและการพึ่งพาอย่างหมดหัวใจเขามาแล้ว แต่กล

  • ใจติดเงาในอดีต   บทที่ 22

    เสิ่นชิวอิ่งและเฉินโม่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เหมือนฤดูใบไม้ผลิของเหลียวเฉิง หิมะและน้ำแข็งละลาย ทุกสรรพสิ่งฟื้นคืนชีวิต ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและอบอุ่นไม่มีคำสารภาพรักที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน เพียงเย็นวันหนึ่งยามพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า หลังจากทั้งสองตรวจเส้นทางเดินป่าที่เพิ่งเปิดใหม่เสร็จและกำลังเดินกลับ เฉินโม่จับมือเธอขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ เสิ่นชิวอิ่งชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนคลาย แล้วกระชับมือเขากลับไออุ่นที่ส่งผ่านปลายนิ้ว แทนทุกถ้อยคำนับจากวันนั้น ชีวิตก็ราวกับแช่อยู่ในน้ำผึ้งทั้งสองช่วยกันดูแลโฮมสเตย์ วางแผนเส้นทางท่องเที่ยว และต้อนรับแขกจากทั่วทุกสารทิศเวลาว่าง เฉินโม่จะขี่มอเตอร์ไซค์พาเธอเข้าไปกลางทุ่งหญ้า ชมดอกไม้ป่าที่เบ่งบานหรือเวลาที่เธอก้มหน้าทำงานอยู่ เขาก็จะยื่นชาหอมหมื่นลี้แก้วโปรดให้เธออย่างเงียบ ๆรอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นชิวอิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ความผ่อนคลายและความสุขที่เปล่งออกมาจากหัวใจ ทำให้ทั้งตัวเธอเปล่งประกายอ่อนโยนเธอแทบจะลืมอดีตที่เคยถูกปกคลุมด้วยหมอกนั้นไปแล้ว สมุดบันทึกถูกเก็บไว้ก้นกล่อง มีฝุ่นจับหนา เหลียวเฉิง แสงเหนือแห่งแดนเห

  • ใจติดเงาในอดีต   บทที่ 21

    เมื่อเผชิญกับจำนวนนักท่องเที่ยวและความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน เสิ่นชิวอิ่งและเฉินโม่จึงต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิมทั้งคู่ช่วยกันหารือว่าจะปรับปรุงการบริการอย่างไร จะรับมือกับการสัมภาษณ์ของสื่ออย่างไร และจะตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์ของโฮมสเตย์ไว้ได้อย่างไรจากการได้ใช้ชีวิตร่วมกันทุกวัน เสิ่นชิวอิ่งรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า เฉินโม่ไม่คิดปิดบังความรู้สึกที่มีต่อเธออีกต่อไปเขาจำได้ว่าเธอกระเพาะไม่ดี ทุกเช้าจึงอุ่นนมหนึ่งแก้วให้เธออย่างเงียบ ๆเวลาที่เธออดนอนจัดการเอกสารจนดึก เขาจะแอบวางโคมไฟถนอมสายตาและผลไม้ที่หั่นไว้เรียบร้อยลงข้างมือเธอเวลานักท่องเที่ยวแซวเล่นว่า “เจ้าของกับเจ้าของสาวเหมาะกันจริง ๆ” ใบหูของเขาจะแดงเรื่อ แต่ไม่เคยปฏิเสธ เพียงแอบมองเธอเงียบ ๆความรู้สึกเช่นนี้ เป็นความอบอุ่นที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา และค่อย ๆ ซึมซาบเหมือนสายน้ำหัวใจที่เคยถูกแช่แข็งของเสิ่นชิวอิ่ง ท่ามกลางแสงแดดอันบริสุทธิ์และสายน้ำจากหิมะแห่งเหลียวเฉิง ภายใต้ความห่วงใยที่ซื่อตรงแม้จะไม่ชำนาญของเฉินโม่ ค่อย ๆ ละลายลงทีละน้อยเธอเริ่มพบว่าตัวเอง

  • ใจติดเงาในอดีต   บทที่ 20

    จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น เหลียวเฉิงได้พบกับปรากฏการณ์แสงเหนือที่เกิดขึ้นอย่างคึกคักที่สุดในรอบหลายสิบปีม่านแสงสีเขียวและม่วงอันงดงามพลิ้วไหวอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน ราวกับความฝันเสิ่นชิวอิ่งคว้าโอกาสนี้ไว้ได้อย่างเฉียบคมเธอเร่งทำงานล่วงเวลา จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และวิดีโอในหัวข้อ “ตามล่าแสงเหนือแห่งแดนเหนือ” พร้อมติดต่อบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวที่เคยร่วมงานกันมาก่อน เปลี่ยนโฮมสเตย์ “แสงเหนือแห่งแดนเหนือ” ให้กลายเป็นจุดชมแสงเหนือชั้นเยี่ยม“มาแสงเหนือแห่งแดนเหนือ นอนดูแสงเหนือได้จากบนเตียง” ประโยคนี้เต็มไปด้วยแรงดึงดูดเพียงชั่วเวลาไม่นาน เมืองเล็กที่เคยเงียบเหงาก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาเพื่อตามล่าแสงเหนือส่วนโฮมสเตย์ “แสงเหนือแห่งแดนเหนือ” ที่เตรียมพร้อมไว้อย่างดี ก็มีผู้เข้าพักเต็มแทบทุกวัน คิวจองยาวไปถึงสองเดือนข้างหน้าเฉินโม่ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาแตะพื้น ส่วนเสิ่นชิวอิ่งก็รับผิดชอบทุกอย่างทั้งงานหน้าและหลัง ตั้งแต่ต้อนรับแขก วางแผนกิจกรรม ไปจนถึงบางครั้งเมื่อคนไม่พอ เธอก็ยังลงมือเข้าครัวเองแม้จะยุ่งมาก แต่ใบหน้าของเธอกลับเปล่งปลั่งด้วยเลือดฝา

  • ใจติดเงาในอดีต   บทที่ 19

    ท้องฟ้าของเหลียวเฉิง เป็นสีฟ้าใสสูงโปร่งที่เสิ่นชิวอิ่งไม่เคยเห็นมาก่อนอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นสดชื่นของใบสนและกลิ่นหอมของผืนดิน แตกต่างจากกลิ่นไอเสียและปูนคอนกรีตในเมืองใหญ่อย่างสิ้นเชิงเธอเช่าบ้านเก่าหลังหนึ่งที่มีลานเล็ก ๆ อยู่ชานเมืองของเมืองเล็กแห่งนี้ ภายในลานมีต้นเบิร์ชอายุนับสิบปีต้นหนึ่งทุกเช้า เธอตื่นขึ้นเพราะเสียงนกร้อง เพียงเปิดหน้าต่างก็จะเห็นแนวภูเขาไกลลิบทอดตัวดั่งหมึกเข้มเธอเริ่มใช้ชีวิตเหมือนชาวเมือง ออกไปซื้อผักสดที่ตลาด ทำอาหารกินเอง บางครั้งก็เรียนรู้การหมักผักกาดดองและเย็บผ้านวมหนา ๆ จากคุณป้าข้างบ้านบางครั้งเธอยังหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดอ่าน แต่เรื่องราวในอดีตเกี่ยวกับ “ปั๋วจิ่นเหยียน” และ “เสิ่นเจี๋ย” เมื่ออ่านแล้วกลับให้ความรู้สึกราวกับเป็นเรื่องของคนแปลกหน้า ไม่อาจทำให้หัวใจเกิดคลื่นอารมณ์มากนักการรักษาด้วยเอ็มอีซีที เปรียบเหมือนยางลบอ่อนโยนที่ค่อย ๆ ลบรอยความเจ็บปวดอันแหลมคมออกไป เหลือไว้เพียงร่องรอยจาง ๆเธอชอบชีวิตที่สงบเช่นนี้มากไม่ต้องทุ่มเทเพื่อใครอีก ไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะถูกใครทอดทิ้ง ไม่ต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางการเปรียบเทียบและความคับแค้นอีก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status