Share

บทที่ 2

Author: ดวงดาวหลบหนี
ในที่สุดกู้เนี่ยนก็บอกที่อยู่ของเธอให้ลู่เส้าถิงทางโทรศัพท์

พวกเพื่อน ๆ ต่างพากันให้กำลังใจ

“เส้าถิง คว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดีล่ะ!”

“ต่อไปนายก็จะเป็นสามีของเสิ่นจืออี้แล้ว ถือโอกาสคืนนี้ทำอะไรบ้า ๆ เพื่อความรักเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ!”

ลู่เส้าถิงคว้าเสื้อคลุมขึ้นมา ทั้งที่ตัวเองก็ดื่มจนเมา แต่ก็ยังอยากรีบไปหาเธอโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น

ประตูห้องถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง

ท่ามกลางแสงเงาที่สลับทับซ้อนกัน ในที่สุดเขาก็เห็นฉันยืนอยู่ตรงนี้

ชั่วขณะนั้น ราวกับอากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปทั้งหมด

“จืออี้ คุณมาได้ยังไง?”

ลู่เส้าถิงจำต้องหยุดฝีเท้า ความตกใจวาบผ่านดวงตา

“คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกผมสักคำ...”

“เพิ่งมาเมื่อกี้” ฉันตอบเบา ๆ “ได้ยินว่าคุณเมา ฉันเลยมารับ”

ลูกกระเดือกของลู่เส้าถิงขยับขึ้นลง แววตาพลันเจืออารมณ์ซับซ้อน

“ผมไม่เป็นไร จืออี้ ดึกขนาดนี้แล้ว พรุ่งนี้ยังมีงานแต่งอีก นอนดึกเดี๋ยวขอบตาดำนะ”

“คุณกลับไปก่อนเถอะ ให้อาเฮ่าไปส่งคุณดีไหม?”

อาเฮ่าเป็นหนึ่งในเพื่อนของลู่เส้าถิง

คนที่เมื่อครู่ยุให้เขา “บ้าคลั่งเพื่อความรัก” นั่นแหละ

“แล้วคุณล่ะ” ฉันถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ

ลู่เส้าถิงไม่แน่ใจว่าฉันได้ยินไปมากแค่ไหน จึงเอ่ยขึ้นอย่างลังเล

“จืออี้ ผมมีเรื่องด่วนต้องไปจัดการหน่อย...”

หน้าจอโทรศัพท์ของลู่เส้าถิงยังสว่างอยู่ เพิ่งวางสายไปเมื่อครู่

เขาพลิกโทรศัพท์คว่ำลงโดยไม่รู้ตัว แล้วกำไว้ในฝ่ามือ

ฉันมองเข้าไปในดวงตาของลู่เส้าถิง ก่อนถามเบา ๆ

“ต้องไปให้ได้เลยเหรอ?”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง

ฉันเห็นความขัดแย้งในใจอยู่ในแววตาของเขา

ถ้ามองอย่างเป็นกลาง ลู่เส้าถิงเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ

อายุยังน้อยก็ก่อตั้งบริษัทของตัวเอง และยืนหยัดในวงการได้อย่างมั่นคง

มีเงิน มีหน้าตา มีความสามารถ

ความประพฤติก็ดี

อย่างน้อยตลอดห้าปีที่ผ่านมา เขาก็ให้ทั้งความเคารพและความใส่ใจฉันอย่างเต็มที่

ถ้าเป้าหมายของฉันมีเพียงการแต่งงาน เมื่อเจอกับคุณสมบัติภายนอกที่ดีพร้อมเหล่านี้

ต่อให้ในใจเขาจะมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ ฉันคิดว่าบางทีฉันก็คงยอมฝืนทนไปได้

แต่เราไม่ได้รู้จักกันเพราะการดูตัวนี่นา

เราเลือกคบกันเองเพราะรักกัน

ฉันมีใจให้ผู้ชายคนนี้อย่างจริงจัง และทุ่มเทความรักอย่างเต็มหัวใจให้เขา

เพราะฉะนั้น ฉันจึงกลืนหนามที่ชื่อว่า “กู้เนี่ยน” นี้ไม่ลง

ฝ่ามืออุ่น ๆ วางลงบนศีรษะของฉัน

ก่อนจะตบเบา ๆ สองครั้งเป็นเชิงปลอบโยน

“จืออี้ เป็นเด็กดีรอผมกลับมานะ เดี๋ยวผมก็จัดการเรียบร้อยแล้ว”

น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนเหมือนเช่นทุกครั้ง

แต่จากหว่างคิ้วที่ขมวดเข้าหากันของเขา ฉันกลับมองเห็นร่องรอยความหงุดหงิดและความไม่อดทนที่ซ่อนอยู่

ตอนนี้เขาร้อนใจมาก

ถึงขั้นไม่รอให้ฉันตอบด้วยซ้ำ

พูดจบ เขาก็เบี่ยงตัวเดินเฉียดผ่านฉันไป

อาเฮ่าออกมาช่วยแก้สถานการณ์แทนเขา “พี่สะใภ้ อย่าคิดมากเลย เส้าถิงมีเรื่องด่วนกะทันหันจริง ๆ...”

“วางใจเถอะ ยังไงก็ไม่กระทบงานแต่งของพวกคุณพรุ่งนี้แน่นอน!”

ฉันหันกลับไปมองเอ็มวีเพลง “ในวันต่อมา” ที่ถูกกดหยุดไว้บนจอในห้อง

ภาพหยุดอยู่ตรงเนื้อเพลงท่อนนั้นพอดี

「คนบางคน เมื่อพลาดกันไปแล้ว ก็จะไม่อยู่ตรงนั้นอีก」

ฉันยิ้มบาง ๆ “งั้นเหรอ”

“บอกเขาด้วย” น้ำเสียงของฉันสงบนิ่งเสียจนฉันเองยังแปลกใจ “ไม่ต้องรีบกลับมาแล้ว”

อาเฮ่าชะงักไป “พี่สะใภ้...”

ฉันถอดแหวนหมั้นออกจากนิ้วนาง

แล้ววางมันลงเบา ๆ บนที่นั่งที่ลู่เส้าถิงเพิ่งนั่งอยู่เมื่อครู่

“รบกวนช่วยคืนให้เขาด้วย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 21

    ลู่เส้าถิงยืนอยู่รอบนอกสุดของฝูงชน มองไปยังเวทีไกล ๆ ผ่านศีรษะผู้คนที่ขยับขวักไขว่โจวเยี่ยนที่ยืนอยู่ข้างฉันก็มองเห็นเขาเช่นกัน ร่างกายชะงักไปชั่วขณะจนแทบสังเกตไม่เห็นแต่ไม่นาน เขาก็กุมมือฉันแน่นขึ้นสายตาของลู่เส้าถิงตกลงบนตัวฉัน ก่อนจะเลื่อนไปยังมือของฉันกับโจวเยี่ยนที่กุมกันอยู่ทั้งร่างของเขาราวกับถูกบางสิ่งกระทบเข้าเบา ๆ ไหล่สั่นไหวเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เดินจากไปดวงตาคู่นั้นที่เคยสุขุมและเรียบเฉย เวลานี้กลับมีประกายชื้นบาง ๆเขาเห็นฉันในชุดแต่งงานแล้วเขาเห็นนิ้วมือของโจวเยี่ยนที่สั่นเล็กน้อยตอนสวมแหวนให้ฉัน เห็นท่าทางเปิ่น ๆ ของโจวเยี่ยนที่ขอบตาแดงก่ำแต่ยังพยายามกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง และเห็นความสนิทสนมที่เผยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติตอนฉันยิ้มพลางจัดเนกไทให้โจวเยี่ยนทุกสิ่งที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมี แต่กลับเป็นคนผลักไสมันออกไปด้วยมือตัวเองตอนนี้ทั้งหมดกลายเป็นของคนอื่นไปแล้วบนเวที พิธีกรประกาศว่าพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาวเสร็จสิ้นลงแล้วโจวเยี่ยนหันมากระซิบอะไรบางอย่างข้างหูฉัน ฉันหัวเราะแล้วทุบเขาไปทีหนึ่งเขาจับมือที่กำเป็นหมัดของฉันไว้ แล้วยกขึ้นมาจูบลู่เ

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 20

    คืนนั้นพอป้าจ้าวรู้ว่าเราตัดสินใจจะแต่งงานกัน ก็ดีใจจนลุกมานึ่งซาลาเปาสองเข่งกลางดึกแล้วเอามาให้ แถมยังจับมือฉันร้องไห้อยู่นานโจวเยี่ยนถูกแม่ไล่เข้าครัวไปล้างจาน ระหว่างล้างก็ยังตะโกนออกมาว่า “แม่! ตกลงใครกันแน่ที่เป็นลูกแท้ ๆ ของแม่!”ป้าจ้าวไม่สนใจเขาสักนิด เอาแต่จับมือฉันแล้วพูดไม่หยุด “จืออี้ ต่อไปถ้าเจ้าลูกคนนี้กล้ารังแกเธอ มาบอกป้านะ ป้าจะตีขามันให้หักเลย”โจวเยี่ยนโผล่ศีรษะออกมาจากครัวครึ่งหนึ่ง “ผมจะกล้ารังแกเธอได้ยังไง แค่เธอไม่รังแกผมก็บุญแล้ว!”ฉันยิ้มพลางชูกำปั้นใส่เขา เขาจึงรีบหดหัวกลับไปล้างจานต่องานแต่งกำหนดไว้ในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่หนานเฉิงสวยที่สุด กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้หอมฟุ้งไปทั่วเมืองเดิมทีฉันอยากจัดงานเรียบง่าย เชิญแค่คนสนิท แล้วหาลานบ้านเล็ก ๆ แถวถนนเก่าจัดโต๊ะเลี้ยงสักไม่กี่โต๊ะก็พอ แต่โจวเยี่ยนไม่ยอม ยังไงก็ยืนยันว่าจะต้องจัดงานให้ฉันได้แต่งออกไปอย่างสง่างามและมีหน้ามีตา“งานแต่งครั้งก่อนของเธอ” ตอนพูดเรื่องนี้ เขาก็เก็บสีหน้าขี้เล่นลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น “ถูกคนอื่นทำจนเละเทะไปหมด แต่ครั้งนี้เป็นงานแต่งของเราสองคน ฉันต้องจัดให้ดี”ฉันรู้สึกตื้น

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 19

    ฉันกำลังเช็ดแจกันลายครามอยู่ มือดันลื่นจนเกือบทำแจกันของคนอื่นหล่นแตก“นายว่าอะไรนะ?”“ฉันบอกว่า” เขายืดตัวตรง เดินเข้ามาสองก้าว ใช้สองมือเท้าเคาน์เตอร์ ก่อนโน้มตัวเข้ามาใกล้ฉันเล็กน้อย “เราแต่งงานกันเถอะ”ระยะห่างใกล้เกินไป ใกล้จนฉันมองเห็นเงาขนตาของเขาที่ทอดลงใต้แสงไฟ และได้กลิ่นผงซักฟอกจาง ๆ จากตัวเขาลำคอฉันตีบแน่นขึ้นเล็กน้อย “...นายไปดื่มเหล้าที่ไหนมาอีกหรือเปล่า?”“ไม่ได้ดื่ม” เขามองฉันอย่างจริงจัง “มีสติครบถ้วนดี”“แล้วทำไมจู่ ๆ นายถึง...”“ไม่ได้กะทันหัน” เขาพูดแทรก “ฉันรอมาสิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ยัดเหรียญนั้นใส่มือเธอ ฉันก็รอมาโดยตลอด”“ตอนนี้เธอตกลงเป็นแฟนฉันแล้ว ฉันก็คิดว่า ในเมื่อเลื่อนขั้นแล้ว ก็เลื่อนไปให้ถึงขั้นสุดท้ายเลยดีกว่า ยังไงไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องแต่งงานกัน แต่งเร็วก็สบายใจเร็ว”“สบายใจเรื่องอะไร?”เขาเอียงคอเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “สบายใจว่าจะไม่มีไอ้คนไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือที่ไหนมาคว้าตัวเธอไปอีก”คำพูดของเขาทำเอาฉันทั้งโมโหทั้งขำ จึงยกมือตบหน้าผากเขาเบา ๆ “นายจะโรแมนติกกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง?”“งั้นฉันพูดใหม่” เขากระแอม ปรับสีหน้าให

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 18

    ฉันชะงักไปเล็กน้อย “แน่นอนสิ”โจวเยี่ยนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ก่อนจะล้วงบางอย่างออกจากกระเป๋า แล้วยื่นมาตรงหน้าฉันมันคือเหรียญเก่า ๆ เหรียญหนึ่งฉันจ้องเหรียญนั้นอยู่หลายวินาที ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ตอนเด็ก ๆ ตรงปากซอยมีตู้กาชาปองอยู่ตู้หนึ่งฉันอยากได้จี้กระต่ายที่อยู่ข้างใน แต่ค้นจนทั่วกระเป๋าก็มีเงินแค่ห้าบาทโจวเยี่ยนยัดเหรียญสุดท้ายที่เหลืออยู่ของตัวเองให้ฉันแล้วพูดว่า“ให้เธอ แต่เธอต้องคืนอะไรฉันอย่างหนึ่งนะ”“อะไรเหรอ?”“ไว้ทีหลังฉันจะบอก”หลังจากนั้นฉันรอมาหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยฉันนึกว่าเขาลืมไปนานแล้วเสียอีก“...นายยังเก็บไว้อีกเหรอ?”“ถามได้” โจวเยี่ยนหันหน้าหนี ใบหูแดงก่ำจนแทบหยดเป็นเลือด แต่กลับจงใจทำน้ำเสียงเหมือนไม่ใส่ใจ“รอมาสิบกว่าปี ดอกเบี้ยแทบจะทบเป็นสองเท่าแล้ว”“ตกลงเธอจะคืนอะไรให้ฉันกันแน่?”ในที่สุดเขาก็หันกลับมามองฉันแสงอาทิตย์ยามเย็นอาบดวงตาของเขาด้วยแสงสีอำพันอบอุ่นในดวงตาคู่นั้นสะท้อนเงาของฉันอยู่มีเพียงฉันคนเดียว“เสิ่นจืออี้ เธอยังติดหนี้ฉันอยู่หนึ่งอย่าง—มาเป็นแฟนฉัน”“ติดมาตั้งแต่สมัยประถ

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 17

    ฉันรู้ว่าคนที่ลู่เส้าถิงพูดถึงคือโจวเยี่ยนจึงไม่ได้พูดอะไรต่อลู่เส้าถิงหลุบตาลง มุมปากฝืนยกขึ้นเป็นเส้นโค้งจาง ๆมันไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เหมือนการยอมรับความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เสียมากกว่าดูเหมือนเขาจะพูดทุกสิ่งที่อยากพูดออกมาจนหมดแล้วฉันวางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้นยืน“ลู่เส้าถิง”เขาเงยหน้าขึ้น“ต่อจากนี้ เราก็เป็นแค่คนไม่รู้จักกันแล้ว”ตอนที่พูดประโยคนี้ น้ำเสียงของฉันมั่นคง ไม่สั่นแม้แต่น้อยลูกกระเดือกของลู่เส้าถิงขยับขึ้นลง“ขอให้คุณมีความสุข”ฉันหันหลังเดินออกจากร้านเล็ก ๆ แห่งนั้นด้านนอก โจวเยี่ยนยืนพิงต้นอู๋ถงฝั่งตรงข้าม รอฉันอยู่พอเห็นฉันเดินออกมา เขาก็เดินเข้ามาหา“คุยเสร็จแล้วเหรอ?”ฉันยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเขามองฉันแวบหนึ่ง แล้วไม่ได้ถามอะไรต่อเขายื่นมือมารับกระเป๋าของฉันไปสะพายไว้บนไหล่อย่างเคยชินจากนั้นก็ล้วงมือข้างหนึ่งเข้ากระเป๋ากางเกง ชะลอฝีเท้าลงรอให้ฉันเดินตามทัน“ไปกันเถอะ แม่ฉันตุ๋นซุปปลาไว้ บอกให้เธอกลับไปกินตอนยังร้อน ๆ”ฉันเดินเคียงข้างเขาไปได้ไม่กี่ก้าว ก่อนพูดขึ้นว่า “แต่ฉันเพิ่งกินอิ่มมานะ”“งั้นก็ต้องกลับไปชิมสักหน่อยอยู่ดี”โจวเยี่ยน

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 16

    ลู่เส้าถิงแข็งทื่อไปทั้งตัว ราวกับชีวิตชีวาเสี้ยวสุดท้ายถูกพรากไปจนหมดเขานอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสามวันบ่ายวันที่สาม ฉันได้รับข้อความจากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย「จืออี้ มะรืนนี้ผมจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เตรียมกลับเป่ยเฉิง ก่อนจะไป เรากินข้าวด้วยกันสักมื้อได้ไหม?」「เป็นครั้งสุดท้าย」ฉันมองข้อความสั้น ๆ นั้นอยู่เงียบ ๆ เป็นเวลานานพอดีโจวเยี่ยนกลับมาจากข้างนอก เห็นฉันจ้องโทรศัพท์อย่างเหม่อลอย เขาจึงขยับเข้ามาชำเลืองดูหน้าจอแวบหนึ่ง“จะไปไหม?”โจวเยี่ยนยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองฉันผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็ยักไหล่“ไปเถอะ คุยกันให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องโดนเขามารบกวนอีกทีหลัง”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมว่า “แต่ฉันจะไปส่งเธอ แล้วก็ไปรับเธอกลับเอง”ฉันยิ้ม “ได้”เรานัดกันที่ร้านอาหารเล็ก ๆ เงียบสงบแห่งหนึ่งย่านถนนเก่าหนานเฉิงตอนที่ฉันไปถึง ลู่เส้าถิงก็นั่งรออยู่ข้างในแล้วเขาสวมเสื้อไหมพรมสีเทาเข้ม แต่งตัวสบาย ๆ กว่าวันที่มาหนานเฉิงในชุดสูทมากใบหน้าของเขายังคงซีดเซียว แนวกรามดูซูบลงไปมาก แต่โดยรวมดูสงบกว่าก่อนหน้านี้เมื่อเห็นฉันเดินเข้ามา เขาก็ลุกขึ้น ริมฝีปากขยับเล็กน้อย ราวกับอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status