Share

บทที่ 5

Author: ดวงดาวหลบหนี
ฉันก้มมองเธอ

ที่หัวเข่ามีเพียงรอยถลอกนิดเดียว เลือดที่ซึมออกมายังไม่เท่าเมล็ดข้าวด้วยซ้ำ

แต่น้ำตากลับสั่งได้ อยากร้องก็ร้องทันที ร้องเสียจนน่าสงสาร ดูบอบบางน่าทะนุถนอม

แสดงเก่งจริง ๆ

ชั่วขณะหนึ่ง ฉันถึงกับอยากหัวเราะออกมา

“ฉันแค่ผลักมือคุณนิดเดียว คุณเป็นคนทิ้งตัวไปข้างหลังเอง”

แต่ลู่เส้าถิงกลับยื่นมือไปพยุงเธอทันที

พอเห็นแผลถลอกที่หัวเข่าของกู้เนี่ยน เขาก็ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่

“เสิ่นจืออี้ คุณก่อเรื่องพอหรือยังเนี่ย!”

“คุณตบผม ผมยอม แต่คุณไปรังแกกู้เนี่ยนแบบนี้มันเกินไปแล้ว”

ฉันมองผู้ชายที่ฉันรักมานานห้าปี และเดิมทีกำลังจะกลายเป็นสามีของฉันในไม่ช้า

เขากอดผู้หญิงที่เป็นรักแรกของตัวเองไว้ในอ้อมแขน และเพื่อเธอ เขาก็ต่อว่าฉันโดยไม่สนว่าใครผิดใครถูก

ไม่แม้แต่จะให้โอกาสฉันได้อธิบาย

จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเหลือเกิน

สายที่ขึงตึงอยู่ในใจมานาน ในที่สุดก็ขาดผึง

“ฉันก่อเรื่องงั้นเหรอ?”

“เมื่อกี้เธอด่าฉันว่าเป็นมือที่สาม คุณไม่ได้ยินหรือไง?”

“ลู่เส้าถิง คุณหูหนวกหรือตาบอดกันแน่?”

ลู่เส้าถิงเม้มริมฝีปาก สีหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“เธอแค่เผลอพูดไม่คิดไป แต่ไม่ว่ายังไง...คุณก็ไม่ควรผลักเธอ”

แม้จะรู้อยู่แล้วว่า กู้เนี่ยนสำคัญกับเขาจนไม่มีใครแทนที่ได้

แต่ในวินาทีนี้ หัวใจของฉันก็ยังเจ็บราวกับถูกฉีกกระชากออก

ฉันยิ้มเยาะตัวเอง

“ไปให้พ้นเถอะ ลู่เส้าถิง ฉันไม่อยากเห็นหน้าพวกคุณอีกแล้ว”

ลู่เส้าถิงเงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งไม่สะทกสะท้านเช่นเคย

“คุณใจเย็นสักพักก่อนเถอะ พอกำหนดวันแต่งงานใหม่ได้แล้ว ผมจะแจ้งคุณอีกที”

“การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ผมรับปากแล้วว่าจะแต่งงานกับคุณ ก็จะไม่ผิดคำพูด”

ราวกับเป็นบุญคุณหรือสิ่งที่เขาหยิบยื่นให้

กู้เนี่ยนถูกเขาพยุงให้ลุกขึ้น ก่อนจะพิงอยู่ข้างไหล่เขาแล้วเงยหน้ามองฉัน

หางตายังมีหยดน้ำตาค้างอยู่ แต่มุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อย

เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ “เส้าถิง เธอเกลียดฉันมากเลยใช่ไหม...ฉันไม่ควรมาที่นี่หรือเปล่า”

“งั้นฉันไปดีกว่า ฉันไม่อยากให้พวกคุณทะเลาะกันเพราะฉัน”

พูดพลาง เธอก็ถอยหลังไปครึ่งก้าว ทำท่าเหมือนจะเดินจากไป

ลู่เส้าถิงขมวดคิ้ว ก่อนเอื้อมมือกลับไปคว้าข้อมือเธอไว้

“หัวเข่าคุณยังมีเลือดไหลอยู่ จะไปไหน”

จากนั้นเขาก็หันมามองฉัน น้ำเสียงเรียบสงบแต่แฝงไว้ด้วยคำเตือน

“เงินทุนสำหรับดำเนินธุรกิจในไตรมาสหน้าของบริษัทคุณ ยังไม่เข้าบัญชีใช่ไหม?”

ฉันตัวแข็งทื่อไปทันที

“ถ้าผมจำไม่ผิด ทีมของคุณมีค่าใช้จ่ายเดือนละเกือบหนึ่งล้านบาท”

“ถ้าเงินทุนหมุนเวียนมีปัญหา ก็คงประคองต่อไปได้ไม่นาน”

ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่ เล็บจิกลงในฝ่ามือแน่น

ความเจ็บนั้นทำให้สติฉันแจ่มชัดขึ้นมาทันที

เขาคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะไม่กล้าเดินออกไปจากชีวิตเขา

เขาคิดว่าฉันจะชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย กล้ำกลืนความคับแค้นนี้ลงไป แล้วเป็นเจ้าสาวของเขาอย่างว่าง่าย

แต่ฉันไม่เคยเป็นคนที่ยอมฝืนทนเพื่อรักษาความสัมพันธ์เอาไว้

คบกันมาห้าปี เขากลับไม่เคยเข้าใจฉันอย่างแท้จริงเลย

และในเวลาแบบนี้ เขายังสงบนิ่งและมั่นใจได้ถึงขนาดนี้ ถึงขั้นข่มขู่ฉัน

เหตุผลก็เพราะตลอดห้าปีที่ผ่านมา

แม้ภายนอกจะดูเหมือนว่า ส่วนใหญ่เป็นเขาที่คอยอดทนและยอมตามใจฉัน

แต่ความจริงแล้ว ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบในความสัมพันธ์นี้ เป็นฝ่ายที่รักมากกว่า และต้องยอมเขามากกว่า

ตอนนี้ ฉันไม่อยากไปต่อแล้ว

วันรุ่งขึ้น ฉันไปร้านชุดแต่งงานเพื่อคืนชุดเจ้าสาว

คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญเจอพวกเขาสองคนอีกครั้ง

กู้เนี่ยนกำลังยืนอยู่หน้ากระจกลองชุด โดยคลุมผ้าคลุมไหล่โปร่งสีขาวไว้บนบ่า

ลู่เส้าถิงยืนอยู่ข้างหลังเธอ ช่วยจัดผ้าโปร่งบางที่เลื่อนหลุดจากไหล่ให้ ท่าทางเป็นธรรมชาติราวกับเคยทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ลู่เส้าถิงเห็นฉันผ่านกระจก

พอเห็นถุงใส่ชุดเจ้าสาวในมือฉัน เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“จืออี้? คุณมาทำอะไรที่นี่ ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าทำอะไรประชดกัน?”

ฉันไม่สนใจเขา สายตาหยุดอยู่ที่ผ้าคลุมไหล่สีขาวบนตัวกู้เนี่ยน

ลู่เส้าถิงเหมือนจะสังเกตได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยอธิบายว่า

“ผมมากับกู้เนี่ยน เธอมาเลือกชุดเพื่อนเจ้าสาว”

กู้เนี่ยนเหลือบมองชุดเจ้าสาวสีขาวในมือฉัน แววตาฉายความริษยาวูบหนึ่ง

“คุณเสิ่น คุณแย่งที่ของฉันไปแบบนี้ ไม่รู้สึกผิดบ้างเหรอ?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 21

    ลู่เส้าถิงยืนอยู่รอบนอกสุดของฝูงชน มองไปยังเวทีไกล ๆ ผ่านศีรษะผู้คนที่ขยับขวักไขว่โจวเยี่ยนที่ยืนอยู่ข้างฉันก็มองเห็นเขาเช่นกัน ร่างกายชะงักไปชั่วขณะจนแทบสังเกตไม่เห็นแต่ไม่นาน เขาก็กุมมือฉันแน่นขึ้นสายตาของลู่เส้าถิงตกลงบนตัวฉัน ก่อนจะเลื่อนไปยังมือของฉันกับโจวเยี่ยนที่กุมกันอยู่ทั้งร่างของเขาราวกับถูกบางสิ่งกระทบเข้าเบา ๆ ไหล่สั่นไหวเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เดินจากไปดวงตาคู่นั้นที่เคยสุขุมและเรียบเฉย เวลานี้กลับมีประกายชื้นบาง ๆเขาเห็นฉันในชุดแต่งงานแล้วเขาเห็นนิ้วมือของโจวเยี่ยนที่สั่นเล็กน้อยตอนสวมแหวนให้ฉัน เห็นท่าทางเปิ่น ๆ ของโจวเยี่ยนที่ขอบตาแดงก่ำแต่ยังพยายามกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง และเห็นความสนิทสนมที่เผยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติตอนฉันยิ้มพลางจัดเนกไทให้โจวเยี่ยนทุกสิ่งที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมี แต่กลับเป็นคนผลักไสมันออกไปด้วยมือตัวเองตอนนี้ทั้งหมดกลายเป็นของคนอื่นไปแล้วบนเวที พิธีกรประกาศว่าพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาวเสร็จสิ้นลงแล้วโจวเยี่ยนหันมากระซิบอะไรบางอย่างข้างหูฉัน ฉันหัวเราะแล้วทุบเขาไปทีหนึ่งเขาจับมือที่กำเป็นหมัดของฉันไว้ แล้วยกขึ้นมาจูบลู่เ

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 20

    คืนนั้นพอป้าจ้าวรู้ว่าเราตัดสินใจจะแต่งงานกัน ก็ดีใจจนลุกมานึ่งซาลาเปาสองเข่งกลางดึกแล้วเอามาให้ แถมยังจับมือฉันร้องไห้อยู่นานโจวเยี่ยนถูกแม่ไล่เข้าครัวไปล้างจาน ระหว่างล้างก็ยังตะโกนออกมาว่า “แม่! ตกลงใครกันแน่ที่เป็นลูกแท้ ๆ ของแม่!”ป้าจ้าวไม่สนใจเขาสักนิด เอาแต่จับมือฉันแล้วพูดไม่หยุด “จืออี้ ต่อไปถ้าเจ้าลูกคนนี้กล้ารังแกเธอ มาบอกป้านะ ป้าจะตีขามันให้หักเลย”โจวเยี่ยนโผล่ศีรษะออกมาจากครัวครึ่งหนึ่ง “ผมจะกล้ารังแกเธอได้ยังไง แค่เธอไม่รังแกผมก็บุญแล้ว!”ฉันยิ้มพลางชูกำปั้นใส่เขา เขาจึงรีบหดหัวกลับไปล้างจานต่องานแต่งกำหนดไว้ในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่หนานเฉิงสวยที่สุด กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้หอมฟุ้งไปทั่วเมืองเดิมทีฉันอยากจัดงานเรียบง่าย เชิญแค่คนสนิท แล้วหาลานบ้านเล็ก ๆ แถวถนนเก่าจัดโต๊ะเลี้ยงสักไม่กี่โต๊ะก็พอ แต่โจวเยี่ยนไม่ยอม ยังไงก็ยืนยันว่าจะต้องจัดงานให้ฉันได้แต่งออกไปอย่างสง่างามและมีหน้ามีตา“งานแต่งครั้งก่อนของเธอ” ตอนพูดเรื่องนี้ เขาก็เก็บสีหน้าขี้เล่นลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น “ถูกคนอื่นทำจนเละเทะไปหมด แต่ครั้งนี้เป็นงานแต่งของเราสองคน ฉันต้องจัดให้ดี”ฉันรู้สึกตื้น

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 19

    ฉันกำลังเช็ดแจกันลายครามอยู่ มือดันลื่นจนเกือบทำแจกันของคนอื่นหล่นแตก“นายว่าอะไรนะ?”“ฉันบอกว่า” เขายืดตัวตรง เดินเข้ามาสองก้าว ใช้สองมือเท้าเคาน์เตอร์ ก่อนโน้มตัวเข้ามาใกล้ฉันเล็กน้อย “เราแต่งงานกันเถอะ”ระยะห่างใกล้เกินไป ใกล้จนฉันมองเห็นเงาขนตาของเขาที่ทอดลงใต้แสงไฟ และได้กลิ่นผงซักฟอกจาง ๆ จากตัวเขาลำคอฉันตีบแน่นขึ้นเล็กน้อย “...นายไปดื่มเหล้าที่ไหนมาอีกหรือเปล่า?”“ไม่ได้ดื่ม” เขามองฉันอย่างจริงจัง “มีสติครบถ้วนดี”“แล้วทำไมจู่ ๆ นายถึง...”“ไม่ได้กะทันหัน” เขาพูดแทรก “ฉันรอมาสิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ยัดเหรียญนั้นใส่มือเธอ ฉันก็รอมาโดยตลอด”“ตอนนี้เธอตกลงเป็นแฟนฉันแล้ว ฉันก็คิดว่า ในเมื่อเลื่อนขั้นแล้ว ก็เลื่อนไปให้ถึงขั้นสุดท้ายเลยดีกว่า ยังไงไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องแต่งงานกัน แต่งเร็วก็สบายใจเร็ว”“สบายใจเรื่องอะไร?”เขาเอียงคอเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “สบายใจว่าจะไม่มีไอ้คนไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือที่ไหนมาคว้าตัวเธอไปอีก”คำพูดของเขาทำเอาฉันทั้งโมโหทั้งขำ จึงยกมือตบหน้าผากเขาเบา ๆ “นายจะโรแมนติกกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง?”“งั้นฉันพูดใหม่” เขากระแอม ปรับสีหน้าให

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 18

    ฉันชะงักไปเล็กน้อย “แน่นอนสิ”โจวเยี่ยนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ก่อนจะล้วงบางอย่างออกจากกระเป๋า แล้วยื่นมาตรงหน้าฉันมันคือเหรียญเก่า ๆ เหรียญหนึ่งฉันจ้องเหรียญนั้นอยู่หลายวินาที ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ตอนเด็ก ๆ ตรงปากซอยมีตู้กาชาปองอยู่ตู้หนึ่งฉันอยากได้จี้กระต่ายที่อยู่ข้างใน แต่ค้นจนทั่วกระเป๋าก็มีเงินแค่ห้าบาทโจวเยี่ยนยัดเหรียญสุดท้ายที่เหลืออยู่ของตัวเองให้ฉันแล้วพูดว่า“ให้เธอ แต่เธอต้องคืนอะไรฉันอย่างหนึ่งนะ”“อะไรเหรอ?”“ไว้ทีหลังฉันจะบอก”หลังจากนั้นฉันรอมาหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยฉันนึกว่าเขาลืมไปนานแล้วเสียอีก“...นายยังเก็บไว้อีกเหรอ?”“ถามได้” โจวเยี่ยนหันหน้าหนี ใบหูแดงก่ำจนแทบหยดเป็นเลือด แต่กลับจงใจทำน้ำเสียงเหมือนไม่ใส่ใจ“รอมาสิบกว่าปี ดอกเบี้ยแทบจะทบเป็นสองเท่าแล้ว”“ตกลงเธอจะคืนอะไรให้ฉันกันแน่?”ในที่สุดเขาก็หันกลับมามองฉันแสงอาทิตย์ยามเย็นอาบดวงตาของเขาด้วยแสงสีอำพันอบอุ่นในดวงตาคู่นั้นสะท้อนเงาของฉันอยู่มีเพียงฉันคนเดียว“เสิ่นจืออี้ เธอยังติดหนี้ฉันอยู่หนึ่งอย่าง—มาเป็นแฟนฉัน”“ติดมาตั้งแต่สมัยประถ

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 17

    ฉันรู้ว่าคนที่ลู่เส้าถิงพูดถึงคือโจวเยี่ยนจึงไม่ได้พูดอะไรต่อลู่เส้าถิงหลุบตาลง มุมปากฝืนยกขึ้นเป็นเส้นโค้งจาง ๆมันไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เหมือนการยอมรับความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เสียมากกว่าดูเหมือนเขาจะพูดทุกสิ่งที่อยากพูดออกมาจนหมดแล้วฉันวางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้นยืน“ลู่เส้าถิง”เขาเงยหน้าขึ้น“ต่อจากนี้ เราก็เป็นแค่คนไม่รู้จักกันแล้ว”ตอนที่พูดประโยคนี้ น้ำเสียงของฉันมั่นคง ไม่สั่นแม้แต่น้อยลูกกระเดือกของลู่เส้าถิงขยับขึ้นลง“ขอให้คุณมีความสุข”ฉันหันหลังเดินออกจากร้านเล็ก ๆ แห่งนั้นด้านนอก โจวเยี่ยนยืนพิงต้นอู๋ถงฝั่งตรงข้าม รอฉันอยู่พอเห็นฉันเดินออกมา เขาก็เดินเข้ามาหา“คุยเสร็จแล้วเหรอ?”ฉันยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเขามองฉันแวบหนึ่ง แล้วไม่ได้ถามอะไรต่อเขายื่นมือมารับกระเป๋าของฉันไปสะพายไว้บนไหล่อย่างเคยชินจากนั้นก็ล้วงมือข้างหนึ่งเข้ากระเป๋ากางเกง ชะลอฝีเท้าลงรอให้ฉันเดินตามทัน“ไปกันเถอะ แม่ฉันตุ๋นซุปปลาไว้ บอกให้เธอกลับไปกินตอนยังร้อน ๆ”ฉันเดินเคียงข้างเขาไปได้ไม่กี่ก้าว ก่อนพูดขึ้นว่า “แต่ฉันเพิ่งกินอิ่มมานะ”“งั้นก็ต้องกลับไปชิมสักหน่อยอยู่ดี”โจวเยี่ยน

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 16

    ลู่เส้าถิงแข็งทื่อไปทั้งตัว ราวกับชีวิตชีวาเสี้ยวสุดท้ายถูกพรากไปจนหมดเขานอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสามวันบ่ายวันที่สาม ฉันได้รับข้อความจากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย「จืออี้ มะรืนนี้ผมจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เตรียมกลับเป่ยเฉิง ก่อนจะไป เรากินข้าวด้วยกันสักมื้อได้ไหม?」「เป็นครั้งสุดท้าย」ฉันมองข้อความสั้น ๆ นั้นอยู่เงียบ ๆ เป็นเวลานานพอดีโจวเยี่ยนกลับมาจากข้างนอก เห็นฉันจ้องโทรศัพท์อย่างเหม่อลอย เขาจึงขยับเข้ามาชำเลืองดูหน้าจอแวบหนึ่ง“จะไปไหม?”โจวเยี่ยนยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองฉันผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็ยักไหล่“ไปเถอะ คุยกันให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องโดนเขามารบกวนอีกทีหลัง”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมว่า “แต่ฉันจะไปส่งเธอ แล้วก็ไปรับเธอกลับเอง”ฉันยิ้ม “ได้”เรานัดกันที่ร้านอาหารเล็ก ๆ เงียบสงบแห่งหนึ่งย่านถนนเก่าหนานเฉิงตอนที่ฉันไปถึง ลู่เส้าถิงก็นั่งรออยู่ข้างในแล้วเขาสวมเสื้อไหมพรมสีเทาเข้ม แต่งตัวสบาย ๆ กว่าวันที่มาหนานเฉิงในชุดสูทมากใบหน้าของเขายังคงซีดเซียว แนวกรามดูซูบลงไปมาก แต่โดยรวมดูสงบกว่าก่อนหน้านี้เมื่อเห็นฉันเดินเข้ามา เขาก็ลุกขึ้น ริมฝีปากขยับเล็กน้อย ราวกับอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status