Share

บทที่ 6

Author: ดวงดาวหลบหนี
กู้เนี่ยนหัวเราะเย็นชา “ถ้าตอนนั้นฉันไม่จากไป คุณคิดเหรอว่าจะถึงตาคุณ?”

ฉันไม่อยากมีปากเสียงกับเธออีก จึงเอ่ยอย่างเรียบเฉย “คุณชอบกลับไปหาคนเก่า ฉันก็ไม่ว่าอะไร ไม่มีใครแย่งกับคุณหรอก”

“ฉันขออวยพรจากใจจริง ขอให้คนที่รักกันได้ลงเอยกันในที่สุด”

ลู่เส้าถิงมองฉัน ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น

เขาคงไม่คิดว่าฉันจะสงบนิ่งได้ถึงขนาดนี้

เมื่อก่อนถึงเราจะทะเลาะกันไม่บ่อย แต่ฉันมักเป็นฝ่ายน้ำตาคลอก่อนเสมอ

แต่ตอนนี้ฉันยืนอยู่ตรงนี้ น้ำเสียงกลับเรียบเฉยยิ่งกว่าเขาเสียอีก

ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเองเลย

ลู่เส้าถิงจ้องฉันอยู่หลายวินาที ก่อนน้ำเสียงจะอ่อนลง แล้วก้าวเข้ามาหาฉันครึ่งก้าว

“จืออี้”

กู้เนี่ยนที่อยู่ด้านหลังดึงแขนเสื้อเขาเบา ๆ “เส้าถิง ฉันเวียนหัวจัง ตอนล้มเมื่อกี้เหมือนท้ายทอยจะกระแทกพื้นด้วย...”

เธอโงนเงนเล็กน้อย แล้วทั้งตัวก็เอนไปทางลู่เส้าถิง

ลู่เส้าถิงรีบชักเท้าที่ก้าวออกมาครึ่งก้าวกลับทันที ก่อนยื่นมือไปพยุงเธอไว้ตามสัญชาตญาณ

ลู่เส้าถิงเหลือบมองฉันแวบหนึ่ง

“ผมจะพาเธอไปโรงพยาบาลก่อน”

ฉันมองแผ่นหลังของทั้งคู่จนลับหายไปที่ปลายสุดของทางเดิน

กู้เนี่ยนซบศีรษะอยู่บนไหล่ของเขา แต่กลับเดินได้มั่นคงไม่มีอาการเซเลย

ตอนนี้เมื่อมองแผ่นหลังของทั้งคู่ ฉันกลับรู้สึกโชคดีที่ตัวเองยังเดินจากไปได้ แทนที่จะต้องติดอยู่ในชีวิตแต่งงานที่ไม่มีทางออก

หลายวันต่อมา ลู่เส้าถิงส่งแผนจัดงานแต่งฉบับใหม่มาให้ฉันทางอีเมล

มันแตกต่างจากแผนเดิมของฉันราวฟ้ากับเหว

ทั้งทะเลดอกกุหลาบแสนโรแมนติกและบรรยากาศหวานแหววสีชมพู ล้วนเป็นองค์ประกอบที่กู้เนี่ยนชอบที่สุด

「จืออี้ คุณมีความเห็นอะไรเกี่ยวกับแผนนี้ไหม? ถ้าไม่มีปัญหา ก็จัดตามนี้เลย」

แผนเดิมเป็นงานกลางแจ้งบนสนามหญ้า ใช้โทนสีขาวและเขียว เรียบง่ายสะอาดตา

โต๊ะของหวานต้องมีทีรามิสุที่เขาชอบ จุดลงทะเบียนแขกตกแต่งด้วยดอกไม้จริงอบแห้งแบบคงสภาพ คำปฏิญาณฉันเขียนถึงสามฉบับ ส่วนแผนจัดงานแต่งฉันใช้เวลาทำถึงสองเดือน

แต่ตอนนี้แผนทั้งหมดถูกยกเลิกไปแล้ว

เปลี่ยนเป็นแบบที่กู้เนี่ยนชอบแทน

ความสัมพันธ์ห้าปีระหว่างฉันกับลู่เส้าถิงเดินมาถึงจุดนี้ ฉันเพียงรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรให้อาลัยอีกแล้ว

ฉันตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย 「แล้วแต่」

「ถ้าไม่พอใจ คุณก็บอกมาตรง ๆ ได้」

「ไม่ได้มีอะไรไม่พอใจ」

ยังไงซะ นี่ก็ไม่ใช่งานแต่งของฉันอยู่แล้ว

ลู่เส้าถิงอาจจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง

「จืออี้ ที่ผ่านมาผมติดค้างกู้เนี่ยนไว้มาก ตอนนี้ก็แค่ชดเชยให้เธอเท่านั้น」

「ชุดเจ้าสาวของคุณ ผมก็เอากลับมาให้แล้ว คราวหน้าอย่าทำอะไรประชดกันแบบนี้อีกนะ」

「ผมรับรองว่า หลังแต่งงานผมจะทุ่มเทให้คุณอย่างเต็มที่ และตัดขาดการติดต่อกับเธอ」

จริงเหรอ ฉันไม่เชื่อหรอก

พอถึงวันแต่งงาน

ฉันเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว และกำลังนั่งอยู่ในโถงรอขึ้นเครื่องที่สนามบิน

อีกสี่สิบนาทีเครื่องก็จะออกแล้ว

บัญชีโซเชียลของกู้เนี่ยนเพิ่งอัปเดตเมื่อแปดนาทีก่อน

เธอยืนอยู่ข้างซุ้มประตู เผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างโดยไม่ได้มองกล้อง

เธอสวมเดรสยาวสีอ่อน แต่งหน้าอย่างประณีต ต่างหูแกว่งไหวเบา ๆ

พร้อมข้อความว่า

「เขาแต่งงานแล้ว」

「เจ้าสาวไม่ใช่ฉัน」

「แต่ดอกไม้พวกนี้ ใช้สีที่ฉันชอบทั้งนั้น」

「บอกไม่ถูกว่าเป็นความรู้สึกแบบไหน คงเป็นความเจ็บปวดที่รู้ว่าเขายังจำฉันได้」

ช่องความคิดเห็นมีคอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาหลายร้อยข้อความแล้ว

“พี่อย่าไปเลย จะทรมานตัวเองไปทำไม”

“ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรเนี่ย จัดงานแต่งตามความชอบของแฟนเก่าเหรอ?”

“สงสารพี่จัง รีบออกมาจากที่นั่นเถอะ”

เธอตอบกลับข้อความหนึ่ง

“ไปไม่ได้หรอก ฉันรับปากเขาแล้วว่าวันนี้จะเป็นเพื่อนเจ้าสาว”

“ถือว่าทำอะไรให้เขาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วกัน”

ฉันมองข้อความตอบกลับนั้น ก่อนจะยิ้มออกมา แล้วล็อกหน้าจอโทรศัพท์ โยนมันลงในกระเป๋า

เสียงประกาศแจ้งให้ขึ้นเครื่องดังขึ้น

ฉันหยิบสัมภาระแล้วลุกขึ้น

ลู่เส้าถิง เรื่องราวความรักระหว่างคุณกับรักแรกของคุณ ฉันจะไม่ขอมีส่วนเกี่ยวข้องอีกแล้ว

ชาตินี้ไม่ต้องเจอกันอีกแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 21

    ลู่เส้าถิงยืนอยู่รอบนอกสุดของฝูงชน มองไปยังเวทีไกล ๆ ผ่านศีรษะผู้คนที่ขยับขวักไขว่โจวเยี่ยนที่ยืนอยู่ข้างฉันก็มองเห็นเขาเช่นกัน ร่างกายชะงักไปชั่วขณะจนแทบสังเกตไม่เห็นแต่ไม่นาน เขาก็กุมมือฉันแน่นขึ้นสายตาของลู่เส้าถิงตกลงบนตัวฉัน ก่อนจะเลื่อนไปยังมือของฉันกับโจวเยี่ยนที่กุมกันอยู่ทั้งร่างของเขาราวกับถูกบางสิ่งกระทบเข้าเบา ๆ ไหล่สั่นไหวเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เดินจากไปดวงตาคู่นั้นที่เคยสุขุมและเรียบเฉย เวลานี้กลับมีประกายชื้นบาง ๆเขาเห็นฉันในชุดแต่งงานแล้วเขาเห็นนิ้วมือของโจวเยี่ยนที่สั่นเล็กน้อยตอนสวมแหวนให้ฉัน เห็นท่าทางเปิ่น ๆ ของโจวเยี่ยนที่ขอบตาแดงก่ำแต่ยังพยายามกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง และเห็นความสนิทสนมที่เผยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติตอนฉันยิ้มพลางจัดเนกไทให้โจวเยี่ยนทุกสิ่งที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมี แต่กลับเป็นคนผลักไสมันออกไปด้วยมือตัวเองตอนนี้ทั้งหมดกลายเป็นของคนอื่นไปแล้วบนเวที พิธีกรประกาศว่าพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาวเสร็จสิ้นลงแล้วโจวเยี่ยนหันมากระซิบอะไรบางอย่างข้างหูฉัน ฉันหัวเราะแล้วทุบเขาไปทีหนึ่งเขาจับมือที่กำเป็นหมัดของฉันไว้ แล้วยกขึ้นมาจูบลู่เ

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 20

    คืนนั้นพอป้าจ้าวรู้ว่าเราตัดสินใจจะแต่งงานกัน ก็ดีใจจนลุกมานึ่งซาลาเปาสองเข่งกลางดึกแล้วเอามาให้ แถมยังจับมือฉันร้องไห้อยู่นานโจวเยี่ยนถูกแม่ไล่เข้าครัวไปล้างจาน ระหว่างล้างก็ยังตะโกนออกมาว่า “แม่! ตกลงใครกันแน่ที่เป็นลูกแท้ ๆ ของแม่!”ป้าจ้าวไม่สนใจเขาสักนิด เอาแต่จับมือฉันแล้วพูดไม่หยุด “จืออี้ ต่อไปถ้าเจ้าลูกคนนี้กล้ารังแกเธอ มาบอกป้านะ ป้าจะตีขามันให้หักเลย”โจวเยี่ยนโผล่ศีรษะออกมาจากครัวครึ่งหนึ่ง “ผมจะกล้ารังแกเธอได้ยังไง แค่เธอไม่รังแกผมก็บุญแล้ว!”ฉันยิ้มพลางชูกำปั้นใส่เขา เขาจึงรีบหดหัวกลับไปล้างจานต่องานแต่งกำหนดไว้ในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นช่วงที่หนานเฉิงสวยที่สุด กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้หอมฟุ้งไปทั่วเมืองเดิมทีฉันอยากจัดงานเรียบง่าย เชิญแค่คนสนิท แล้วหาลานบ้านเล็ก ๆ แถวถนนเก่าจัดโต๊ะเลี้ยงสักไม่กี่โต๊ะก็พอ แต่โจวเยี่ยนไม่ยอม ยังไงก็ยืนยันว่าจะต้องจัดงานให้ฉันได้แต่งออกไปอย่างสง่างามและมีหน้ามีตา“งานแต่งครั้งก่อนของเธอ” ตอนพูดเรื่องนี้ เขาก็เก็บสีหน้าขี้เล่นลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น “ถูกคนอื่นทำจนเละเทะไปหมด แต่ครั้งนี้เป็นงานแต่งของเราสองคน ฉันต้องจัดให้ดี”ฉันรู้สึกตื้น

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 19

    ฉันกำลังเช็ดแจกันลายครามอยู่ มือดันลื่นจนเกือบทำแจกันของคนอื่นหล่นแตก“นายว่าอะไรนะ?”“ฉันบอกว่า” เขายืดตัวตรง เดินเข้ามาสองก้าว ใช้สองมือเท้าเคาน์เตอร์ ก่อนโน้มตัวเข้ามาใกล้ฉันเล็กน้อย “เราแต่งงานกันเถอะ”ระยะห่างใกล้เกินไป ใกล้จนฉันมองเห็นเงาขนตาของเขาที่ทอดลงใต้แสงไฟ และได้กลิ่นผงซักฟอกจาง ๆ จากตัวเขาลำคอฉันตีบแน่นขึ้นเล็กน้อย “...นายไปดื่มเหล้าที่ไหนมาอีกหรือเปล่า?”“ไม่ได้ดื่ม” เขามองฉันอย่างจริงจัง “มีสติครบถ้วนดี”“แล้วทำไมจู่ ๆ นายถึง...”“ไม่ได้กะทันหัน” เขาพูดแทรก “ฉันรอมาสิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ยัดเหรียญนั้นใส่มือเธอ ฉันก็รอมาโดยตลอด”“ตอนนี้เธอตกลงเป็นแฟนฉันแล้ว ฉันก็คิดว่า ในเมื่อเลื่อนขั้นแล้ว ก็เลื่อนไปให้ถึงขั้นสุดท้ายเลยดีกว่า ยังไงไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องแต่งงานกัน แต่งเร็วก็สบายใจเร็ว”“สบายใจเรื่องอะไร?”เขาเอียงคอเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “สบายใจว่าจะไม่มีไอ้คนไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือที่ไหนมาคว้าตัวเธอไปอีก”คำพูดของเขาทำเอาฉันทั้งโมโหทั้งขำ จึงยกมือตบหน้าผากเขาเบา ๆ “นายจะโรแมนติกกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง?”“งั้นฉันพูดใหม่” เขากระแอม ปรับสีหน้าให

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 18

    ฉันชะงักไปเล็กน้อย “แน่นอนสิ”โจวเยี่ยนสูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ก่อนจะล้วงบางอย่างออกจากกระเป๋า แล้วยื่นมาตรงหน้าฉันมันคือเหรียญเก่า ๆ เหรียญหนึ่งฉันจ้องเหรียญนั้นอยู่หลายวินาที ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ตอนเด็ก ๆ ตรงปากซอยมีตู้กาชาปองอยู่ตู้หนึ่งฉันอยากได้จี้กระต่ายที่อยู่ข้างใน แต่ค้นจนทั่วกระเป๋าก็มีเงินแค่ห้าบาทโจวเยี่ยนยัดเหรียญสุดท้ายที่เหลืออยู่ของตัวเองให้ฉันแล้วพูดว่า“ให้เธอ แต่เธอต้องคืนอะไรฉันอย่างหนึ่งนะ”“อะไรเหรอ?”“ไว้ทีหลังฉันจะบอก”หลังจากนั้นฉันรอมาหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยฉันนึกว่าเขาลืมไปนานแล้วเสียอีก“...นายยังเก็บไว้อีกเหรอ?”“ถามได้” โจวเยี่ยนหันหน้าหนี ใบหูแดงก่ำจนแทบหยดเป็นเลือด แต่กลับจงใจทำน้ำเสียงเหมือนไม่ใส่ใจ“รอมาสิบกว่าปี ดอกเบี้ยแทบจะทบเป็นสองเท่าแล้ว”“ตกลงเธอจะคืนอะไรให้ฉันกันแน่?”ในที่สุดเขาก็หันกลับมามองฉันแสงอาทิตย์ยามเย็นอาบดวงตาของเขาด้วยแสงสีอำพันอบอุ่นในดวงตาคู่นั้นสะท้อนเงาของฉันอยู่มีเพียงฉันคนเดียว“เสิ่นจืออี้ เธอยังติดหนี้ฉันอยู่หนึ่งอย่าง—มาเป็นแฟนฉัน”“ติดมาตั้งแต่สมัยประถ

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 17

    ฉันรู้ว่าคนที่ลู่เส้าถิงพูดถึงคือโจวเยี่ยนจึงไม่ได้พูดอะไรต่อลู่เส้าถิงหลุบตาลง มุมปากฝืนยกขึ้นเป็นเส้นโค้งจาง ๆมันไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เหมือนการยอมรับความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เสียมากกว่าดูเหมือนเขาจะพูดทุกสิ่งที่อยากพูดออกมาจนหมดแล้วฉันวางถ้วยชาลงแล้วลุกขึ้นยืน“ลู่เส้าถิง”เขาเงยหน้าขึ้น“ต่อจากนี้ เราก็เป็นแค่คนไม่รู้จักกันแล้ว”ตอนที่พูดประโยคนี้ น้ำเสียงของฉันมั่นคง ไม่สั่นแม้แต่น้อยลูกกระเดือกของลู่เส้าถิงขยับขึ้นลง“ขอให้คุณมีความสุข”ฉันหันหลังเดินออกจากร้านเล็ก ๆ แห่งนั้นด้านนอก โจวเยี่ยนยืนพิงต้นอู๋ถงฝั่งตรงข้าม รอฉันอยู่พอเห็นฉันเดินออกมา เขาก็เดินเข้ามาหา“คุยเสร็จแล้วเหรอ?”ฉันยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเขามองฉันแวบหนึ่ง แล้วไม่ได้ถามอะไรต่อเขายื่นมือมารับกระเป๋าของฉันไปสะพายไว้บนไหล่อย่างเคยชินจากนั้นก็ล้วงมือข้างหนึ่งเข้ากระเป๋ากางเกง ชะลอฝีเท้าลงรอให้ฉันเดินตามทัน“ไปกันเถอะ แม่ฉันตุ๋นซุปปลาไว้ บอกให้เธอกลับไปกินตอนยังร้อน ๆ”ฉันเดินเคียงข้างเขาไปได้ไม่กี่ก้าว ก่อนพูดขึ้นว่า “แต่ฉันเพิ่งกินอิ่มมานะ”“งั้นก็ต้องกลับไปชิมสักหน่อยอยู่ดี”โจวเยี่ยน

  • คนเก่าไม่หวนคืนในฤดูใบไม้ร่วงแห่งหนานเฉิง   บทที่ 16

    ลู่เส้าถิงแข็งทื่อไปทั้งตัว ราวกับชีวิตชีวาเสี้ยวสุดท้ายถูกพรากไปจนหมดเขานอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสามวันบ่ายวันที่สาม ฉันได้รับข้อความจากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย「จืออี้ มะรืนนี้ผมจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เตรียมกลับเป่ยเฉิง ก่อนจะไป เรากินข้าวด้วยกันสักมื้อได้ไหม?」「เป็นครั้งสุดท้าย」ฉันมองข้อความสั้น ๆ นั้นอยู่เงียบ ๆ เป็นเวลานานพอดีโจวเยี่ยนกลับมาจากข้างนอก เห็นฉันจ้องโทรศัพท์อย่างเหม่อลอย เขาจึงขยับเข้ามาชำเลืองดูหน้าจอแวบหนึ่ง“จะไปไหม?”โจวเยี่ยนยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองฉันผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็ยักไหล่“ไปเถอะ คุยกันให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องโดนเขามารบกวนอีกทีหลัง”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมว่า “แต่ฉันจะไปส่งเธอ แล้วก็ไปรับเธอกลับเอง”ฉันยิ้ม “ได้”เรานัดกันที่ร้านอาหารเล็ก ๆ เงียบสงบแห่งหนึ่งย่านถนนเก่าหนานเฉิงตอนที่ฉันไปถึง ลู่เส้าถิงก็นั่งรออยู่ข้างในแล้วเขาสวมเสื้อไหมพรมสีเทาเข้ม แต่งตัวสบาย ๆ กว่าวันที่มาหนานเฉิงในชุดสูทมากใบหน้าของเขายังคงซีดเซียว แนวกรามดูซูบลงไปมาก แต่โดยรวมดูสงบกว่าก่อนหน้านี้เมื่อเห็นฉันเดินเข้ามา เขาก็ลุกขึ้น ริมฝีปากขยับเล็กน้อย ราวกับอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status