บทที่ 1: ลมหนาวที่ตำหนักเย็นกลิ่นคาวสนิมเหล็กตีตื้นขึ้นมาจนเต็มลำคอหลินจื่ออวี้งอตัวคุดคู้ แผ่นหลังผอมเกร็งกระตุกเป็นจังหวะตามแรงไอที่โถมขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เลือดสีคล้ำทะลักผ่านร่องนิ้วที่ขาวซีดจนแทบไร้สีเลือด หยดลงเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าฝ้ายหยาบๆ สีขาวตุ่นที่ปลายแขนรุ่ยขาด ไออุ่นหยดสุดท้ายจากทรวงอกร่วงกระทบผืนหิมะซึ่งพัดลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้... ละลายเป็นดวงสีชาดเพียงชั่วครู่ ก่อนถูกเกล็ดน้ำแข็งกลืนกินไปจนสิ้นหนาวจนกระดูกปวดร้าวตำหนักเย็นท้ายวังหลวงหลังนี้ไม่เคยมีเตาผิง ไม่มีแม้แต่ถ่านไร้ควันสักก้อนเดียว มีเพียงเสียงหวีดหวิวของลมบูรพาที่กรีดผ่านช่องว่างของกระเบื้องหลังคาผุพัง คอยพัดเอากลิ่นอับชื้นและกลิ่นความตายให้หมุนวนอยู่รอบตัวสองมือที่สั่นเทาพยายามกระชับเศษผ้านวมขาดวิ่นแนบอก ร่างกายสูญเสียเรี่ยวแรงจนทำได้เพียงพิงศีรษะลงกับเสาไม้ผุ ดวงตาคู่งามที่เคยสุกสกาวดั่งผิวน้ำต้องแสงจันทร์ บัดนี้พร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด มีเพียงภาพบานประตูลงกลอนแน่นหนาที่สลักลึกอยู่ในความทรงจำบานประตูที่ปิดตายขังเขาไว้ในสุสานคนเป็นแห่งนี้มาเนิ่นนานถึงสามปีเต็มไม่มีใครเปิดมันออกและไม่เคยมีใครก้
Última actualización : 2026-10-09 Leer más