All Chapters of หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก: Chapter 11 - Chapter 20

53 Chapters

บทที่ 11 : รายงานศึกชายแดนทักษิณ

บทที่ 11 : รายงานศึกชายแดนทักษิณแสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุ ทาบเงาใบไผ่ลงบนโต๊ะหนังสือไม้ชิงชันตัวยาว กลิ่นหมึกสดผสานกลิ่นไม้กฤษณาอบอวลจางๆ ในอากาศ เซี่ยอวิ๋นซีนั่งนิ่งอยู่หน้ากองม้วนฎีกาเก่า ปลายนิ้วเรียวไล่เปิดดูบันทึกการเบิกจ่ายศาสตราวุธย้อนหลังสามปีของกองทัพหลวงทีละแผ่น สายตาคมกริบกวาดอ่านทุกตัวอักษรอย่างละเอียดรอบคอบสายลมเย็นพัดผ่านช่องหน้าต่าง พาให้หน้ากระดาษม้วนหนังสัตว์ชั้นล่างสุดเปิดพลิกออกเซี่ยอวิ๋นซีชะงักมือ เมื่อสายตาสะดุดเข้ากับตราประทับหมึกชาดรูปพยัคฆ์ซ่อนเขี้ยว บันทึกเหตุการณ์ศึกช่องแคบผาพยัคฆ์เมื่อสามปีก่อน ศึกที่เซียวจิ้งหลานนำทัพปราบกบฏชายแดนทักษิณจนได้รับชัยชนะเด็ดขาดดวงตาหงส์กวาดอ่านข้อความบันทึกการศึก ร่างกายพลันแข็งค้าง ลมหายใจสะดุดกึกหน้ากระดาษแผ่นนั้นแนบภาพวาดจำลองหัวลูกธนูเหล็กกล้าสีดำสนิท ปลายหัวธนูเรียวแหลมสลักร่องเลือดสี่ทิศสำหรับกักเก็บพิษ รูปร่างอันเป็นเอกลักษณ์ของลูกธนูเจาะเกราะชั้นสูง ด้านข้างมีภาพพิมพ์ถอดรหัสรอยประทับขนาดเล็กจิ๋ว รอยบากรูป วงแหวนสามชั้นล้อมลายดอกโบตั๋นรอยประทับนี้มิใช่อาวุธของกองทัพกบฏชายแดนมันคือตราประจำคลังศ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more

บทที่ 12 : จุมพิตท่ามกลางสายฝน

บทที่ 12 : จุมพิตท่ามกลางสายฝนเมฆทมิฬก้อนมหึมาเคลื่อนตัวบดบังแสงตะวันยามเย็นจนท้องฟ้าเมืองหลวงมืดครึ้มดั่งรัตติกาล สายลมกระโชกแรงพัดกิ่งไผ่ในสวนเรือนชิงซงไหวเอนส่งเสียงหวีดหวิว กลิ่นไอดินชื้นลอยขึ้นมาปะทะจมูกก่อนเม็ดฝนแรกจะทิ้งตัวลงกระทบกระเบื้องหลังคา เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วผืนฟ้าเซี่ยอวิ๋นซีก้าวพ้นธรณีประตูห้องทรงอักษรออกมา ชายเสื้อคลุมสะบัดพลิ้วตามแรงลม แววตามองทอดไปยังม่านฝนที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งภาพความทรงจำในอดีตชาติโถมเข้าใส่จิตใจระลอกแล้วระลอกเล่าค่ำคืนที่เขาต้องสูญเสียทุกสิ่ง มีพายุฝนโหมกระหน่ำเช่นนี้ คืนที่เขาคุกเข่าอ้อนวอนขอความเป็นธรรมอยู่หน้าตำหนักของจ้าวเจ๋อเหยียน สายฝนชะล้างเพียงคราบเลือดและหยาดน้ำตาอันไร้ค่า ไร้คนยื่นมือเข้าช่วย มีเพียงความหนาวเหน็บแทรกซึมเข้าสู่กระดูกทีละน้อย ปล่อยให้ความสิ้นหวังกัดกินวิญญาณจนแหลกสลายความเจ็บปวดรวดร้าวที่แบกรับไว้เพียงลำพังตลอดสองชาติภพ บัดนี้กลับผสานเข้ากับความจริงที่เพิ่งค้นพบเซียวจิ้งหลานยอมควบม้าฝ่าพายุหิมะจนร่างกายพังทลาย ยอมบุกวังหลวงล้างแค้นจนคมธนูปักทะลุอก ยอมแลกชีวิตตนเองเพื่อคนโง่งมอย
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more

บทที่ 13 : บัญชีเลือดหน้าประตูจวน

บทที่ 13 : บัญชีเลือดหน้าประตูจวนไอหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งเหนือผิวน้ำในสระบัวหลังพายุฝนยามค่ำคืนพัดผ่านไป กลิ่นไอดินชื้นผสานกลิ่นดอกสาลี่ริมหน้าต่างมอบความสดชื่นไปทั่วเรือนชิงซง แสงอรุณรุ่งสีทองสาดส่องกระทบโต๊ะเครื่องแป้งไม้ชิงชัน เซียวจิ้งหลานยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเซี่ยอวิ๋นซี มือหนาจับหวีเสนียดไม้จันทน์หอมค่อยๆ บรรจงสางเรือนผมนุ่มสลวยสีหมึกให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสอ่อนโยนไร้ความเร่งร้อนสะท้อนความผูกพันลึกซึ้งเสียงฝีเท้าเร่งรีบของพ่อบ้านชราดังขึ้นหน้าห้อง ก่อนเสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะ"เรียนท่านอ๋อง คุณชายใหญ่... เซี่ยอวี่หลินนำคนมาคุกเข่าอยู่หน้าประตูใหญ่จวนอ๋องขอรับ" น้ำเสียงของพ่อบ้านฉายแววกังวล "เวลานี้ชาวบ้านและพ่อค้าที่สัญจรผ่านไปมาต่างพากันมามุงดูนับร้อย หากปล่อยไว้นานอาจกลายเป็นเรื่องเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของจวน"เซี่ยอวิ๋นซีมองสบสายตาคมปราบของบุรุษในกระจกเงา มุมปากหยักยกยิ้มบางเบา "บาดแผลโบยสามสิบไม้ยังไม่ทันตกสะเก็ด น้องรองผู้นี้ก็รีบยกทัพมาแสดงละครเรียกความเห็นใจถึงหน้าประตูเรือนเสียแล้ว"เซียวจิ้งหลานวางหวีลง ปลายนิ้วแตะที่ไหล่บางเบาๆ แววตาทอประกายอำมหิต "เปิ่นหวางจะสั่งทหารหั
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more

บทที่ 14 : บุกค้นห้องบรรพบุรุษ

บทที่ 14 : บุกค้นห้องบรรพบุรุษเสียงฝีเกือกม้าศึกนับร้อยตัวเหยียบย่ำลงบนถนนหน้าจวนแม่ทัพตระกูลเซี่ยดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น ทหารองครักษ์พยัคฆ์ทมิฬในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่หลายสิบนายกระจายกำลังเข้าปิดล้อมกำแพงจวนทุกทิศทาง คมทวนยาวและคันธนูขึงตึงสะท้อนประกายแดดยามสาย บานประตูไม้สีชาดขนาดใหญ่เปิดอ้าออกอย่างไร้การขัดขืน ข้ารับใช้ในจวนต่างพากันวิ่งหนีแตกตื่น กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินเซี่ยอวิ๋นซีก้าวข้ามธรณีประตูจวนแม่ทัพเข้ามาอย่างสง่างาม ชุดผ้าไหมสีครามเข้มขับเน้นผิวขาวผ่องและท่วงท่าสูงส่ง เรือนผมดำขลับเกล้าขึ้นด้วยปิ่นหยกขาวเรียบหรู ดวงตาหงส์ทอดมองเรือนพักที่ตนเคยอาศัยอยู่ในอดีตชาติด้วยสายตาเย็นเยียบ ข้างกายคือเซียวจิ้งหลานในชุดคลุมสีดำทมิฬปักดิ้นเงินลายพยัคฆ์เหยียบเมฆา ทรงอำนาจดุดันดั่งเทพสงครามคอยคุ้มกันอยู่ไม่ห่างเสียงฝีเท้าหนักหน่วงสับสนดังมาจากเรือนใหญ่เซี่ยหยวนก้าวสะดุดขาตนเองวิ่งออกมาจากห้องหนังสือ สภาพแม่ทัพใหญ่ผู้เคยเกรียงไกรทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด หนวดเครากระเซิง ใบหน้าคล้ำหมอง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจากการกักบริเวณ ด
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more

บทที่ 15 : แม่ทัพผู้ถูกสวมเขา

บทที่ 15 : แม่ทัพผู้ถูกสวมเขาเสียงโซ่ตรวนเหล็กกล้าลากครูดไปกับพื้นศิลาแลงดังกังวานเสียดแก้วหู เจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่และทหารพยัคฆ์ทมิฬคุมตัวผู้ต้องหาสำคัญสองคนเข้ามาในห้องโถงใหญ่จวนแม่ทัพตระกูลเซี่ยอนุหลิวในสภาพผมเผ้ากระเซิง อาภรณ์ผ้าไหมสีสดขาดวิ่นเปรอะเปื้อนคราบฝุ่น ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มอย่างประณีตบัดนี้ขาวซีดดั่งกระดาษ ดวงตาฉายแววหวาดผวายามสายตาสบเข้ากับทหารเกราะดำที่ยืนเรียงราย ข้างกายของนางคือ กัวเจิ้น รองแม่ทัพคนสนิทของเซี่ยหยวน ร่างสูงใหญ่กำยำมีรอยฟกช้ำตามใบหน้าจากการต่อสู้ขัดขืน มือทั้งสองข้างมีกุญแจมือเหล็กล่ามตรึงไว้อย่างแน่นหนาเซี่ยหยวนยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่กลางห้องโถง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองสตรีที่ตนรักใคร่และรองแม่ทัพที่ตนไว้ใจประดุจน้องชายร่วมสาบานด้วยความสับสนระคนเคียดแค้น"กัวเจิ้น... หลิวซื่อ..." เซี่ยหยวนเค้นเสียงแหบพร่าออกจากลำคอ "พวกเจ้าลอบนำตราทหารปลอมและจดหมายกบฏไปซ่อนไว้หลังป้ายวิญญาณบรรพบุรุษจริงหรือ! ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้!"อนุหลิวทรุดเข่าลงกับพื้น ร่ำไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าเวทนา "ท่านพี่! ข้าบริสุทธิ์เจ้าค่ะ! มีคนจงใจสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายข้ากับท่านรองแม่ทัพ ท่านพี่ต้อง
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more

บทที่ 16 : จุดจบของอนุหลิว

บทที่ 16 : จุดจบของอนุหลิวลานพิจารณาคดีศาลต้าหลี่ปกคลุมด้วยบรรยากาศเย็นยะเยียบชวนขนลุก แสงตะวันยามสายส่องผ่านช่องเพดานศิลา กระทบเสาหินสลักลายสัจธรรมแปดต้นรอบห้องโถงกว้าง เสียงตีกลองร้องทุกข์หน้าศาลสงบลง เหลือเพียงเสียงสะท้อนของด้ามพลองไม้หนักที่ทหารศาลกระทุ้งลงบนพื้นหินเป็นจังหวะสะกดขวัญ เสนาบดีศาลต้าหลี่และเจ้ากรมอาญานั่งประจำตำแหน่งบนโต๊ะพิจารณาคดีชั้นบนสุด ใบหน้าเคร่งขรึมไร้รอยยิ้มบนเก้าอี้ไม้สลักลายพยัคฆ์ด้านข้างบัลลังก์ศาล เซียวจิ้งหลานนั่งเหยียดกายตรงในฐานะผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน อาภรณ์สีดำทมิฬขับเน้นรังสีสะกดข่มขวัญจนไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงกระซิบ ข้างกายของชินอ๋องมีเซี่ยอวิ๋นซีนั่งเคียงคู่ ดวงตาหงส์ทอดมองลานเบื้องล่างด้วยความสงบนิ่งโซ่ตรวนเหล็กกล้าเส้นหนาลากครูดไปตามพื้นหินแกรนิต เจ้าหน้าที่ศาลคุมตัวนักโทษสำคัญสามคนเข้ามาคุกเข่ากลางห้องโถงอนุหลิวและกัวเจิ้นสวมขื่อคาไม้เนื้อหนาบนคอและข้อมือ เสื้อผ้านักโทษสีขาวหม่นเปรอะเปื้อนคราบควันไฟและคราบเลือดแห้งกรัง ใบหน้าของอนุหลิวซูบตอบ ริมฝีปากแห้งแตก ดวงตาเหม่อลอยไร้แววหยิ่งยโสดั่งกาลก่อน ข้างกันนั้นคือกัวเจิ้นที่ขบกรามแน่น จ้องมองพื้
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more

บทที่ 17 : ตัดขาดสายสัมพันธ์

บทที่ 17 : ตัดขาดสายสัมพันธ์ซากปรักหักพังและความเงียบงันเข้าปกคลุมจวนแม่ทัพตระกูลเซี่ยหลังคำพิพากษาของศาลต้าหลี่ ทหารพยัคฆ์ทมิฬปลดป้ายไม้สักทองสลักนามตระกูลพระราชทานหน้าประตูใหญ่ลงมากองไว้กับพื้นหิน มีดสั้นของนายทหารกรีดลบตราเกียรติยศออกจนเหลือเพียงรอยแผลลึกบนเนื้อไม้ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงปลอดโปร่ง แดดยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบลานกว้างที่เคยเนืองแน่นด้วยข้ารับใช้ บัดนี้เหลือเพียงเศษใบไม้แห้งปลิวว่อนตามแรงลมหนาว เสียงนกร้องโหยหวนบนกิ่งไม้แห้งตอกย้ำความรกร้างว่างเปล่าของคฤหาสน์ที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดเซี่ยอวิ๋นซีก้าวข้ามธรณีประตูจวนเข้ามาอย่างสง่างาม อาภรณ์สีครามเข้มขับเน้นผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น ชายเสื้อปักลายเมฆาสะบัดพลิ้วตามจังหวะก้าวย่างอันมั่นคง ข้างกายมีเซียวจิ้งหลานในชุดคลุมสีดำสนิทเดินเคียงคู่ กลิ่นหอมสะอาดลุ่มลึกของไม้กฤษณาแผ่ซ่านโอบล้อมกายบางไว้ คอยคุ้มครองและเป็นที่พึ่งพิงอันแข็งแกร่งร่างโปร่งเดินตรงไปยังเรือนหลานฮวาเพื่อเก็บรวบรวมของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายขององค์หญิงไป๋อวิ๋น มารดาผู้ล่วงลับ กล่องไม้จันทน์หอมบรรจุตำราแพทย์และปิ่นหยกประดับไข่มุก มู่ชิง องครักษ์เงาเก็บรักษาไว้อย่า
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more

บทที่ 18 : เสื้อคลุมขนจิ้งจอก

บทที่ 18 : เสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะแรกของฤดูเหมันต์โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าสีเทาหม่น เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นปกคลุมแนวกำแพงเมืองหลวงและยอดหลังคากระเบื้องจนกลายเป็นสีเงินยวบ ลมเหนือพัดกรูหวีดหวิว นำพาความเย็นยะเยียบบาดลึกผ่านถนนศิลาอันเงียบสงบ ราษฎรต่างพากันปิดประตูเรือน จุดเตาผิงเพื่อหลบเลี่ยงความหนาวเหน็บที่ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้ารถม้าไม้ประดู่ดำของจวนชินอ๋องเคลื่อนตัวช้าๆ ผ่านถนนสายหลัก มุ่งหน้ากลับสู่เรือนรับรองทิศเหนือภายในรถม้า เซี่ยอวิ๋นซีนั่งพิงพนักเบาะนวมหนานุ่ม ดวงตาหงส์ทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง มู่ชิงควบม้าขนาบข้างคอยอารักขาอย่างเงียบเชียบ วันนี้เขาเพิ่งเสร็จสิ้นการนำป้ายวิญญาณและของดูต่างหน้าขององค์หญิงไป๋อวิ๋นไปประดิษฐานไว้ ณ อารามหลวงบนเขาชานเมือง สถานที่อันเงียบสงบและบริสุทธิ์ สมเกียรติของมารดาผู้ล่วงลับ ปราศจากมลทินและความชั่วช้าของตระกูลเซี่ยมาแปดเปื้อนอีกต่อไปเมื่อรถม้าเลี้ยวโค้งเข้าสู่ถนนหน้าจวนชินอ๋อง ภาพเบื้องหน้าทำให้หัวใจของเซี่ยอวิ๋นซีกระตุกไหวหน้าประตูใหญ่ทำจากไม้สักทองสลักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆา โคมไฟกระดาษสีแดงชาดสองดวงแกว่งไหวตามแรงลม สาดแสงสี
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more

บทที่ 19 : สาส์นลับ 'อย่าดิ้นรน'

บทที่ 19 : สาส์นลับ 'อย่าดิ้นรน'หยาดน้ำค้างแข็งเกาะพราวตามซี่กรงเหล็กดัดหนาหนัก ลมหนาวใต้ดินพัดกรูพาเอากลิ่นคาวเลือดและกลิ่นสาบของฟางเน่าโชยคลุ้งไปทั่วทางเดินศิลาแลง ความมืดมิดในคุกหลวงศาลต้าหลี่กลืนกินกาลเวลาจนไร้ร่องรอย กลางวันและกลางคืนพร่าเลือนจนแยกไม่ออก มีเพียงเสียงระฆังหลวงบอกยามจากภายนอกที่แว่วสะท้อนลงมาเป็นจังหวะเนิบช้าจ้าวเจ๋อเหยียนนอนขดตัวอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ เสื้อผ้าไหมเปรอะเปื้อนคราบหนองจากแผลโบยที่สะโพกและแผ่นหลัง อาการไข้รุมเร้าทำให้ริมฝีปากแห้งผากเป็นสะเก็ดเลือด ร่างกายสั่นสะท้านจากความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูก ทุกครั้งที่ขยับกาย โซ่ตรวนข้อเท้าจะส่งเสียงเสียดสีบาดแก้วหูดวงตาแดงก่ำที่ปูดโปนยังคงจ้องเขม็งไปยังความมืดหน้าห้องขัง จ้าวเจ๋อเหยียนยังคงกอดความหวังสุดท้ายไว้แนบอกเขาคือองค์ชายสามแห่งราชวงศ์ต้าชิง เป็นบุตรบุญธรรมที่เสิ่นฮองเฮาทรงอุ้มชูมาตั้งแต่เยาว์วัย พระนางสัญญาว่าจะหนุนหลังเขาขึ้นสู่บัลลังก์มังกร กองกำลังตระกูลเสิ่นและขุนนางฝ่ายในมีอำนาจล้นฟ้า ย่อมไม่มีทางปล่อยให้เขาต้องตายในคุกโสโครกแห่งนี้อย่างแน่นอน อีกไม่นาน... เสด็จแม่ต้องส่งคนมาพาเขาออกไปเส
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more

บทที่ 20 : คำสารภาพในเงามืด

บทที่ 20 : คำสารภาพในเงามืดหยาดน้ำค้างแข็งเกาะพราวตามขื่อศิลาใต้ถุนคุกหลวงลึกสิบจั้ง ลมหนาวชื้นพัดสวนขึ้นมาตามทางเดินบันไดแคบชัน เสียงหยดน้ำซึมผ่านรอยแยกของเพดานหินกระทบพื้น ติ๋ง... ติ๋ง... สะท้อนก้องในความเงียบสงัด คบเพลิงบนผนังส่งแสงสลัววูบวาบตามแรงลม กลิ่นคาวเลือดแห้งกรังผสมผสานกลิ่นสนิมเหล็กและซากฟางเน่าโชยแตะจมูก ทหารองครักษ์พยัคฆ์ทมิฬในชุดเกราะดำสนิทยืนคุมเชิงแน่นหนาทุกหัวมุมทางเลี้ยว ปิดกั้นการเคลื่อนไหวของคนภายนอกอย่างสมบูรณ์เซียวจิ้งหลานก้าวเดินเคียงข้างเซี่ยอวิ๋นซีลงสู่ชั้นใต้ดิน ร่างสูงตระหง่านยกชายเสื้อคลุมสีดำทมิฬขึ้นช่วยกำบังกระแสลมหนาวชื้น มือหนากอบกุมฝ่ามือเรียวของคนรักไว้ในอุ้งมืออุ่นจัด ถ่ายทอดพลังลมปราณบริสุทธิ์เข้าสู่จุดชีพจรข้อมืออย่างนุ่มนวลเพื่อปัดเป่าไอเย็นเซี่ยอวิ๋นซีกระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกหิมะสีขาวบริสุทธิ์แนบชิดลำคอระหง ขนสัตว์เนื้อแน่นนุ่มฟูขับเน้นดวงหน้าหวานหมดจดให้เปล่งประกายดุจดวงจันทร์กลางความมืดมิด สองร่างหยุดยืนลงหน้าห้องขังเดี่ยวชั้นในสุด บานประตูกรงเหล็กกล้าหนาหนักส่งเสียงลั่นดาล เอี๊ยด... เบาๆ ยามผู้คุมคนสนิทเปิดทางให้เสียงโซ่ตรวนขยับครูดพื้นห
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status