Home / วาย / หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก / บทที่ 14 : บุกค้นห้องบรรพบุรุษ

Share

บทที่ 14 : บุกค้นห้องบรรพบุรุษ

last update publish date: 2026-10-16 10:51:04

บทที่ 14 : บุกค้นห้องบรรพบุรุษ

เสียงฝีเกือกม้าศึกนับร้อยตัวเหยียบย่ำลงบนถนนหน้าจวนแม่ทัพตระกูลเซี่ยดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น ทหารองครักษ์พยัคฆ์ทมิฬในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่หลายสิบนายกระจายกำลังเข้าปิดล้อมกำแพงจวนทุกทิศทาง คมทวนยาวและคันธนูขึงตึงสะท้อนประกายแดดยามสาย บานประตูไม้สีชาดขนาดใหญ่เปิดอ้าออกอย่างไร้การขัดขืน ข้ารับใช้ในจวนต่างพากันวิ่งหนีแตกตื่น กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน

เซี่ยอวิ๋นซีก้าวข้ามธรณีประตูจวนแม่ทัพเข้ามาอย่างสง่างาม ชุดผ้าไหมสีครามเข้มขับเน้นผิวขาวผ่องและท่วงท่าสูงส่ง เรือนผมดำขลับเกล้าขึ้นด้วยปิ่นหยกขาวเรียบหรู ดวงตาหงส์ทอดมองเรือนพักที่ตนเคยอาศัยอยู่ในอดีตชาติด้วยสายตาเย็นเยียบ ข้างกายคือเซียวจิ้งหลานในชุดคลุมสีดำทมิฬปักดิ้นเงินลายพยัคฆ์เหยียบเมฆา ทรงอำนาจดุดันดั่งเทพสงครามคอยคุ้มกันอยู่ไม่ห่าง

เสียงฝีเท้าหนักหน่วงสับสนดังมาจากเรือนใหญ่

เซี่ยหยวนก้าวสะดุดขาตนเองวิ่งออกมาจากห้องหนังสือ สภาพแม่ทัพใหญ่ผู้เคยเกรียงไกรทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด หนวดเครากระเซิง ใบหน้าคล้ำหมอง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจากการกักบริเวณ ดวงตาแดงก่ำจับจ้องมองบุตรชายคนโตด้วยโทสะที่ปะทุขึ้นมา

"เซี่ยอวิ๋นซี! เจ้ากล้าพาทหารมาปิดล้อมจวนพ่อแท้ๆ ของตนเองเชียวหรือ!" เซี่ยหยวนชี้นิ้วสั่นเทาเข้ามา ก่นด่าด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด "เจ้าอกตัญญู! ลืมบุญคุณข้าวป้อนน้ำนมของตระกูลเซี่ยไปหมดสิ้นแล้วหรือไร ข้าสั่งสอนเจ้ามาสิบแปดปี เจ้ากลับพาทหารมาชี้หน้าล้างผลาญตระกูลตนเอง!"

เซี่ยอวิ๋นซีมิได้สะทกสะท้านต่อเสียงตวาด เขาชูม้วนราชโองการประทับตราสีชาดของศาลต้าหลี่ขึ้นในระดับสายตา

"หม่อมฉันมาตามหมายศาลและพระราชเสาวนีย์ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน" เซี่ยอวิ๋นซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น "อนุหลิวและเซี่ยอวี่หลินรับสารภาพในคุกหลวงแล้ว เรื่องการยักยอกเงินเบี้ยเลี้ยงกองทัพบูรพาและการลักลอบส่งอาวุธให้กบฏชายแดนทักษิณ วันนี้ศาลต้าหลี่จึงต้องเข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์สินทุกชิ้นในจวนแม่ทัพเพื่อนำไปตรวจสอบ"

"เจ้าโกหก! อนุหลิวกับอวี่หลินไม่มีวันทำเรื่องชั่วช้าเช่นนั้น!" เซี่ยหยวนคำรามลั่น พยายามสาวเท้าเข้ามาแย่งม้วนราชโองการ

เซียวจิ้งหลานก้าวออกมารับหน้า ร่างสูงตระหง่านบดบังร่างของเซี่ยอวิ๋นซีไว้ด้านหลัง ปลายนิ้วแตะด้ามกระบี่ข้างเอวเบาๆ สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยสะกดข่ม

"หากท่านแม่ทัพยังกล้าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของศาลต้าหลี่ เปิ่นหวางจะถือว่าท่านมีส่วนร่วมในการก่อกบฏ และจะสั่งประหารชีวิตทันทีโดยมิต้องรอการไต่สวน"

สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวทำให้เซี่ยหยวนชะงักค้าง แข้งขาสั่นสะท้านจนต้องถอยร่นออกไปสองก้าว

เซี่ยอวิ๋นซีเดินเลี่ยงผ่านร่างของบิดา มุ่งหน้าตรงไปยังลานกว้างด้านหลัง มุ่งสู่ ศาลบรรพบุรุษตระกูลเซี่ย เรือนไม้สักทองขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางจวน

เซี่ยหยวนตาเบิกกว้าง รีบวิ่งตามมากางแขนขวางหน้าประตูศาลบรรพบุรุษไว้ "หยุดนะ! นั่นคือห้องบูชาป้ายวิญญาณบรรพบุรุษตระกูลเซี่ย สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ใครหน้าไหนก็ห้ามก้าวล่วงเข้าไปทำลายความสงบ!"

"สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือ?" เซี่ยอวิ๋นซียกยิ้มหยัน "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านใช้เป็นที่ซ่อนความชั่วช้าและสมคบคิดกบฏต่างหาก"

เซี่ยอวิ๋นซีปัดแขนของเซี่ยหยวนออกอย่างไม่ไยดี ผลักบานประตูไม้หนาหนักเปิดออก กลิ่นควันธูปและกลิ่นไม้จันทน์หอมโบราณโชยออกมาปะทะจมูก ภายในห้องกว้างขวาง ป้ายวิญญาณไม้สักทองสลักชื่อบรรพบุรุษตระกูลเซี่ยนับร้อยแผ่นตั้งเรียงรายลดหลั่นกันบนแท่นบูชาหินอ่อนสูงตระหง่าน

เซี่ยอวิ๋นซีก้าวขึ้นบันไดหินอ่อนตรงไปยังแท่นบูชาชั้นบนสุด ดวงตาหงส์กวาดมองป้ายวิญญาณของอดีตแม่ทัพรุ่นก่อนอย่างแม่นยำ ชาติก่อนในคืนที่จวนแม่ทัพถูกกวาดล้าง เขาเคยเห็นรองแม่ทัพคนสนิทของเซี่ยหยวนแอบเข้ามาหมุนกลไกที่นี่เพื่อขโมยเอกสารลับหลบหนี

มือเรียวยื่นออกไปจับฐานป้ายวิญญาณของแม่ทัพผู้ก่อตั้งตระกูล ออกแรงบิดหมุนไปทางขวาสามรอบ จากนั้นเลื่อนนิ้วไปกดหมุดทองเหลืองรูปดอกบัวที่ซ่อนอยู่ด้านหลังแผ่นไม้

กริ๊ก!

เสียงสลักกลไกดังขึ้นเบาๆ ผนังศิลาแลงด้านหลังแท่นบูชาเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นช่องลับขนาดหนึ่งศอกที่ซ่อนอยู่ภายใน

เซี่ยหยวนหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ตัวเขาผู้เป็นเจ้าบ้านยังมิเคยล่วงรู้ว่ามีช่องลับซ่อนอยู่หลังป้ายวิญญาณบรรพบุรุษมาก่อน

เซี่ยอวิ๋นซีเอื้อมมือเข้าไปดึง กล่องเหล็กดำ สลักลายอสรพิษออกมาจากช่องลับ ตัวกล่องปิดล็อคด้วยแม่กุญแจทองเหลืองโบราณ

เซียวจิ้งหลานก้าวขึ้นมายืนเคียงข้าง ชักกระบี่ประจำกายสะบัดฟันลงไปเพียงครั้งเดียว คมกระบี่ตัดขาดแม่กุญแจหนาหนักสะบั้นออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย

เซี่ยอวิ๋นซีเปิดฝากล่องเหล็กดำออก

สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในทำให้เจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่ทุกคนต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง

ภายในกล่องมี ตราพยัคฆ์ทมิฬจำลอง ทำจากสำริดเนื้อดี สลักลวดลายเหมือนกับตราสั่งการทหารของเซียวจิ้งหลานทุกประการ พร้อมด้วยตราประทับปลอมของเสนาบดีกรมกลาโหมและศาลต้าหลี่นับสิบชิ้น

ด้านล่างสุดมีม้วนจดหมายลับผูกด้วยริบบิ้นสีแดงหลายสิบฉบับ เซี่ยอวิ๋นซีคลี่จดหมายฉบับบนสุดออกอ่าน ลายมือบนกระดาษคือลายมือของรองแม่ทัพคนสนิทที่เขียนโต้ตอบกับขันทีคนสนิทของเสิ่นฮองเฮาและจ้าวเจ๋อเหยียน ระบุแผนการลอบส่งอาวุธห้าพันเล่ม การตัดทอนเสบียงกองทัพบูรพา และแผนการลอบวางยาพิษสังหารเซียวจิ้งหลานในการศึกครั้งหน้า

หลักฐานทุกชิ้นสมบูรณ์และชัดเจน มัดตัวผู้บงการทุกคนอย่างแน่นหนา

"ตราทหารปลอม... จดหมายลับจากตำหนักคุนหนิง..." เซี่ยหยวนพึมพำเสียงสั่นเครือ ร่างกายทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลา น้ำตาไหลรินด้วยความสิ้นหวัง "รองแม่ทัพที่ข้าไว้ใจ... อนุหลิวที่ข้ารักใคร่... พวกมันใช้ห้องบรรพบุรุษของข้าเป็นที่ซ่องสุมกบฏหรือนี่!"

เซี่ยอวิ๋นซีก้าวลงบันไดหินอ่อนมาหยุดยืนตรงหน้าบิดา ทอดสายตามองบุรุษที่เคยหลงเชื่อคำลวงจนทำลายครอบครัวตนเองด้วยสายตาว่างเปล่า

"ท่านมัวแต่หลงใหลในคำหวานของอนุภรรยาและบุตรคนโปรด จนมองข้ามความจริงรอบตัว ปล่อยให้คนชั่วใช้เกียรติยศของตระกูลเซี่ยเป็นเครื่องมือก่อกบฏ" น้ำเสียงของเซี่ยอวิ๋นซีเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ตระกูลเซี่ยมิได้ล่มสลายเพราะหม่อมฉัน... แต่ล่มสลายเพราะความโง่เขลาและความลำเอียงของท่านเอง"

เซี่ยหยวนก้มหน้านิ่ง ไม่อาจเอ่ยคำโต้แย้งแม้แต่คำเดียว ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความอับอายและสำนึกผิดที่สายเกินแก้

"เจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่" เซียวจิ้งหลานออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด "ยึดหลักฐานทั้งหมดในกล่องเหล็กดำ นำไปส่งมอบให้เสนาบดีศาลต้าหลี่เพื่อใช้เป็นหลักฐานเอาผิดผู้บงการในวังหลัง ส่วนเซี่ยหยวน ลากตัวไปกักขังไว้ในเรือนจำหลวง รอรับพระบรมราชโองการตัดสินโทษ!"

"น้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ!" เจ้าหน้าที่ศาลต้าหลี่กรูเข้ามายึดกล่องหลักฐานและคุมตัวเซี่ยหยวนออกไปจากศาลบรรพบุรุษ

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องบูชาป้ายวิญญาณอีกครั้ง

เซี่ยอวิ๋นซียืนนิ่ง มองดูป้ายวิญญาณบรรพบุรุษที่ตั้งเรียงราย ความแค้นและความเจ็บปวดที่ผูกมัดเขาไว้กับตระกูลเซี่ยตั้งแต่ชาติก่อน บัดนี้ได้รับการปลดปล่อยจนหมดสิ้น จวนแห่งนี้ไม่มีสิ่งใดให้เขาต้องอาลัยอาวรณ์อีกต่อไป

มือหนาอบอุ่นของเซียวจิ้งหลานเลื่อนเข้ามากุมมือเรียวไว้แน่น นิ้วทั้งห้าสอดประสานกันอย่างแนบสนิท สัมผัสอุ่นจัดถ่ายทอดความมั่นคงเข้าสู่จิตใจ

"ไปกันเถิด อวิ๋นซี" เซียวจิ้งหลานกระซิบอย่างนุ่มนวล "ที่นี่มิใช่บ้านของเจ้าอีกต่อไป... จวนชินอ๋องคือบ้านของเจ้า"

เซี่ยอวิ๋นซีช้อนสายตาขึ้นสบมองแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรักลึกซึ้ง รอยยิ้มงดงามปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน

"พ่ะย่ะค่ะ... กลับบ้านของเรากัน"

ทั้งสองก้าวเดินเคียงคู่กันออกจากศาลบรรพบุรุษ มุ่งหน้าสู่การเปิดศึกขั้นแตกหักกับเสิ่นฮองเฮาและขั้วอำนาจในวังหลวงที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   ตอนพิเศษ 3 : กำเนิดทายาทบุญธรรม

    ตอนพิเศษ 3 : กำเนิดทายาทบุญธรรมสายลมต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านยอดสนโบราณ หอบเอาไอเย็นสดชื่นและกลิ่นหอมสะอาดของใบชาป่าลอยอบอวลไปทั่วลานหน้าตำหนักเฉียนชิง แสงแดดยามสายสาดส่องผืนหญ้าสีเขียวขจีประกายระยับ เสียงตวัดพู่กันและเสียงท่องตำราพิชัยสงครามดังก้องกังวานเป็นจังหวะเนิบช้า สลับกับเสียงผ่าฟืนและเสียงฝึกอาวุธของทหารองครักษ์จากระยะไกลบนเฉลียงไม้สักทองหน้าตำหนัก จ้าวอวิ๋นซีประทับนั่งเอกเขนกบนตั่งไม้นวม ฉลองพระองค์ผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ปักดิ้นทองลายเมฆาคลุมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าโปร่งสีครามสบายตา พระหัตถ์เรียวประคองถ้วยชาดอกเก๊กฮวยอบน้ำผึ้งป่า ทอดสายตามองลานกว้างเบื้องล่างด้วยแววตาอ่อนโยนกึ่งกลางลานหินอ่อน ร่างของเด็กชายวัยแปดขวบในชุดฝึกยุทธ์รัดกุมสีน้ำเงินเข้ม กำลังยืนจัดท่าทางโก่งคันธนูไม้อย่างมุ่งมั่นเด็กน้อยผู้นี้คือ จ้าวเฉิงอัน บุตรชายกำพร้าของรองแม่ทัพน้อยประจำกองทัพบูรพา ผู้ยอมสละชีพนำกำลังทหารเพียงห้าร้อยนายเข้ายันข้าศึกแดนประจิมเพื่อปกป้องราษฎรสามหมื่นชีวิตในอดีต ยามที่บิดามารดาสละชีพในสนามรบ จ้าวอวิ๋นซีและเซียวจิ้งหลานเดินทางไปเคารพศพด้วยตนเอง และมองเห็นประกายความมุ่งมั่น กตัญญู และควา

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   ตอนพิเศษ 2 : วันวานอันแสนหวาน

    ตอนพิเศษ 2 : วันวานอันแสนหวานแสงอรุณสีทองสาดส่องผ่านม่านหมอกยามเช้า กระทบยอดเสามังกรหยกทองคำของท้องพระโรงใหญ่ไท่เหอเตี้ยน บรรยากาศการประชุมขุนนางในเช้าวันนี้ควรจะสงบราบรื่นดั่งเช่นทุกวัน หากมิใช่เพราะม้วนฎีกาผ้าไหมสีแดงสดผูกริบบิ้นทองคำในมือของ หลี่ซั่งซู เสนาบดีกรมพิธีการ ขุนนางเฒ่าผู้ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณยิ่งกว่าชีวิตจ้าวอวิ๋นซีประทับนั่งสง่างามบนบัลลังก์มังกรทองคำ ฉลองพระองค์ผ้าไหมสีขาวปักดิ้นทองลายเมฆาทิ้งชายยาว มงกุฎมังกรทองคำฝังไข่มุกราตรีสิบสองสายทอดประกายระยับ พระเนตรหงส์ทอดมองขุนนางเฒ่าที่ก้าวออกมาคุกเข่ากึ่งกลางลานหินอ่อนด้วยความสงบนิ่งเคียงข้างบัลลังก์มังกร เซียวจิ้งหลานยืนตระหง่านในชุดขุนนางผู้สำเร็จราชการสีน้ำเงินเข้มปักลายกิเลนทองคำ มือหนาวางทาบบนด้ามกระบี่พยัคฆ์ทมิฬ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองม้วนฎีกาสีแดงในมือเสนาบดีกรมพิธีการด้วยสายตาเย็นเยียบ รังสีอำมหิตบางเบาเริ่มแผ่กระจายออกจากร่างสูงใหญ่จนอุณหภูมิในห้องโถงหลวงลดฮวบลงอย่างรวดเร็วหลี่ซั่งซูกระแอมไอเบาๆ ยกม้วนฎีกาขึ้นเหนือศีรษะ สุรเสียงสั่นเครือเล็กน้อยยามเอ่ยปาก"ทูลฝ่าบาท... บัดนี้แผ่นดินต้าชิงสงบสุข

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   ตอนพิเศษ 1 : ชาติก่อนที่ไม่มีเจ้า

    ตอนพิเศษ 1 : ชาติก่อนที่ไม่มีเจ้าพายุหิมะโหมกระหน่ำรุนแรงจนทัศนวิสัยเบื้องหน้าขาวโพลน เสียงฝีเท้าม้าศึกย่ำฝ่าผืนหิมะหนาหนักดังกึกก้องไปตามถนนหลวงเมืองหลวงต้าชิง เซียวจิ้งหลานในชุดเกราะแม่ทัพสีดำทมิฬเปรอะเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังจากการศึกชายแดนทิศประจิม ควบม้าทะยานฝ่าลมหนาวมุ่งหน้าตรงสู่ประตูด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวังหลังอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟาดแส้ลงบนสะโพกม้าไม่หยุด ลมหายใจหอบถี่พ่นไอสีขาวฟุ้งกระจายในอากาศตลอดสามปีที่ถูกส่งไปตรึงกำลังรบ ณ ชายแดนอันห่างไกล หัวใจของเขาไม่เคยละทิ้งความห่วงใยที่มีต่อเด็กหนุ่มผู้นั้นแม้แต่วินาทีเดียวสายสืบกองทัพพยัคฆ์ทมิฬลอบส่งข่าวด่วนมาถึงค่ายทหารกลางดึก... จ้าวเจ๋อเหยียนขึ้นครองราชย์ เสิ่นฮองเฮาสั่งปลดเซี่ยอวิ๋นซีออกจากตำแหน่งพระชายา นำตัวไปคุมขังไว้ในตำหนักเย็น และเพิ่งส่งมอบสุราพระราชทานเข้าไปเมื่อช่วงพลบค่ำหัวใจของเซียวจิ้งหลานร่วงหล่นสู่ก้นเหวลึก ร่างสูงใหญ่ทิ้งกองทัพไว้เบื้องหลัง ควบม้าศึกตัวเดียวข้ามวันข้ามคืนพันลี้โดยไม่หยุดพักม้าศึกส่งเสียงร้องโหยหวน ขาทรุดฮวบลงกระแทกพื้นหิมะหน้าประตูวังหลังด้วยความอ่อนแรงเซียวจิ้งหลานกระโดดลงจากหลังม้า พุ

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   บทที่ 50 : หงส์คู่พยัคฆ์ทมิฬ (จบบริบูรณ์)

    บทที่ 50 : หงส์คู่พยัคฆ์ทมิฬ (จบบริบูรณ์)สายลมวสันต์พัดโชยระลอกใหญ่ผ่านยอดเขาสูงตระหง่านทางทิศเหนือ หอบเอาไอดินอุ่นและกลิ่นหอมหวานของดอกท้อบานสะพรั่งเข้าสู่เมืองหลวงต้าชิง ท้องฟ้ายามบ่ายแก่โปร่งใส ปราศจากเมฆหมอกหม่นหมอง แสงสุริยันสีส้มทองสาดทอประกายระยับลงบนผิวกระเบื้องเคลือบสีเหลืองอร่ามของพระราชวังหลวง เสียงระฆังมงคลบนยอดหอสูงดังกังวานเป็นจังหวะเนิบช้า ผสานเข้ากับเสียงดนตรีพื้นบ้านและเสียงหัวเราะเบิกบานของราษฎรที่ดังแว่วมาจากทุกตรอกซอกซอยแผ่นดินต้าชิงก้าวเข้าสู่ยุคทองแห่งความรุ่งโรจน์อย่างสมบูรณ์แบบนโยบายการปฏิรูปกฎหมาย ยกเลิกการลงทัณฑ์เก้าชั่วโคตร และการยกเว้นภาษีเกษตรกรรม ช่วยฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้มั่งคั่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ยุ้งฉางทุกหัวเมืองมีข้าวเปลือกกักเก็บเต็มพื้นที่ แปลงสมุนไพรของสำนักแพทย์ไป๋อวิ๋นแผ่ขยายอาณาเขตไปทั่วทุกมณฑล ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ผู้ยากไร้โดยไร้ค่าใช้จ่าย มู่ชิงนำศิษย์แพทย์รุ่นเยาว์ออกตรวจรักษาตามหมู่บ้านชนบทอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ขณะที่แม่ทัพเฒ่ากวนหยวนฝึกฝนกองทัพบูรพาและกองทัพพยัคฆ์ทมิฬให้เป็นดั่งกำแพงเหล็กกล้าพิทักษ์ชายแดน จนแคว้นรอบข้า

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   บทที่ 49 : ท่องหล้าเคียงคู่

    บทที่ 49 : ท่องหล้าเคียงคู่สายลมยามค่ำพัดโชยผ่านยอดกิ่งหลิวริมสระน้ำหลวง นำพาความเย็นฉ่ำของต้นฤดูใบไม้ผลิมาเยือนผืนแผ่นดิน แสงอาทิตย์อัสดงลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ดวงจันทร์วันเพ็ญดวงโตลอยเด่นอยู่กึ่งกลางฟากฟ้าสีครามเข้ม สาดประกายแสงสีเงินนวลตาลงกระทบกระเบื้องเคลือบหลังคาตำหนักเฉียนชิง เสียงประทัดเฉลิมฉลองเทศกาลโคมไฟดังก้องแว่วมาจากนอกแนวกำแพงวังหลวง บ่งบอกถึงความคึกคักของราษฎรในค่ำคืนวันเพ็ญเดือนอ้ายภายในห้องแต่งพระองค์ชั้นในของตำหนักหลวง ม่านแพรไหมสีทึบปิดกั้นสายตาจากภายนอกอย่างมิดชิดฉลองพระองค์คลุมมังกรทองเก้าเล็บและชุดขุนนางผู้สำเร็จราชการผ้าไหมหนาหนัก แขวนสงบนิ่งอยู่บนราวไม้ชิงชันจ้าวอวิ๋นซียืนอยู่หน้าคันฉ่องสำริดบานใหญ่ สวมชุดผ้าไหมยาวสีฟ้าครามเรียบง่าย ไร้ลวดลายดิ้นทอง ไร้ตราสัญลักษณ์ราชวงศ์ ชายเสื้อปล่อยทิ้งตัวสบายตา สายรัดเอวผ้าแถบสีน้ำเงินเข้มขับเน้นช่วงเอวบางให้ดูโปร่งเพรียว เรือนผมดำขลับมัดรวบขึ้นครึ่งศีรษะ รัดเกล้าด้วยปิ่นไม้ไผ่เหลาเกลี้ยงเกลา ใบหน้าหวานหมดจดปราศจากเครื่องประทินโฉม อาบแสงเทียนสลัวทอประกายสดใสดั่งคุณชายสูงศักดิ์ตระกูลบัณฑิตเสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลัง

  • หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก   บทที่ 48 : หยอกเย้าในห้องทรงอักษร

    บทที่ 48 : หยอกเย้าในห้องทรงอักษรแสงสุริยันยามบ่ายสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้สักทองฉลุลายกิ่งไผ่ ทอดประกายสีส้มทองอบอุ่นลงบนโต๊ะทรงพระอักษรไม้ชิงชันตัวใหญ่ กลิ่นหอมสะอาดของหมึกจีนโบราณเคล้าคลอกลิ่นควันกำยานไม้กฤษณาที่ลอยกรุ่นจากกระถางทองเหลือง เสียงพลิกหน้ากระดาษสาดังก้องเป็นจังหวะเนิบช้าท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องทรงพระอักษรใหญ่ตำหนักเฉียนชิงกองฎีกาผ้าไหมสีเหลืองและเล่มพับกระดาษข่อยของเหล่าเสนาบดี เรียงรายซ้อนกันเป็นระเบียบสามกองสูงจ้าวอวิ๋นซีนั่งเหยียดกายตรงบนเก้าอี้มังกรบุเบาะนวมหนานุ่ม ฉลองพระองค์ผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาคลุมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าโปร่งสีครามสบายตา เรือนผมดำขลับเกล้าขึ้นครึ่งศีรษะด้วยปิ่นหยกขาวมังกรหงส์ ใบหน้าหวานหมดจดแผ่รังสีสงบนิ่งจริงจัง พระเนตรหงส์จับจ้องมองรายงานการขุดลอกคูคลองและการจัดสรรงบประมาณของสำนักแพทย์ไป๋อวิ๋นอย่างพินิจพิเคราะห์มือเรียวกุมพู่กันขนกระต่ายด้ามหยก จุ่มหมึกชาดสีแดงสด บรรจงเขียนลายพระหัตถ์ตอบรับข้อเสนอทีละฉบับเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วยาม กล้ามเนื้อต้นคอและข้อมือเรียวเริ่มตึงแน่น จ้าวอวิ๋นซีวางพู่กันลงบนที่วางหยก ยกพระหัตถ์ขึ้นนวดคลึง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status