All Chapters of หวนคืนมาครานี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นหมาก: Chapter 1 - Chapter 10

53 Chapters

บทที่ 1 : สุราพิษและม่านหมอกที่หวนคืน

บทที่ 1 : สุราพิษและม่านหมอกที่หวนคืนรสขมปร่าของสุราพิษยังคงเกาะกุมอยู่ในลำคอ ความร้อนผ่าวแผดเผาหลอดอาหารและลำไส้จนแหลกเหลว ลมหายใจขาดห้วงพร้อมความเจ็บปวดเจียนสิ้นใจยามคมมีดกรีดตัดเส้นเอ็นข้อมือข้อเท้าทีละข้างอย่างเลือดเย็น เสียงฝีเท้าของจ้าวเจ๋อเหยียนที่ก้าวเดินเคียงคู่กับเซี่ยอวี่หลินท่ามกลางเสียงหัวเราะเย้ยหยันยังคงดังก้องอยู่ในความมืดมิดของตำหนักเย็น ค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายกลบทับร่างไร้วิญญาณที่ถูกเหยียบย่ำจนหมดสิ้นศักดิ์ศรีเฮือก!เซี่ยอวิ๋นซีผวาตื่นขึ้นมา ลมหายใจหอบถี่จนแผงอกกระเพื่อมไหว เหงื่อเย็นผุดพรายเปียกชุ่มขมับและลำคอ ปลายนิ้วมือสั่นเทารีบยกขึ้นลูบคลำลำคอและข้อมือของตนเองตามสัญชาตญาณไม่มีรอยแผลเป็น ไม่มีคราบเลือดเกรอะกรัง เส้นเอ็นยังอยู่ครบถ้วนเขากะพริบตาไล่ม่านหมอกจางๆ กวาดสายตามองไปรอบห้อง ม่านโปร่งสีครามทิ้งตัวลงมารับลมเช้า กลิ่นหอมสะอาดของไม้กฤษณาผสานกลิ่นดอกสาลี่ริมหน้าต่าง ลวดลายไม้สลักบนหัวเตียงคือเรือนหลานฮวาในจวนแม่ทัพตระกูลเซี่ย ร่างกายนี้เบาสบาย ผิวพรรณเนียนละเอียดไร้รอยฟกช้ำ นี่คือตัวเขาในวัยสิบแปดปี วันที่ความหายนะยังมิได้เริ่มต้นขึ้นสวรรค์คืนชีวิตให้เขาจริ
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more

บทที่ 2 : กลิ่นกฤษณาในจวนชินอ๋อง

บทที่ 2 : กลิ่นกฤษณาในจวนชินอ๋องล้อรถม้าไม้ประดู่สีเข้มบดลงบนพื้นศิลาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เคลื่อนตัวออกจากหน้าประตูจวนแม่ทัพตระกูลเซี่ยอย่างสงบนิ่ง ทิ้งความตื่นตระหนกและสายตาเคียดแค้นของอนุหลิวกับเซี่ยอวี่หลินไว้เบื้องหลัง เซี่ยหยวนผู้เป็นบิดาทำได้เพียงยืนนิ่งริมบันไดหน้าจวน มองขบวนทหารองครักษ์เกราะดำนำตัวบุตรชายคนโตออกไปโดยไร้หนทางทัดทาน อำนาจราชโองการปากเปล่าของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินมีน้ำหนักล้นฟ้า ขุนนางฝ่ายใดก็มิกล้าเอาคอขึ้นพาดเขียงเพื่อขัดขวางเซี่ยอวิ๋นซีเปิดม่านหน้าต่างรถม้าออกเล็กน้อย ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาปะทะดวงหน้า ขับไล่ความขุ่นมัวในอกไปจนสิ้น แสงแดดยามบ่ายสาดสะท้อนผิวน้ำในคูเมืองหลวง ชาติก่อนเขาใช้ชีวิตอยู่ภายในกำแพงจวนแม่ทัพ คอยก้มศีรษะยอมจำนนและวิ่งวุ่นทำเพื่อผู้อื่นจนหลงลืมไปว่า สายลมภายนอกนั้นบริสุทธิ์และกว้างใหญ่เพียงใดรถม้าเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลักทางทิศเหนือ ก่อนจะหยุดลงอย่างนุ่มนวลหน้าคฤหาสน์โอ่อ่าจวนชินอ๋อง ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่กว้างขวาง กำแพงศิลาสีดำทมิฬตัดกับแนวกระเบื้องเคลือบสีครามเข้ม บรรยากาศเงียบสงัดปราศจากเสียงเจื้อยแจ้ว มีเพียงเสียงก้าวย่างลาดตระเวนของทห
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more

บทที่ 3 : ไออุ่นยามราตรี

บทที่ 3 : ไออุ่นยามราตรีเสียงลมราตรีพัดกรูผ่านแนวป่าไผ่ด้านหลังเรือนชิงซง กิ่งไผ่เสียดสีกันดังกึกก้องแผ่วเบาเคล้าไปกับความเงียบสงัด แสงจันทร์สีเงินสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุ ทอดเงาทาบลงบนพื้นศิลาเป็นลวดลายสลับซับซ้อน ค่ำคืนแรกในจวนชินอ๋องดำเนินไปอย่างสงบนิ่ง บ่าวไพร่และทหารเวรยามต่างถอยร่นออกไปเฝ้าระวังอยู่นอกเขตเรือนพักตามคำสั่ง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอนกว้างขวางบนเตียงไม้ชิงชันหลังใหญ่ เซี่ยอวิ๋นซีนอนทอดกายอยู่ใต้ผ้าห่มแพรเนื้อหนา เปลือกตาปิดสนิท คิ้วเรียวงามกลับขมวดมุ่นเข้าหากันจนเป็นปมแน่น ลมหายใจที่ควรสม่ำเสมอกลับเริ่มถี่กระชั้น ร่างกายใต้ผืนผ้าสั่นสะท้านขึ้นมาทีละน้อยความมืดมิดในยามหลับใหลฉุดดึงสติของเขาย้อนกลับสู่อดีตชาติอันโหดร้ายพายุหิมะโหมกระหน่ำอยู่นอกหน้าต่างตำหนักเย็น ไอหนาวเหน็บเสียดแทงทะลุเสื้อผ้าขาดวิ่นลึกถึงกระดูก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นผงและความอับชื้น เขานอนจมอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ สองแขนสองขาไร้เรี่ยวแรง ข้อมือและข้อเท้าปรากฏรอยแผลลึกสีแดงฉาน เลือดสดไหลทะลักออกมาไม่หยุดหย่อนหลังคมมีดกรีดตัดเส้นเอ็นจนขาดสะบั้นเสียงหัวเราะอย่างรื่นเร
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more

บทที่ 4 : งานเลี้ยงตำหนักไท่เหอ

บทที่ 4 : งานเลี้ยงตำหนักไท่เหอโคมไฟผ้าไหมสีชาดนับร้อยดวงส่องแสงสว่างไสวตลอดแนวระเบียงหินอ่อน สลับกับเสียงดนตรีหลวงที่บรรเลงขับกล่อมอย่างแผ่วเบา กลิ่นกำยานชั้นเลิศและสุราหมักชั้นดีอบอวลไปทั่วลานกว้างหน้าตำหนักไท่เหอ งานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตแคว้นเป่ยตี๋ในค่ำคืนนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา เสนาบดีทุกกรมกอง ขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊ และเหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงต่างมารวมตัวกันพร้อมหน้าเพื่อแสดงแสนยานุภาพแห่งราชสำนักต้าชิงบริเวณโต๊ะแถวหน้าของแม่ทัพใหญ่ เซี่ยหยวนนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด ยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมดจอกด้วยความกระสับกระส่าย ข้างกายมีอนุหลิวในชุดผ้าแพรสีสดคอยรินสุราเอาอกเอาใจไม่ห่าง ถัดไปคือเซี่ยอวี่หลินที่นั่งก้มหน้านิ่งในชุดผ้าไหมสีกลีบบัว ท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว ทว่าดวงตาเรียวกลับคอยลอบมองไปยังซุ้มประตูใหญ่ของตำหนักเป็นระยะด้วยความกระวนกระวายใจเสียงขันทีหลวงหน้าประตูตำหนักขานเสียงดังกังวานก้องท้องพระโรง"ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ชินอ๋องเซียวจิ้งหลานเสด็จ!"สิ้นเสียงประกาศ เสียงดนตรีและการสนทนาทั่วทั้งตำหนักหยุดชะงักลงพร้อมเพรียง ความเงียบสงัดเข้าแทนที่ในพริบตา สายตาทุกคู่หันขวับไป
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more

บทที่ 5 : ดอกบัวขาวถูกฉีกหน้ากาก

บทที่ 5 : ดอกบัวขาวถูกฉีกหน้ากากเสียงสรรเสริญความกตัญญูของเซี่ยอวี่หลินยังคงดังก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรง เหล่าขุนนางต่างพยักหน้าชื่นชมในความประณีตของผืนผ้าไหมมังกรเหินหงส์ร่อน แสงเปลวเทียนจากโคมระย้าสาดสะท้อนเส้นไหมทองคำจนเปล่งประกายระยับระยับ เซี่ยอวี่หลินที่ยังคงคุกเข่าอยู่กลางลานเริ่มผุดรอยยิ้มสมใจ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สบสายตากับจ้าวเจ๋อเหยียนด้วยประกายแห่งชัยชนะ หวังใช้คำเยินยอเหล่านี้ลบล้างมลทินเรื่องแจกันหยก และเหยียบย่ำพี่ชายต่างมารดาให้จมดินอีกคราท่ามกลางบรรยากาศชื่นชมอันอื้ออึง ร่างโปร่งในชุดผ้าไหมสีขาวพิสุทธิ์ค่อยๆ ขยับกายลุกขึ้นยืนเซี่ยอวิ๋นซีก้าวออกจากโต๊ะประธานฝั่งซ้าย ท่วงท่าย่างก้าวเนิบช้าแต่มั่นคง ชายเสื้อปักลายเมฆาครามสะบัดพลิ้วตามจังหวะเดินอย่างสง่างาม ดวงตาหงส์ทอดมองผืนผ้าไหมเบื้องหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่ง ปราศจากความประหม่าหวาดเกรงแม้ต้องยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์องค์เหนือหัวความเงียบเริ่มแผ่ขยายไปทั่วตำหนักไท่เหอ ขุนนางทั้งสองฝั่งต่างหยุดบทสนทนา หันมาจับจ้องการกระทำของคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยเป็นตาเดียว"ฝ่าบาท" เซี่ยอวิ๋นซีค้อมกายลงเล็กน้อย น้ำเสียงกังวานชัดเจนก้องท้
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more

บทที่ 6 : หมากกลล่อเสือ

บทที่ 6 : หมากกลล่อเสือม่านหมอกยามรุ่งอรุณแผ่ปกคลุมลานกว้างหน้าตำหนักไท่เหอจนขาวโพลน ลมหนาวปลายฤดูพัดกรูบาดลึกถึงกระดูก ร่างของจ้าวเจ๋อเหยียนยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นศิลาเย็นเฉียบ อาภรณ์ปักดิ้นทองเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้าง ขาทั้งสองข้างชาด้านจนแทบไร้ความรู้สึก ขอบตาดำคล้ำสะท้อนความเคียดแค้นที่สุมแน่นในอกตลอดทั้งคืน ขันทีและนางกำนัลที่เดินผ่านไปมาต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ทว่าเสียงกระซิบกระซาบเหยียดหยามยังคงแว่วเข้าหูไม่ขาดสายเสียงระฆังหลวงบอกเวลาฟ้าสางดังกังวานก้องวังหลวง ขันทีประจำพระองค์เดินออกมารับสั่งให้ลุกขึ้น จ้าวเจ๋อเหยียนพยายามยันกายยืน ทว่าข้อเข่าที่รับน้ำหนักมาตลอดคืนกลับทรุดฮวบลงกับพื้น บ่าวคนสนิทต้องรีบถลันเข้ามาประคองร่างไว้อย่างทุลักทุเล"องค์ชายสาม ระวังพ่ะย่ะค่ะ!""ปล่อยข้า!" จ้าวเจ๋อเหยียนกัดฟันกรอด สะบัดแขนออกอย่างเกรี้ยวกราด นัยน์ตาแดงก่ำจับจ้องไปยังทิศทางของเรือนรับรองชินอ๋อง "เซี่ยอวิ๋นซี... เซียวจิ้งหลาน... หนี้แค้นครานี้ ข้าจะสับพวกเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!"ข่าวความอัปยศในงานเลี้ยงตำหนักไท่เหอแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงเร็วดั่งไฟลามทุ่ง ภายในจวนแม่ทัพตระกูลเซี่ย เสียงร้องโ
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more

บทที่ 7 : เพลงดาบลับชายแดน

บทที่ 7 : เพลงดาบลับชายแดนเสียงกลองศึกเก้าใบดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุ่งกว้างนอกประตูด้านทิศใต้ ลมหนาวปลายฤดูพัดสะบัดธงทิวสีดำขลิบทองลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาจนส่งเสียงหวีดหวิว ลานประลองยุทธ์หลวงที่ปูด้วยศิลาแลงหนาแน่นเนืองแน่นไปด้วยขุนนาง แม่ทัพนายกอง และราษฎรเรือนหมื่นที่มาร่วมชมการคัดเลือกนายกองรักษาพระนคร อัฒจันทร์ไม้สูงสามจั้งฝั่งทิศเหนือตั้งตระหง่านเป็นที่ประทับขององค์เหนือหัวและพระบรมวงศานุวงศ์ แสงตะวันยามสายสาดสะท้อนคมอาวุธนานาชนิดจนเกิดประกายระยับวาววับบนโต๊ะประธานฝั่งซ้าย เซียวจิ้งหลานนั่งเหยียดกายพิงพนักเก้าอี้แกะสลักไม้ชิงชัน ใบหน้าคมสันดุดันราบเรียบไร้อารมณ์ นัยน์ตาดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองไปรอบลานประลองอย่างเงียบขรึมข้างกายของชินอ๋อง เซี่ยอวิ๋นซีผลัดเปลี่ยนจากชุดผ้าไหมกรอมเท้ามาสวมชุดรัดกุมสีขาวเงิน ชายเสื้อทะมัดทะแมงเข้ารูปขับเน้นช่วงเอวคอดกิ่ว ท่อนแขนสวมสนับหนังสีดำขลิบทอง เรือนผมดำขลับเกล้ารวบขึ้นสูงมัดด้วยแถบผ้าไหมสีคราม เผยลำคอระหงและดวงหน้าหวานหมดจดที่แฝงความเด็ดเดี่ยว ดวงตาหงส์ทอประกายสงบนิ่ง มือกำด้ามกระบี่เหล็กเนื้อดีไว้ข้างเอว ท่วงท่าสง่างามแฝงความปราดเ
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more

บทที่ 8 : ตอกฝาโลงองค์ชายสาม

บทที่ 8 : ตอกฝาโลงองค์ชายสามเสียงฝีเท้าหนักแน่นเหยียบย่ำลงบนพื้นศิลาแลงดังกังวานก้องไปทั่วลานประลองอันเงียบสงัด ทหารองครักษ์พยัคฆ์ทมิฬหลายร้อยนายในชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทกระจายกำลังปิดล้อมทางเข้าออกทุกทิศทางอย่างรวดเร็ว คมทวนยาวและหน้าไม้วาววับเล็งตรงเข้าสู่ศูนย์กลางลานประลอง สะกดข่มความเคลื่อนไหวของทุกคนจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับปลายนิ้วเซียวจิ้งหลานก้าวลงมาจากอัฒจันทร์ไม้สูง ชายเสื้อคลุมสีดำปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาสะบัดพลิ้วตามแรงลมหนาว ร่างสูงสง่าก้าวเดินตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเซี่ยอวิ๋นซี นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวปรายตามองฉางเฟิงที่คุกเข่ากุมข้อมือจมกองเลือดอยู่บนพื้น ก่อนจะหันมาสบมองดวงหน้าหวานหมดจดของคนข้างกายมือหนายกขึ้นแตะที่หลังมือเรียวเบาๆ กอบกุมฝ่ามือที่ยังจับด้ามกระบี่แน่นเพื่อถ่ายทอดไออุ่น สุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างนุ่มนวล"มือเจ็บหรือไม่?"เซี่ยอวิ๋นซีลดกระบี่ลง ส่ายหน้าช้าๆ พร้อมรอยยิ้มบางเบา "หม่อมฉันสบายดีพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องไม่ต้องกังวล"เซียวจิ้งหลานพยักหน้ารับ แววตาอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยียบในเสี้ยววินาทีเมื่อหันกลับไปเผชิญหน้านักโทษบนพื้น รองเท้าศึกหนัง
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more

บทที่ 9 : สุราหวานฉลองชัย

บทที่ 9 : สุราหวานฉลองชัยดาลเหล็กหนาหนักลั่นปิดสนิทลง ตัดขาดแสงตะวันอบอุ่นจากโลกภายนอกจนเหลือเพียงความมืดมิด กลิ่นอับชื้นคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กและหยดน้ำซึมผ่านรอยแยกของผนังหินศิลาแลงใต้ดินลึกแปดจั้งของศาลต้าหลี่จ้าวเจ๋อเหยียนทรุดกายนั่งพิงมุมห้องขังอันหนาวเหน็บ โซ่ตรวนเหล็กกล้าเส้นหนาล่ามตรึงข้อเท้าสองข้างไว้กับเสาหินอย่างแน่นหนา อาภรณ์ปักดิ้นทองขาดวิ่นเปรอะเปื้อนคราบโคลนตม มงกุฎหยกประจำตำแหน่งและป้ายทองพระราชทานสูญสิ้นไปตามพระบรมราชโองการถอดถอนฐานันดรศักดิ์ สภาพร่างกายบอบช้ำ ขาทั้งสองข้างปวดระบมจนขยับแทบไม่ได้ ไร้เงาข้ารับใช้คอยพะเน้าพะนอ ไร้สุราเลิศรส มีเพียงความมืดและความเงียบงันที่คอยตอกย้ำความพินาศย่อยยับอดีตองค์ชายสามกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดสดไหลซึมผ่านร่องนิ้ว แววตาเคียดแค้นจ้องเขม็งผ่านลูกกรงเหล็กออกไปในความมืดมิดตรงกันข้ามกับความมืดมิดในคุกหลวง จวนชินอ๋องทางทิศเหนือของเมืองหลวงสว่างไสวด้วยแสงโคมกระดาษสีนวลตา ลมราตรีพัดพาความเย็นสดชื่นผ่านยอดไผ่เขียวชอุ่ม เสียงกิ่งไผ่เสียดสีกันแผ่วเบาเคล้าเสียงสายน้ำไหลรินในสระบัว สวนหลังเรือนชิงซงเงียบสงบปราศจากเสียงรบกวน
last updateLast Updated : 2026-10-15
Read more

บทที่ 10 : ปิ่นหยกเปื้อนเลือด

บทที่ 10 : ปิ่นหยกเปื้อนเลือดแสงอรุณรุ่งสีทองสาดส่องผ่านยอดหลิวหน้าเรือนใหญ่ หมอกยามเช้าค่อยๆ สลายตัวไปตามไอร้อน เสียงฝีเท้าม้าเร็วของหน่วยพยัคฆ์ทมิฬดังห่างออกไปนอกแนวกำแพงจวน เซียวจิ้งหลานจำต้องออกเดินทางไปควบคุมการตรวจค้นจวนของจ้าวเจ๋อเหยียนและสั่งการเคลื่อนพลลงสู่ชายแดนทักษิณตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ปล่อยให้เรือนชิงซงและห้องทรงอักษรใหญ่ตกอยู่ในความเงียบสงบเซี่ยอวิ๋นซีสวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อน ก้าวเดินเข้ามาในห้องทรงอักษรตามคำอนุญาตของเจ้าของจวน กลิ่นหอมลุ่มลึกของไม้กฤษณายังคงอบอวลไปทั่วห้อง ร่างโปร่งเดินตรงไปยังชั้นตำราไม้ชิงชันหลังใหญ่ทางทิศตะวันตก หมายจะค้นหาบันทึกการจัดซื้ออาวุธของกองทัพในรอบสิบปีเพื่อตรวจดูเส้นทางเงินของฝ่ายเสิ่นฮองเฮาปลายนิ้วเรียวไล่ไปตามสันตำราโบราณอย่างแช่มช้า สายตาหยุดลงที่กล่องไม้ประดู่ดำใบหนึ่งซึ่งวางหลบมุมอยู่หลังม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์ กลไกสลักหยกข้างกล่องส่งเสียง กริ๊ก เบาๆ ยามปลายนิ้วสัมผัสโดน ฝากล่องไม้เลื่อนเปิดออกเองโดยอัตโนมัติแผ่นผ้าแพรสีแดงเลือดนกด้านในรองรับวัตถุชิ้นหนึ่งเอาไว้เซี่ยอวิ๋นซีชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกในอกดวงตาหงส์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สิ่
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status