เราอยากบอกว่าเมื่อฟังพากย์ไทยของ 'Kung Fu Panda 3' ครั้งแรก รู้สึกได้เลยว่าทีมพากย์พาโทนเสียงไปอีกขั้นหนึ่งไม่ใช่แค่เปลี่ยนน้ำเสียง แต่ยังใส่อารมณ์ละเอียดขึ้นมากกว่าภาคแรก
เสียงพากย์ไทยของ Po ใน 'Kung Fu Panda 3' มักเป็นหัวข้อที่แฟนหนังชอบคุยกัน เพราะโทนตลกและจังหวะสปีชของตัวละครต้องการคนพากย์ที่มีพลังและอารมณ์ร่าเริงพอสมควร ผมชอบสังเกตว่าการพากย์ไทยในโรงมักให้ความรู้สึกต่างจากเวอร์ชันทีวีหรือดีวีดี เนื่องจากสตูดิโอเลือกคนพากย์ตามกลุ่มเป้าหมายและงบประมาณ
ในหลายกรณี ชื่อคนพากย์จะโผล่ในเครดิตท้ายเรื่องของฉบับโรงหรือแผ่นบลูเรย์ ถ้าต้องการยืนยันชื่อจริงของผู้พากย์ไทยสำหรับ Po ใน 'Kung Fu Panda 3' ให้ดูที่เครดิตฉบับที่ฉันเคยเก็บไว้จากการดูรอบพิเศษ เพราะนั่นเป็นแหล่งข้อมูลที่ตรงที่สุดสำหรับฉบับพากย์ไทย
ส่วนตัวแล้ว ฉันมักชอบฟังตัวอย่างพากย์ไทยในซีนที่ Po โวยวายหรือร้องเพลง เพราะจะรู้ทันทีว่าคนพากย์สามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Jack Black ได้ดีแค่ไหน และเวอร์ชันที่เข้ากับอารมณ์ฉันที่สุดมักเป็นฉบับที่ทีมพากย์เข้าใจบทอย่างลึกซึ้ง
การเลือกดู 'Kung Fu Panda 3' แบบพากย์ไทยหรือซับไทยขึ้นกับใครในกลุ่มคนดูและบรรยากาศที่อยากได้มากกว่าเรื่องเทคนิคเดียว
ฉันมักเลือกพากย์ไทยเมื่อดูกับเด็กๆ หรือคนที่อยากหัวเราะตามมุกและอินกับตัวละครได้ทันที เสียงพากย์ไทยมักถูกปรับจูนให้เข้ากับอารมณ์ฉากตลกและจังหวะคอมเมดี้ของหนังตะวันตก การที่คำพากย์แปลออกมาแบบจับจังหวะได้ ทำให้เด็กเล็กไม่ต้องอ่านซับและสนุกไปกับมุขของ Po ได้เต็มที่ นอกจากนั้นฉากครอบครัวอย่างการพบกันของ Po กับพ่อยังได้อรรถรสจากท่าทางและน้ำเสียงพากย์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ง่ายขึ้น
ในทางกลับกัน ถ้าต้องการฟังการแสดงต้นฉบับของนักพากย์ เช่นสำเนียงและอินโทนของ Jack Black ฉันมักเลือกซับไทย เพราะคำแปลช่วยให้เข้าใจมุกที่เล่นคำหรือการอ้างอิงวัฒนธรรม แม้บางมุกอาจแปลได้ไม่ตรงทั้งหมด แต่วิธีนี้จะได้ทั้งอรรถรสของดนตรี เสียงเอฟเฟกต์ และการแสดงที่แท้จริงในฉากแอ็กชัน ถ้าคุณมีลูกหรือคนดูร่วมวง ฉันแนะนำสลับกันดูฉากตลกเป็นพากย์ไทย แล้วฉากสำคัญหรือที่อยากฟังน้ำเสียงจริงเป็นซับไทย แบบเดียวกับที่ฉันทำกับหนังเพลงอย่าง 'Moana' เพื่อให้ได้อรรถรสทั้งสองแบบ