"I can not love anyone." ฉันรักใครไม่ได้หรอก
"If you not okay, I'll stop."
"We will not meet again. So Let me have a moment to remember you forever"
"Please do not stop it" ได้โปรด..อย่าหยุดมันเลยคะ
การฝึก Let Them Theory ควรเริ่มจากการสังเกตความรู้สึกของตัวเองก่อนว่าการพยายามควบคุมทุกอย่างมักนำมาซึ่งความเครียดหรือเปล่า
เคยรู้สึกไหมว่าพยายามจี้ไลน์ถามเพื่อนว่าทำไมไม่ตอบ? หรือพยายามโน้มน้าวให้คนรักเปลี่ยนนิสัยบางอย่าง? สิ่งที่ได้มักไม่คุ้มกับพลังงานที่เสียไป Let Them Theory ช่วยให้ยอมรับว่าเราไม่สามารถบังคับใครได้จริงๆ เริ่มจากเรื่องเล็กๆ เช่น เมื่อส่งข้อความไปแล้ว ไม่ต้องตามซ้ำ ถ้าเขาไม่ตอบ ก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ สิ่งนี้ฝึกได้จากชีวิตประจำวันเลย
เสียงพากย์ไทยส่งผลกับความใกล้ชิดของเรื่องอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับเวอร์ชันต้นฉบับ 'The Theory of Everything' ซึ่งเป็นจุดที่ผมรู้สึกได้ทันทีหลังฟังครั้งแรก
บอกตรงๆว่าภาพรวมทั่วไปคือ 'The Theory of Everything' มักจะถูกปล่อยในรูปแบบเสียงต้นฉบับ (อังกฤษ) พร้อมซับภาษาไทย มากกว่าจะมีพากย์ไทยเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันเจอบ่อยเมื่อดูหนังแนวชีวประวัติหรือดรามาผู้ใหญ่
เวลาที่ดู 'The Theory of Everything' ในโรงหนังที่ฉันไปดู มันเป็นเวอร์ชันซับไทย ไม่ใช่เวอร์ชันพากย์ไทยเลย ฉันจำบรรยากาศช่วงฉากเต้นรำของสตีเฟนกับเจนได้ชัด — เสียงต้นฉบับของ Eddie Redmayne กับ Felicity Jones มันให้มิติอารมณ์ที่ต่างจากพากย์มาก การฉายภาพยนตร์สารคดีชีวประวัติหรือดราม่าในไทยมักเลือกใช้ซับไทยเพื่อคงเสน่ห์การแสดงดั้งเดิมไว้ และกรณีของเรื่องนี้ก็เป็นแบบนั้นในโรงหนังส่วนใหญ่ที่ฉันเห็น
การประยุกต์ใช้ Let Them Theory ในชีวิตจริงเริ่มจากความเข้าใจว่าเราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ แทนที่จะพยายามบังคับให้คนอื่นคิดหรือทำตามที่เราต้องการ วิธีนี้สอนให้ปล่อยวางและโฟกัสที่การกระทำของตัวเองแทน
การปล่อยให้คนเป็นไปตามทางของตัวเองโดยไม่พยายามควบคุม เป็นแนวคิดที่เห็นได้ชัดใน 'The Shawshank Redemption' เมื่อแอนดี้ดูฟรีส์ไม่ยอมยอมจำนนต่อระบบคุกที่โหดร้าย แทนที่จะดิ้นรนต่อสู้กับมันโดยตรง เขาค่อยๆ สร้างเส้นทางของตัวเองอย่างเงียบๆ จนหลุดพ้น
ในทางตรงกันข้าม เรดเพื่อนของเขาพยายามปรับตัวให้เข้ากับระบบจนเกือบจะสูญเสียตัวเองไป แนวคิด Let Them Theory ในที่นี้แสดงให้เห็นว่าการยอมรับบางสิ่งไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการเปิดทางให้พบหนทางใหม่ที่เหมาะสมกว่า
ความฉลาดของเขาไม่ได้มาแค่เป็นพรสวรรค์ทางปัญญา แต่ยังเป็นเกราะและดาบในคราวเดียวกัน เขามักจะพูดตรงจนคนรอบข้างเจ็บ แต่ในความตรงนั้นก็แฝงความไม่เข้าใจต่อมารยาททางสังคม เช่น การตีความคำพูดแบบตัวอักษร การงงกับอารมณ์นัยน์ตา หรือการไม่รู้จักปฏิบัติต่อความเปราะบางของคนอื่นอย่างละเอียดอ่อน บางฉากใน 'The Big Bang Theory' ทำให้เห็นชัดว่าความเฉียบของเขาทำให้เขาแยกตัวออกจากคนอื่นได้ง่าย แต่ก็มีฝ่ายที่อดทนและรักเขาเพราะเห็นด้านที่อ่อนแอและความตั้งใจจริงของเขา