อยากเล่าให้ฟังแบบคนที่ชอบฟังซาวด์แทร็กบ่อยๆ ว่าดนตรีของ 'กังฟูแพนด้า' ภาคแรกหลักๆ มาจากผลงานของสองคนดังคือ Hans Zimmer กับ John Powell ซึ่งพวกเขาเป็นคนแต่งและจัดวางธีมดนตรีของหนัง ทำให้ภาพและอารมณ์ของฉากการฝึก ซ้อมต่อสู้ และโมเมนต์ซึ้งๆ มีน้ำหนักขึ้นมาก ในแทร็กต้นเรื่องจะได้ยินเครื่องดนตรีจีนผสมกับออร์เคสตราเต็มรูปแบบ สร้างตัวตนให้ตัวละครอย่างโปและอาจารย์โอ่วกวัยมีเอกลักษณ์ทางดนตรีที่ชัดเจน
เวลาหนังจบจะได้ยินเพลงที่คนทั่วไปจำได้ง่ายกว่า นั่นคือเวอร์ชันของ 'Kung Fu Fighting' ซึ่งในฉบับภาพยนตร์ถูกขับร้องโดย CeeLo Green ร่วมกับ Jack Black เสียงของ Jack Black ทำให้มันมีความขี้เล่นและเชื่อมโยงกับตัวโป เพราะเขาคือนักพากย์ตัวละครหลัก ส่วน CeeLo เติมโทนโซลที่เก๋และร่วมสมัย ฉันเลยชอบว่าการผสมผสานระหว่างสกอร์ดั้งเดิมกับเพลงที่คุ้นหูแบบนี้ ช่วยให้หนังทั้งอบอุ่นและสนุกไปพร้อมกัน
เริ่มจากความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดก่อนเลย: น้ำหนักของอารมณ์และความจริงจังในโทนเรื่อง ในฐานะแฟนหนังการ์ตูนที่ชอบทั้งหัวเราะและน้ำตา ฉันรู้สึกว่า 'Kung Fu Panda' ภาคแรกคือหนังต้นกำเนิดที่เบิกทางให้เราได้เห็นพัฒนาการของตัวละครผ่านคอเมดี้และการฝึกฝน แต่ 'Kung Fu Panda 2' เลือกเดินเส้นทางที่เข้มขึ้นและซับซ้อนขึ้น
ในเชิงโครงเรื่อง ภาคสองทำให้ Po เผชิญหน้ากับอดีตที่ถูกกดเก็บ เป็นการสำรวจตัวตนและความทรงจำมากกว่าการพิสูจน์ฝีมือแบบภาคแรก ฉากต่อสู้หลายฉากถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักทางอารมณ์ เช่นฉากเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามที่ใช้ความรุนแรงอย่างเป็นระบบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าศัตรูในภาคนี้มีแรงจูงใจและประวัติศาสตร์ของตัวเอง ไม่ใช่แค่ตัวร้ายที่ต้องชนะเท่านั้น
ครอบครัวผมชอบจัดมาราธอนการ์ตูนเป็นงานสังสรรค์เล็กๆ ในบ้าน และ 'Kung Fu Panda' ภาคแรกคือหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมเสมอ
เสียงพากย์ไทยมักจะมีให้ในหลายช่องทาง แต่สิ่งที่ชอบแนะนำคือเริ่มจากบริการเช่าหรือซื้อดิจิทัลก่อน เช่น ร้านขายหนังออนไลน์อย่าง Apple TV (iTunes), Google Play/YouTube Movies หรือร้านค้าออนไลน์ที่ขายไฟล์หนังแบบถูกลิขสิทธิ์ เพราะระบบเหล่านี้มักแสดงป้ายบอกชัดเจนว่าไฟล์นั้นมีพากย์ไทยหรือซับไทยหรือไม่ ผมมักเลือกเวอร์ชันที่มีพากย์ไทยสำหรับเด็กเล็ก ส่วนผู้ใหญ่บางคนอาจอยากสลับไปดูแบบเสียงต้นฉบับพร้อมซับ