1 คำตอบ2026-03-20 15:43:59
นี่คือสารบัญคร่าว ๆ ที่ผมคุ้นเคยจาก 'คู่มือครูวิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 เล่ม 1' ซึ่งจัดเรียงเพื่อใช้งานในห้องเรียนของผู้สอนได้เลย
หน้าปกและคำนำ: วัตถุประสงค์การเรียนรู้ ระดับชั้น ตัวชี้วัด และมาตรฐานการเรียนรู้ พร้อมแนวคิดการสอนโดยรวม
บทที่ 1: การวัดและการทดลองพื้นฐาน — หน่วยและการวัด ความไม่แน่นอนในการวัด การใช้เครื่องมือวัด การประเมินข้อผิดพลาดแบบง่าย และตัวอย่างแบบฝึกหัดการวัด
บทที่ 2: พื้นฐานการเคลื่อนที่ (คิเนมาติคส์) — ตำแหน่ง เวกเตอร์ ระยะทาง vs การเปลี่ยนตำแหน่ง ความเร็ว ความเร่ง กราฟการเคลื่อนที่ และแบบฝึกหัดกราฟที่เชื่อมกับการสังเกต
บทที่ 3: การเคลื่อนที่เชิงเส้นและสองมิติ — การเคลื่อนที่ในแนวตรง การเคลื่อนที่โพรเจกไทล์ การแยกแกน x,y และการประยุกต์ใช้สมการการเคลื่อนที่ในการแก้ปัญหา (มีตัวอย่างการทดลองโยนลูกบอลเพื่อวัดช่วงเวลาและระยะทาง)
บทที่ 4: แรงและกฎของนิวตัน — แนวคิดแรงต่าง ๆ (แรงปฏิบัติการ แรงปฏิกิริยา แรงเสียดทาน) กฎข้อที่หนึ่งถึงที่สามของนิวตัน ปัญหาเชิงสถานการณ์ และกิจกรรมห้องเรียนเพื่อให้เห็นภาพแรง
บทที่ 5: งาน พลังงาน และกำลัง — นิยามงาน พลังงานศักย์และพลังงานจลน์ กฎการอนุรักษ์พลังงาน การคำนวณกำลัง และตัวอย่างการประเมิน
บทที่ 6: โมเมนตัมและการชน — โมเมนตัมเชิงเส้น การชนแบบยืดหยุ่นและไม่ยืดหยุ่น การอนุรักษ์โมเมนตัม และแบบฝึกหัดการวิเคราะห์การชน
บทที่ 7: การสั่นและคลื่นเบื้องต้น — การสั่นแบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย (ลูกตุ้ม สปริง) คุณสมบัติของคลื่น เสียง และการประยุกต์ใช้
ส่วนปิด: แผนการสอนรายหน่วย กิจกรรมการทดลองที่แนะนำ ใบงาน ตัวชี้วัดการประเมิน แบบทดสอบตัวอย่าง เฉลย และภาคผนวก (ตารางค่าคงที่ ฟอร์มการประเมิน แหล่งอ้างอิง)
ผมมักใช้สารบัญแบบนี้เป็นกรอบเมื่อต้องเตรียมแผนการสอนในชั้น มันช่วยให้เห็นภาพว่าแต่ละบทต้องการให้เด็กฝึกทักษะอะไรบ้าง ทั้งการคิดเชิงวิเคราะห์ การทดลอง และการสื่อสารผลการทดลอง ซึ่งเหมาะกับการสอนแบบผสมผสานระหว่างการบรรยายและการปฏิบัติจริง
3 คำตอบ2026-02-12 10:25:21
นี่คือแหล่งดาวน์โหลดที่ผมมักแนะนำเมื่อครูต้องการไฟล์คู่มือการสอน: เริ่มจากช่องทางราชการก่อนเสมอ เพราะมีความน่าเชื่อถือสูงที่สุด ในหลายครั้งไฟล์ PDF ของ 'คู่มือครูวิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 เล่ม 2' จะถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงศึกษาธิการหรือเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งมักจะรวมทั้งตัวเล่มและเอกสารประกอบกิจกรรมไว้ด้วย ตรวจดูหมวดสื่อการสอน เอกสารเผยแพร่ หรือตู้ e-book ภายในเว็บไซต์เหล่านั้น
ถัดมา ผมมักจะเช็กที่เว็บไซต์ของสำนักวิชาการหรือหน่วยงานผู้จัดทำหลักสูตร เพราะบางครั้งเวอร์ชันที่อัพเดตหรือเฉลยแนบจะอยู่ที่นั่นโดยตรง และถ้าโรงเรียนหรือเขตพื้นที่การศึกษาเผยแพร่เอกสารให้ครูก็เป็นช่องทางที่ได้ไฟล์ชัดเจนและตรงกับการใช้งานจริง เช่น ในบางพื้นที่จะมีฐานข้อมูลสื่อการเรียนการสอนของเขตที่รวบรวมคู่มือนี้แบบดาวน์โหลดได้
สุดท้ายก็ใช้เครือข่ายครูช่วยกันแชร์ เมื่อไม่มีเวอร์ชันจากแหล่งทางการ บ่อยครั้งครูที่สอนวิชานี้จะเก็บไฟล์สำรองไว้ในคลาวด์หรือกลุ่มภายในของโรงเรียน แต่ต้องระวังเรื่องลิขสิทธิ์และตรวจสอบปีพิมพ์กับตัวหลักสูตรก่อนนำไปใช้ ผมมักเลือกเวอร์ชันที่มาจากหน่วยงานราชการหรือสำนักวิชาการเป็นหลัก เพราะมั่นใจได้ว่าเนื้อหาตรงกับมาตรฐานการสอนและมีเฉลยประกอบที่ถูกต้อง
4 คำตอบ2026-02-06 08:43:14
วิธีการสอนที่ทำให้เนื้อหาใน 'หนังสือวิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 เล่ม 2' ติดหูติดตานักเรียนมากขึ้น คือการเชื่อมเนื้อหากับสิ่งรอบตัวแบบจับต้องได้และทำเองได้จริง เราชอบเริ่มคาบด้วยคำถามเล็ก ๆ ที่กระตุ้นความสงสัย เช่น ทำไมสายไฟถึงร้อนเมื่อมีกระแส ไอเดียนี้ดึงความสนใจก่อนจะค่อย ๆ แบ่งเนื้อหาเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่เน้นคอนเซ็ปต์หลัก — กระแสไฟ แรงเคลื่อน แรงต้าน และการแผ่คลื่น — แล้วให้เด็กร่วมกันสังเกต ทดลอง และสรุปเป็นภาษาง่าย ๆ
การจัดแลบให้เป็นกิจกรรมร่วมมือช่วยให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องสนุก เรามักให้กลุ่มทำวงจรไฟฟ้าเล็ก ๆ วัดค่าจริง เปรียบเทียบกับผลคาดการณ์จากสมการ พร้อมให้เขียนบันทึกการทดลองแบบสั้น ๆ ที่เน้นข้อผิดพลาดที่พบ วิธีนี้ฝึกการคิดเชิงวิเคราะห์โดยไม่เน้นการจำสูตรเพียงอย่างเดียว
อีกอย่างที่ได้ผลคือการใช้สื่อเสริม เช่นภาพเคลื่อนไหวของสนามแม่เหล็ก โปรแกรมจำลอง และคลิปสั้น ๆ ของการทดลองจริง เพื่อช่วยเชื่อมภาพระหว่างสมการกับปรากฏการณ์ ปิดคาบด้วยแบบฝึกหัดที่ยากขึ้นเล็กน้อยเพื่อเตรียมสอบและใบงานสะท้อนความเข้าใจ ทำแบบนี้เป็นวัฏจักรไป เด็ก ๆ จะค่อย ๆ เชื่อมโยงทฤษฎีกับของจริงได้เอง และเรามักจบคาบด้วยคำชมเชยเล็ก ๆ ที่กระตุ้นให้เขาสนใจต่อเนื่อง
3 คำตอบ2026-02-12 17:01:45
การสรุปบทเรียนควรเริ่มจากแก่นความคิดที่ช่วยให้ครูและนักเรียนเห็นภาพรวมของบทเรียนได้ทันที
เมื่ออ่าน 'คู่มือครูวิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 เล่ม 2' ฉันมองว่าเป้าหมายแรกคือจัดเรียงแนวคิดหลักให้เป็นชุดสั้น ๆ เพียง 3–5 ประเด็นหลัก เช่น แนวคิดพื้นฐานที่ต้องเข้าใจ, หลักการที่เชื่อมโยงกับการทดลอง, และทักษะการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ที่ต้องฝึก การสรุปแต่ละประเด็นควรมีประโยคสั้น ๆ ที่ชัดเจน ตามด้วยตัวอย่างการสอนจริงหรือการทดลองง่าย ๆ ที่ใช้ประกอบ เพื่อให้ครูเห็นวิธีแปลงทฤษฎีเป็นกิจกรรมการเรียนการสอน
อีกสิ่งที่ฉันให้ความสำคัญคือการโยงเนื้อหาเข้ากับสมรรถนะที่ต้องการ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การใช้หน่วยและกราฟ หรือการตั้งสมมติฐาน การทำแผนภาพเชื่อมโยงแนวคิด (concept map) สั้น ๆ จะช่วยให้การสรุปไม่กระจัดกระจาย และควรใส่ข้อเสนอแนะเรื่องการวัดผลสั้น ๆ เช่น แบบฝึกหัดหรือคำถามปลายเปิดที่กระตุ้นการคิด การสรุปที่ดียังรวมถึงคำแนะนำเรื่องการปรับระดับความยากสำหรับนักเรียนที่ต่างกันด้วย
สุดท้ายฉันมักปิดด้วยไอเดียกิจกรรม 1–2 ข้อที่ทำได้ทันทีในชั้นเรียน และข้อสังเกตเล็ก ๆ ว่าส่วนไหนอาจต้องเตรียมสื่อหรืออุปกรณ์เพิ่ม การสรุปแบบนี้ทำให้ครูหยิบไปใช้ได้เลย ไม่ต้องมานั่งตีความยาว ๆ และรู้สึกมั่นใจขึ้นเมื่อสอนบทนั้น ๆ
3 คำตอบ2026-02-12 02:38:08
หนึ่งในแหล่งที่แนะนำคือเว็บไซต์ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะที่นั่นมักมีสื่อการสอนและคู่มือที่โรงเรียนใช้บ่อย ๆ รวมถึงเอกสารประกอบการสอนที่เป็นทางการ หากต้องการหาเฉลยของ 'คู่มือครูวิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 เล่ม 2' ผมมักตรวจดูหน้าเอกสารสำหรับครูในเว็บไซต์ของสถาบันนี้ก่อน แล้วตามด้วยคลังสื่อการสอนของหน่วยงานการศึกษาท้องถิ่นที่บางครั้งจะเผยแพร่คู่มือครูเวอร์ชันสำหรับโรงเรียนโดยตรง
อีกช่องทางที่ใช้งานได้จริงคือการสอบถามจากศูนย์การศึกษาเขตหรือฝ่ายวิชาการของอำเภอ เพราะบางพื้นที่จะเก็บสำเนาคู่มือครูไว้ให้ครูยืมใช้หรือมีสำเนาไฟล์เฉพาะสำหรับครูประจำวิชา ผมเคยได้ไฟล์ที่มีเฉลยจากฝ่ายวิชาการของเขตมาใช้ปรับเป็นแบบฝึกหัดที่ตั้งค่าให้เหมาะกับเด็กในห้องเรียน
ถ้าต้องการสำเนาที่เป็นตัวเล่ม แนะนำติดต่อสำนักพิมพ์ที่พิมพ์คู่มือโดยตรงหรือร้านหนังสือการศึกษาใหญ่ ๆ หลายครั้งสำนักพิมพ์จะขายฉบับครูหรือจัดจำหน่ายชุดครูที่มีเฉลยอย่างเป็นทางการ นี่เป็นวิธีที่ถูกต้องและมั่นใจได้ว่าเฉลยครบถ้วน เหมาะสำหรับครูที่อยากใช้อย่างสบายใจและถูกลิขสิทธิ์
3 คำตอบ2026-02-12 08:37:26
แนวทางแรกที่ฉันใช้คือเดินผ่านเนื้อหาใน 'คู่มือครูวิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 เล่ม 2' แบบอ่านภาพรวมก่อน แล้วคัดแยกหัวข้อที่ออกสอบบ่อยและหัวข้อที่รู้สึกว่ายังอ่อน
การอ่านแบบภาพรวมช่วยให้เห็นโครงสร้างวิชา: แบ่งเป็นกลุ่มเรื่อง เช่น กลศาสตร์ คลื่น ความร้อน ไฟฟ้าและแม่เหล็ก แล้วผมจะทำตารางวางเวลาเรียนให้ชัดว่าแต่ละสัปดาห์เน้นเรื่องไหน เมื่อเจอส่วนที่ครูในหนังสือเน้นกิจกรรมหรือแบบฝึกหัดพิเศษ ผมจะเปลี่ยนเนื้อหานั้นให้เป็นการบ้านย่อย เช่น ทำโจทย์ 5 ข้อต่อวันหรือทำสรุปเป็นแผนภาพความคิด (mind map) เพื่อเชื่อมแนวคิดเข้าด้วยกัน
อีกเทคนิคที่ใช้บ่อยคือทำคู่มือสั้นๆ ของตัวเองจากคำอธิบายในหนังสือ: ย่อสูตรสำคัญเป็นตาราง ใส่ภาพประกอบการทดลองที่อธิบายไว้ในหนังสือ แล้วเขียนสรุปสั้น ๆ ว่าต้องระวังจุดไหนเมื่อทำข้อสอบปฏิบัติ เช่น การอ่านหน่วย การประมาณค่าผลลัพธ์ หรือลักษณะคำถามแบบปรนัยที่มักตัดคะแนนง่าย วิธีฝึกคือจับเวลาแก้ข้อสอบเก่าตามหัวข้อทีละชุด แล้วทบทวนจุดที่ใช้เวลานาน สลับกับการทดลองเล็กๆ ที่บ้านหรือในห้องทดลองตามแนวทางครูในหนังสือเพื่อให้เข้าใจหลักการไม่ใช่แค่จำสูตร ผลสุดท้ายคือการมีแผนจำเพาะสำหรับแต่ละหัวข้อและการทบทวนเป็นรอบ ทำให้ไม่วอกแวกตอนใกล้สอบและเข้าใจเนื้อหาอย่างเป็นระบบ
2 คำตอบ2026-03-20 19:57:52
มีวิธีเยอะเลยที่ทำให้ 'คู่มือครูวิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 เล่ม 1' กลายเป็นชุดสื่อที่ใช้งานได้จริงในห้องเรียนออนไลน์ โดยไม่ต้องยึดติดกับรูปแบบการสอนเดิมๆ
โดยส่วนตัวฉันมองเป็นสามชั้นหลัก: เนื้อหาแกนกลาง, กิจกรรมทดลองที่ปรับได้, และการประเมินแบบต่อเนื่อง เมื่อแยกเนื้อหาเป็นหน่วยเล็ก ๆ (micro-lessons) เช่น แยกบทเรื่องการเคลื่อนที่ออกเป็นแนวคิดย่อย ๆ นักเรียนจะไม่รู้สึกท่วม และครูก็สามารถออกแบบวิดีโอสั้น ๆ หรือบทเรียนแบบอ่านทีละหัวข้อได้ ฉันมักจะใช้วิดีโอที่มีการเน้นไฮไลต์บนสไลด์และตัวอย่างโค้ดหรือการทดลองสั้น ๆ ที่จับต้องได้ มากกว่าจะอัปโหลดไฟล์ PDF ยาว ๆ เพราะมันกระตุ้นการมีส่วนร่วมได้ดีกว่า
การดัดแปลงกิจกรรมทดลองจากเล่มให้เป็นออนไลน์ทำได้โดยใช้เครื่องมือหลายอย่างที่เข้าถึงง่าย ตัวอย่างเช่น ถ้าตอนหนึ่งในหนังสือมีการทดลองเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ ฉันจะเสนอทางเลือกให้เด็กทำภาพถ่ายวิดีโอการทดลองจริง ๆ โดยใช้โทรศัพท์มือถือและแอปจับเวลา/วัดความเร็ว, หรือให้ใช้ซิมูเลเตอร์ออนไลน์เช่น PhET เพื่อเก็บค่าทดลอง แล้วให้นักเรียนส่งผลการทดลองพร้อมวิเคราะห์ข้อมูลในแบบฟอร์มที่เป็นเทมเพลตเดียวกัน วิธีนี้ช่วยให้ประเมินผลทักษะการตั้งสมมติฐาน การเก็บข้อมูล และการวิเคราะห์ได้เหมือนการทดลองในห้องเรียนจริง การให้เพื่อนร่วมชั้นรีวิวคลิปหรือรายงานเล็ก ๆ ด้วยเกณฑ์ที่ชัดเจนทำให้เกิดการเรียนรู้เชิงสังคมและลดภาระการประเมินของครู
สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญคือการออกแบบฟีดแบ็กที่ต่อเนื่องและยืดหยุ่น: ใช้แบบทดสอบสั้นรายสัปดาห์, แบบฝึกหัดที่มีระดับความยากต่างกัน, และช่องทางถามตอบแบบอะซิงโครนัสสำหรับนักเรียนที่ต้องการเวลาเพิ่มเติม เพื่อความเท่าเทียม ควรมีตัวเลือกที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง เช่น ให้ใช้วัสดุเหลือใช้ทำวงจรง่าย ๆ หรือใช้ซิมูเลเตอร์แทนการซื้อชุดทดลองจริง สุดท้าย การจัดชั่วโมงสดสั้น ๆ เพื่อสาธิตการทดลองอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและตอบคำถามจะช่วยคืนความเป็นมนุษย์ให้กับการเรียนออนไลน์ และทำให้นักเรียนรู้สึกว่ามีการเชื่อมต่อ แม้ว่าการสอนออนไลน์จะท้าทาย แต่เมื่อนำหลักการใน 'คู่มือครูวิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 เล่ม 1' มาปรับเป็นโมดูลสั้น ๆ พร้อมกิจกรรมที่จับต้องได้และการประเมินที่ออกแบบมาอย่างมีเป้าหมาย ก็ทำให้การเรียนรู้วิทย์เป็นไปได้จริงและสนุกขึ้นสำหรับทั้งครูและเด็ก
3 คำตอบ2026-02-12 18:40:22
การออกแบบแผนการสอนจาก 'คู่มือครูวิทยาศาสตร์กายภาพ ม.5 เล่ม 2' ให้ลงตัวต้องเริ่มจากการตั้งคำถามว่าอยากให้เด็กเรียนจบหน่วยแล้วทำอะไรได้บ้าง
ผมชอบใช้แนวทางย้อนกลับ (backward design) แต่ปรับให้เป็นภาษาง่าย ๆ: กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่จับต้องได้ เช่น อธิบายกฎของแรงและการเคลื่อนที่อย่างง่าย วิเคราะห์ผลการทดลอง แล้วออกแบบกิจกรรมเพื่อไปถึงเป้าหมายนั้น สำหรับหน่วยที่เกี่ยวกับแรงและการเคลื่อนที่ ฉันวางแผนให้มีกิจกรรมสาธิตสั้น ๆ สองครั้ง ทดลองกลุ่มเล็ก (เครื่องลาดเอียงและลูกกลิ้ง) แล้วให้มีกิจกรรมประยุกต์เป็นโปรเจ็กต์เล็ก ๆ ที่นำความรู้ไปออกแบบทางแก้ปัญหาในชีวิตจริง เช่น คำนวณแรงเสียดทานในการลากวัตถุ
การประเมินแบ่งเป็นสามแบบ: แบบรู้ทัน (quick checks) แบบปฏิบัติ (lab rubric) และแบบข้อสรุปเชิงคิดวิเคราะห์ (short report หรือ presentation) เรื่องความแตกต่างระดับนักเรียนต้องเตรียมงานอธิบายเพิ่มเติมให้เลือกหลายระดับ เช่น แบบยกคะแนนพิเศษสำหรับการคำนวณเชิงลึกหรือการออกแบบทดลองที่ซับซ้อน สุดท้ายอย่าลืมเรื่องความปลอดภัยและสื่อช่วยสอน ทั้งแผนภาพ วิดีโอสั้น และซอฟต์แวร์จำลองเล็ก ๆ ที่ทำให้เวลาในห้องเรียนคุมได้ และยังให้เด็กได้ลองผิดลองถูกแบบปลอดภัย แค่นี้ก็ได้แผนที่สมดุลระหว่างทฤษฎี ทดลอง และการประเมินแล้วเป็นรูปธรรม
2 คำตอบ2026-02-07 23:33:01
หนังสือวิทย์กายภาพ ม.5 เล่ม2 จะพาเราเข้าสู่โลกของไฟฟ้าและแม่เหล็กเป็นหลัก โดยแบ่งเนื้อหาเป็นบทต่าง ๆ ที่ต่อเนื่องและออกแบบให้ทั้งเชิงทฤษฎีและปฏิบัติเข้าใจง่ายขึ้น
ผมชอบวิธีที่เล่มนี้จัดหัวข้อให้เป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจาก 'ประจุไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์' อธิบายความหมายของประจุ การถ่ายทอดประจุ วิธีการวัด และสูตรคูลอมบ์ พร้อมภาพประกอบเส้นแรงไฟฟ้าและตัวอย่างการคำนวณแรงระหว่างประจุสองตัว ถัดมาเป็น 'สนามไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า' ซึ่งขยายความเรื่องสนามไฟฟ้าแบบจุดและระหว่างแผ่น ตัวอย่างการคำนวณความต่างศักย์และพลังงานศักย์ไฟฟ้า ในบทเกี่ยวกับ 'ตัวเก็บประจุ' จะครอบคลุมโครงสร้างตัวเก็บประจุ ความจุ สมการคำนวณเมื่อเชื่อมต่อแบบอนุกรม/ขนาน ผลกระทบของไดอิเล็กทริก และการทดลองง่าย ๆ เพื่อเห็นการชาร์จ-คายประจุที่น่าสนใจ
จากนั้นหนังสือพาไปที่ 'กระแสไฟฟ้าและกฎของโอห์ม' ซึ่งรวมถึงความหนาแน่นกระแส แรงดัน ความต้านทาน พฤติกรรมของโลหะและสารกึ่งตัวนำ การคำนวณวงจรพื้นฐาน (อนุกรม/ขนาน) และการใช้กฎของเคิรชฮอฟต์ ในบท 'วงจรไฟฟ้ากระแสตรง' มีตัวอย่างปัญหาที่เน้นการคิดเชิงวิเคราะห์ เช่น หาแรงเคลื่อนไฟฟ้ารวม การคำนวณกำลังที่สูญเสียในตัวต้านทาน และการออกแบบวงจรเล็ก ๆ ทำให้ผมรู้สึกว่าเข้าใจระบบจริงได้ง่ายขึ้น
ส่วนที่เกี่ยวกับแม่เหล็กเริ่มจาก 'สนามแม่เหล็กและแรงแม่เหล็ก' แสดงทิศทางของสนาม กฎมือขวา แรงบนประจุที่เคลื่อนที่และบนกระแสไฟฟ้า ต่อด้วย 'แหล่งสนามแม่เหล็ก' เช่น แรงจากลวดตรง แกนโค้ง และโซลินอยด์ ซึ่งผมมักชี้ให้เพื่อนดูภาพการทดลองที่โชว์เส้นสนามชัด ๆ บทสำคัญถัดมาคือ 'การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า' ปรากฏการณ์ฟาราเดย์ สมการของลาฟาแล็ปลาส และการสร้างไฟฟ้าโดยการเปลี่ยนสนามแม่เหล็ก รวมทั้งบทที่ว่าด้วย 'กระแสสลับและหม้อแปลง' ที่อธิบายความถี่ พิกัดเชิงมุม ความต้านทานเชิงซ้อน รีแอคแทนซ์ และการใช้งานในชีวิตจริง
ท้ายเล่มจะทบทวนการประยุกต์ใช้งาน เช่น มอเตอร์ ตัวกำเนิดไฟฟ้า เซนเซอร์แม่เหล็ก และการป้องกันวงจร ผมชอบตอนที่หนังสือใส่แบบฝึกหัดที่มีระดับความยากหลากหลาย ทั้งแบบคิดเร็วและแบบต้องวิเคราะห์เชิงลึก ทำให้สามารถฝึกทั้งการคำนวณและการคอนเซ็ปต์ได้ดี พออ่านจบแล้วรู้สึกว่าพื้นฐานที่ได้จากเล่มนี้ช่วยให้มองระบบไฟฟ้า-แม่เหล็กในภาพรวมได้ชัดขึ้น