ความจริงแล้วซีรี่ย์จีนย้อนยุคมีให้เลือกดูมากมาย แต่ถ้าต้องเลือกเรื่องที่ทรงคุณภาพทั้งด้านเนื้อหาและงานผลิต ขอแนะนำ 'Nirvana in Fire' หรือชื่อจีนว่า 'Lang Ya Bang' ซีรี่ย์นี้เป็นสุดยอดแห่งการวางแผนและการแก้แค้นที่ซับซ้อน ตัวเอก Mei Changsu เป็นตัวละครที่เขียนได้ลึกซึ้งที่สุดเรื่องหนึ่งในวงการซีรี่ย์จีน ฉากหลังพระราชวังและการเมืองที่เข้มข้นทำให้ผู้ดูต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ 'The Story of Minglan' ที่แสดงชีวิตหญิงสาวในยุคซ่งได้อย่างสมจริงที่สุด ตัวละคร Minglan เติบโตมาพร้อมกับกลยุทธ์และการเอาตัวรอดในสังคมชายเป็นใหญ่ ฉาก costumes และ set design สวยงามจนเคยได้รางวัลด้านศิลปะการแสดง นอกจากนี้ยังมี 'Joy of Life' ที่ผสมผสานความตลกเข้ากับแนวแฟนตาซีได้อย่างลงตัว ตัวเอก Fan Xian มีบุคลิกที่สดใสแตกต่างจากฮีโร่ย้อนยุคทั่วไป
มองย้อนกลับไปในยุคที่ซีรีส์จีนย้อนยุคเริ่มครองใจผู้ชมทั่วโลก 'Nirvana in Fire' ต้องเป็นชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว เรื่องราวของการแก้แค้นอันแสนละเมียดละไมของ Mei Changsu ผสมผสานกับการเมืองในราชวงศ์ที่ซับซ้อน ทำให้ทุกตอนเหมือนเกมหมากรุกที่เราเป็นทั้งผู้เล่นและผู้สังเกตการณ์
ส่วน 'The Story of Minglan' ก็เป็นอีกเรื่องที่ชวนหลงใหลไม่แพ้กัน การเดินทางของหญิงสาวผู้ฉลาดหลักแหลมในยุคซ่งที่ต้องใช้ทั้งไหวพริบและความอดทนเพื่อเอาตัวรอดในสังคมอนุรักษ์นิยม ทำให้เราเห็นแง่มุมของชีวิตผู้หญิงในอดีตที่ rarely ได้รับการนำเสนอในสื่อแบบนี้
เมื่อต้องแยกให้ออก ฉันมักเริ่มจากการดูว่าตัวละครหลักเป็นบุคคลทางประวัติศาสตร์หรือเป็นคนสมมติ เช่น 'The Advisors Alliance' ซึ่งเล่าเรื่องราวของผู้กลยุทธ์ในยุคราชวงศ์สามก๊กที่มีตัวตนจริงอย่าง Sima Yi ซึ่งซีรีส์พยายามยึดกับบันทึกและเหตุการณ์ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากกว่าซีรีส์วรรณกรรมทั่วไป ทำให้ฉากการเมืองและแผนการรบมีน้ำหนักและความสมจริงที่ให้ความรู้สึกว่าเราได้เข้าไปยืนในห้องวางแผนจริง ๆ
อีกตัวอย่างที่ฉันจับตามองคือ 'Ruyi's Royal Love in the Palace' กับ 'Empresses in the Palace' ทั้งสองเรื่องตั้งอยู่บนพื้นฐานของราชสำนักชิง โดยมีบุคคลและเหตุการณ์หลายส่วนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์จริง แต่ก็ถูกแต่งเติมเพื่อความdrama ฉันชอบวิธีที่สองเรื่องนี้แสดงรายละเอียดพิธีการ การแต่งกาย และอำนาจภายในวัง ทำให้เข้าใจระบบสังคมยุคนั้นได้ดี ถึงแม้รายละเอียดบทสนทนาและเหตุผลเบื้องหลังการกระทำบางอย่างจะถูกปรับให้เข้ากับโครงเรื่องมากขึ้นก็ตาม
ยุคทองของซีรี่ย์จีนย้อนยุคกำลังกลับมาอีกครั้งด้วยผลงานชั้นครูที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ ความรัก และการต่อสู้ได้อย่างลงตัว! เริ่มที่ 'Nirvana in Fire' ที่เรียกกันว่า 'เทพบุตรวิปโยค' ด้วยพล็อตการแก้แค้นที่วางแผนมาอย่างปราณีต ตัวเอก Mei Changsu คือสุดยอดตัวละครที่ฉลาดล้ำจนต้องตามลุ้นทุกฝีก้าว
ต่อด้วย 'The Story of Yanxi Palace' สงครามในรั้ววังที่ดุเดือดกว่า battlefield จริงๆ ตัวละคร Yingluo สาวใช้ผู้กลายเป็นสตรีแกร่งด้วยสมองและความเฉียบคม เป็นบทพิสูจน์ว่า 'ผู้ชนะ' ในวังหลวงไม่จำเป็นต้องมีตระกูลสูงเสมอไป
ไม่พูดถึง 'The Untamed' คงไม่ได้ ซีรีส์วายย้อนยุคที่แตกแขนงจากนิยาย 'Mo Dao Zu Shi' สร้างปรากฏการณ์ด้วยเคมีระหว่าง Wei Wuxian กับ Lan Wangji ที่ทั้งโรแมนติกและเต็มไปด้วยความหมายเกี่ยวกับการยึดมั่นในความถูกต้อง
สำหรับคนชอบแอ็กชันต้อง 'Ever Night' เรื่องราวของหนุ่มน้อยจากความมืดสู่แสงสว่างที่มีฉากต่อสู้ด้วยดาบสมจริงระดับตำนาน ส่วน 'The Long Ballad' นำเสนอหญิงแกร่งในยุคถังที่พิสูจน์ว่า 'ราชสีห์' ก็มีได้ทั้งสองเพศ
'Joy of Life' เต็มไปด้วยมุกตลกและแผนการทางการเมืองที่ซับซ้อน ขณะที่ 'The Rebel Princess' ให้ทั้งความฟู่ฟ่าของเครื่องแต่งกายและความเข้มข้นของเส้นเรื่องรักระหว่างเจ้าหญิงกับแม่ทัพ
'梦华录' (Dream of Splendor) พาไปสัมผัสชีวิตหญิงยุคซ่งที่ต่อสู้ด้วยความสามารถทางธุรกิจ ส่วน 'Love Like The Galaxy' เป็นอีกเรื่องที่ผสมผสานความรักครอบครัวกับการเมืองได้อย่างน่าประทับใจ
ปิดท้ายด้วย 'The Wind Blows from Longxi' thriller แนวสายลับย้อนยุคที่พิสูจน์ว่าแม้แต่ในอดีต การเล่นเกมส์แห่งอำนาจก็ซับซ้อนไม่ต่างจากปัจจุบัน