LOGINรวมเรื่องจีนย้อนยุค เกิดใหม่และทะลุมิติเป็นหลัก มีฉากด่าหยาบคายและตบตีด้วย
View More1
เบื้องหน้าของหญิงสาวร่างบางมีแต่ความมืดมิดที่มองอะไรไม่เห็น ถึงแม้ว่าเธอจะมองอะไรไม่เห็น แต่เธอสามารถสัมผัสสิ่งที่อยู่รอบตัวได้
“ที่นี่ที่ไหน”
เธอไม่รู้สึกคุ้นเคยกับพื้นที่รอบตัวและทัศนวิสัยที่เป็นอยู่ตอนนี้เลยสักนิดเดียว อย่างกับว่าที่นี่เป็นที่แปลกใหม่สำหรับเธอ
มันก็แหงอยู่แล้วที่จะไม่คุ้นตา นั่นก็เพราะเธอไม่เคยมาเยือนสถานที่แห่งนี้เลยสักครั้งเดียว แล้วมีคำถามร้อยแปดพันเก้าคำถามว่าทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ ทั้งที่นอนหลับฝันดีอยู่ในบ้านของตนเอง แต่กลับกลายเป็นว่าตนเองนั้นได้มาอยู่ในที่แบบนี้
“ไม่เข้าใจเลย ทำไมฉันถึงได้มาอยู่ที่นี่”
ผ่านไปสักพักหนึ่ง ดวงตาของเธอก็ปรับความคมชัดมองเห็นความมืดได้ดีระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็ดีกว่าก่อนหน้านี้
ซินหยาน หญิงสาวร่างบางที่ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหนคนนี้ เธอเกิดความสับสนและกังวลใจเมื่อได้รู้ว่าตนเองอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก
ห้องทรงสี่เหลี่ยมที่เห็นอยู่นี้เป็นห้องนอนของใครบางคน มีเตียงนอน โต๊ะขนาดเล็กที่อยู่หัวเตียง แล้วก็มีตะเกียงไฟเก่าตั้งอยู่บนโต๊ะ ถึงภายในห้องนี้จะดูเก่า แต่เจ้าของห้องก็คงจะดูแลมันอย่างดี ถึงจะมองไม่เห็นชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่ซินหยานก็รู้สึกว่าห้องนี้มันดูสะอาดมาก
“ห้องของใครกันนะ โอ๊ย!”
ซินหยานรู้สึกปวดหัวขึ้นมาเล็กน้อย แล้วพร้อมกันนั้นเธอก็เห็นภาพในหัว หญิงสาวที่รูปลักษณ์หน้าตาเหมือนเธออย่างกับแฝดพี่น้องนี้เป็นใครกันแน่ เท่านั้นยังไม่พอ ซินหยานได้รับความทรงจำของหญิงสาวคนที่เธอเห็นภาพในหัวมาด้วย แล้วนั่นก็ทำให้เธอรู้ความจริง
“นี่เราตายไปแล้วสินะ แล้วร่างกายนี้ก็เป็นของเธอ ซินหยาน”
หญิงสาวที่ซินหยานเห็นภาพในหัวนั้นเธอมีชื่อเดียวกันกับซินหยาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรซินหยานในตอนนี้ได้เข้ามาอยู่ในร่างกายของซินหยานอีกคน ซินหยานในตอนนี้ไม่เข้าใจว่าทำไมตนถึงต้องตายด้วย พอเธอตายแล้วก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างของซินหยานคนนี้
“ฉันควรทำยังไงดี”
ซินหยานเศร้าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไรดี จะไปที่ไหน จะอยู่อย่างไร เธอไม่สามารถทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้ ไม่ว่ายังไงเธอก็อยากกลับไปเป็นตัวของตัวเอง ตัวตนที่แท้จริงของเธอมันจะต้องไม่เป็นแบบนี้ มันจะต้องมีสักทางที่จะต้องกลับไปอยู่ร่างของตน ถึงแม้จะรู้ว่าตนเองนั้นตายไปแล้วก็เถอะนะ
“ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง”
.
.
.
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงประตูห้องดังขึ้นจากด้านนอก คงจะเป็นคนในบ้านมาเคาะประตูเรียกซินหยานที่อยู่ในห้องโดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าซินหยานที่พวกเขารู้จักนั้นไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว
“ซินหยาน ซินหยานลูก เปิดประตูให้แม่หน่อย”
ซินหยานที่อยู่ในห้องนอนของตนจึงรีบปาดน้ำตาแห่งความเศร้าหมองก่อนจะเปิดประตูไปรับหน้าคนเป็นแม่
“เป็นอะไรหรือเปล่าลูก”
“หนูไม่ค่อยสบายค่ะ”
“แม่ดูหน่อยสิ”
ซินอี้ แม่ของซินหยาน เธอเป็นแม่ใจดีคนหนึ่งที่ตอนนี้เธอกำลังเอามือมาสัมผัสที่หน้าผากและต้นคอเพื่อดูว่าลูกสาวสุดที่รักของตนมีไข้หรือไม่
“ก็ดูปกตินะ ลูกรู้สึกเหนื่อยเหรอ”
“ใช่ค่ะแม่”
“งั้นเหรอ แม่กับพ่อจะไปทำงาน ถ้าลูกยังเหนื่อยอยู่ก็นอนพักที่ห้องเถอะ ดีขึ้นแล้วพรุ่งนี้ค่อยไปทำงาน”
“ค่ะแม่”
ซินอี้แม่ของซินหยานคนเก่าใจดีมาก ไม่ว่าเธออยากได้อะไรแม่ของเธอก็จะหามาให้จนทำให้บางครั้งซินหยานคนเก่ารู้สึกประหม่าทั้งที่เป็นแม่ลูกกัน
หลังจากพ่อกับแม่ออกไปจากบ้านเพื่อไปทำงาน ซินหยานคนปัจจุบันก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องนอน เธอไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะไปที่ไหนดี
ในความทรงจำของซินหยานคนเก่านั้นทำให้ซินหยานคนปัจจุบันรับรู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของเธอ
ที่นี่ไม่ใช่โลกที่เธอรู้จัก มันเป็นโลกที่ไม่มีความเจริญ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโทรศัพท์มือถือก็ไม่มี ผู้คนส่วนใหญ่ยากจนอดอยากกันหลายครอบครัว
คูปองเป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ ชาวบ้านทุกคนจะต้องทำงานทุกวันเพื่อเอาคูปองไปแลกข้าวสารอาหารแห้งและของใช้ที่จำเป็น ไม่สามารถทำการค้าเสรีเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่งได้เลย เงินจึงไม่จำเป็นสำหรับยุคนี้
การทำงานจะหยุดเพียงแค่ 1 วัน แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยหยุดกัน เนื่องด้วยข้าวสารอาหารแห้งที่เอาคูปองไปแลกที่ได้จากการทำงานมันไม่เพียงพอ พวกชาวบ้านก็เลยไปหาของป่าหรือไม่ก็ล่าสัตว์
“นี่ฉันจะต้องอยู่อย่างลำบากแบบนี้น่ะเหรอ”
ซินหยานเป็นลูกชาวนาที่อาศัยอยู่บ้านนอก เธอเองก็เกี่ยวข้าวและเลี้ยงสัตว์ดำรงชีวิตเหมือนกัน แต่สำหรับเธอแล้วที่นี่มันลำบากยิ่งกว่า ถ้ารู้ว่าจะตายแล้วได้มาอยู่ในที่แบบนี้ ขอตายไปเลยยังจะดีเสียกว่า
แต่ในเมื่อเธอเข้ามาอยู่ในร่างของซินหยานคนเก่ามันก็คงจะเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องอยู่ เธอจะต้องอยู่ต่อไปเพื่อให้มีชีวิตรอด อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังมีพ่อแม่อยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยเหมือนกัน
“เป็นไงเป็นกัน”
…
16 อรุณรุ่งเช้าแสงแดดส่องเข้าไปยังห้องนอนของหญิงสาวร่างบาง ทำให้เปลือกตาที่ปิดอยู่นั้นขยับเล็กน้อยก่อนจะลืมตาตื่นเพื่อรับเช้าวันใหม่ “เช้าแล้วเหรอ” ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ยังไม่ทันจะทำอะไร หนิงอันที่ตื่นนอนอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น “ใครมาเคาะประตูหน้าบ้านกันนะ” หนิงอันเกิดความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงรบกวน ถึงอย่างเธอก็เดินไปเปิดประตู พอเปิดประตูออกมาก็เห็นลี่อินทำหน้าตื่นตกใจ ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงทำหน้าแบบนั้น “มีอะไรเหรอลี่อิน” “หนิงอัน ฉันมีเรื่องจะบอกเธอ” “เรื่องอะไร” “บ้านของเธอน่ะหายหมดแล้ว” “ห๊ะ!” บ้านของเธอหายหมดแล้ว คืออะไรกันแน่ ก็บ้านที่เธออยู่ก็บ้านหลังนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วบ้านมันจะหายไปได้ยังไง “ลี่อิน ที่เธอพูดมันหมายความว่ายังไง” “ก็บ้านของเธอน่ะถูกไฟไหม้ไม่เหลือซากเลย” หนิงอันเข้าใจแล้วว่าลี่อินอยากสื่ออะไรกับเธอ บ้านที่ลี่อินพูดถึงเป็นบ้านของเธอที่มีพ่อแม่อาศัยอยู่ แต่ว่าตอนนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับ
15 วันเวลาผ่านไปมานานหลายปีจนตอนนี้หนิงอัน มีอายุ 20 ปี หรือก็คือเวลาผ่านไป 1 ปี เธอยังคงใช้ชีวิตตามแบบของเธอจนตอนนี้เธอมีชีวิตที่ดีและไม่มีปัญหากับใคร “หนิงอัน ถั่วฝักยาวฉันเก็บไปกินกับน้ำพริกได้ไหม” “ได้สิ เอาไปเยอะๆเลยก็ได้ ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก” หนิงอันกับลี่อินยังคงเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนเดิม “ว่าแต่ไห่หลงเป็นยังไงบ้าง วันนี้ยังไม่เห็นหัวมันเลย” ลี่อินถามหนิงอัน “เดี๋ยวเขาก็มาแล้วแหละ” “เออจริงสิ จะว่าไปแล้วเธอได้ไปบ้านไห่หลงมันไหม” “ก็ไปบ้าง” “แล้วเป็นยังไง” “ก็เหมือนกับบ้านหลังนี้ เขาปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่” “ยังเป็นคนขยันเหมือนเดิมเลยนะ” ไห่หลงในตอนนี้ก็ไม่ต่างกับหนิงอันที่อยู่คนเดียว เขาสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก คนที่เลี้ยงเขามาก็เป็นญาติ แต่ด้วยอายุ 13 ปี ญาติที่เลี้ยงดูเขามาก็เสียชีวิตจากโรคร้าย ก็เลยทำให้เขาต้องอยู่คนเดียวมาถึงทุกวันนี้ “แล้วเธอกับไห่หลงคบหาดูใจกันแล้วยัง” “ก็นะ แต่ฉันไม่ได้บอกกับเขาว่าคบกัน ฉันก็แค่บอก
14 เพียะ! เพียะ! เพียะ! นี่ไม่ใช่การแสดงละคร แต่เป็นการทะเลาะวิวาท ตบจริงเจ็บจริง แล้วที่พวกเขาตบตีกันอยู่นี้ก็เป็นเพราะพวกมนุษย์ป้าเอาเรื่องของหนิงอันมาพูดให้เสียหาย จึงทำให้หนิงอันโกรธแค้นเป็นอย่างมาก เธอจึงต้องลงมือตบปากหมาของมนุษย์ป้าพวกนี้ “เป็นแค่มนุษย์ป้า อย่าคิดว่าเด็กอย่างฉันจะไม่กล้าตบปากนะ” หนิงอันดึงผมของมนุษย์ป้าคนหนึ่งขึ้นมาแล้วตบปากจนล้มลงกับพื้น ส่วนมนุษย์ป้าอีกคนก็ได้โอกาสเข้าไปดึงผมของหนิงอันก่อนที่เธอจะใช้ฝ่ามือคุณป้าตบหน้าสวยของหนิงอันจนหน้าหัน สองรุมหนึ่งไม่ถือว่าเป็นการรุม หนิงอันไม่สนใจว่าพวกมนุษย์ป้าจะมีสักกี่คน เธอสนใจเพียงแค่ว่าจะได้ตบปากพวกมันได้สักกี่ครั้ง แล้วอย่างน้อยการทะเลาะกับคนพวกนี้ก็จะทำให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทำให้คนที่คิดจะเอาเรื่องของเธอมาพูดต้องคิดให้ดีเสียก่อน ไม่อย่างนั้นอาจโดนฝ่ามืออรหันต์ก็เป็นได้ “เด็กมีปัญหาอย่างแก คงจะไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่สินะ ถึงได้กล้าทำเรื่องแบบนี้ พ่อแม่คงไม่ได้สั่งสอนเลยล่ะสิ” “หุบปากเน่าๆของป้าไปเถอะ” เพียะ!
13 หนิงอันใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของพ่อแม่ลี่อินมารวมเดือน เธอใช้ชีวิตตามแบบที่เธอต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผัก หาของป่า แล้วที่กำลังจะทำตอนนี้ก็คือการขุดบ่อเลี้ยงปลาโดยเธอได้วานให้ไห่หลงช่วยขุดบ่อให้ “ถ้าจะเลี้ยงปลาจะต้องขุดบ่อให้ลึกลงกว่านี้ ปลามันจะได้ไม่หนี” “งั้นเหรอ ไห่หลงรู้ดีจัง” “ที่บ้านของฉันก็ขุดบ่อเลี้ยงปลาเหมือนกัน” วันนี้หนิงอันเก็บผักที่ปลูกมาเต็มตะกร้า เพื่อที่จะเอาไปให้ลี่อินที่บ้าน เธอจึงฝากบ้านเอาไว้กับไห่หลงเพื่อขอตัวไปหาลี่อิน “ตะกร้าใหญ่ขนาดนั้นเอาไปไหวเหรอ ให้ฉันช่วยไหม” “ไม่เป็นไร แค่นี้ฉันไหว” หนิงอันแบกตะกร้าขึ้นหลังพอดีตัวก่อนจะเดินไปตามเส้นทางหลักเข้าไปยังในตัวหมู่บ้านซาน พอเดินถึงบ้านของลี่อินก็เห็นพ่อแม่ของเธอนั่งอยู่หน้าบ้าน ซึ่งปกติแล้วพวกเขาน่าจะไปทำงานเกี่ยวข้าวกัน แล้ววันนี้ก็ชาวบ้านหลายคนเดินสัญจรไปมา แสดงว่าวันนี้เป็นวันหยุด “อ้าว หนูหนิงอัน” “สวัสดีค่ะคุณพ่อ สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูเอาผักที่ปลูกข้างบ้านมาฝากค่ะ” ผักเต็มตะกร้าสดใหม่นี้ถูกว