2 Answers2025-12-09 05:19:09
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นโปสเตอร์ของ 'นางพญางูขาว' เวอร์ชัน 2019 ความคิดแรกผมคือการจับคู่นักแสดงนำที่แปลกใหม่และน่าสนใจ—จุดเด่นอยู่ที่สองตัวละครหลักที่แบกรับเรื่องราวทั้งอารมณ์และมิติของตำนานเอาไว้ ผมจะเริ่มจากรายชื่อนักแสดงหลักที่คนดูมักพูดถึงกันบ่อย ๆ: จูจิงอี้ (鞠婧祎) รับบทเป็น 'ไป่ซู่เจิน' หรือบา้ยสุ่ยเจิน ตัวนางพญางูขาวที่มีทั้งความงามและความโศกเศร้า กับหยู่เหมิงหลง (于朦胧) ที่รับบทเป็น 'สวี่เซียน' ชายหนุ่มธรรมดาผู้ตกหลุมรักและถูกดึงเข้าไปในชะตากรรมเหนือธรรมชาติ นอกจากสองคนนี้แล้ว ยังมีนักแสดงสมทบที่เติมเต็มโลกของเรื่อง เช่นนักแสดงที่รับบทเป็น 'เส้าฉิง' คู่หูงูเขียวที่ให้มุมมองและความขัดแย้งเชิงอารมณ์ อีกคนที่มักถูกพูดถึงคือผู้รับบทบาทพระภิกษุฟาฮ่าย ที่มอบพลังทางศีลธรรมและปะทะทางความเชื่อกับนางพญางูด้วยการแสดงที่หนักแน่น
ผมชอบการคัดเลือกนักแสดงของเวอร์ชันนี้เพราะมันพยายามผสมผสานคนรุ่นใหม่กับความเป็นดั้งเดิม ทำให้พื้นผิวของเรื่องดูสดใหม่ในขณะที่ยังคงแก่นของตำนานเอาไว้ เช่นการใช้ภาพและคอสตูมที่เน้นความละเอียด ทำให้การแสดงของจูจิงอี้มีทั้งมิติของความอ่อนหวานและพลังที่ซ่อนอยู่ ส่วนหยู่เหมิงหลงก็สามารถถ่ายทอดความสับสนและความจริงใจของตัวละครได้ดี ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเป็นแกนกลางที่น่าติดตาม แม้บางฉากจะปรับเปลี่ยนจากตำนานดั้งเดิม แต่การแสดงของนักแสดงหลักช่วยให้ผู้ชมยอมรับทิศทางการตีความใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น
ในมุมมองของคนดูแบบผม รายชื่อเหล่านี้คือเหตุผลที่เลือกหยิบเวอร์ชัน 2019 มาดูซ้ำอีกครั้ง: จูจิงอี้และหยู่เหมิงหลงเป็นคู่พระ-นางที่จุดประกายความอยากรู้ ส่วนนักแสดงสมทบอีกไม่กี่คนเสริมความลึกให้โลกของเรื่อง แม้จะมีความเห็นหลากหลายเกี่ยวกับการตัดต่อหรือการตีความบางซีน แต่พลังการแสดงของนักแสดงหลักก็ยังคงเป็นหัวใจที่ทำให้เวอร์ชันนี้น่าจดจำและคุ้มค่ากับการติดตาม
2 Answers2025-12-09 22:28:38
ความทรงจำเกี่ยวกับฉากที่งูขาวและคนเดินทางบนสะพานยังคงชัดเจนในหัวเสมอ — นั่นแหละคือภาพจำแรก ๆ ของ 'นางพญางูขาว' เวอร์ชัน 2019 ที่ทำให้ฉันหยุดดูด้วยความสนใจ ความตั้งใจของละครเรื่องนี้คือการนำตำนานจีนโบราณมาถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้ากับอารมณ์คนยุคใหม่ โดยย้ำประเด็นหลักคือความรักข้ามสายพันธุ์ ระหว่างจิตใจที่เป็นมนุษย์กับสัญชาตญาณ/ชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ
ในมุมมองของคนที่โตมากับการ์ตูนแฟนตาซีและนิยายโรแมนซ์ ความน่าสนใจของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่พล็อตรักสามเส้าระหว่างนางพญางู น้องงูเขียว และชายชื่อครื่องหมายเพียงอย่างเดียว แต่คือการเล่นกับคำถามเชิงจริยธรรม: ความรักจะชนะหน้าที่หรือไม่ ความเป็นมนุษย์ถูกนิยามอย่างไรเมื่อตัวละครเป็นทั้งเทพและสัตว์ เป็นทั้งผู้ให้และผู้ทำร้าย ฉากต่อสู้ที่ใช้เวทมนตร์ฉากหนึ่ง ๆ มักจะตามด้วยฉากเงียบ ๆ ที่ย้ำถึงความเหงา ความโดดเดี่ยว และการเสียสละของตัวละคร ซึ่งทำให้ฉากโรแมนซ์รู้สึกหนักแน่นและมีน้ำหนักกว่าละครรักแบบธรรมดา
ทางงานโปรดักชันมีการใส่ใจทั้งคอสตูมและองค์ประกอบภาพ แต่สิ่งที่ผมชอบเป็นพิเศษคือการใช้เพลงประกอบและซาวด์ดีไซน์เพื่อเสริมอารมณ์ในฉากสำคัญบางตอน เพลงบางท่อนเรียกให้ความรู้สึกทั้งโรแมนติกและโศกเศร้าผสมกันได้อย่างกลมกลืน ฉากที่เตือนใจผมมากที่สุดคือฉากที่ตัวเอกต้องเลือกระหว่างการรักษาพันธะของตนกับการยอมรับชีวิตใหม่ในโลกมนุษย์ — มันไม่เพียงเป็นการตัดสินใจของตัวละคร แต่เป็นการสะท้อนเรื่องราวของคนทั่วไปที่ต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับความต้องการส่วนตัว เรื่องราวจบด้วยโทนที่ยังคงทิ้งคำถามให้คิดต่อ แทนที่จะปิดแบบสบาย ๆ ซึ่งทำให้ผมพูดถึงมันกับเพื่อน ๆ ต่อไปได้อีกหลายวัน
2 Answers2025-12-09 00:03:51
ฉันมักจะแนะนำให้เริ่มจากตอนแรกของ 'นางพญางูขาว' เวอร์ชัน 2019 เพราะการปูพื้นเรื่องกับการแนะนำตัวละครในสองสามตอนแรกคือหัวใจของความรู้สึกทั้งหมดที่ซีรีส์ตั้งใจส่งให้ผู้ชม
ตอนแรก ๆ ของซีรีส์นี้ทำหน้าที่มากกว่าการเล่าอดีตหรือเหตุการณ์พื้น ๆ — มันวางรากฐานของความสัมพันธ์ ระบุแรงจูงใจ และแทรกสัญลักษณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะกลายเป็นกิมมิกสำคัญในภายหลัง ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดูว่าตัวละครเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป การเริ่มจากตอนแรกจะให้รสชาติของความผูกพันที่แท้จริงเมื่อเห็นว่าตัวละครเปลี่ยนจากคนธรรมดาเป็นคนที่ต้องเผชิญชะตากรรม นอกจากนั้น รายละเอียดชุดภาพ ดนตรีประกอบ และการให้สีของเรื่องมักจะถูกสลักไว้ตั้งแต่ต้น ฉากเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่สำคัญในตอนแรก มักจะย้อนกลับมาเป็นการ์ดสำคัญในพาร์ทต่อไปของเรื่อง — นี่คือเหตุผลที่การกระโดดข้ามอาจทำให้เสียอรรถรส
ประสบการณ์ของฉันกับซีรีส์แนวตำนานอื่น ๆ อย่างเช่น 'Demon Slayer' สอนให้รู้ว่าการลงทุนในตอนแรกจะทำให้ฉากตื่นเต้นในตอนต่อ ๆ ไปมีน้ำหนักมากขึ้น ความรัก ความขัดแย้ง และการเสียสละจะรู้สึกหนักแน่นขึ้นเมื่อเราเห็นรากเหง้าของมัน ฉะนั้นถาต้องเลือกเพียงตอนเดียวจริง ๆ ให้เริ่มที่ตอนแรก แล้วให้เวลาแต่ละตอนได้เปิดเผยตัวมันเองไปตามจังหวะ ถ้ารู้สึกว่าจังหวะช้าเกินไปในบางช่วง ก็ยังคงมีความคุ้มค่าในแง่ของการเข้าใจตัวละครและสัญลักษณ์ของเรื่องที่ค่อย ๆ ประกอบขึ้นมาในแบบที่ซีรีส์ตั้งใจจะบอก
ท้ายสุด ถาอยากให้คำแนะนำแบบตรงไปตรงมา: ให้เปิดตอนแรก ปล่อยให้ซีรีส์บอกเรื่องผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ และถ้าหลังจากสิบกว่าตอนแล้วยังรู้สึกไม่ใช่ ก็ไม่มีอะไรเสียหายที่จะหยุดพัก แต่การเริ่มจากต้นจะทำให้การเดินทางของคุณกับ 'นางพญางูขาว' มีความหมายมากกว่าแค่การดูฉากฮิต ๆ เพียงอย่างเดียว
2 Answers2025-12-09 09:25:55
ภาพถ่ายเบื้องหลังของ 'นางพญางูขาว' 2019 ทำให้ภาพในหัวฉันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง—ฉากโบราณที่ดูสมจริงไม่ใช่แค่จากเครื่องแต่งกาย แต่จากสภาพแวดล้อมที่เลือกใช้ถ่ายทำด้วย
ฉากพระราชวังและถนนเมืองใหญ่ในหลายตอนมีลักษณะคุ้นตาจากสตูดิโอขนาดใหญ่ที่สร้างฉากประณีต ซึ่งสถานที่ที่ฉันคุ้นที่สุดคือ เหิงเตี้ยน (Hengdian World Studios) ที่มักถูกใช้เป็นเบื้องหลังของฉากภายในพระราชวังและตลาดโบราณ การตกแต่งฉากที่นั่นทำให้ฉันเชื่อได้ว่าส่วนสำคัญของซีรีส์น่าจะถ่ายที่นี่ เพราะรายละเอียดแบบก่อสร้างทั้งประตู เสา และลานกว้างนั้นเหมาะกับฉากละครพีเรียดที่ต้องการมุมกล้องกว้าง
ด้านฉากที่เกี่ยวกับน้ำและวิวทะเลสาบ โรแมนติกหลายฉากในเรื่องให้ความรู้สึกว่าใช้สถานที่จริงที่มีทิวทัศน์ทะเลสาบหรือแม่น้ำเป็นแบ็กกราวด์ เช่น บางช็อตที่มีเรือและเงาสะท้อนบนผิวน้ำดูเหมือนถูกถ่ายใกล้ทะเลสาบขนาดใหญ่ซึ่งในจีนมักเป็นแถวหางโจวบริเวณ 'ทะเลสาบตะวันตก' หรือเมืองน้ำอย่างอู่เจิ้นที่ให้บรรยากาศโรแมนติกแบบดั้งเดิม ฉันนึกภาพตัวเองเดินตามเส้นทางหินริมคลอง แล้วคิดว่าเบื้องหลังฉากรักของคู่เอกคงได้แรงบันดาลใจจากสถานที่พวกนี้
รวมความแล้ว ฉันเชื่อว่าสถาปัตยกรรมในสตูดิโอใหญ่อย่างเหิงเตี้ยนกับโลเคชันตามเมืองน้ำและทะเลสาบในมณฑลเจ้อเจียงหรือใกล้เคียงช่วยกันสร้างโลกของ 'นางพญางูขาว' 2019 ให้สมจริง การผสมผสานระหว่างฉากสตูดิโอที่ควบคุมได้และถ่ายทำกลางแจ้งที่มีบรรยากาศตามธรรมชาตินั้นทำให้ฉากดูมีมิติและอบอุ่นมากกว่าการใช้สตูดิโอเพียงอย่างเดียว นี่แหละที่ทำให้การดูซ้ำแต่ละครั้งยังคงมีความเพลิดเพลินอยู่เสมอ
2 Answers2025-12-09 13:02:01
พอได้ดูฉบับปี 2019 แล้วความคิดแรกที่กระจ่างชัดคือทีมงานตั้งใจทำให้เรื่องราวเป็นนิยายแฟนตาซีโรแมนติกเต็มรูปแบบ มากกว่าการยึดติดกับโทนศีลธรรมแบบดั้งเดิมของ '白蛇傳' ที่เราคุ้นเคย
ฉันมองว่าจุดต่างชัดที่สุดอยู่ที่การปั้นตัวละครให้มีมิติและเหตุผลทางอารมณ์มากขึ้น: นางพญางูขาวถูกเล่าเป็นคนมีปณิธาน มีเป้าหมายส่วนตัว และไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์แห่งความรักหรือบาปตามตำราโบราณ บทของตัวเอกชายก็ได้รับการขยายให้มีพื้นหลังที่เจาะลึกขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองดูเป็นการพบกันของสองโลกที่มีเหตุผลรองรับแทนที่จะเป็นเพียงชะตาลิขิตเดียว นอกจากนี้ตัวร้ายอย่างพระฟาหรือผู้สืบทอดแนวคิดเคร่งครัดในนิทานดั้งเดิม ถูกเบลนด์ให้มีมุมมองที่เข้าใจได้มากขึ้น แทนที่จะถูกวาดให้ร้ายสุดโต่งเพียงอย่างเดียว ฉากแฟลชแบ็กและแรงจูงใจของแต่ละคนทำให้ความตึงเครียดระหว่างศาสนา-มนุษย์-ภูตผีมีน้ำหนักขึ้น
ด้านองค์ประกอบเชิงภาพและโทนเรื่อง นำเสนอความเป็นแฟนตาซีสมัยใหม่ด้วยงานวิชวล เอฟเฟกต์ และฉากต่อสู้ที่ค่อนข้างเด่นกว่าเนื้อหาทางศาสนาหรือศีลธรรมในนิยายต้นฉบับ ฉันชอบที่มีการใส่องค์ประกอบโลกกว้าง เช่น เคลือบแคมป์ของฝ่ายต่าง ๆ ความขัดแย้งเชิงการเมืองภายในหมู่ภูต รวมถึงความสัมพันธ์ของน้องสาวงูกับนางพญาที่ถูกขยายให้เป็นซับพลอตสำคัญ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการแทรกซีนบู้และฉากเวทมนตร์มากขึ้น ทำให้บางช่วงหัวใจของนิทานโบราณ — การเตือนเรื่องผลกรรมและการชดใช้ — ถูกแตะเบา ๆ กว่าที่ควรเป็น
ในท้ายที่สุด ฉันคิดว่างานชิ้นนี้เป็นการตีความที่ตั้งใจขยายขอบเขตผู้ชมให้ร่วมสมัยขึ้น: สำหรับคนที่อยากได้ความงามของเรื่องรักอมตุกับฉากแอ็กชั่น จัดว่าเติมเต็ม แต่ถาหวังหารสชาติดั้งเดิมแบบนิทานที่เน้นการลงโทษและการไถ่บาปแบบโบราณ อาจรู้สึกว่าฉบับ 2019 ได้เปลี่ยนโฟกัสไปค่อนข้างมาก
3 Answers2026-01-11 01:52:18
เรื่องราวของ 'นางพญางูขาว' ภาคแรกเปิดด้วยบรรยากาศพื้นบ้านผสมแฟนตาซีที่อบอุ่นและแฝงความลึกลับ ตัวเอกหลักคือนางพญางูสีขาวซึ่งสลัดร่างงูมาเป็นหญิงงาม เพื่อออกค้นหาชีวิตและความรักในโลกมนุษย์ ฉากแรก ๆ มักโฟกัสไปที่การพบกันอย่างไม่คาดฝันระหว่างนางพญางูและชายหนุ่มที่ชื่อซวี่เซียน ซึ่งการพบกันนี้วางรากฐานให้เกิดความสัมพันธ์อันบริสุทธิ์ ท่ามกลางรายละเอียดเล็ก ๆ เช่นร้านขายยา วิถีคนเมือง และการดูแลกันและกันที่ทำให้ความรักค่อย ๆ เจริญเติบโตจนกลายเป็นการแต่งงานที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น
ความขัดแย้งเริ่มผุดขึ้นเมื่อความลับเกี่ยวกับตัวตนของนางพญางูเริ่มถูกสั่นคลอน นักบวชผู้เคร่งครัดเห็นว่าการอยู่ร่วมกันของวิญญาณและมนุษย์เป็นเรื่องผิด และพยายามแยกคู่นี้ออกจากกันด้วยความเชื่อและพลังทางศาสนา ฉากการปะทะระหว่างพลังเหนือธรรมชาติกับค่านิยมมนุษย์จะถูกขยายในช่วงกลางเรื่องจนถึงปลายภาคหนึ่ง ผมรู้สึกว่าองค์ประกอบของฉากรัก โรแมนซ์เล็ก ๆ และการปะทะทางความเชื่อนี่แหละที่ทำให้ภาคแรกดูเข้มข้นและสะเทือนอารมณ์ แม้ยังมีความงามของมิตรภาพระหว่างนางพญางูกับเพื่อนร่วมทางอย่างงูเขียว แต่ก็ทิ้งปมให้คนดูตั้งคำถามว่าเมื่อความรักมีราคาต้องแลกมากเพียงใด
4 Answers2025-10-28 20:48:57
กลิ่นเทียนชวนให้ย้อนกลับไปสู่เรื่องเล่าที่ถูกเล่าต่อกันมาจนเกือบกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเราเอง
ฉันมองว่า 'นางพญางูขาว' ไม่ได้เป็นแค่ตำนานผีหรือนิทานโรแมนติกเท่านั้น แต่มันสะท้อนการเรียนรู้เรื่องความรักและความรับผิดชอบอย่างลึกซึ้ง บทเรียนแรกที่เด่นชัดคือการยอมรับความต่าง: ตัวละครทั้งสองฝ่าย—มนุษย์กับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ—ต้องเรียนรู้กันและกัน การยอมรับนี้ไม่ได้ง่าย แต่ก็สอนให้เห็นความงามของการเปิดใจ
อีกประการหนึ่งคือการไถ่บาปและการเสียสละ เรื่องราวมักมีฉากที่ตัวละครต้องเลือกสิ่งที่มีค่าเหนือกว่าตัวเอง เช่นการปกป้องคนรักถึงแม้จะต้องเผชิญโทษทางศีลธรรมหรือกฎหมายท้องถิ่น นั่นทำให้ฉันคิดถึงความหมายของความรักที่เป็นมากกว่าอารมณ์ชั่วคราว แต่เป็นการตัดสินใจและการกระทำที่ตามมาในระยะยาว
2 Answers2025-12-09 17:10:12
เพลงประกอบของภาพยนตร์ 'นางพญางูขาว' (2019) มีเสน่ห์แบบเงียบๆ ที่ค่อยๆ แทรกเข้าไปในอารมณ์คนดู มากกว่าจะเป็นเพลงป็อปสักเพลงหนึ่งที่ไต่ชาร์ตฮิตฉับพลัน ฉันชอบวิธีที่ดนตรีของหนังเลือกใช้เมโลดี้เรียบง่ายกับเครื่องดนตรีจีนดั้งเดิมผสมซินธ์บางเบา ทำให้ฉากรักระหว่างตัวละครหลักอบอวลไปด้วยความโหยหา ในกลุ่มแฟนหนังและฟอรั่มออนไลน์ มักจะยกให้ธีมหลักกับเพลงท้ายเครดิตเป็นสองชิ้นที่คนนึกถึงก่อน ฉันเองชอบเวอร์ชันอินสตรูเมนทัลของธีมหลัก เพราะมันยกอารมณ์จากฉากต่อสู้ไปสู่ความเศร้าได้อย่างเนียน ไม่ต้องมีเนื้อร้องมากมายก็ทำให้จังหวะภาพยนตร์คมขึ้นได้
การฟังซ้ำหลายรอบทำให้เห็นว่าดนตรีในหนังไม่ได้หวือหวา แต่วางเลเยอร์ได้ดี — มีเส้นเมโลดี้สั้นๆ ที่กลับมาซ้ำในโมเมนต์สำคัญ และมักจะใช้เครื่องสายกับซอจีนผสมกับพาร์ตของเปียโนเล็กๆ ซึ่งสร้างความรู้สึกโบราณผสมทันสมัยได้แบบที่เตือนฉันให้คิดถึงงานเพลงของภาพยนตร์ญี่ปุ่นบางเรื่อง เช่น 'Spirited Away' ในแง่ของการใช้ธีมซ้ำเพื่อเรียกอารมณ์ หรือความละเอียดอ่อนในการประสานเสียงคล้ายกับบางช่วงของ 'Your Name' แต่โทนโดยรวมของ 'นางพญางูขาว' จะเศร้าละมุนกว่า ฉันให้ความสนใจกับการจัดวางซาวด์แทร็กในฉากน้ำและฉากฝน เพราะผู้ทำดนตรีใส่อิมแพคเล็กๆ ที่ทำให้ภาพดูมีมิติขึ้นโดยไม่ต้องตะโกนเสียงดัง
ถาต้องสรุปแบบไม่เป็นทางการ ฉันคิดว่าไม่มีเพลงเดียวที่กลายเป็นเพลงฮิตแบบป๊อป แต่แทนที่จะมีเพลงเดียวที่โดดเด่น หนังมีชุดธีมที่แฟนๆ รักและแชร์กันในชุมชน คนที่ชอบฟังซาวด์แทร็กจะหยิบธีมหลักกับเพลงเครดิตมาเล่นซ้ำเพื่อเสพบรรยากาศ และนั่นแหละคือความสำเร็จของหนังในมุมของฉัน — ดนตรีที่ทำหน้าที่เป็นตัวเพิ่มความลึกให้เรื่อง โดยไม่ยึดติดกับสูตรเพลงดังทั่วไป
4 Answers2025-11-17 11:22:07
มีเรื่องเล่าอยู่หลายสำนวนเกี่ยวกับตำนานนางพญางูขาว ที่โด่งดังที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของนางพิณ โกษาเหล็ก ซึ่งเป็นนางพญางูขาวที่อาศัยอยู่ในถ้ำตามป่าเขา บางตำนานเล่าว่านางเป็นธิดาของพญานาค ถูกสาปให้มาเกิดเป็นมนุษย์ แต่ยังคงมีความสามารถวิเศษบางอย่าง เช่น รักษาโรคหรือแปลงกายเป็นงูยักษ์ได้
ความน่าสนใจคือตำนานนี้มักผูกโยงกับสถานที่จริงในไทย เช่น เขาสก หรือบางแห่งในภาคเหนือ ที่มีผู้คนอ้างว่าเคยพบเห็นงูใหญ่สีขาว พร้อมกับคำเตือนให้เคารพสถานที่ บางชุมชนยังมีพิธีเซ่นสรวงเพื่อบูชานางพญางูขาวจนถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าตำนานนี้ฝังรากลึกในความเชื่อท้องถิ่น
3 Answers2025-11-17 08:20:01
ตำนานนางพญางูขาวเป็นเรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งทางอารมณ์และความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับอมนุษย์ ซึ่งเป็นธีมที่ยังคงโดนใจคนทุกยุคสมัย
ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอ๋งกับนางพญางูขาวไม่ใช่แค่เรื่องรักต่างเผ่าพันธุ์ แต่สะท้อนการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับอธรรม ความเสียสละเพื่อคนรัก และการยอมรับความแตกต่าง นี่คือเหตุผลที่หลายคนยังรู้สึกอินกับเนื้อเรื่อง แม้เวลาจะผ่านมานาน
ปัจจุบันมีการดัดแปลงตำนานนี้ในหลายรูปแบบ ทั้งซีรีส์จีน อนิเมะ หรือแม้แต่เกมอย่าง 'Tale of the White Snake' ซึ่งช่วยให้เรื่องเล่าโบราณกลับมามีชีวิตอีกครั้ง