ในประเทศไทย 'The First Slam Dunk' เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566 (30 March 2023) ในการเปิดตัวรอบกว้างที่จัดขึ้นตามหลังการฉายที่ญี่ปุ่นและในประเทศเอเชียอื่นๆ ไม่กี่เดือน ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความสนใจมากจากแฟนมังงะและแฟนอนิเมะรุ่นเก่า-ใหม่ ทำให้หลายโรงจัดรอบฉายพิเศษและเต็มเร็วในวันแรกๆ ของการฉาย
มองจากมุมแฟนเก่า การได้ดู 'The First Slam Dunk' ในโรงเป็นประสบการณ์ที่ทั้งน่าหลงใหลและปลุกความทรงจำ เพราะงานภาพเคลื่อนไหวสมัยใหม่ผสมกับจังหวะการเล่าเรื่องที่เคารพต้นฉบับ ทำให้หลายจุดของหนังมีพลังมากกว่าที่คาดไว้ ส่วนแฟนใหม่ก็เข้าถึงได้ง่ายเนื่องจากโครงเรื่องหลักยังยืนได้โดยไม่ต้องรู้ประวัติลึกของตัวละคร ทุกครั้งที่เห็นซีนการแข่งขันฉายในแบบภาพยนตร์ รู้สึกว่าทีมงานใส่ใจทั้งมุมกล้อง รายละเอียดเสียงลูกบาสกระทบ และการตัดต่อที่เร้าใจ ทำให้ฉากบาสกลายเป็นไฮไลท์ที่คนพูดถึงกันมากหลังฉาย
สรุปโดยส่วนตัวแล้วการได้เห็น 'The First Slam Dunk' เข้าฉายในไทยเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ เพราะมันไม่ใช่แค่การคืนชีพผลงานคลาสสิก แต่ยังเป็นการยืนยันว่าของดีจากยุคก่อนสามารถปรับตัวไปสู่ภาษาภาพยนตร์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว การนั่งชมในโรงกับแฟนเรื่องเดียวกัน รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กที่ตื่นเต้นกับเกมบาสครั้งแรกอีกครั้ง และนั่นทำให้การฉายครั้งนั้นมีความหมายมากกว่าแค่วันเวลาในปฏิทิน
เสียงเปียโนที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในฉากเปิดของ 'The First Slam Dunk' ดึงความสนใจผมได้ทันที ความนุ่มนวลของเมโลดี้แรกทำให้ฉากดูอ่อนโยนกว่าแค่ม้วนภาพกีฬา มันไม่ใช่แค่เพลงประกอบทั่วไป แต่เป็นช่องทางที่พาผู้ชมเข้าไปในหัวใจตัวละครก่อนลูกบาสจะถูกโยนลงสนาม
สรุปสั้นๆ ไม่ได้ถูกใช้ตามคำห้าม แต่ที่อยากบอกคือถ้าคุณชอบเพลงที่ทำงานร่วมกับภาพและอารมณ์ได้แนบเนียนของ 'The First Slam Dunk' จะให้ความรู้สึกคล้ายการพูดคุยกับเพื่อนเก่า — เป็นบทเพลงที่ทำให้ฉากการแข่งขันและช่วงเงียบๆ มีความหมายมากขึ้น และให้ความทรงจำของตัวละครติดตรึงใจในแบบที่เพลงป๊อปธรรมดาๆ ทำไม่ได้
แฟนบาสและแฟนอนิเมะน่าจะยิ้มออกเมื่อรู้ว่ามีช่องทางถูกลิขสิทธิ์ให้เลือกหลายแบบสำหรับการชม 'เดอะ เฟิสต์ สแลมดังก์' ตั้งแต่การฉายในโรงภาพยนตร์รอบแรกจนถึงการจำหน่ายแบบดิจิทัลและแผ่นบลูเรย์ การออกฉายจริงสั้น ๆ ในโรงเป็นทางเลือกแรกสำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์ภาพและเสียงเต็มรูปแบบ จากนั้นตัวหนังมักจะไหลไปยังช่องทางจำหน่ายดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต เช่น การเช่าหรือซื้อผ่าน iTunes/Apple TV, Google Play และในบางพื้นที่อาจมีให้เช่าหรือซื้อบน Amazon Prime Video ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกเมื่อไม่สะดวกไปดูโรงหรือรอแผ่นออก
เพลงเปิดที่คนไทยมักจะฮัมตามกันได้ทันทีคือ 'Kimi ga Suki da to Sakebitai' — ท่อนฮุคติดหูและจังหวะกระชับมันฝังอยู่ในความทรงจำของคนที่โตมากับอนิเมะยุค 90 ได้ชัดเจน