ในฐานะแฟนที่คลั่งไคล้โลกของ 'The Lord of the Rings' ผมมองว่าแหล่งเบื้องหลังที่ครบจริงๆ ต้องเริ่มจากชุดแผ่นภาพยนตร์ฉบับพิเศษ: 'The Lord of the Rings: The Motion Picture Trilogy (Extended Edition)' เพราะในชุด Extended Edition จะมี Appendices ที่เป็นสารคดีเบื้องหลังอย่างละเอียด ตั้งแต่การเตรียมงาน การสร้างสรรค์คอสตูม งานสเปเชียลเอฟเฟกต์ มินิเอเจอร์ และบทสัมภาษณ์ทีมงาน-นักแสดง รวมชั่วโมงสารคดีมากมายจนเข้าใจการทำงานทั้ง 3 ภาคแบบเต็มอิ่ม เห็นการตัดสินใจเชิงศิลป์ การทดลองซีนต่างๆ และความทุ่มเทของทีมผู้สร้าง ทำให้ภาพยนตร์ที่เรารักมีมิติมากขึ้นเมื่อรู้เบื้องหลังเหล่านี้
ส่วนเรื่องหนังสืออาร์ตบุ๊กกับหนังสือทำงานผลิตนั้นเป็นขุมทรัพย์ที่คนรักรายละเอียดไม่ควรพลาด หนังสืออาร์ตบุ๊กฉบับทางการของภาพยนตร์ทั้งสามเล่มซึ่งรวมผลงานคอนเซ็ปต์อาร์ต งานออกแบบฉาก ชุด และสเก็ตช์ของศิลปินชื่อดังอย่าง Alan Lee และ John Howe จะช่วยให้เข้าใจกระบวนการออกแบบโลก มุมมองการทำงานของ Production Designer และการพัฒนาไอเดียจากสเก็ตช์ไปสู่ฉากจริง นอกจากนี้ยังมีหนังสืออย่าง 'The Lord of the Rings: The Making of the Movie Trilogy' ของ Brian Sibley ที่รวบรวมบทสนทนา ภาพถ่ายฉากเบื้องหลัง และเรื่องราวการผลิตที่เล่าได้ละเอียด เป็นหนังสือที่อ่านแล้วเหมือนนั่งคุยกับคนในทีมงานจริงๆ
อีกแหล่งสำคัญคือผลงานของ Weta — ทั้งเว็บไซต์ของ Weta Workshop และช่องอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์มวิดีโอจะมีภาพการสร้างพร็อพ ชุด อาวุธ และโมเดลต่างๆ รวมถึงเบื้องหลังการทำ CGI ของ Weta Digital ที่เติมชีวิตให้กับฉากชิงช้าหรือมอนสเตอร์ นอกจากนั้นชุมชนแฟนๆ อย่าง 'TheOneRing.net' และฐานข้อมูลเชิงวิชาการอย่าง 'Tolkien Gateway' มักเก็บลิงก์บทสัมภาษณ์สําคัญ บทวิเคราะห์ และคลังภาพจากการถ่ายทำ ถ้าชอบอ่านเชิงลึกก็มีบทความทางนิตยสารภาพยนตร์และสัมภาษณ์ในนิตยสารสายภาพยนตร์หลายฉบับที่รวบรวมข้อมูลเทคนิคพิเศษและแนวคิดการกำกับของ Peter Jackson
โดยส่วนตัวผมมักจะเลือกฉบับที่ตัวอักษรอ่านสบายและปกที่ทำใจอยากวางโชว์ ถ้าต้องเก็บสะสมจะมองหาชุดฮาร์ดคัฟต์จากคิโนะคุนิยะหรือชุดพิมพ์พิเศษที่ขายบน Amazon แต่ถาอยากอ่านเร็วและประหยัดก็จะซื้อฉบับแปลไทยจาก 'นายอินทร์' หรือ 'ซีเอ็ด' เพราะจัดส่งเร็วและมีการรับประกันความเรียบร้อยของหนังสือ สุดท้ายแล้วการซื้อ 'The Lord of the Rings' ให้คุ้มค่ามากที่สุดคือเลือกฉบับที่ทำให้รู้สึกอยากกลับมาอ่านซ้ำ — นี่เป็นความเห็นส่วนตัวที่มักทำให้ผมมีหนังสือชุดนี้อยู่ในชั้นหนังสือเสมอ
เรื่องราวใน 'The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring' นั้นเป็นเหมือนการผจญภัยครั้งใหญ่ที่ถูกแบ่งออกเป็นตอนสำคัญๆ แต่ถ้าพูดถึงภาคแรกนี้จริงๆ มันเป็นหนังหนึ่งเรื่องเต็มๆ เลยนะ ไม่ได้แบ่งเป็นตอนแบบซีรีส์ แต่ถ้านับฉากสำคัญก็มีหลายช่วงที่เด่นๆ อย่างการเริ่มต้นใน Shire, การเดินทางไป Rivendell, การก่อตั้งคณะพันธมิตร, และการต่อสู้ใน Moria แต่ละช่วงก็น่าตื่นเต้นและมีรายละเอียดที่ทำให้เราเหมือนได้ดูหลายเรื่องในหนึ่งเดียว
สำหรับคนที่ชอบเนื้อหาละเอียด หนังสือต้นฉบับก็แบ่งเป็น 2 เล่มคือ 'The Fellowship of the Ring' แต่ในหนัง Peter Jackson ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบในเวลา 3 ชั่วโมงกว่าๆ ส่วนตัวชอบตอนที่คณะพันธมิตรเดินทางผ่านภูมิประเทศต่างๆ เพราะมันแสดงให้เห็นความยิ่งใหญ่ของโลกในจินตนาการของ Tolkien ได้ดีมาก
ใครที่ชื่นชอบ 'The Lord of the Rings' อย่างเรา คงรู้ดีว่าภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนวนิยายของ J.R.R. Tolkien นี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ภาคหลักด้วยกัน แต่ละภาคมีความยาวและรายละเอียดที่ทำให้เราจมดิ่งเข้าไปในโลกของมิดเดิลเอิร์ธได้อย่างสนุกสนาน
เริ่มจาก 'The Fellowship of the Ring' ที่พาเราไปรู้จักกับวงแหวนแห่งอำนาจและกลุ่มพันธมิตรที่ต้องเดินทางไปทำลายมัน ตามด้วย 'The Two Towers' ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และแผนการร้ายของศัตรู จบลงที่ 'Return of the King' ที่เป็นจุด Climax ทั้งการต่อสู้ครั้งใหญ่และชัยชนะอันยิ่งใหญ่ แค่คิดก็อยากหยิบมาดูอีกครั้งแล้วล่ะ
เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่นึกถึงมหากาพย์สุดอลังการของ 'The Lord of the Rings' เวลาคุยกันเรื่องหนังฟอร์มยักษ์! จริงๆ แล้วไตรภาคนี้แบ่งออกเป็น 3 ภาคหลักด้วยกัน คือ 'The Fellowship of the Ring', 'The Two Towers' และสุดท้ายคือ 'The Return of the King' ที่คว้ารางวัลออสการ์ไปแบบถล่มทลาย
หนังเรื่องแรกในไตรภาค 'เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์' ที่ออกฉายในปี 2001 มีชื่อเต็มว่า 'The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring' หรือในภาษาไทยเรารู้จักกันในชื่อ 'ลอร์ดออฟเดอะริงส์: พันธสัญญาแห่งแหวน'