ตั้งแต่ได้ดู 'The Perks of Being a Wallflower' ครั้งแรก ก็รู้สึกเลยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้แยกตัวออกจากงานวัยรุ่นเชิงพาณิชย์ทั่วไปอย่างชัดเจน และแน่นอนว่ามันได้รับการยกย่องจากหลายสถาบันและเทศกาลจนกลายเป็นผลงานที่คนหยิบยกมาพูดถึงมากที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์อาชีพของโลแกน เลอร์แมน
ในมุมมองของคนที่เติบโตมากับหนังวัยรุ่นยุคใหม่ ฉันชอบว่าบทและการกำกับของ 'The Perks of Being a Wallflower' ให้พื้นที่กับการแสดงส่วนตัวและการค้นหาตัวตน ทำให้นักแสดงอย่างโลแกนโดดเด่นขึ้นมาโดยไม่ต้องพะวงกับฉากแอ็กชันหรือโปรดักชันยักษ์ใหญ่ ผลคือภาพยนตร์เรื่องนี้คว้าคำชมจากนักวิจารณ์และได้รับรางวัลในระดับเทศกาลและสมาคมนักวิจารณ์หลายแห่ง ซึ่งนั่นช่วยตอกย้ำว่าโลแกนสามารถแบกรับบทหนัก ๆ ได้อย่างน่าเชื่อถือ
สรุปโดยไม่ย้ำคำเดิม: ถามว่าโลแกนมีผลงานที่ได้รับรางวัลไหม คำตอบคือมี—โดยเฉพาะงานอิสระที่เน้นการแสดงอย่าง 'The Perks of Being a Wallflower' ที่ได้รับทั้งคำชื่นชมและรางวัลจากหลายเวที ส่วนงานโปรดักชันใหญ่ก็มีรางวัลในด้านอื่น ๆ ของภาพยนตร์ที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของเขาในแง่ความหลากหลายของบทบาทและประสบการณ์การทำงาน ซึ่งนั่นทำให้การติดตามเส้นทางของเขาน่าสนุกมากขึ้นในฐานะแฟนคนหนึ่ง
เริ่มจากเรื่องที่ทำให้คนจำเขาได้เป็นวงกว้าง นั่นคือ 'Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief' หนังที่ดัดแปลงจากนิยายของริก ไรออร์แดน เราเคยชอบฉากที่โลแกนต้องบาลานซ์ความเป็นเด็กธรรมดากับชะตากรรมของฮีโร่แบบไม่ให้มันกลายเป็นคาแรกเตอร์ที่โอเวอร์แอ็คติ้ง การแสดงของเขาทำให้ตัวละครในหนังสือที่หลายคนรักถูกแปลงมาเป็นคนที่เดินได้จริง ๆ
เปลี่ยนโทนมาเป็นดราม่า-อินเนอร์แน่น ๆ กับ 'The Perks of Being a Wallflower' ซึ่งดัดแปลงจากนิยายของสตีเฟน ชบอสกี้ นี่เป็นการโชว์มิติที่อบอุ่นและบาดลึกในคราวเดียว เรารู้สึกเลยว่าเขาไม่พยายามเว่อร์ แต่เลือกใช้พื้นที่เงียบ ๆ ของการแสดงเพื่อบอกอะไรที่หนังสือบรรยายไว้อย่างละเอียด ซึ่งฉากหลายฉากในหนังสามารถเรียกความทรงจำจากอ่านหนังสือขึ้นมาได้เยอะ